Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ตำรวจธุรการที่ สน.บุคคโลจับ ชอบหรือไม่
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ตำรวจธุรการที่ สน.บุคคโลจับ ชอบหรือไม่
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป  
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลิขสิทธิ์ ร้านเกม
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
right
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 29/06/2013
ตอบ: 1

ตอบตอบ: 29/06/2013 12:09 pm    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)



ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกข์ที่ สน.สำเหร่ จากนั้นนำไปแจ้งความไปที่ สน.บุคคโล ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจธุรการไปจังร้านเพลงคาราโอเกะ ในพื้นที่ สน.สำเหร่ เมื่อจับแล้วนำตัวส่ง สน.สำเหร่
การจับตำรวจ สน.บุคคล มีอำนาจหรือไม่ และการจับชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
หยินหยาง
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 28/06/2008
ตอบ: 1321

ตอบตอบ: 29/06/2013 5:16 pm    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

...ถามว่า ตำรวจมีอำนาจจับหรือไม่. ตอบว่า ตำรวจทุกคน ทุกท้องที่ มีอำนาจจับทั่วราชอณาจักรไทยครับ..
...ถามว่า การจับชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่. ตอบว่า ขณะจับกุมเจ้าหน้าตำรวจพบเหตุเป็นความผิดซึ่งหน้าหรือไม่ หากพบขณะกระทำผิด ก็สามารถจับได้ครับ...
...และอยากถามกลับว่า ... ได้มีการกระทำผิดกฎหมาย ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นจริงหรือไม่... ส่ายหน้า
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เดาตามกฎหมาย
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2011
ตอบ: 516

ตอบตอบ: 29/06/2013 9:28 pm    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การร้องทุกข์ในคดีความผิดต่อส่วนตัวเป็นเงื่อนไขของการสอบสวน หากไม่มีการร้องทุกข์ พงส. ไม่มีอำนาจสอบสวน การจับกุมความผิดซึ่งหน้า ตร. ทุกคนมีอำนาจในการสืบสวนทั่งราชอาณาจักร แม้ว่าไม่มีการร้องทุกข์ในคดีความผิดต่อส่วนตัวไว้ก่อนก็ตาม แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจพบเห็นขณะที่กระทำผิด ก็แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ เช่นพบเห็นพ่อค้าขายแผ่นซีดี ละเมิดสิขสิทธิของบุคคลอื่นก็จับกุมได้ โดยไม่จำต้องมีผู้เสียหายอยู่ในที่เกิดเหตุ (แต่คงไม่มีใครกล้าจับ) หรือตำรวจขับรถผ่านมา พบเห็นนาย ก. เอาก้อนหินขว้างใส่รถ นาย ข.แตก ในขณะนั้นนาย ข. กำลังนอนหลับอยู่ในบ้าน ก็จับกุมได้ ไม่จำต้องมีการร้องทุกข์ก่อนแต่ประการใด หากต่อมาภายหลังผู้เสียหายไม่ร้องทุกข์ ก็ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาไป แต่ก็ไม่ทำให้ผู้จับกุมมีความผิดแต่การใด กับเป็นการทำหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.ละอ่อน
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 08/12/2007
ตอบ: 1026

ตอบตอบ: 30/06/2013 9:17 am    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ยิ้มเท่ห์ คดีละเมิดลิขสิธ์ิเป็นความผิดอันยอมความได้ต้องร้องทุกข์ก่อน พงส.จึงมีอำนาจสอบสวน แต่การจับกุมกับการสอบสวนเป็นคนละส่วนกัน หากพนักงานเจ้าหน้าที่พบการกระทำความผิดซึ่งหน้าก็สามารถจับกุมได้ทั้งคดียอมความได้หรืออาญาแผ่นดิน มีข้อคิดข้อพิจารณาว่าการละเมิดลิขสิทธิ์จะเป็นความผิดซึ่งหน้าหรือไม่เช่นเราไปพบที่ร้านค้ากำลังขายแผ่น CD ซึ่งก็เป็นการขายธรรมดาของร้านค้าทั่วไป เราจะรู้จะเห็นได้อย่างไรว่าร้านค้าขายCDเรื่องอะไรเป็นการละเมิดลิขสิทธ์ิของผู้อื่นให้ลูกค้าเมื่อเราไม่รู้ว่าว่าเป็นความผิดเหตุที่เกิดต่อหน้าเราก็ไม่เป็นความผิดซึ่งหน้า หากเจ้าของลิขสิทธ์ิให้สายลับไปล่อซื้อCD จากร้านค้าก็ต้องเอาCD ไปเปิดดูก่อนและตรวจสอบดูก่อนว่าแผ่นCD นั้นจะละเมิดลิขสิทธิ์ เมื่อเจ้าของลิขสิทธ์ิสืบสวนพบการละเมิดก็ต้องไปร้องทุกข์ต่อ พงส.ท้องที่ การกระทำความผิด พงส.สอบสวนมีพยานหลักฐานก็ออกหมายเรียกผู้กระทำความผิด/ไม่มาก็ขอออกหมายจับ หากมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปจะต้องมีหนังสือมอบอำนาจโดยเฉพาะเจาะจงให้ดำเนินคดีกับร้านค้าใด ละเมิดลิขสิทธ์ิใด ประกอบกับคำสั่ง ตร.สั่งการให้ พงส.ดำเนินการดังกล่าวข้างต้น กรณีตามกระทู้เป็นการจับกุมก่อนร้องทุกข์โดยอ้างว่าพบการกระทำความผิดซึ่งหน้าแล้วนำส่ง พงส.ฯจะเห็นได้ว่าตัวแทนลิขสิทธิ์จะต้องล่อซื้อCDจากร้านค้าเมื่อพบการกระทำความผิดก็จับกุมเลยยังไม่ได้รายงานต่อเจ้าของลิขสิทธิ์ๆยังไม่ได้มอบอำนาจให้ดำเนินคดีกับร้านค้าที่พบการกระทำความผิด ส่วนมากได้เขียนหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธ์ิภายหลังจับกุมหรือมอบอำนาจก่อนพบการกระทำความผิดส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือมอบอำนาจแบบเหวี่ยงแหไม่จำเพาะเจาะจงว่าให้ดำเนินคดีกับผู้ละเมิดลิขสิทธ์ิรายใดโดยวันที่เดือนปีที่มอบอำนาจก่อนการพบการกระทำความผิดเมื่อยังไม่มีทุกข์จะมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ได้อย่างไร จึงเป็นการมอบอำนาจที่ไม่ชอบฯตัวแทนจึงไม่มีอำนาจร้องทุกข์ พงส.จึงไม่มีอำนาจสอบสวน พงอ.ไม่มีอำนาจฟ้อง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
Gikcao
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 24/05/2010
ตอบ: 85

