Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ขอย้อน..มีหมายจับ/เข้ามอบตัว/..บันทึกจับกุมหรือบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา.....ภาค ๓
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สุขภาพ l ศึกษา l กีฬา l เกม l อดิเรก l ข่าว l รัก l ความรู้ l ไอที l งาน l ซื้อขาย l ท่องเที่ยว l โรงแรม l การเงิน l ธุรกิจ l บันเทิง l บ้าน l บ้านจัดสรร l สังคม l สวย l กล้อง l มือถือ l รถ l กวี l บล็อก l ศิลป์ l สัตว์ l หน่วยงาน l หนังสือ l โหลด l อาหาร l เนต l โปรโมทเว็บฟรี l เนติบัณฑิต
ขอย้อน..มีหมายจับ/เข้ามอบตัว/..บันทึกจับกุมหรือบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา.....ภาค ๓
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> จับ ค้น ควบคุม
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 06/04/2012 11:06 pm    ชื่อกระทู้: ขอย้อน..มีหมายจับ/เข้ามอบตัว/..บันทึกจับกุมหรือบันทึกแจ้งข้อ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรียน แฟนคลับสอบสวน ๕๙๙ ทุกท่าน

ข้อ ๑. ตามกระทู้ที่นำเสนอไปแล้ว/.....ท่าน "CROW"......" เคียงเลตะวันออก".....และอีกหลายท่าน

ขอเสียงหน่อย....อุ้ยมิใช่...ขอความเห็นด้วย

เมื่อพจิารณาตามฎีกานี้.น่าที่จะชัดเจนมาก...............



.............. ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5042/2549

พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์

นาย...(ขออนุญาต ลบชื่อจำเลยออก/เดี๋ยว เดือดร้อน...ท่านจ้อยฯ ต้อง ว.๑๓ มาแจ้งอีกว่า ว่า จำเลยโวยวายว่า..หมิ่นประมาท) จำเลย

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 มาตรา 51, 53
จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วจำเลยให้การปฏิเสธโดยจำเลยมิได้ถูกควบคุมตัวไว้ การเข้ามอบตัวของจำเลยดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกจับกุม การฟ้องคดีจึงไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 51 และมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวฯ
________________________________
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 83, 33 ริบของกลาง
ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า คดีไม่ปรากฏว่ามีการผัดฟ้อง และไม่ได้รับอนุญาตให้ฟ้องจากอัยการสูงสุดตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 มาตรา 51, 53 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยรองอัยการสูงสุดรักษาราชการแทนอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า “การฟ้องคดีอาญาที่เด็กหรือเยาวชนกระทำความผิดต่อศาลเยาวชนและครอบครัวนั้นพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 มาตรา 51 บัญญัติให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวให้ทันภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เด็กหรือเยาวชนนั้นถูกจับกุม ถ้าฟ้องไม่ทันก็จะต้องมีการขอผัดฟ้องต่อศาลตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่กฎหมายมาตรานี้กำหนดไว้ หากพ้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 51 พนักงานอัยการจะฟ้องคดีได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุดตามที่มาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติไว้ ซึ่งเป็นบทบัญญัติของกฎหมายที่มีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเด็กหรือเยาวชนไว้เป็นพิเศษต่างหากจากการฟ้องคดีอาญาต่อผู้ใหญ่ โดยมีกรอบระยะเวลาในการฟ้องคดีกำหนดไว้ไม่ปล่อยให้พนักงานอัยการฟ้องคดีเด็กหรือเยาวชนเมื่อใดก็ได้ตามอำเภอใจ แต่จุดเริ่มของการนับระยะเวลาตามบทบัญญัติดังกล่าวจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการจับกุมเด็กหรือเยาวชนแล้วเท่านั้น สำหรับคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่าเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2547 จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วจำเลยให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนส่งตัวจำเลยไปสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครสวรรค์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2547 ระหว่างสอบสวนจำเลยไม่ถูกควบคุมตัว เนื่องจากเป็นการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์การนับระยะเวลาตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 จึงยังไม่เกิดขึ้น เพราะการเข้ามอบตัวของจำเลยต่อพนักงานสอบสวนยังถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกจับกุมตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว การฟ้องคดีนี้จึงไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 51 และมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 ซึ่งจะต้องผัดฟ้องและได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุดให้ฟ้องคดี ที่ศาลล่างทั้งสองไม่ประทับฟ้องโจทก์นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น”

พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้ศาลชั้นต้นประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป





( อดิศักดิ์ ทิมมาศย์ - วิชา มหาคุณ - สุรภพ ปัทมะสุคนธ์ )





หมายเหตุ

มีข้อโต้เถียงกันว่าการที่ผู้ต้องหาทราบว่าถูกกล่าวหาหรือออกหมายจับ จึงเข้าพบพนักงานสอบสวน เช่นนี้ ถือเป็นการจับหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้ได้วินิจฉัยว่า จำเลยเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วจำเลยให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนส่งตัวจำเลยไปสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนฯ ระหว่างสอบสวนจำเลยไม่ถูกควบคุมตัว เนื่องจากเป็นการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี การเข้ามอบตัวของจำเลยต่อพนักงานสอบสวนยังถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกจับกุม แม้คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้จะวินิจฉัยถึงการจับกุมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา 51 และ 53 ก็ตาม แต่น่าถือเป็นบรรทัดฐานได้ว่าไม่เป็นการจับเช่นเดียวกับ ป.วิ.อ.

