Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ตัดไม้ประดู่ในที่ดินรัฐจัดสรรให้ ใบ(น.ค.3)ขออนุญาตหรือไม่
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สุขภาพ l ศึกษา l กีฬา l เกม l อดิเรก l ข่าว l รัก l ความรู้ l ไอที l งาน l ซื้อขาย l ท่องเที่ยว l โรงแรม l การเงิน l ธุรกิจ l บันเทิง l บ้าน l บ้านจัดสรร l สังคม l สวย l กล้อง l มือถือ l รถ l กวี l บล็อก l ศิลป์ l สัตว์ l หน่วยงาน l หนังสือ l โหลด l อาหาร l เนต l โปรโมทเว็บฟรี l เนติบัณฑิต
ตัดไม้ประดู่ในที่ดินรัฐจัดสรรให้ ใบ(น.ค.3)ขออนุญาตหรือไม่
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ป่าไม้ ทรัพยากร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
webmaster
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: Aug 17, 2007
ตอบ: 1345

ตอบตอบ: 12/11/2007 11:18 am    ชื่อกระทู้: ตัดไม้ประดู่ในที่ดินรัฐจัดสรรให้ ใบ(น.ค.3)ขออนุญาตหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตัดไม้ประดู่ในที่ดินรัฐจัดสรรให้ ใบ(น.ค.3) จะตั้องขออนุญาตป่าไม้หรือไม่

ข้อความ : นาย ก.ได้รับการจัดสรรที่ดินจากทางนิคมสร้างตนเอง และได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ อธิบดีกำหนดครบถ้วนแล้ว และได้รับเอกสารหนังสือแสดงการทำประโยชน์(นค3)แล้ว ต่อมา นาย ก.ตายลง นาย ข.บุตร จึงยื่นเรื่องขอรับมรดกในที่ดินดังกล่าว ทางนิคมฯได้ประกาศแล้ว ไม่มีผู้ใดคัคค้าน และ นาย ข.เข้าทำกินเรื่อยมา ต่อมา นายข.ได้ตัดไม้ประดู่ที่ขึ้นในที่ดินของตนเองและทำการแปรรูปไม้และถูกทาง ปลัดอำเภอ และ อ.ส.เข้าจับกุมโดยกล่าวหาว่า ร่วมกันทำไม้หวงห้ามฯและแปรรูปไม้หวงห้าม และมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครอง นำส่ง พงส.ดำเนินคดี ในความเห็นของผมว่าที่ดินดังกล่าวไม่ใช่ ป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และไม้ประดู่จึงไม่ใช่ไม้หวงห้าม การทำไม้จึงไม่ต้องขออนุญาตจาก ป่าไม้แต่อย่างใด ท่านผู้รู้คิดเหมือนผมหรือไม่ครับ ฝากถึงเฮีย พนักงานสอบสวน.อาชีพ อิสานใต้ หายไปไหน ขอคำพิพากษาศาลจ.สีคิ้ว เรื่องเลื่อยโซ่ยนต์หน่อยครับ เนื่องจากผมเพิ่งเห็นหนังสือเวียนของ จว.ว่า ยังไม่มีกฎกระทรวงออกมารองรับผู้ใดมีเลื่อยโซ่ไว้ตอนนี้ถือว่าไม่มีความผิดครับ

จาก : 599 อุตรดิตถ์ - 02/11/2007 14:15


ข้อความ : มีความเห็นของกฤษฎีกาเรื่องเสร็จที่ 791/2548 ที่ว่าที่ สปก.เป็นป่าหรือไม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ คุณลองเลื่อนไปดูกระทู้ในเวปนี้ของวันที่ 29/10/50 เวลา 09.07 น. หัวกระทู้พิมพ์ว่า อยากได้กฤษฎีกาปี 49 ที่ตีความว่าที่ สปก.คือป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 อาจจะเป็นประโยชน์ต่อเรื่องของคุณก็ได้ ลองดูนะครับ

จาก : เทพทันเดอร์นครปฐม - 02/11/2007 15:33


ข้อความ : ไม้ประดู่เป็นไม้หวงห้าม จัดอยู่ในประเภท ก.ไม้หวงห้ามธรรมดา ลำดับที่ ๘๗ ตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2530