ตอบตอบ: 30/06/2013 11:10 am    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เห็นด้วยกับความคิดเห็นของ พงส.ละอ่อน ตัวแทนลิขสิทธิส่วนใหญ่โดยเฉพาะพวกที่ออกหากินกับร้านอาหารและร้านคาราโอเกะส่วนใหญ่จะไม่ใช่ตัวแทนของบริษัทโดยแท้จริง ไม่ได้มีความประสงค์จะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษอย่างแท้จริงแต่เป็นการซื้อขายความกัน โดยจะมีบุคคลกลุ่มหนึ่งออกหากินสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารหรือร้านคาราโอเกะทั้งร้านที่ได้กระทำความผิดและร้านที่ไม่ได้กระทำความผิดโดยใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย โดยส่วนใหญ่จะซื้อหนังสือมอบอำนาจเป็นรายฉบับไปแล้วจัดทีมออกหากินโดยใช้ตำรวจและพนักงานสอบสวนเป็นเครื่องมือ เมื่อตำรวจที่เห็นแก่ประโยชน์เพียงเล็กน้อยหรือพนักงานสอบสวนที่ขี้เกียจทำคดีและมีผลประโยชน์ตอบแทนบางส่วนเล็กน้อยเช่นกันตกเป็นเครื่องมือของบุคคลเหล่านี้โดยเรียกผู้ประกอบการมาตกลงยอมความโดยเสียเงินให้กลุ่มบุคคลเหล่านี้ เมื่อพวกมันได้เงินไปแล้วก็จะโยนเศษเงินเป็นค่าตอบแทนแก่ตำรวจหรือพนักงานสอบสวนเป็นค่าเหนื่อยและก็จะขอหนังสือมอบอำนาจฉบับจริงคืนไปเพื่อนำไปใช้ในพื้นที่อื่นด้วยวิธีการเดียวกันนี้ หนังสือมอบอำนาจฉบับหนึ่งส่วนใหญ่จะมีอายุประมาณ 1 เดือน และใช้หากินได้ในหลายๆพื้นที่หากมีการตกลงยอมความกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่เมื่อผู้ประกอบกิจการรายใดไม่ยอมจ่ายเงินให้กับพวกมัน ก็จะทำให้คนกลุ่มนี้ต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายและต้องสูญเสียเงินที่ได้ใช้จ่ายในการซื้อหนังสือมอบอำนาจมาและจะพยายามทำทุกวิถีทางให้เจ้าของกิจการยอมตามโดยลดเงินที่เรียกร้องลงมาจนถึงจุดที่เจ้าของกิจการยินยอมตามเพราะไม่อยากเสียเวลาโดยมีพนักงานสอบสวนบางนายช่วยในการเจรจาใกล่เกลี่ยเพราะไม่อยากรับคดี เป็นเหตุให้คนพวกนี้หากินบนความเจ็บช้ำของผู้ประกอบการได้อยู่ต่อไปและพวกนี้จะมีแบบฟร์อมคำให้การผู้กล่าวหาและพยานติดตัวมามอบให้กับพนักงานสอบสวนในกรณีจำเป็นเมื่อมีการรับคดี
ดังนั้นเพื่อให้คนพวกนี้หมดไปและไม่เข้ามาในพื้นที่อีกพนักงานสอบสวนต้องยอมเหนื่อยอย่าให้พวกมันหากินบนความเดือดร้อนของผู้อื่นได้อีก จึงควรรับคำร้องทุกข์ทุกคดีและไม่ควรเรียกผู้ประกอบการมาตกลงยอมความกับพวกมัน เมื่อไม่มีการตกลงยอมความพวกมันก็จะขาดรายได้และสูญเสียเงินที่จ่ายไปในการซื้อหนังสือมอบอำนาจ ทำมาหากินไม่ได้อีกต่อไปแล้วมันก็จะหายไปไม่เข้ามาในพื้นที่อีก ในชั้นศาลเมื่อเจ้าของกิจการต่อสู้คดีและมีการสืบพยานพวกมันก็จะไม่มาเนื่องจากไม่ใช่ตัวแทนที่แท้จริงของเจ้าของงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ต้องการจะให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษอย่างจริงจังและการมาขึ้นศาลก็จะยิ่งเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับพวกนี่อีกมากมาย จึงเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้องเพราะโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ
ดังนั้น จึงไม่ควรตกเป็นเครื่องมือของคนกลุ่มนี้ใช้ทำมาหากินโดยเห็นแก่ประโยชน์เล็กน้อย และที่สำคัญการปฏิบัติหน้าที่ต้องยึดระเบียบกฎหมายโดยเคร่งครัด เพราะพวกมันจะมีกล้องแอบบันทึกภาพ แม้มันจะทำอะไรไม่ได้มันก็อาจแกล้งร้องเรียนการปฎิบัติหน้าที่โดยไม่ลงชื่อแต่ไม่ต้องกลัวหากไม่เป็นจริงก็ชี้แจงไปตามข้อเท็จจริง
จรรณยาบรรณ ข้อ 4 พนักงานสอบสวนต้องกล้ายืนหยัดกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อเพื่อให้ความคุ้มครองและรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนในพื้นที่ของเรา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Gikcao
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 24/05/2010
ตอบ: 85

ตอบตอบ: 30/06/2013 11:33 am    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เห็นด้วยกับความคิดเห็นของ พงส.ละอ่อน ตัวแทนลิขสิทธิส่วนใหญ่โดยเฉพาะพวกที่ออกหากินกับร้านอาหารและร้านคาราโอเกะส่วนใหญ่จะไม่ใช่ตัวแทนของบริษัทโดยแท้จริง ไม่ได้มีความประสงค์จะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษอย่างแท้จริงแต่เป็นการซื้อขายความกัน โดยจะมีบุคคลกลุ่มหนึ่งออกหากินสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารหรือร้านคาราโอเกะทั้งร้านที่ได้กระทำความผิดและร้านที่ไม่ได้กระทำความผิดโดยใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย โดยส่วนใหญ่จะซื้อหนังสือมอบอำนาจเป็นรายฉบับไปแล้วจัดทีมออกหากินโดยใช้ตำรวจและพนักงานสอบสวนเป็นเครื่องมือ เมื่อตำรวจที่เห็นแก่ประโยชน์เพียงเล็กน้อยหรือพนักงานสอบสวนที่ขี้เกียจทำคดีและมีผลประโยชน์ตอบแทนบางส่วนเล็กน้อยเช่นกันตกเป็นเครื่องมือของบุคคลเหล่านี้โดยเรียกผู้ประกอบการมาตกลงยอมความโดยเสียเงินให้กลุ่มบุคคลเหล่านี้ เมื่อพวกมันได้เงินไปแล้วก็จะโยนเศษเงินเป็นค่าตอบแทนแก่ตำรวจหรือพนักงานสอบสวนเป็นค่าเหนื่อยและก็จะขอหนังสือมอบอำนาจฉบับจริงคืนไปเพื่อนำไปใช้ในพื้นที่อื่นด้วยวิธีการเดียวกันนี้ หนังสือมอบอำนาจฉบับหนึ่งส่วนใหญ่จะมีอายุประมาณ 1 เดือน และใช้หากินได้ในหลายๆพื้นที่หากมีการตกลงยอมความกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่เมื่อผู้ประกอบกิจการรายใดไม่ยอมจ่ายเงินให้กับพวกมัน ก็จะทำให้คนกลุ่มนี้ต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายและต้องสูญเสียเงินที่ได้ใช้จ่ายในการซื้อหนังสือมอบอำนาจมาและจะพยายามทำทุกวิถีทางให้เจ้าของกิจการยอมตามโดยลดเงินที่เรียกร้องลงมาจนถึงจุดที่เจ้าของกิจการยินยอมตามเพราะไม่อยากเสียเวลาโดยมีพนักงานสอบสวนบางนายช่วยในการเจรจาใกล่เกลี่ยเพราะไม่อยากรับคดี เป็นเหตุให้คนพวกนี้หากินบนความเจ็บช้ำของผู้ประกอบการได้อยู่ต่อไปและพวกนี้จะมีแบบฟร์อมคำให้การผู้กล่าวหาและพยานติดตัวมามอบให้กับพนักงานสอบสวนในกรณีจำเป็นเมื่อมีการรับคดี
ดังนั้นเพื่อให้คนพวกนี้หมดไปและไม่เข้ามาในพื้นที่อีกพนักงานสอบสวนต้องยอมเหนื่อยอย่าให้พวกมันหากินบนความเดือดร้อนของผู้อื่นได้อีก จึงควรรับคำร้องทุกข์ทุกคดีและไม่ควรเรียกผู้ประกอบการมาตกลงยอมความกับพวกมัน เมื่อไม่มีการตกลงยอมความพวกมันก็จะขาดรายได้และสูญเสียเงินที่จ่ายไปในการซื้อหนังสือมอบอำนาจ ทำมาหากินไม่ได้อีกต่อไปแล้วมันก็จะหายไปไม่เข้ามาในพื้นที่อีก ในชั้นศาลเมื่อเจ้าของกิจการต่อสู้คดีและมีการสืบพยานพวกมันก็จะไม่มาเนื่องจากไม่ใช่ตัวแทนที่แท้จริงของเจ้าของงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ต้องการจะให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษอย่างจริงจังและการมาขึ้นศาลก็จะยิ่งเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับพวกนี่อีกมากมาย จึงเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้องเพราะโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ
ดังนั้น จึงไม่ควรตกเป็นเครื่องมือของคนกลุ่มนี้ใช้ทำมาหากินโดยเห็นแก่ประโยชน์เล็กน้อย และที่สำคัญการปฏิบัติหน้าที่ต้องยึดระเบียบกฎหมายโดยเคร่งครัด เพราะพวกมันจะมีกล้องแอบบันทึกภาพ แม้มันจะทำอะไรไม่ได้มันก็อาจแกล้งร้องเรียนการปฎิบัติหน้าที่โดยไม่ลงชื่อแต่ไม่ต้องกลัวหากไม่เป็นจริงก็ชี้แจงไปตามข้อเท็จจริง
จรรณยาบรรณ ข้อ 4 พนักงานสอบสวนต้องกล้ายืนหยัดกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อเพื่อให้ความคุ้มครองและรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนในพื้นที่ของเรา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
จ๊อด
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 15/07/2010
ตอบ: 299