การที่ผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวนนั้น จะเป็นการจับหรือไม่ จะต้องเป็นการพิจารณาถึงขั้นตอนการดำเนินงานของพนักงานสอบสวนด้วย ในหลักเบื้องต้นแล้ว การที่ผู้ต้องหาถูกเรียกหรือส่งตัวมา หรือเข้าหาพนักงานสอบสวนหรือปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ต้องหายังไม่เป็นการจับจนกว่าพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ทั้งนี้เพราะ ป.วิ.อ. มาตรา 134 วรรคห้า ได้บัญญัติว่า เมื่อได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ถ้าผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่ได้มีการออกหมายจับ แต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้นั้นได้ตามมาตรา 71 พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อออกหมายจับโดยทันที... จากบทบัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการที่ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนไม่ใช่ผู้ถูกจับเมื่อยังไม่มีการออกหมายจับ แม้พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อกล่าวหายังถือไม่ได้ว่าเป็นการจับเว้นแต่พนักงานสอบสวนจะเห็นว่าเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 66, 71 87 และ 88 จึงจะออกหมายขัง การที่พนักงานสอบสวนออกหมายขังน่าจะพอถือได้แล้วว่าเป็นการจับผู้ต้องหาหรือพนักงานสอบสวนอนุญาตให้ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวก็น่าจะถือได้เช่นเดียวกันว่าเป็นการจับแล้ว หากมิได้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวก็น่าจะถือไม่ได้ว่าเป็นการจับ

ผลแตกต่างระหว่างการถือว่าเป็นการจับกับถือไม่ได้ว่าเป็นการจับอยู่ที่ว่า หากถือว่าเป็นการจับและกรณีที่ออกหมายจับผู้ต้องหาไว้ หมายจับจะสิ้นผลตามมาตรา 68 และพนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวผู้ถูกจับไว้ในระหว่างสอบสวนได้ตามความจำเป็นตามบทบัญญัติมาตรา 87

การที่จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนจนพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วจำเลยให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนส่งตัวจำเลยไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจึงน่าจะถือว่าเป็นการจับแล้ว แม้พนักงานสอบสวนจะไม่ได้ควบคุมตัวจำเลยไว้ แต่ได้ส่งตัวไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนฯ มิได้ปล่อยตัวไป ซึ่งเป็นขั้นตอนในการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีอาญาแก่ผู้กระทำซึ่งเป็นเยาวชน ซึ่งมีผลในทำนองเดียวกันกับการขังผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ใหญ่





ศิริชัย วัฒนโยธิน

หน้าแรก

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พงส.อาชีพ(อิสานใต้) เมื่อ 06/04/2012 11:12 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 06/04/2012 11:11 pm    ชื่อกระทู้: Re: ขอย้อน..มีหมายจับ/เข้ามอบตัว/..บันทึกจับกุมหรือบันทึกแจ้ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรียน แฟนคลับสอบสวน ๕๙๙

ข้อ ๑. หมายเหตุ/นี้ มิใช่ เขียนแต่งขึ้นเองนะครับ...เป็นหมายเหตุ ท้าย ฎีกา...ครับ

หมายเหตุ...

มีข้อโต้เถียงกันว่าการที่ผู้ต้องหาทราบว่าถูกกล่าวหาหรือออกหมายจับ จึงเข้าพบพนักงานสอบสวน เช่นนี้ ถือเป็นการจับหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้ได้วินิจฉัยว่า จำเลยเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วจำเลยให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนส่งตัวจำเลยไปสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนฯ ระหว่างสอบสวนจำเลยไม่ถูกควบคุมตัว เนื่องจากเป็นการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี การเข้ามอบตัวของจำเลยต่อพนักงานสอบสวนยังถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกจับกุม แม้คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้จะวินิจฉัยถึงการจับกุมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา 51 และ 53 ก็ตาม แต่น่าถือเป็นบรรทัดฐานได้ว่าไม่เป็นการจับเช่นเดียวกับ ป.วิ.อ.

การที่ผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวนนั้น จะเป็นการจับหรือไม่ จะต้องเป็นการพิจารณาถึงขั้นตอนการดำเนินงานของพนักงานสอบสวนด้วย ในหลักเบื้องต้นแล้ว การที่ผู้ต้องหาถูกเรียกหรือส่งตัวมา หรือเข้าหาพนักงานสอบสวนหรือปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ต้องหายังไม่เป็นการจับจนกว่าพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ทั้งนี้เพราะ ป.วิ.อ. มาตรา 134 วรรคห้า ได้บัญญัติว่า เมื่อได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ถ้าผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่ได้มีการออกหมายจับ แต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้นั้นได้ตามมาตรา 71 พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อออกหมายจับโดยทันที... จากบทบัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการที่ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนไม่ใช่ผู้ถูกจับเมื่อยังไม่มีการออกหมายจับ แม้พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อกล่าวหายังถือไม่ได้ว่าเป็นการจับเว้นแต่พนักงานสอบสวนจะเห็นว่าเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 66, 71 87 และ 88 จึงจะออกหมายขัง การที่พนักงานสอบสวนออกหมายขังน่าจะพอถือได้แล้วว่าเป็นการจับผู้ต้องหาหรือพนักงานสอบสวนอนุญาตให้ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวก็น่าจะถือได้เช่นเดียวกันว่าเป็นการจับแล้ว หากมิได้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวก็น่าจะถือไม่ได้ว่าเป็นการจับ

ผลแตกต่างระหว่างการถือว่าเป็นการจับกับถือไม่ได้ว่าเป็นการจับอยู่ที่ว่า หากถือว่าเป็นการจับและกรณีที่ออกหมายจับผู้ต้องหาไว้ หมายจับจะสิ้นผลตามมาตรา 68 และพนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวผู้ถูกจับไว้ในระหว่างสอบสวนได้ตามความจำเป็นตามบทบัญญัติมาตรา 87

การที่จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนจนพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วจำเลยให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนส่งตัวจำเลยไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจึงน่าจะถือว่าเป็นการจับแล้ว แม้พนักงานสอบสวนจะไม่ได้ควบคุมตัวจำเลยไว้ แต่ได้ส่งตัวไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนฯ มิได้ปล่อยตัวไป ซึ่งเป็นขั้นตอนในการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีอาญาแก่ผู้กระทำซึ่งเป็นเยาวชน ซึ่งมีผลในทำนองเดียวกันกับการขังผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ใหญ่

ข้อ ๒. /.....ตามที่ "อิสานใต้" นำเสนอไว้เดิมนั้น...น่าที่จะยุติได้โดย
หมายเหตุ...ท้ายฎีกานี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5042/2549

พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์

นาย...(ขออนุญาต ลบชื่อจำเลยออก/เดี๋ยว เดือดร้อน...ท่านจ้อยฯ ต้อง ว.๑๓ มาแจ้งอีกว่า ว่า จำเลยโวยวายว่า..หมิ่นประมาท) จำเลย


ข้อ ๓.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 06/04/2012 11:41 pm    ชื่อกระทู้: Re: ขอย้อน..มีหมายจับ/เข้ามอบตัว/..บันทึกจับกุมหรือบันทึกแจ้ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อ ๓. ......สงครามสงบ/ ก็เริ่มนับศพทหาร ....อุ้ยมิใช่......