จาก : พงส.อิสานเทิง - 02/11/2007 20:44


ข้อความ : มีความเห็นเหมือนกับ พงส.อิสานเทิง เนื่องจากไม้ประดู่เป็นไม้หวงห้าม จัดอยู่ในประเภท ก.ไม้หวงห้ามธรรมดา ลำดับที่ ๘๗ ตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2530 ถึงแม้ไปทำในที่ดินที่ตนเองได้รับอนุญาต(นค3) ก็ไม่พ้นความผิดร่วมกันทำไม้หวงห้ามฯและแปรรูปไม้หวงห้าม และมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครอง
ในประเด็นเรื่องเลื่อยโซ่ยนต์นั้นให้ติดตาม คำวินิจฉัยของกฤษฎีกาที่ออกมาแล้วเร็ว ๆ นี้ เคยอ่านผ่านตา มาว่า หากไปขออนุญาตขึ้นทะเบียนในคราวที่ผ่านมา(ประมาณปี 45 ที่จังหวัด) ก็จะไม่มีความผิด เนื่องจากทางกรมป่าไม้ไม่ยอมออกกฎกระทรวงมารองรับเอง
ในเรื่องที่น้องถามมานี้พี่เคยทำสำนวนแล้ว ข้อเท็จจริงมีว่า ผู้ต้องหาเอาเลื่อยโซ่ยนต์ที่เคยขออนุญาตไว้ที่จังหวัดไปแปรรูปไม้สะเดาในที่ดิน มีโฉนด แล้วถูกตำรวจ ตชด.จับกุมมาส่งในข้อหา "ทำการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีเลื่อยโซ่ยนต์ฯ " พี่สั่งไม่ฟ้องเรื่องเลื่อยโซ่ยนต์ และสั่งไม่ฟ้องเรื่องทำการแปรรูปไม้เนื่องจากไม้สะเดาเป็นไม้นอกประเภท อัยการก็เห็นชอบ ตาม พนักงานสอบสวน แต่อัยการให้ดำเนินคดีเรื่อง พรบ.อุตสาหกรรม ข้อหา ตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต (เนื่องจากดูขนาดของแรงม้าเลื่อยโซ่ยนต์แล้วเกินกำหนด) จึงส่งตัวผู้ต้องหาไปเสียค่าปรับ
สำหรับคดีของน้องนี้ไม้ประดู่เป็นไม้หวงห้าม ทำที่ไหน ก็ผิดหากไม่มีการขออนุญาตมาก่อน



จาก : พงส.ใกล้อุตรดิดถ์ - 02/11/2007 21:53


ข้อความ : ด้วยความเคารพทุกท่าน หาก พิจารณา ม.6 และ 7 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 แล้ว ท่านจะเห็นได้ว่า ไม้หวงห้าม ตามกฎหมายนั้นจะต้องเป็นไม้ที่ขึ้นใน " ป่า " เท่านั้น ยกเว้น ไม้สักและไม้ยาง นั้นแม้จะขึ้นในที่ดินของเอกชน ก็ถือเป็นไม้หวงห้าม และหากดู ม.4 ของ พ.ร.ฎ.กำหนดไม้หวงห้าม 2530 นั้น จะเห็นได้ว่าต้องเป็นไม้ในป่าเท่านั้นนะครับ คำว่า "ป่า" หมายถึงอะไร ก็ดู ม.4 (1) ของ พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 ดูครับ ท่านอื่นมีความเห็นว่างัยครับ

จาก : จข กท. - 03/11/2007 10:33


ข้อความ : นค.3 มีศักดิ์เทียบกับ นส.3 (กฎหมายนิคมสร้างตนเองกับกฎหมายที่ดิน,ต่างจากกฎหมาย สปก.) ดังนั้นที่ดินดังกล่าวเป็นสิทธิ์ของผู้รับมรดกหรือผู้สืบสันดาน (ครอบครองเกินกว่า10ปี) ดังนั้นที่ดินผืนนี้เป็นที่กรรมสิทธิ์ ไม่ใช่ป่า..ตามนัย..แห่ง พรบป่าม้วย..นะยะ...อิอิ....ที่..สค...ด้วย...ทืขายมาเยอะแล้ว..เว้นไม้สักแลไม้ยาง..จำไว้..อิอิ..

จาก : กิมเอ็ง - 03/11/2007 11:11


ข้อความ : เห็นทางเดียวกันกับ พงส.ใกล้อุตดิดถ์ เพราะเคยมีประสบการณ์
- ประดู่ เป็นไม้ประเภท ก ไม้หวงห้ามธรรมดา ลำดับที่ ๘๗ การทำไม้จึงต้องขออนุญาต ตาม ม.๑๑
- ป่า กับ ไม้ ตาม ม.๔ เห็นว่าคนละเรื่องกัน ดูตาม ม.๑๔ ทวิ แล้ว(งดเว้นค่าภาคหลวง)เห็นเจตนารมณ์กฏหมายว่า ต้องขออนุญาต
- หากไม่ขออนุญาตทำไม้หวงห้ามในที่ดินกรรมสิทธิ์แล้ว คิดว่าพวกสมอ้าง สวมตอ ฉ้อราษฎร์บังหลวง สบายใจแน่