ตอบตอบ: 30/06/2013 10:36 pm    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่าน Gikcao พูดได้ถูกต้องตรงประเด็น ถ้ามีพนักงานสอบสวนอย่างท่าน Gikcao สักหนึ่งในสามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีศักดิ์ศรีขึ้นอีกมากมาย ตำรวจก็จะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง..... หัวเราะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ลูกแม่ปิง
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 20/06/2011
ตอบ: 509

ตอบตอบ: 01/07/2013 3:06 pm    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ดูคำสั่ง ตร. ที่ ๐๐๐๗.๒๓/๔๓๓๐ ลง ๒๒ ก.ย. ๒๕๕๕ แนวปฏิบัติในการรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีลิขสิทธิ์
ถ้าการจับ ดู สั่ง ตร. ที่ ๐๐๐๔.๖/๘๙๘๓ ลง ๒๗ ต.ค.๒๕๔๗ นะครับ
เนื้อหามีหลักปฏิบัติ ๑๐ ข้อ เอาสรุปพอสังเขป สั้นๆ
๑.ห้ามดำเนินการจับกุมผู้ประกอบการคาราโอเกะในทันทีที่มีการขอให้จับ จพง.ตร.ต้องนำรายชื่อเพลงที่มีการขอให้จับ ตรวจสอบกับบัญชีรายชื่อเพลงของกรม ทรัพย์สินทางปัญญาที่จัดส่งให้ สตช. ก่อน
๒.ถ้าพบเพลงที่มีผู้อ้างสิทธิ์ในเพลงเดียวกันหลายราย ให้แจ้งกรม Dip ตรวจสอบสิทธิในชัดเจนก่อน ห้าม จนท.ตร.จับกุม โดยเด็ดขาด
๓.ตามข้อ ๒ หากกรม Dip ยืนยันว่าเป็นเพลงที่มีผู้อ้างสิทธิ์ในเพลงเดียวกัน หลายราย ห้ามจับกุมโดยเด็ดขาด
๔.ในกรณี Dip แจ้งว่าบุคคลใดในสิทธิในเพลงดังกล่าว ตร.ตรวจสอบแล้วไม่ใช้เพลงที่มีผู้อ้างสิทธิ์ในเพลงเดียวกันหลายราย ให้ ตร.ดำเนินการต่อไป
๕.การร้องทุกข์ ผู้ร้องทุกข์ต้อง ระบุชื่อเพลงที่อ้างว่ามีการละเมิด ก่อนการจับกุมทุกครั้ง และไม่ให้ถือว่าความผิดเปิดเพลงคาคาโอเกะ เป็นความผิดซึ่งหน้า เนื่องจาก จพง.ตร.ไม่อาจทราบได้ว่าเพลงที่ขอให้จับกุม เป็นเพลงที่ผู้ขอให้จับกุมมีสิทธิที่แท้จริง ในขณะที่จับกุม
๖.ตรวจสอบเอกสาร การได้มาของลิขสิทธิ์ ในงานดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียง โดยตรวจสอบสิทธิ์โอนโดยไม่ขาดสายถึงผู้สร้างสรรค์
-หนังสือมอบอำนาจร้องทุกข์ ต้องฉบับจริง แสดงหนังสือมอบอำนาจไม่ขาดสาย จนถึงผู้มอบอำนาจรายแรก
-ตรวจสอบบัตรผู้รับมอบอำนาจออกให้โดย กรม Dip ต้องไม่หมดอายุขณะร้องทุกข์
๗.เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องไม่ร่วมกับผู้เสียหายจับกุมผู้ประกอบการคาราโอเกะ ในกรณีที่มีการล่อซื้อ โดยพวกผู้เสียหายล่อซื้อเอง เช่นกรณีผู้เสียหายเป็นผู้หยอดเหรียญเอง
๘.ลงบันทึก ให้ระบุชัดเจนว่าจับกุมละเมิดลิขสิทธิ์เพลงอะไร ใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
๙.การปล่อยตัวชั่วคราว วงเงินประกันเงินสด ๕๐,๐๐๐ บาท ห้ามให้ผู้เสียหายใช้วงเงินประกันเป็นข้อต่อรองเจรจา
๑๐.ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจรจาตกลงค่ายอมความระหว่างผู้เสียหาย กับผู้ต้องหา ห้ามตำรวจเข้าไปมีผลประโยชน์ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้เสียหาย ในทางเรียกรับผลประโยชน์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 1059

ตอบตอบ: 01/07/2013 8:15 pm    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เห็นด้วยกับ พงส.ละอ่อน แต่ด้วยความเคารพสำหรับในส่วน การร้องทุกข์ล่วงหน้านั้น มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2695/2546