....วาระ.....การแต่งตั้งตามวาระ...... สงบก็จะรู้....สัจธรรมของ"สำนักงานตำรวจแห่งชาติ"

ตำรวจภูธรภาค ๓.....ผู้กำกับการใหม่.ปรากฎดังนี้

ลำดับที่ 77 พ.ต.ท.ชัยกฤต โชติวรรณ สวญ.สภ.โนนกุง อ.ตระการพืชผล จว.อุบลราชธานี /เป็น./ ผกก.สภ.เดชอุดม จว.อุบลราชธานี.....
อาวุโสลำดับที่ ๑๑๒

ลำดับที่ 78 พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ ศรีบุตตะ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองอุบลราชธานี
/เป็น..../ผกก.สภ.วารินชาราบ จว.อุบลราชธานี
อาวุโสลำดับที่ ๑๔๗

ลำดับที่ 79 พ.ต.ท.ธวัชชัย ปัดเกษม รอง ผกก.สส.สภ.ชานิ จว.บุรีรัมย์
/เป็น...../ผกก.สภ.เกษตรสมบูรณ์ จว.ชัยภูมิ
อาวุโสลำดับที่ ๓๒

ลำดับที่ 80 พ.ต.ท.บุญชัย ภู่จินดา รอง ผกก.ป.สภ.ปะคา จว.บุรีรัมย์
/เป็น..../ ผกก.ฝอ.8 บก.อก.ภ.3
อาวุโสลำดับ ๕ ( ผกก.บัญชีรายชื่อ ๓๓%....เกษียณ....๓๐ ก.ย.๒๕๕๕)

ลำดับที่ 81 พ.ต.ท. บุรีรัตน์ วังสะอาด รอง ผกก.สส.สภ.เขวาสินรินทร์ จว.สุรินทร์ /เป็น...../ผกก.สภ.มหาชนะชัย จว.ยโสธร
อาวุโสลำดับที่ ๑ ( ผกก.บัญชีรายชื่อ ๓๓%)

ลำดับที่ 82 พ.ต.ท.ประจวบ หมอกยา รอง ผกก.ป.สภ.เกษตรสมบูรณ์ จว.ชัยภูมิ /เป็น...../ผกก.สภ.พนมดงรัก จว.สุรินทร์
อาวุโสลำดับที่ ๙๑

ลำดับที่ 83 พ.ต.ท.พิเชษฐ อรชุน รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครราชสีมา
/เป็น......./ผกก.สภ.สีดา จว.นครราชสีมา
อาวุโสลำดับที่ ๓( ผกก.บัญชีรายชื่อ ๓๓%.)

ลำดับที่ 84 พ.ต.ท. พลอย พิมพิสาร รอง ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3
/เป็น......../ ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3
อาวุโสลำดับที่ ๒๒๓

ลำดับที่ 85 พ.ต.ท. ศิราเมษฐ์ ธานินพิทักษ์ รอง ผกก.จร.สภ.เมืองอุบลราชธานี /เป็น........./ผกก.ฝอ.ภ.จว.สุรินทร์
อาวุโสลำดับที่ ๑๙๙

ลำดับที่ 86 พ.ต.ท.ศิวัตม์ ไมตรีแพน สวญ.สภ.สะเดา อ.บัวเชด จว.สุรินทร์
/เป็น......../ผกก.ฝอ.ภ.จว.ศรีสะเกษ
อาวุโสลำดับที่ ๖( ผกก.บัญชีรายชื่อ ๓๓%.)


ลำดับที่ 87 พ.ต.ท.สนอง บุญเกิด รอง ผกก.ป.สภ.โนนไทย จว.นครราชสีมา /เป็น...../ผกก.สภ.ประทาย จว.นครราชสีมา
อาวุโสลำดับที่ ๔๗

ลำดับที่ 88 พ.ต.ท. สมนึก เจียมจังหรีด รอง ผกก.สส.สภ.บัวลาย จว.นครราชสีมา /เป็น........./ผกก.สภ.โชคชัย จว.นครราชสีมา
อาวุโสลำดับที่ ๒๗๕

ลำดับที่ 89 พ.ต.ท.สายสิทธิ์ พุ่มจันทร์ธนัง รอง ผกก.สส.สภ.ประทาย จว.นครราชสีมา /เป็น......../ ผกก.ฝอ.7 บก.อก.ภ.3
อาวุโสลำดับที่ ๒ ( ผกก.บัญชีรายชื่อ ๓๓%.)

ลำดับที่ 90 พ.ต.ท. สินชัย นครเขตต์ รอง ผกก.สส.สภ.กันทรารมย์ จว.ศรีสะเกษ /เป็น......./ ผกก.สภ.ทุ่งศรีอุดม จว.อุบลราชธานี
อาวุโสลำดับที่ ๔ ( ผกก.บัญชีรายชื่อ ๓๓%.)