จาก : คุณหอย(สนามบิน) - 04/11/2007 12:56


ข้อความ : สอบสวนเจ้าหน้าที่นิคม ฯ ว่า นค๓ เป็นป่าหรือไม่เพื่อจะได้หมดประเด็นปัญหาข้อกฎหมาย พร้อมขอเอกสารเกี่ยวกับการได้มาซึ่งทึ่ดินดังกล่าว เพื่อพิจารณาว่าเป็นการได้มาตามกฎหมายอื่นตามกฆมายที่ดินหรือไม่ หากเป็นการได้ที่ดินมาตามกฎหมายอื่นตามกม.หมายที่ดิน ที่ดินดังกล่าวย่อมไม่ใช่ป่า เมื่อไม่ใช่ป่า ไม้ดังกล่าวย่อมไม่ใช่ไม่หวงห้าม สั่งไม่ฟ้องได้เลย สำหรับฎีกาปี๔๔และกฤษฎีกาปี๔๙ ที่ขัดแย้งกันนั้น ส่วนตัวผมเชื่อศาลครับ



จาก : พงส.ป่าไม้ - 04/11/2007 20:28


ข้อความ : เรียน คุณ 599 อุตรดิตถ์ //แฟนคลับสอบสวน 599 ทุกท่าน

ข้อ 1. นำเสนอในเรื่องเลื่อยโซ่ยนต์ ก่อน
เรื่องเสร็จที่ ๑๕๖/๒๕๔๙
บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เรื่อง หารือข้อกฎหมายเกี่ยวกับแนวปฏิบัติตามพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ. ๒๕๔๕
กรมป่าไม้ ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ทส ๑๖๑๐.๒/๑๓๕๒ ลงวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความว่า ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กรมป่าไม้) ได้เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตให้มี ผลิต หรือนำเข้าเลื่อยโซ่ยนต์ การซ่อมแซมเลื่อยโซ่ยนต์เป็นธุรกิจเพื่อสินจ้าง พ.ศ. .... และขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๓) ซึ่งในการพิจารณาร่างกฎกระทรวงดังกล่าว คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๓) ได้มีความเห็นเกี่ยวกับนิยามคำว่า “เลื่อยโซ่ยนต์” ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ. ๒๕๔๕ ว่ากรมป่าไม้จำต้องยกร่างกฎกระทรวงเพื่อกำหนดขอบเขตความหมายของเลื่อยโซ่ยนต์ต่อไป นั้น
กรมป่าไม้ได้พิจารณาดำเนินการยกร่างกฎกระทรวงตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๓) แล้ว แต่เนื่องจากเดิมกรมป่าไม้เข้าใจว่านิยามคำว่า “เลื่อยโซ่ยนต์” มีความชัดเจนแล้วโดยไม่จำต้องออกกฎกระทรวงกำหนดความหมายของเลื่อยโซ่ยนต์อีก เว้นแต่กรณีการออกกฎกระทรวงกำหนดให้ส่วนหนึ่งส่วนใดที่เป็นส่วนประกอบของเลื่อยโซ่ยนต์ให้เป็นเลื่อยโซ่ยนต์ด้วย กรมป่าไม้จึงได้ดำเนินการประกาศให้ผู้ที่มีเลื่อยโซ่ยนต์อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ. ๒๕๔๕ ใช้บังคับดำเนินการแจ้งการมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๔ จึงมีปัญหาในทางปฏิบัติว่า เลื่อยโซ่ยนต์ที่กรมป่าไม้ได้รับแจ้งไว้ก่อนดำเนินการออกกฎกระทรวงกำหนดความหมายของเลื่อยโซ่ยนต์ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ. ๒๕๔๕ จะมีผลในทางกฎหมายหรือไม่ อย่างไร
คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๓) ได้พิจารณาข้อหารือของกรมป่าไม้ โดยรับฟังคำชี้แจงจากผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) แล้ว เห็นว่า มาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ. ๒๕๔๕ บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครอง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์และเพื่อมิให้กระทบกระเทือนต่อผู้ที่มีเลื่อยโซ่ยนต์อยู่ในวันที่พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ .ศ. ๒๕๔๕ ใช้บังคับ มาตรา ๑๔[๑] แห่งพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ฯ จึงได้บัญญัติให้ผู้ที่มีเลื่อยโซ่ยนต์อยู่ในความครอบครองในวันที่กฎหมายใช้บังคับ มาขอรับใบอนุญาตภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ฯ ใช้บังคับ โดยไม่ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๔[๒] และให้นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์พิจารณาออกใบอนุญาตให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ต่อไป แต่โดยที่นับแต่วันที่พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ฯ มีผลใช้บังคับจนถึงปัจจุบันซึ่งเป็นระยะเวลาเกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ฯ ใช้บังคับแล้ว ยังไม่มีการออกกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของเลื่อยโซ่ยนต์ ตามบทนิยามคำว่า “เลื่อยโซ่ยนต์” ตามมาตรา ๓[๓] แห่งพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ฯ และกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ฯ แต่อย่างใด จึงยังไม่มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความเป็นเลื่อยโซ่ยนต์ และหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการยื่นคำขอรับใบอนุญาตมี
- 2 -
เลื่อยโซ่ยนต์ที่จะนำมาดำเนินการยื่นคำขอรับใบอนุญาตมีเลื่อยโซ่ยนต์ตามมาตรา ๑๔ ได้ ดังนั้น การที่ผู้ที่มีเลื่อยโซ่ยนต์อยู่ในความครอบครองในวันที่พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ฯ ใช้บังคับ มิได้มาขอรับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จึงไม่อาจถือได้ว่ามีความผิดตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ฯ อย่างไรก็ตาม หากต่อมามีการออกกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของเลื่อยโซ่ยนต์ และกำหนดหลักเกณฑ์ในการยื่นคำขอรับใบอนุญาตมีเลื่อยโซ่ยนต์แล้ว ผู้ที่มีเลื่อยโซ่ยนต์อยู่ในความครอบครองในวันที่พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ฯ ใช้บังคับก็ต้องมาดำเนินการยื่นคำขอรับใบอนุญาตมีเลื่อยโซ่ยนต์ให้ถูกต้องภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับต่อไป
อนึ่ง การดำเนินการแจ้งการมีอยู่ซึ่งเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองต่อนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ฯ ใช้บังคับ ก่อนมีการออกกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของเลื่อยโซ่ยนต์ ตามบทนิยามคำว่า “เลื่อยโซ่ยนต์” ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ฯ และกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ฯ ไม่ถือว่าเป็นการดำเนินการยื่นคำขอรับใบอนุญาตมีเลื่อยโซ่ยนต์ตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ฯ และต้องมาดำเนินการขอรับใบอนุญาตภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับดังกล่าวแล้วข้างต้น
(ลงชื่อ) พรทิพย์ จาละ