ร. เป็นผู้รับมอบอำนาจให้ทำการแทนโจทก์ในประเทศไทยรู้เรื่องการกระทำความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 69 และ 70 ประกอบมาตรา 30 และ 31 ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2541 ส่วนการตรวจสอบคอมพิวเตอร์และโปรแกรมที่ซื้อมา ก็เพื่อให้ได้หลักฐานชัดเจนยิ่งขึ้นอันจะเป็นประโยชน์ในการฟ้องคดี ไม่ใช่เพื่อให้รู้ถึงการกระทำความผิดเมื่อ ร. มีอำนาจร้องทุกข์และฟ้องร้องดำเนินคดีแก่ผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์แทนโจทก์ เช่นเดียวกับผู้จัดการหรือผู้แทนอื่นของโจทก์ ร. ก็ดี ผู้จัดการหรือผู้แทนอื่นของโจทก์ก็ดีต้องดำเนินการร้องทุกข์หรือฟ้องร้องภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2541 ซึ่งเป็นวันที่ ร. รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดเป็นครั้งแรกแม้โจทก์จะเพิ่งรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2542 ก็ไม่ทำให้อายุความขยายออกไป และกระทู้ที่
http://www.google.co.th/url?sa=t&rct=j&q=%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%8C%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2&source=web&cd=1&cad=rja&sqi=2&ved=0CCgQFjAA&url=http%3A%2F%2Fwww.sobsuan.com%2Fmodules.php%3Fname%3DForums%26file%3Dviewtopic%26p%3D29052%26sid%3D77cafe5b6c3eb5d36e029d01531a120e&ei=bn7RUeLZEoPirAe0kYCgAQ&usg=AFQjCNHBeT9cnrU_ziW6kTAeTQvT8mw0Ig

ซึ่ง หากแปลคำว่าร้องทุกข์ตามนิยาม ป.วิ.อ.ก็น่าจะต้องมีความเสียหายเกิดขึ้นก่อนด้วย จึงจะร้องทุกข์ได้ แต่เห็นว่ากรณีนี้มิใช่เรื่องร้องทุกข์ แต่เป็นเรื่องการมอบอำนาจ ซึ่งให้มีอำนาจร้องทุกข์ด้วย เป็นเรื่องการให้มีอำนาจตามที่ได้มอบไว้เท่านั้น จึงร้องทุกข์ไว้ล่วงหน้าได้ ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 922

ตอบตอบ: 01/07/2013 10:28 pm    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำสั่ง ตร. ที่ ๐๐๐๔.๖/๘๙๘๓ ลง ๒๗ ต.ค.๒๕๔๗ ตามความเห็นของท่าน ลูกแม่ปิง
๕.การร้องทุกข์ ผู้ร้องทุกข์ต้อง ระบุชื่อเพลงที่อ้างว่ามีการละเมิด ก่อนการจับกุมทุกครั้ง
และไม่ให้ถือว่าความผิดเปิดเพลงคาคาโอเกะ เป็นความผิดซึ่งหน้า เนื่องจาก
จพง.ตร.ไม่อาจทราบได้ว่าเพลงที่ขอให้จับกุม เป็นเพลงที่ผู้ขอให้จับกุมมีสิทธิที่แท้จริง ในขณะที่จับกุม
.............
เคยเจอแบบนี้ไหมครับ มาร้องทุกข์เสร็จแล้ว เพลงของบริษัทฯปรากฎตามเอกสารที่มอบให้ พงส.
ถ้า พงส.จะให้ พงส.ลงประจำวันทั้งหมดก็สุดแท้แล้วแต่ พงส. ถ้าไม่ลงก็รับผิดชอบเอาเอง
แล้วพาตำรวจไปร้านคาราโอเกะ แล้วเปิดก็เลือกเพลงของบริษัท ขึ้นมาร้องต่อหน้าตำรวจพร้อมถ่ายวีดีโอเก็บ
ไว้เป็นหลักฐาน ถ้าบอกว่าไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า จับไม่ได้ อันนี้ คนจับก็ต้องรับผิดชอบเอาเอง
ส่วนคำสั่ง ตร. ที่ ๐๐๐๔.๖/๘๙๘๓ ลง ๒๗ ต.ค.๒๕๔๗ จะคุ้มครองเรื่องนี้ได้ทุกรณีหรือไม่
ก็ต้องตีความกันเอาให้ดีๆ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
มหายศ
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 05/09/2007
ตอบ: 27

ตอบตอบ: 02/07/2013 10:45 am    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณคนเมืองป่า ความผิดซึ่งหน้านั้น กฎหมายให้อำนาจเจ้าพนักงานที่จะจับได้โดยไม่มีหมายจับ มิได้หมายความว่ากฎหมาย"บังคับให้จับ" และไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดบังคับให้ต้องจับ แต่การจะจับหรือไม่อยู่ที่ดุลยพินิจของเจ้าพนักงาน การไม่จับมิได้หมายความว่าจะไมดำเนินคดี เพียงแต่อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าผู้กระทำมีความผิดตามที่กล่าวหาหรือไม่ เป็นการคุ้มครองผู้ที่ไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย ซึ่งหากหลังจากนั้นจากการรวบรวมพยานหลักฐานพบว่ามีการกรทำผิดจริง จึงดำเนินการเพื่อให้ได้ตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนคำสั่ง ตร. ที่ ๐๐๐๔.๖/๘๙๘๓ ลง ๒๗ ต.ค.๒๕๔๗ จึงชอบแล้ว
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 922

ตอบตอบ: 02/07/2013 12:40 pm    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เอ้า! ท่านมหายศ ผมต้องขอความรู้จากท่านหน่อยนะครับว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเลือกปฏิบัติในความผิดซึ่งหน้า
อย่างนั้นได้ใช่หรือไม่ครับ แม้ท่านมหายศแต่งเครื่องแบบเห็นคนถูกข่มขืน ร้องขอความช่วยเหลือ ท่านมหายศ
ก็เลือกที่จะเข้าไปจับกุมหรือไม่ก็ได้อย่างนั้นใช่หรือไม่ครับ โดยอ้างว่ากฎหมายไม่ได้บังคับให้จับ เพียงแต่ให้
อำนาจที่จะจับโดยไม่มีหมายจับเท่านั้น ส่วนการใช้ดุลพินิจผมว่าเป็นเรื่องใช้ดุลพินิจว่า เป็นความผิดซึ่งหน้าหรือไม่ต่างหาก ไม่ใช่การใช้ดุลพินิจในการเลือกที่จะจับหรือไม่จับ
หากใช้ดุลพินิจว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าแล้วไม่จับ อันนี้ผมว่ามีปัญหาแน่ๆ ครับ ขอคำแนะนำเป็นความรู้หน่อยนะครับ

(ลองอ่าน คำสั่ง ตร.ดูดีๆ ครับ เขาบอกว่า มิให้ถือว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า นั่นต้องดูข้อเท็จจริงนะครับ หาก
ข้อเท็จจริงมันเป็นความผิดซึ่งหน้า จะไปตีความว่าไม่ใช่ซึ่งหน้า ไม่ได้ ดังนั้นต้องดูข้อเท็จจริงในการพบการกระทำความผิด ไม่ใช่ว่าให้ถือว่า กรณีเพลงคาราโอเกะไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าทุกกรณี)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
มหายศ1966
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 24/02/2010
ตอบ: 17