ลำดับที่ 91 พ.ต.ท. สุทธกาญจน์ ฟักทอง สวญ.สภ.นาโพธิ์ อ.พิบูลมังสาหาร จว.อุบลราชธานี /เป็น......./ผกก.สภ.ดอนมดแดง จว.อุบลราชธานี
อาวุโสลำดับที่ ๑๐๗


ลำดับที่ 92 พ.ต.ท.อิทธิโชค เกิดผล รอง ผกก.ป.สภ.เทพสถิต จว.ชัยภูมิ
/เป็น......./ผกก.ฝอ.3 บก.อก.ภ.3
อาวุโสลำดับที่ ๔๘

ลำดับที่ 93 พ.ต.ท. เอนก ถมยา รอง ผกก.สส.สภ.พิบูลมังสาหาร จว.อุบลราชธานี /เป็น......./ ผกก.สภ.นาจะหลวย จว.อุบลราชธานี
อาวุโสลำดับที่ ๗( ผกก.บัญชีรายชื่อ ๓๓%.)

.............๑๗ ท่าน อาวุโสอันดับ ๑ - ๗( ผกก.บัญชีรายชื่อ ๓๓%)ได้ครบ...หลังจากนั้น ถึง อาวุโสลำดับที่ ๒๗๕
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
crow
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 17/09/2010
ตอบ: 307

ตอบตอบ: 07/04/2012 3:19 am    ชื่อกระทู้: Re: ขอย้อน..มีหมายจับ/เข้ามอบตัว/..บันทึกจับกุมหรือบันทึกแจ้ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ก่อนอื่นต้องขอท้วงติงในสิ่งที่ผมเห็นว่าเกิดข้อผิดพลาดก่อนนะครับ
๑. ผู้ทำหมายเหตุท้ายฎีกาใช้ข้อความว่า “ไป.วิ.อ. มาตรา 134 วรรคห้า ได้บัญญัติว่า เมื่อได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ถ้าผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่ได้มีการออกหมายจับ แต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้นั้นได้ตามมาตรา 71 พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อออกหมายจับโดยทันที...””

แต่ผมเห็นว่า ที่ถูกต้องคือ “ป.วิ.อ. มาตรา 134 วรรคห้า ได้บัญญัติว่า เมื่อได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ถ้าผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่ได้มีการออกหมายจับ แต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้นั้นได้ตามมาตรา 71 พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อออกหมายขังโดยทันที.....”
หากใช้คำว่าบัญญัติก็ควรจะแป๊ะๆ ทุกตัวอักษร นี่นอกจากไม่แป๊ะแล้ว ยังทำให้ความหมายไปคนละเรื่อง
๒.ผู้ทำหมายเหตุท้ายฎีกาใช้ข้อความว่า “การที่พนักงานสอบสวนออกหมายขังน่าจะพอถือได้แล้วว่าเป็นการจับผู้ต้องหา”
แต่ผมเห็นว่า พงส.ไม่มีอำนาจออกหมายขัง เพียงแต่ไปขอศาลให้ออกหมายขัง

เอาละครับมาเริ่มกันเลย ตามหมายเหตุท้ายฎีกา5042/2549
ผมขอแสดงความเห็นดังนี้ครับ
ควรจะแยกออกเป็น ๒ กรณี คือ กรณีมีหมายจับ กับ ไม่มีหมายจับ กล่าวคือ
๑.๑กรณี มีหมายจับ การแจ้งข้อกล่าวหาเพียงอย่างเดียวยังไม่ถือว่าเป็นการจับกุมแต่ขั้นตอนต่อไปเช่น สั่งให้ผู้ต้องหาเข้าห้องควบคุมและพาผู้ต้องหาเข้าห้องควบคุม ดังนี้ถือว่ามีการจับกุมแล้ว ทำให้หมายจับสิ้นผล
๑.๒ กรณีไม่มีหมายจับ แต่พงส.สั่งให้และพาผู้ต้องหาเดินทางไปศาลเพื่อขอหมายขัง ผมเห็นว่า ยังไม่ถือว่าเป็นการจับกุม เพราะไม่เข้าเหตุให้จับกุมได้ตาม รธน.และไม่มีระบุไว้ใน ป.วิ.อ. จึงไม่ถือว่าเป็นการจับกุม แม้จะมีลักษณะเหมือนทำให้ผู้ต้องหาเสื่อมเสียเสรีภาพก็ตาม พงส.ก็ไม่มีอำนาจใส่เครื่องพันธนาการ เพราะไม่ใช่การจับกุม เพียงแต่กฎหมายให้อำนาจสั่งผู้ต้องหาไปศาลเพื่อขอหมายขังเท่านั้นแต่ก็ไม่ใช่การจับกุมหรือการควบคุมตัวผู้ต้องหาแต่ประการใด ส่งผลให้ในระหว่างเดินทาง ผู้ต้องหาเกิดเปลี่ยนใจวิ่งหนี ก็ไม่มีความผิดฐานหลบหนีการควบคุมของ พงส. เพียงแต่ก่อให้ พงส.เกิดอำนาจจับกุมตัวผู้ต้องหาได้เท่านั้นเอง

โปรดสังเกตเป็นหมายเหตุท้ายฎีกาก่อนมีการกลับคำพิพากษา และถ้อยคำของผู้ทำหมายเหตุใช้ถ้อยคำว่า “น่าจะ” อันเป็นการแสดงถึงความไม่มั่นใจในเหตุผลของตัวเอง อีกทั้งความเห็นดังกล่าวก็ไม่มีการยืนยันด้วยหลักวิชาทางกฎหมายว่าถูกต้อง หนำซ้ำต่อมายังมีฎีกามาหักล้างอีก ซึ่งผู้อ่านก็ควรจะสังเกตการใช้ถ้อยคำและใช้ดุลพินิจในการพิจารณานะครับ ว่าเป็นความเห็นที่เป็นที่ยุติได้หรือไม่

...................