(คุณพรทิพย์ จาละ)

เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

ข้อ 2. ทำไม้ในที่ดิน สปก./ มีอยู่ขอค้นก่อนครับ.......

........... จำได้ว่าเคยเสนอไปแล้วครั้งหนึ่งครับ........
ขอเวลาค้นครับ ......จะนำเสนอให้......

จาก : พนักงานสอบสวนอาชีพ(อิสานใต้) - 05/11/2007 19:15


ข้อความ : เรื่องนี้มันน่าจะเกี่ยวกับการแปรรูปไม้ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้
ซึ่งประมาณหลังปี พ.ศ.2534 กระทรวงเกษตรฯ ได้ออกประกาศว่า
ทุกจังหวัดในประเทศไทย เป็นเขตควบคุมการแปรรูปไม้ เพราะฉะนั้น หากมีการทำไม้แล้วจะต้องขออนุญาตทุกกรณี เว้นแต่ไม้ที่ทำนั้นเป็นไม้นอกประเภท ตามข้อเท็จจริงในคดีนี้เป็นการทำไม้ประดู่ น่าจะมีความผิดเรื่องทำการแปรรูปไม้ฯ


จาก : พงส.ใกล้อุตรดิดถ์ - 05/11/2007 21:32


ข้อความ : ในความเห็นผมว่า ทั่วประเทศเป็นเขตควบคุมการแปรรูปไม้ การแปรรูปไม้จะต้องขออนุญาต แต่การแปรรูปไม้ที่ไม่ใช่ไม้หวงห้ามหากไม่ได้ทำเพื่อการค้าสามารถแปรรูปได้เลยไม่ต้องขออนุญาตเพราะได้รับการยกเว้นตาม มาตรา 50(4)

จาก : จ - 06/11/2007 08:54

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
webmaster
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: Aug 17, 2007
ตอบ: 1345

ตอบตอบ: 15/12/2007 9:00 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

dd
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง เศร้า ร้องไห้ เหงาหงอย โกรธ ลังเล เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ป่าไม้ ทรัพยากร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




ยิ้มซิ | เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ


การสร้างหน้าเอกสาร: 0.14 วินาที