ตอบตอบ: 02/07/2013 5:32 pm    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มีผู้เสียหายมาแจ้งว่ามีผู้บุกรุกที่ดินของผู้เสียหาย โดยยืนยันว่าผู้บุกรุกกำลังกระทำผิดอยู่ พร้อมกับนำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ และ พบว่ามีผู้กำลังอยู่ในที่ดินของผู้เสียหาย โดยกำลังทำการอะไรบางส่วนที่ยังไม่แน่ชัดว่าเข้าไปโดยชอบหรือไม่ แต่ผู้เสียหายยืนยันว่าไม่มีอำนาจเข้าไป และ ยืนยันให้จับกุมโดยอ้างว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า คุณจะจับหรือไม่ครับ / ซึ่งสิ่งที่เห็นกับสิ่งที่เป็นจริงอาจไม่ใช่วิ่งที่เห็นก็ได้ ผู้เข้าไปอาจเข้าไปโดยอาศัยอำนาจตามสัญญา ซึ่งหากเรารีบจับกุมตามคำยืยันของผู้เสียหายโดยยังไม่ทันสอบสวนให้ชัดเจนเสียก่อนว่าผู้เข้าไปดังกล่าวกระทำผิดตามที่กล่าวหาจริง ดังน้ัน การจะจับกุมผู้ใดที่มิใช่ความผิดชัดเจน ดังเช่นตัวอย่างเพลงคาราโอเกะ อาจจะไม่ใช่ลิขสิทธิของผู้เสีหยาโดยแท้จริงด็ได้ การที่ไม่จับจะมีความผิดก็ต่อเมื่อได้กระทำไปโดยมีเหตุจูงใจโดยไม่สุจริต หากสุจริตแล้ว การไม่จับซึ่งไม่ทำให้ผลคดีเสียหาย จึงไม่เป็นความผิด แต่น่าจะเป็นการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผมก็ทำงานโดยยึดหลักเช่นนี้ตลอด ไม่กลัวว่าจะถูกผู้เสียหายเล่นงาน เพราะทำหน้าที่โดยสุจริต / และ ถ้าหากคุคิดว่าเมื่อผู้เสียหายยืนยันให้จับแล้วจะต้องทำตาม ผมว่าคุณได้มอบอำนาจการตัดสินใจให้กับผู้เสียหายแล้ว ซึ่งไม่น่าจะถูกต้อง และ กากคุณคิดว่ามีกฎหมายบังคับให้ต้องจับในความผิดซึ่งหน้า ช่วยนำมาแสดงหน่อย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 1059

ตอบตอบ: 02/07/2013 7:55 pm    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขออภัย เขียนผิดครับ แก้ไข......จึงมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ไว้ล่วงหน้าได้ ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 922

ตอบตอบ: 02/07/2013 8:03 pm    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านมหายศ คงจะเข้าใจผิดอะไรบางอย่างแล้วนะครับ โปรดอ่านความเห็นของผมให้ดีๆ ครับนะครับ ว่า
ข้อเท็จจริงของผมนั้นคือมีการร้องทุกข์ต่อ พงส.เรียบร้อยแล้ว นั่นแสดงว่ามีการตรวจสอบเอกสาร ตรวจสอบสิทธิ
ตรวจสอบการได้รับอนุญาต ถามปากคำผู้ร้องทุกข์เรียบร้อยแล้ว จึงพากันไปยังที่เกิดเหตุและให้ตำรวจ
ที่จับกุมเห็นการกระทำผิดด้วยตัวเอง ซึ่งต่างกับกรณีทีท่านมหายศ1966 ได้ให้ข้อเท็จจริงมา
คือไม่มีการมาร้องทุกข์ต่อ พงส. ไม่มีการตรวจสอบเอกสาร ไม่มีการตรวจสอบสิทธิ ดังนี้แล้วเจ้าพนักงานผู้จับกุม
ไม่อาจทราบได้ว่าที่ดินดังกล่าวใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิหรือใครมีสิทธิครอบครอง เพราะไม่มี
เอกสารอะไรเลยมาแสดง ตำรวจย่อมอ้างได้ว่าไม่เชื่อตามคำกล่าวอ้างเพียงลอยๆ และที่สำคัญยังไม่รู้เลยว่า
เขาเข้าไปเพื่อยึดถือการครอบครองอย่างไร หรือรบกวนการครอบครองอย่างไร ซึ่งเป็นองค์ประกอบของความผิด
ซึ่งท่านมหายศ1966 ก็ไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดไว้ด้วยซ้ำ หากตำรวจผู้ปฏิบัติเห็นว่า
ไม่มีพยานหลักฐานทำให้เชื่อว่าที่ดินเป็นของใครหรือไม่ครบองค์ประกอบความผิด ย่อมสามารถใช้ดุลพินิจได้
ว่าไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า ทำให้ไม่มีอำนาจจับกุม จึงไม่สามารถจับกุมได้ แต่หากข้อเท็จจริงเปลี่ยนไป การใช้ดุลพินิจ
ว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าหรือไม่ก็ย่อมเปลี่ยนไป หากใช้ดุลพินิจว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าแล้ว อยากรู้เหมือนกันว่าจะใช้
ดุลพินิจไม่จับกุมได้หรือไม่

และสิ่งที่ผมโต้แย้งคือ ตำรวจสามารถใช้ดุลพินิจว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าหรือไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า แต่ไม่อาจใช้ดุลพินิจ
ว่าจะจับหรือไม่จับ เพราะหากใช้ดุลพินิจว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าแล้ว ต้องดำเนินการจับกุม หากไม่จับท่านต้อง
อ้างเหตุว่า แม้เป็นความผิดซึ่งหน้าไม่จับกุมก็ได้เพราะ.... อันนี้ท่านมหายศ ต้องอธิบายเหตุผลแล้วครับ

โปรดอ่านประเด็นข้อโต้แย้งผมให้ละเอียดอีกนิดนะครับ ว่า
๑.ผมโต้แย้งท่านมหายศเรื่องดุลพินิจในเรื่องการจับ ไม่ได้โต้แย้งว่าตำรวจสามารถดุลพินิจว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าได้หรือไม่
๒.ข้อเท็จจริงของผมคือมีการร้องทุกข์ ต่อ พงส. นำเอกสารหลักฐานต่างๆ มามอบให้ พงส.ตรวจสอบแล้ว ต่างกับข้อเท็จจริงของ
ท่านมหายศ
...ซึ่งผมเห็นว่า หากมีการร้องทุกข์ต่อ พงส.แล้ว ถ้าพงส.เห็นว่า ยังต้องตรวจสอบอะไรอีก ก็ต้องบอกผู้มาร้องทุกข์
และลงลายละเอียดในบันทึก ปจว.ว่า ยังขาดหลักฐานอะไรอีก ต้องนำหลักฐานอะไรมาแสดงอีก แนะนำในบันทึก ปจว.ไปเลย
อย่างนี้ พงส.ปลอดภัยครับ ถ้าไม่ลงรายละเอียดอะไร ก็ต้องถือว่า พงส.ได้ตรวจสอบครบถ้วนแล้ว ส่วนตำรวจผู้ปฏิบัติก็ได้ปฏิบัติ
ตามคำสั่งของ ตร.แล้วนี่ครับ ว่าต้องให้มีการร้องทุกข์ก่อน จึงจะไปจับกุมได้ แล้วจะเอาอะไรอีกกับผู้ปฏิบัติละครับ (ผมก็พิมพ์ชัดเจน
นะครับว่า มาร้องทุกข์ มอบเอกสารรายละเอียดต่างๆให้ พงส. จึงได้พาตำรวจไปจับหลังจากร้องทุกข์ต่อ พงส.)
ส่วนประเด็นหากพบการกระทำความผิดซึ่งหน้า กฎหมายที่บังคับให้ต้องจับคือ ๑๕๗ ครับพี่น้อง
และช่วยตอบคำถามนี้ด้วยนะครับ
ท่านมหายศแต่งเครื่องแบบเห็นคนถูกข่มขืน ร้องขอความช่วยเหลือ ท่านมหายศ
ก็เลือกที่จะเข้าไปจับกุมหรือไม่ก็ได้อย่างนั้นใช่หรือไม่ครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Gikcao
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 24/05/2010
ตอบ: 85