และก็มีคำถามท่าน พงส.อาชีพ(อิสานใต้) ที่ยังไม่ยอมตอบคำถามอีกเช่นเคยครับว่า

๑.กรณีที่ไม่มีหมายจับแต่ผู้ต้องหาเข้ามามอบตัวต่อพงส. และพงส.เห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังได้ จึงได้พาผู้ต้องหาไปศาลเพื่อออกหมายขัง นั้น พงส.สามารถใส่เครื่องพันธนาการผู้ต้องหาเช่นกุญแจมือผู้ต้องหาได้หรือไม่
๒.กรณีที่ไม่มีหมายจับแต่ผู้ต้องหาเข้ามามอบตัวต่อพงส. และพงส.เห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังได้ จึงได้พาผู้ต้องหาไปศาลเพื่อออกหมายขัง ในระหว่างทาง ผู้ต้องหาเกิดเปลี่ยนใจ ไม่ไปศาล ได้หลบหนีไป ผู้ต้องหามีความผิดข้อหาหลบหนี การควบคุมของ พสง.หรือไม่


ผมถามไปหลายคำถามแล้วนะครับ ช่วยตอบและทำความเห็นแย้งด้วยครับ นี่ก็ภาค ๓ แล้วนะครับ หรือจะให้รอถึงภาค ๙ จึงจะตอบคำถามที่เป็นความเห็นแย้งผมเป็นข้อๆ ได้ซะที ซึ่งผมเห็นว่า การที่ท่าน พงส.อาชีพฯ ไปลอกความเห็นคนอื่นมาโดยไม่มีการวิเคราะห์และนำมาอธิบาย เพื่อแย้งความเห็นคนอื่นหรือเพื่อสนับสนุนความเห็นตัวเอง ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะน่าสนใจตรงไหน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
konglha
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 29/01/2010
ตอบ: 202

ตอบตอบ: 07/04/2012 10:02 am    ชื่อกระทู้: Re: ขอย้อน..มีหมายจับ/เข้ามอบตัว/..บันทึกจับกุมหรือบันทึกแจ้ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ปวอ.๑๓๔ วรรคห้า ข้อความที่ว่า " ถ้าผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่มีการออกหมายจับ " ดูคำว่าและครับ.... ปวอ. ๗๘ ระบุว่า " จะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับ..ไม่ได้...ถ้า ผตห.มีหมายจับ...จับเลย .....แล้วนำตัวไปฝากขัง...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 07/04/2012 10:37 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรียน แฟนคลับสอบสวน ๕๙๙ ทุกท่าน...& ท่าน "CROW"

ข้อ ๑. ขอให้ทุกท่านพิจารณา.......

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5042/2549
พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์

นาย..............(ขออนุญาต ลบชื่อจำเลยออก/เดี๋ยว เดือดร้อน...ท่านจ้อยฯ ต้อง ว.๑๓ มาแจ้งอีกว่า ว่า จำเลยโวยวายว่า..หมิ่นประมาท) จำเลย

( อดิศักดิ์ ทิมมาศย์ - วิชา มหาคุณ - สุรภพ ปัทมะสุคนธ์ )

โดยมีหมายเหตุ/ ท้ายฎีกา ดังนี้

หมายเหตุ
มีข้อโต้เถียงกันว่าการที่ผู้ต้องหาทราบว่าถูกกล่าวหาหรือออกหมายจับ จึงเข้าพบพนักงานสอบสวน เช่นนี้ ถือเป็นการจับหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้ได้วินิจฉัยว่า จำเลยเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วจำเลยให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนส่งตัวจำเลยไปสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนฯ ระหว่างสอบสวนจำเลยไม่ถูกควบคุมตัว เนื่องจากเป็นการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี การเข้ามอบตัวของจำเลยต่อพนักงานสอบสวนยังถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกจับกุม แม้คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้จะวินิจฉัยถึงการจับกุมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา 51 และ 53 ก็ตาม แต่น่าถือเป็นบรรทัดฐานได้ว่าไม่เป็นการจับเช่นเดียวกับ ป.วิ.อ.

การที่ผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวนนั้น จะเป็นการจับหรือไม่ จะต้องเป็นการพิจารณาถึงขั้นตอนการดำเนินงานของพนักงานสอบสวนด้วย ในหลักเบื้องต้นแล้ว การที่ผู้ต้องหาถูกเรียกหรือส่งตัวมา หรือเข้าหาพนักงานสอบสวนหรือปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ต้องหายังไม่เป็นการจับจนกว่าพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ทั้งนี้เพราะ ป.วิ.อ. มาตรา 134 วรรคห้า ได้บัญญัติว่า เมื่อได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ถ้าผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่ได้มีการออกหมายจับ แต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้นั้นได้ตามมาตรา 71 พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อออกหมายจับโดยทันที... จากบทบัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการที่ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนไม่ใช่ผู้ถูกจับเมื่อยังไม่มีการออกหมายจับ แม้พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อกล่าวหายังถือไม่ได้ว่าเป็นการจับเว้นแต่พนักงานสอบสวนจะเห็นว่าเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 66, 71 87 และ 88 จึงจะออกหมายขัง การที่พนักงานสอบสวนออกหมายขังน่าจะพอถือได้แล้วว่าเป็นการจับผู้ต้องหาหรือพนักงานสอบสวนอนุญาตให้ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวก็น่าจะถือได้เช่นเดียวกันว่าเป็นการจับแล้ว หากมิได้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวก็น่าจะถือไม่ได้ว่าเป็นการจับ

ผลแตกต่างระหว่างการถือว่าเป็นการจับกับถือไม่ได้ว่าเป็นการจับอยู่ที่ว่า หากถือว่าเป็นการจับและกรณีที่ออกหมายจับผู้ต้องหาไว้ หมายจับจะสิ้นผลตามมาตรา 68 และพนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวผู้ถูกจับไว้ในระหว่างสอบสวนได้ตามความจำเป็นตามบทบัญญัติมาตรา 87

การที่จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนจนพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วจำเลยให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนส่งตัวจำเลยไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจึงน่าจะถือว่าเป็นการจับแล้ว แม้พนักงานสอบสวนจะไม่ได้ควบคุมตัวจำเลยไว้ แต่ได้ส่งตัวไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนฯ มิได้ปล่อยตัวไป ซึ่งเป็นขั้นตอนในการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีอาญาแก่ผู้กระทำซึ่งเป็นเยาวชน ซึ่งมีผลในทำนองเดียวกันกับการขังผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ใหญ่