ตอบตอบ: 02/07/2013 10:25 pm    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ไม่ได้มาโต้แย้งใครแต่ขอออกความเห็นเป็นการส่วนตัวดังนี้
ความผิดที่เกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์โดยเฉพาะ
การละเมิดในการแพร่เสียงแพร่ภาพต้องดูข้อเท็จจริง
หลายอย่างประกอบกัน หากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ใน
งานเพลง สิ่งที่ยากต่อการตรวจสอบก็คือการเป็นเจ้า
ของลิขสิทธิ์ การโอนลิขสิทธิ์ การอนุญาตให้ใช้ลิข
สิทธิ์ เนื่องจากสิ่งที่ผมเขียนมาในเรื่องเกี่ยวกับลิขสิทธิ์
ไม่ต้องมีการจดทะเบียน หากผู้ทำนิติกรรมไม่แจ้งให้
กรมทรัพย์สินทางปัญญาบันทึกไว้ในข้อมูลก็เป็นการ
ยากที่จะตรวจสอบว่าผู้ถูกกล่าวหาได้รับสิทธิมาใน
ทางใดทางหนึ่งหรือไม่ หรือได้ละเมิดงานอันมีลิข
สิทธิ์หรือไม่ และในการแพร่เสียงแพร่ภาพมีทั้งที่เป็น
ความผิดและไม่เป็นความผิดแม้จะมีการละเมิดลิขสิทธิ์
ซึ่งบางอย่างหากไม่ได้แสวงหากำไรในทางการค้าก็ไม่
เป็นความผิด การละเมิดลิขสิทธิ์ในงานเพลงบางครั้งก็
มีปัญหาในเรื่องลิขสิทธิ์ซ้ำซ้อนซึ่งผู้ปฏิบัติจะต้องมีความ
รู้ความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้พอสมควร ส่วนการจับกุม
การละเมิดลิขสิทธิ์ในงานเพลงของสถานประกอบการ
นั้นแม้จะเป็นเหตุซึ่งหน้าแต่อาจไม่เป็นความผิดก็ได้
เนื่องจากเราไม่อาจทราบได้ว่าในขณะนั้นงานเพลงที่
ปรากฎแก่สายตาของเราเป็นงานเพลงที่ละเมิดลิขสิทธิ์
ของบุคคลที่อ้างว่าสถานประกอบการนั้นๆละเมิดลิขสิทธิ์
ของเขา แม้จะมีเอกสารหลักฐานต่างๆมายืนยันแต่เอกสาร
หลักฐานดังกล่าวส่วนใหญ่ที่นำมาแสดงเมื่อร้องทุกข์จะ
เป็นเอกสารหลักฐานที่ออกโดยบุคคลผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
ในงานเพลงนั้นเอง เช่นหนังสือรับรองสิทธิ์ฯ ดังนั้นการที่
จะสามารถตรวจสอบไ้ด้ว่างานเพลงนั้นเป็นงานเพลงที่
ละเมิดลิขสิทธิ์และเป็นของบุคคลผู้กล่าวอ้างจริงจึง
ต้องตรวจสอบไปที่สำนักลิขสิทธิ์ หรือที่
www.ipthailand.org หากมีการอ้างสิทธิในเพลง
เดียวกันหลายรายให้แจ้งกรมทรัพย์สินทางปัญญาตรวจ
สอบให้ชัดเจนก่อนและในกรณีที่กรมทรัพย์สินทาง
ปัญญาเป็นเพลงที่มีผู้อ้างสิทธิ์ในเพลงเดียวกันหลาย
ราย ห้ามดำเนินการจับกุมโดยเด็ดขาด ในกรณีที่กรม
ทรัพย์สินทางปัญญาแจ้งว่าบุคคลใดมีสิทธิ์ในงานเพลง
ดังกล่าวหรือเจ้าพนักงานตำรวจตรวจสอบแล้วปรากฎ
ว่าไม่ใช่เพลงที่มีผู้อ้างสิทธิ์ในเพลงเดียวกันหลายราย
ก็ให้เจ้าพนักงานตำรวจดำเนินการต่อไปโดยผู้เสียหาย
จะต้องแจ้งความร้องทุกข์และระบุชื่อเพลงที่อ้างว่ามี
การละเมิดก่อนทำการจับกุมทุกคดี และมิให้ถือว่าความ
ผิดฐานเปิดเพลงคาราโอเกะเป็นความผิดซึ่งหน้า
เนื่องจากความผิดฐานเปิดเพลงคาราโอเกะ เจ้าพนักงาน
ตำรวจไม่อาจทราบได้ว่าเพลงที่ขอให้จับกุมมีสิทธิที่แท้จริง
ในขณะจับกุมหรือไม่ เจ้าพนักงานตำรวจจึงต้องตรวจ
สอบสิทธิก่อน ดังนั้นการจับกุมในเหตุซึ่งหน้าในลักษณะนี้
จึงแทบจะไม่มีเกิดขึ้น และกฎหมายมองที่เจตนาของ
ผู้ปฏิบัติเป็นสำคัญ เมื่อเชื่อว่าไม่มีอำนาจจับกุมและ
ไม่เข้าทำการจับกุมโดยมีเหตุผลรับฟังได้ดังที่กล่าวไว้แล้ว
ก็ไม่อาจที่จะเป็นความผิดต่อกฎหมาย แต่ไม่ว่าจะอย่างไร
ก็ตามการจับกุมไม่ใช่ทางออกของปัญหาเนื่องจาก
กฎหมายได้บัญญัติวิธีการปฏิบัติในเรื่องของการดำเนิน
คดีในเหตุที่มีการแจ้งความร้องทุกข์ต่อผู้กระทำความผิด
ไว้แล้วตาม ป.วิอาญามาตรา 134 วรรคท้าย ซึ่งก่อนที่
จะเรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาจึงควรให้
พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานตามสมควรว่า
ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำความผิดจริงตามขอกล่าวหา
และไม่เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการ
ร้านอาหารและร้านคาราโอเกะมากเกินสมควร
อีกทั้งการใช้วิธีการจับกุมน่าจะเป็นการส่งเสริม
ให้พวกนักบินที่ใช้วิธีการซื้อหนังสือมอบอำนาจ
ที่ไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ที่แท้จริงได้มีช่องทาง
ทำมาหากินสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการโดยทั่วไป
ดังที่ผมได้กล่าวไว้แล้วในกระทู้ก่อนหน้านั้น จึงอยากให้ผู้รู้มาให้
ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติมถึงแนวทางการปฎิบัติที่ถูกต้อง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 922

ตอบตอบ: 03/07/2013 5:54 am    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ถ้ากรณีเพลงคาราโอเกะใช้หลักต้องตรวจสอบสิทธิความเป็นเจ้าของจากกรมทรัพย์สินก่อน ก็ต้องนำหลักการนี้มาใช้กับ
กรณีสิทธิในผลงานประเภทอื่นด้วย ไม่ว่าเพลงบนแผ่นซีดี,ภาพยนต์บนแผ่นซีดี,โปรแกรมคอม,เกม ฯลฯ ซึ่งก็ต้องนำ
หลักการเดียวกันมาใช้ ดังนั้นผมจึงขอทราบเหตุผลว่า เหตุใดจึงต้องมีการปฏิบัติที่แตกต่างกัน ช่วยเปรียบเทียบให้ผม
ได้ทราบด้วยครับ
ถ้ากรณี คาราโอเกะ สามารถอ้างว่า ไม่มีหลักฐานยืนยันจากกรมทรัพย์สินฯ หรือสำนักลิขสิทธิ ต้องให้ พงส.ตรวจสอบก่อน
กรณีอื่นก็ต้องอ้างได้เหมือนกัน ถ้าอ้างไม่ได้ก็ต้องอธิบายให้ทราบว่า กรณีอื่นที่มิใช่ คาราโอเกะ อ้างไม่ได้เพราะอะไร
ซึ่งผมไม่เห็นใครมาเปรียบเทียบอธิบายความแตกต่างตรงนี้เลยครับ เพราะฝ่ายกฎหมายของลิขสิทธิเขาก็อยากทราบเหมือนกัน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
มหายศ1966
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 24/02/2010
ตอบ: 17

ตอบตอบ: 03/07/2013 9:27 am    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตอบ คนเมืองป่า ป.วิอาญา มาตรา 78 บัญญัติไว้ว่า ห้ามจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับหรือ คำสั่งศาล เว้นแต่ 1.กระทำความผิดซึ่งหน้า 2.......3.....4...... ตามกฎหมายดังกล่าวหมายความว่า หลักสำคัญในการจับคือ ต้องมีหมายจับหรือคำสั่งศาล ส่วนการจับโดยความผิดซึ่งหน้านั้น เป็นข้อยกเว้นในการจับโดยไม่มีหมายจับ คนเมืองป่า จะเอาข้อยกเว้นมาเป็นหลักในการปฏิบัติ แล้วเอาหลักไปเป็นข้อยกเว้น ผมไม่เห็นด้วย การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่าจะถูกดำเนินคดีข้อหาตาม ม 157 นั้น ก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล ซึ่งมักจะเกรงกลัวผู้เสียหายมากกว่ากลัวผู้ต้องหา ก็น่าจะเป็นหลักการเอาตัวรอดที่ดีทีี่สุด สำหรับเจ้าพนักงานตำรวจทั่วไป จับไว้ก่อน ผิดไม่ผิดว่ากันที่หลัง ซึ่งหากคุณคิดว่าถูก ก็เป็นความคิดส่วนตัว ซึ่งมีตำรวจมากมายคิดเช่นเดียวกันคุณ แม้แต่ผู้บังคับบัญชาส่วนมากก็คิดอย่างเดียวกับคุณ แต่ผมไม่คิดเช่นนั้น อำนาจติดสินใจจับโดยไม่มีหมายเป็นของเจ้าพนักงานตำรวจ เนื่องจากเป็นข้อยกเว้น ซึ่งการไม่จับไม่ได้หมายความว่าจะไม่ดำเนินการอะไรเพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา หากความปรากฎในเวลาต่อมาว่าผู้ต้องหาน่าจะเป็นผู้กระทำความผิด ก็สามารถที่จะติดตามมาดำเนินคดีได้ภายในอายุความ ส่วนตัวอย่างที่คุณอ้างนั้น ชัดเจนในตัวอยู่แล้ว ส่วนการตัดสินใจจะไม่จับในความผิดซึ่งหน้านั้น เป็นเรื่องที่น่าจะต้องพิจารณารวบรวมพยานหลักฐานอื่นอีก เช่นตัวอย่างที่ผมยกอ้าง ผู้เสียหายร้องทุกข์ แสดงหลักฐานการเป็นเจ้าของที่ดิน และ รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว การที่พบผู้เข้าบุกรุกในที่ดินก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะเป็นการกระทำความผิด เพราะผู้ร้องทุกข์มักจะกล่าวอ้างแต่เรื่องที่เป็นประโยชน์สำหรับตนเอง โดยไม่บอกถึงสิ่งที่ตนเองเสียเปรียบ และ ผมขอยืนยันว่าไม่มีกฎหมายใดบังคับให้จับเมื่อพบความผิดซึ่งหน้า เป็นแต่เพียงให้มีอำนาจจับได้โดยไม่มีหมายจับเท่านั้น แต่หากการไม่จับส่อไปในทางทุจริต เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาแล้ว ม.157 ต้องตามมาแน่นอน ครับ ความสุจริตจะคุ้มครองคุณ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 922

ตอบตอบ: 03/07/2013 10:34 am    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มันก็เป็นเรื่องประหลาด ที่ส่งคำถามไปแล้ว ไม่ยอมตอบคำถามที่ผมถาม แบบนี้มันก็คุยกันลำบากครับ
ส่วนสำนวนที่กล่าวว่า เอาข้อยกเว้นมาเป็นหลัก เอาหลักมาเป็นข้อยกเว้นนั้น มันก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลยครับ
หากข้อเท็จจริงมันเข้าข้อยกเว้น ผู้ปฏิบัติเชื่อเช่นนั้นมันย่อมก่อให้เกิดอำนาจขึ้นมา ส่วนเจ้าหน้าที่มีดุลพินิจ
ว่ามันเข้าข้อยกเว้นหรือไม่ หากพิจารณาว่ามันเข้าข้อยกเว้นว่าตนเองมีอำนาจแล้ว ย่อมต้องปฏิบัติหน้าที่
หากพิจารณาว่าไม่เข้าข้อยกเว้น ก็ย่อมเห็นว่าตนเองไม่มีอำนาจ สิ่งนี้เป็นอัตวิสัยของผู้ปฏิบัติ
หากเกิดขึ้นโดยสุจริตใจย่อมไม่มีความผิด และเหตุใด ยึงไม่ตอบคำถามผมละครับ
"ท่านมหายศแต่งเครื่องแบบเห็นคนถูกข่มขืน ร้องขอความช่วยเหลือ ท่านมหายศ
ก็เลือกที่จะเข้าไปจับกุมหรือไม่ก็ได้อย่างนั้นใช่หรือไม่ครับ"
ผมถามคำถามเดิม มาเป็นครั้งที่ ๓ แล้วนะครับ ส่วนคำถามที่ท่านมหายศ ตั้งข้อเท็จจริงและถามผมมา ผมก็
ตอบคำถามให้แล้วนะครับ
ซึ่งคำถามที่ผมถามนั้น ท่านมหายศ สามารถใช้ดุลพินิจว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าหรือไม่ใช่ความผิดได้
แต่เมื่อใดที่ท่านมหายศ ได้ใช้ดุลพินิจว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าแล้ว ผมก็อยากทราบว่าท่านมหายศ จะให้ดุลพินิจ
ว่าะจับ หรือไม่จับ จะใช้ดุลพินิจตรงนี้อย่างไร ตอบคำถามทีเถอะครับ รอมานานละ
..............
ผมกับท่านมหายศ มีประเด็นที่โต้แย้งกันดังนี้นะครับ ผมขอสรุปความเห็นของผมและท่านมหายศ ดังนี้นะครับ
ท่านมหายศ เห็นว่า แม้พบการกระทำผิดซึ่งหน้า หรือเชื่อว่าเป็นการกระทำที่ครบองค์ประกอบความผิด
ก็สามารถใช้ดุลพินิจจะจับหรือไม่จับก็ได้ ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องจับกุม