ศิริชัย วัฒนโยธิน

ข้อ ๒. ...ด้วยความเคารพ/ในคำพิพากษษฎีกา ที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5042/2549
โดย ท่าน( อดิศักดิ์ ทิมมาศย์ - วิชา มหาคุณ - สุรภพ ปัทมะสุคนธ์ )
วางแนวฎีกาไว้ชัดเจนแล้ว ในการปกฏิบัติ คือ

๒.๑ การปฏิบัติ ตาม ป.วิ อาญา มาตรา ๑๓๔ ซึ่ง...ชัดเจนว่า เมื่อ ผู้ต้องหาถูกเรียก หรือส่งตัวมา หรือเข้าหาพนักงานสอบสวนเอง หรือ ปรากฏว่าผู้ใดซึ่งมาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ต้องหา
- ให้ถามชื่อตัว ชื่อรอง ชื่อสกุล สัญชาติ บิดามารดา อายุ อาชีพ ที่อยู่ ที่เกิด และ
- แจ้งให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิด แล้ว
- จึงแจ้งข้อหาให้ทราบ
เมื่อได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ถ้าผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่ได้มีการออกหมายจับ แต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้นั้นได้ตามมาตรา ๗๑ พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อขอออกหมายขังโดยทันที

๒.๒ จะเห็นได้ว่า.....แนวคำพิพากษา ฎีกาข้างต้น วางแนวไว้ เฉพาะ " ผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่มีหมายจับ " ......แต่ประเด็นตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และ ตามกระทู้นี้คือ "ผู้ต้องหามีหมายจับ"
ยังไม่มีคำพิพากษา หรือแนวฎีกา วางไว้ว่าต้องปฏิบัติอย่างไร

๒.๓ "อิสานใต้".....นำเสนอไว้......แล้วตามแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องและภายในกรอบกฎหมาย โดยที่ยังไม่มีคำพิพากษาฎีกา..........มาเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติ ว่า

เมื่อ ผู้ต้องหาถูกเรียก หรือส่งตัวมา หรือเข้าหาพนักงานสอบสวนเอง หรือ ปรากฏว่าผู้ใดซึ่งมาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ต้องหา
- ให้ถามชื่อตัว ชื่อรอง ชื่อสกุล สัญชาติ บิดามารดา อายุ อาชีพ ที่อยู่ ที่เกิด และ
- แจ้งให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิด แล้ว
- จึงแจ้งข้อหาให้ทราบ
ผู้ต้องหา มีหมายจับ/ เมื่อแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว......ให้จัดทำบันทึกแจ้งข้อกล่าวหารับมอบตัวผู้ต้องหา ตามหมายจับ ผู้ต้องหาลงลายมือชื่อ/รับทราบ.......ถือได้ว่า เป็นการจับกุมแล้ว
- แจ้งสิบเวรฯรับตัวควบคุม
- ผู้ต้องหามีทนายความมาพร้อม โฉนดแถวรัชดาฯ.....ก็ให้นั่งคอยทำสัญญาประกันได้ ตามในหนังสือ สั่งการ ตร. /โดยไม่ต้องนำเข้าห้องควบคุม

๒.๔/ ประเด็นฝ่าฝืนหรือจะหลบหนี หรือไม่ยอมปฏิบัติตามก็นำวรรค มาตรา ๑๓๔ วรรคท้าย มาใช้ปฏิบัติ


สุดท้าย/

คงชัดเจนแล้ว มิใช่ความเห็น/แนวทางการปฏิบัติ ของ "อิสานใต้" เท่านั้น

หมายเหตุ/ ท้ายฎีกา..... คำพิพากษษฎีกา ที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5042/2549
โดย "ท่าน ศิริชัย วัฒนโยธิน"

............. ไปในแนวทางเดียวกัน/โดยที่ยังไม่มี "คำพิพากษาฎีกา วางแนว กรณี"ผู้ต้องหามีหมายจับ" แล้ว เมื่อ ผู้ต้องหาถูกเรียก หรือส่งตัวมา หรือเข้าหาพนักงานสอบสวนเอง หรือ ปรากฏว่าผู้ใดซึ่งมาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ต้องหา..ว่าจะปฏิบัติอย่างไร



กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ฐิต
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 11/01/2008
ตอบ: 1591

ตอบตอบ: 07/04/2012 10:58 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


ป.วิ.อ. ....

หมวด ๒
หมายอาญา

มาตรา ๖๑ ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๙๗ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือ ตำรวจ
มีอำนาจหน้าที่จัดการ ให้เป็นไปตามหมายอาญา

มาตรา ๙๗ ในกรณีที่ค้นโดยมีหมาย เจ้าพนักงานผู้มีชื่อในหมายค้น
หรือผู้รักษาการแทนซึ่งต้องเป็นพนักงานฝ่ายปกครองตั้งแต่ระดับสาม
หรือตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นร้อยตำรวจตรีขึ้นไปเท่านั้นมีอำนาจเป็นหัวหน้า
ไปจัดการให้เป็นไปตามหมายนั้น
.....................................


ข้อสังเกต...

-ค้นโดยมีหมายค้น ตาม ม. ๙๗ กม.บัญญัติ จพง.ฯ ในลักษณะบังคับ
"ไปจัดการ ให้เป็นไปตามหมายนั้น"..

-ใน ม.๖๑ ยังพบข้อความเชิงบังคับในลักษณะ..
"ตำรวจ มีอำนาจ มีหน้าที่ จัดการ ให้เป็นไปตามหมายอาญา"...

คำว่าหมายอาญา ส่วนนี้ เป็นที่เข้าใจกัน คือ กินความกว้างสุด ..
ทั้งหมด ไม่ว่า หมายจับ หมายค้น หมายขัง หมายจำคุก หมายปล่อย...

-เมื่อมีทั้ง อำนาจ และ หน้าที่... จัดการให้เป็นไปตามหมายอาญา
ก็มีข้อสังเกต ต่อไปว่า...

ผู้มีอำนาจ มีหน้าที่ ไม่ทำตามหน้าที่ ที่ กม.บัญญัติ ...
หากถูกผู้มีส่วนได้เสีย หรือมีการกล่าวโทษ ในประเด็นตาม ป.อ. ๑๕๗
ย่อมเป็นเรื่อง เหนื่อย หนัก

"เกินดีกว่าขาด" อาจมองในแง่ .. เกินไป ก็ จะเกินความพอดี (ไม่จำเป็น) ...
แต่ถ้า "กันไว้ดีกว่าแก้" ..คงหมายถึง "ป้องกัน ดีกว่า แก้ไข เยียวยา ความเสียหาย ที่เกิดขึ้น"...

http://www.thailandlawyercenter.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538976533&Ntype=21
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
สวรรค์บ้านนา
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 05/08/2010
ตอบ: 269

ตอบตอบ: 07/04/2012 11:03 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มีหมายจับแล้ว ก็จับกุมเลยก็สิ้นเรื่อง และดำเนินการตาม ป.วิ.ม.๘๗
หากไม่มีหมายจับ หากพงส.เห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังได้ตาม ม.๗๑ ก็สามารถสั่งให้ ผตห.ไปศาลเพื่อขอให้ศาลออกหมายขังทันที
๑.ประเด็น ขณะพงส.พา ผตห.ไปศาล จึงไม่สามารถใช้เครื่องพันธนาการได้ เพราะไม่ได้จับกุม
๒.ประเด็น ขณะพา ผตห.ไปศาล แล้ว ผตห.หลบหนี จึงไม่ใช่การหลบหนีที่คุมขัง เพราะเรายังไม่ได้จับกุม หรือควบคุมตัว แต่เป็นการสั่งให้ ผตห.ไปศาลเท่านั้น หาก ผตห.หลบนี ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ พงส. ,ตาม ป.วิอ.ม.๗๑ ให้อำนาจ พงส.ทำการจับกุมตัวได้โดยถือว่าเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่จะจับผตห.ได้โดยไม่มี่หมายจับ และมีอำนาจปล่อยตัวชั่วคราวหรือควบคุมตัว ผตห. นั้น ทีนี้แหละหลังจากจับกุมตัวแล้ว ก็ดำเนินการตาม ม.๘๗
หากหลบหนีอีก จึงเป็นการหลบหนีที่ควบคุมขัง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 07/04/2012 11:07 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตามหมายเหตุ ท้ายฎีกา

"ท่าน ศิริชัย วัฒนโยธิน" .....ใช้คำว่า "ออกหมายขัง" /เป็น....ภาษาที่ศาล..ใช้

เช่น ....../ออกหมายจับ...ออกหมายค้น....ออกหมายปล่อย



[size=18]หากเป็น ภาษาที่พนักงานสอบสวน ...ใช้จะใช้คำว่า /"จับมัน"....."ขังมัน"..."ปล่อยมัน"[/size]

"จากบทบัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการที่ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนไม่ใช่ผู้ถูกจับเมื่อยังไม่มีการออกหมายจับ แม้พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อกล่าวหายังถือไม่ได้ว่าเป็นการจับ
เว้นแต่พนักงานสอบสวนจะเห็นว่าเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 66, 71 87 และ 88 จึงจะ ออกหมายขัง
การที่พนักงานสอบสวน ออกหมายขัง น่าจะพอถือได้แล้วว่าเป็นการจับผู้ต้องหา หรือ
พนักงานสอบสวนอนุญาตให้ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวก็น่าจะถือได้เช่นเดียวกันว่าเป็นการจับแล้ว

...ศาลใช้..............พนักงานสอบสวนใช้
"ออกหมายจับ" & "จับมัน"......

"ออกหมายขัง" & "ขังมัน"...... หรือ "เอามันไปขัง"

"ออกหมายปล่อย" & "ปล่อยมัน"........ หรือ "มันประกันตัวแล้ว/ปล่อยมัน"


กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
crow
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 17/09/2010
ตอบ: 307

ตอบตอบ: 07/04/2012 4:54 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

๒.๓ "อิสานใต้".....นำเสนอไว้......แล้วตามแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องและภายในกรอบกฎหมาย โดยที่ยังไม่มีคำพิพากษาฎีกา..........มาเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติ ว่า

เมื่อ ผู้ต้องหาถูกเรียก หรือส่งตัวมา หรือเข้าหาพนักงานสอบสวนเอง หรือ ปรากฏว่าผู้ใดซึ่งมาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ต้องหา
- ให้ถามชื่อตัว ชื่อรอง ชื่อสกุล สัญชาติ บิดามารดา อายุ อาชีพ ที่อยู่ ที่เกิด และ
- แจ้งให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิด แล้ว
- จึงแจ้งข้อหาให้ทราบ
ผู้ต้องหา มีหมายจับ/ เมื่อแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว......ให้จัดทำบันทึกแจ้งข้อกล่าวหารับมอบตัวผู้ต้องหา ตามหมายจับ ผู้ต้องหาลงลายมือชื่อ/รับทราบ.......ถือได้ว่า เป็นการจับกุมแล้ว
- แจ้งสิบเวรฯรับตัวควบคุม
- ผู้ต้องหามีทนายความมาพร้อม โฉนดแถวรัชดาฯ.....ก็ให้นั่งคอยทำสัญญาประกันได้ ตามในหนังสือ สั่งการ ตร. /โดยไม่ต้องนำเข้าห้องควบคุม
/////

ประเด็นนี้ผมไม่ได้แย้งครับ และผมก็เห็นด้วย แต่ที่ไม่เห็นด้วย คือการอธิบายโดยเอา ม.๑๓๔ ว.ท้ายมา อธิบายขั้นตอนการปฏิบัติ ซึ่งผมเห็นว่า ไม่มีความจำเป็นเลย เพราะมันไม่ได้เข้าหลักเกณฑ์ แค่อธิบายว่า แม้จะใช้บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา และได้แจ้งให้เขาทราบแล้วว่าต้องประกันตัว ไม่งั้นเอาเข้าห้องขัง เพียงแค่นี้เขาก็รู้ตัวแล้วครับว่า เขาถูกจับ ส่วน พงส.จะเอาเข้าห้องควบคุมหรือไม่ ไม่ใช่สามารถว่าเขาถูกจับแล้ว ตกลงว่า และในหมายเหตุท้ายฎีกา 5042/2549 ในข้อความที่มีความหมายว่า การที่ พงส.สั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อออกหมายขัง น่าจะถือว่าเป็นการจับกุมแล้ว ยิ่งเป็นประเด็นข้อพิพาทขึ้นมาใหม่