ส่วนผมเห็นว่า เจ้าหน้าที่สามารถใช้ดุลพินิจปรับข้อเท็จจริงเข้ากับข้อกฎหมายว่า เป็นความผิดซึ่งหน้าหรือไม่
หากเห็นว่า ไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าหรือไม่เชื่อว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด ย่อมเข้าใจว่าตนเองไม่มีอำนาจจับกุม
แต่หากเจ้าหน้าที่เห็นว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดตามอัตวิสัยโดยสุจริตแล้ว ย่อมต้องเข้าใจว่าตนเองมีอำนาจจับกุม
ไม่อาจใช้ดุลพินิจว่าจะจับหรือไม่จับ หรือเลือกปฏิบัติ

จุดต่างมันอยู่ตรงที่ว่า ดุลพินิจในเรื่องอะไร ก็คล้ายๆ มันจะเป็นเรื่องเดียวกันได้ แต่มันก็เป็นคนละเรื่องในเรื่องเดียวกัน
แต่ถ้าจะรวมเรื่องสองเรื่องมาเป็นเรื่องเดียวกันผมเห็นว่าไม่ใช่ แม้สุดท้ายธงคำตอบในเรื่องการปฏิบัติจะเป็นแบบเดียวกันว่า
ใช้ดุลพินิจแล้วไม่ทำการจับกุม หรือใช้ดุลพินิจแล้วจึงทำการจับกุม

ผมเข้าใจความเห็นท่านมหายศ นะครับว่า แม้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดซึ่งหน้า แต่หากเจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจว่า ไม่ใช่
ความผิดซึ่งหน้า เพราะหลักฐานยังไม่พอทำให้เชื่อว่าเป็นการกระทำที่เป็นความผิด ก็สามารถไม่ทำการจับกุมได้

เพียงแต่ผมเห็นว่า ท่านมหายศ อธิบายข้ามขั้นตอนไปนิดหนึ่ง คืออธิบายแบบรวบรัดไปหาธงคำตอบเลย ซึ่งแม้จะได้
ธงคำตอบแบบเดียวกัน คือเรื่องความผิดซึ่งหน้า สุดท้ายแม้เจ้าหน้าที่จะเลือกจับหรือใช้ดุลพินิจว่าจะจับหรือไม่จับก็ได้
ซึ่งจริงๆ แล้วธงการปฏิบัตินั่นก็ถูกต้อง แต่พอเวลาจะตอบเหตุผลว่าทำไมถึงไม่จับ ผมว่าเหตุผลมันคือ ใช้ดุลพินิจพิจารณา
แล้วเห็นว่า ไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าหรือไม่เชื่อว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด จึงเข้าใจว่าไม่มีอำนาจจับจึงไม่ได้จับกุม น่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องมากว่า
ที่จะบอกว่า แม้จะเป็นความผิดซึ่งหน้าผู้ปฏิบัติที่เชื่อและเข้าใจเช่นนั้นก็ตามก็สามารถจะเลือกจับกุมหรือไม่ก็ได้
เพราะไม่มีกฎหมายบังคับ

เพราะหากใช้เหตุผลของท่านมหายศ แล้วก็จะเจอคำถามแบบนี้ ผมเลยต้องถามโดยตั้งข้อเท็จจริงผูกให้เป็นความผิดซึ่งหน้า ซึ่งผู้ปฏิบัติก็ต้องเชื่อว่าเป็นการกระทำผิด
แล้วทีนี้ก็จะหาเหตุผลมาตอบไม่ได้ว่าจะเลือกปฏิบัติ ไม่จับกุมอย่างไร หากจะบอกว่าไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องจับแม้จะเข้าใจและเชื่อว่า
เป็นความผิดซึ่งหน้าอย่างก็ตาม หากตอบแบบนี้ได้ ท่านมหายศ คงตอบไปนานแล้ว
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
มหายศ1966
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 24/02/2010
ตอบ: 17

ตอบตอบ: 03/07/2013 1:10 pm    ชื่อกระทู้: ตัวแทนลิขสิทธิ์ร้องทุกที่ สน. สำแหร่ แต่ถือใบแจ้งความ ไปที่ต ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อเท็จจริงบางเรื่อง เห็นด้วยตาเปล่า ยังไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นการกระทำความผิดจริงหรือไม่ เช่นตามตัวอย่าง ถึงแม้จะมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากหญิง อ้างว่าถูกข่มขืน แท้จริงแล้วอาจสมยอมกันแล้วไม่รับเงินค่าตัวจึงอ้างว่าถูกข่มขืน ดังนั้นการใช้ดุลยพินิจที่ถูกต้องเป็นธรรมจึงสำคัญกว่าการที่ต้องปฏิบัติโดยไม่ต้องคิดไตร่ตรองให้แน่ชัด ผมตอบในมุมกว้างๆ ตามหลักกฎหมายอย่างเช่นที่คุณอ้างว่าเข้าไปเปิดเพลงตามหลังฐานผู้ร้องทุกข์ ร้องต่อหน้าคุณ โดยอ้างว่าเป็นความผิดซึ่งหน้านั้น เพราะคุณเห็นว่ามีการเปิดเพลงตามที่เข้าอ้างว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่แท้ที่จริงแล้วจะเป็นเจ้าของจริงหรือไม่ ในขณะนั้นก็ไม่สามารถยืนยันได้ หากคุณเชื่อผู้กล่าวหา คุณจับ ปรากฎต่อมาว่าผู้ร้องทุกข์ไม่ใช้เจ้าของลิขสิทธิ์ คุณจะทำอย่างไร คุณคงตอบว่าก็สั่งไม่ฟ้อง แล้วส่ิงที่ผ่านมา ทั้งเรื่องการถูกควบคุม การต้องประกันตัว จะเยียวยาอย่างไร การให้เจ้าพนักงานใช้ดุลยพินิจนั้น เป็นสิ่งที่ดี เพื่อป้องกันคนที่ชอบใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการหาผลประโยชน์ ผมเชื่อว่าทุกคดี หลังจากเจ้าพนักงานตำรวจเข้าพบเหตุตามตัวอย่างที่คุณยกขึ้นมา เเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจเชื่อว่าหญิงถูฏข่มขืนจริง ก็ต้องจับแน่นอน เพราะปล่อยตัวไปก่อนอาจจะหลบหนีได้ แต่มิได้หมายความว่าเมื่อพบความผิดซึ่างหน้าแล้วจะจ้องจับทุกราย ไม่จับมีความผิด ผมไม่เห็นด้วย ในเรื่องนี้นั้นหน่วยงานที่มีหน้าที่กับกฎหมาย เห็นความไม่ชอบธรรมในเรื่องดังกล่าว จึงได้แก้ไข ป.วิอาญา มาตรา 134 วรรคสอง ที่ให้เจ้าพนักงานพิจารณาจะแจ้งข้อกล่าวหา หรือสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อออกหมายขังว่าจะต้องมีพยานหลักฐานตามสมควรว่าผู้นั้นน่าจะได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา เรื่องการไม่จับนั้น เคยมีคำพิพากษาศาลอะไรจำไม่ได้ กรณี นายอดิษร เพียงเกษ ฟ้อง พล.ต.อ.เสรี กับพวก ฐานละเว้นไม่จับ นายอดิศร ซึ่งศาลมีความเห็นในทำนองว่า ไม่มีกฎหมายใดบังคับให้ต้องจับ ในขณะเดียวกัน การจะจับใครได้นั้นจะต้องมีข้อยกเว้นหลายประการ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลิขสิทธิ์ ร้านเกม ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 2

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.12 วินาที