ไหนๆ ก็ขอถามท่าน พงส.อาชีพฯ เลยว่า ท่านเห็นด้วยกับความเห็นที่ว่า "การที่ พงส.สั่งให้ผู้ต้องหาที่ไม่มีหมายจับไปศาลเพื่อออกหมายขัง น่าจะถือว่าเป็นการจับกุมแล้ว" ถือว่าเป็นการจับกุมแล้ว หรือไม่
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ขาตะวันตก
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 13/01/2012
ตอบ: 42

ตอบตอบ: 07/04/2012 8:23 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรียนท่านพี่ พงส.อาชีพ(อิสานใต้) และแฟนคลับสอบสวน ๕๙๙ ทุกท่าน ผมว่าหากผู้ต้องหามีหมายจับแล้วเข้ามอบตัว
จะทำบันทึกจับกุม หรือ บันทึกรับมอบตัว/แจ้งข้อกล่าวหา
มันไม่มีอะไรแตกต่างกัน คือ
1.ผู้ต้องหาต้องได้รับการแจ้งสิทธิ์ของผู้ถูกจับ เหมือนกันทุกประการ
2.ต้องถูกควบคุมตัวเหมือนผู้ถูกจับ ทุกประการ
(อยากรู้ว่าใครกล้าปล่อยโดยไม่มีประกัน)
3.หากไม่มีการยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวต้องนำตัวไปฝากขัง
(ผมแจ้งข้อหาคนเดียวเบิกรางวัลนำจับคนเดียวมามากแล้ว)

สุดท้ายคิดถึงเจ้านายเก่า ท่าน พ.ต.ท.พัฒนกุล บุญหลาย
เคยอยู่ด้วยกัน ประมาณ ปี 2538 ท่านย้ายมาจาก
สว.สภ.สุขเดือนห้า ชัยนาท
มาเป็น สวส.สภ.แก่งกระจาน
สุดท้าย มีการเปลี่นแปลง ครั้งยิ่งใหญ่ มาเป็น พนักงานสอบสวน สบ.3
แล้ววาระ.....การแต่งตั้งตามวาระของ"สำนักงานตำรวจแห่งชาติ"

ตำรวจภูธรภาค ๓.....ผู้กำกับการใหม่.ปรากฎว่าไม่มีชื่อเจ้านายเก่าเสียดายคนดีๆ"สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ไม่เคยส่งเสริมจริงๆ

เหงาหงอย เหงาหงอย เหงาหงอย เหงาหงอย เหงาหงอย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ฐิต
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 11/01/2008
ตอบ: 1591

ตอบตอบ: 07/04/2012 9:22 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

"บันทึกการจับ" ... บันทึก/ข้อความนี้ มีอยู่ใน กม...??

มาตรา 84 เจ้าพนักงาน หรือ ราษฎรผู้ทำการจับต้องเอาตัวผู้ถูกจับ
ไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนตาม มาตรา 83 โดยทันที
และเมื่อถึงที่นั้นแล้ว ให้ส่งตัวผู้ถูกจับแก่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
ของที่ทำการของพนักงานสอบสวนดังกล่าว เพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีที่เจ้าพนักงานเป็นผู้จับ ให้เจ้าพนักงานผู้จับนั้น แจ้งข้อกล่าวหา
และรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุแห่งการจับให้ผู้ถูกจับทราบ
ถ้ามีหมายจับ ให้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบและอ่านให้ฟัง
และมอบสำเนาบันทึกการจับ แก่ผู้ถูกจับนั้น
http://www.kodmhai.com/m2/m2-3/m3-77-90.html

.............

......ความแตกต่างระหว่าง "จับ/แจ้งข้อกล่าวหา" "แจ้งข้อหา/ไม่ได้จับ".......

@ "จับ/แจ้งข้อกล่าวหา"

ป.วิ.อ. 84(1) ข้างต้น เกี่ยวกับ "จับ"
จะพบว่า มี ...ข้อความ , เอกสาร, สถานะบุคคล....
ที่ต่างไปจาก การรับมอบตัวแจ้งข้อกล่าวหา หลายประการ เช่น

ผู้ทำการจับ, เจ้าพนักงานผู้จับ, แจ้งข้อกล่าวหา,
รายละเอียดแห่งการจับ, ผู้ถูกจับ , หมายจับ , สำเนาบันทึกการจับ

โดยเฉพาะเอกสารที่แสดงรายละเอียดการจับ สถานะบุคคล
ดังที่กฎหมายบัญญัติข้อความว่า..."บันทึกการจับ"

@ ส่วนการ "แจ้งข้อหา/ไม่ได้จับ"

กม. ไม่ถือเป็นการจับ.. ดังความในข้อบังคับประธานศาลฏีกาฯ ยืนยันว่า..

ข้อ ๗ การที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาให้ผู้ต้องหาซึ่งเข้าหาพนักงานสอบสวนเองทราบ
ไม่ถือเป็นการจับ
อันจะต้องนำวิธีการผัดฟ้องฝากขังมาใช้บังคับ
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2548/00154922.PDF
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
crow
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 17/09/2010
ตอบ: 307

ตอบตอบ: 08/04/2012 1:22 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คืออย่างนี้ครับ ท่าน ฐิต ผมขอเพิ่มเติม
หากพิจารณาดีๆ ในภาค ๒ ความเห็นของท่าน พงส.อาชีพ(อิสานใต้) จะไม่มีถ้อยคำ ที่ผมได้ขีดเส้นใต้ไว้ """ผู้ต้องหา มีหมายจับ/ เมื่อแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว......ให้จัดทำบันทึกแจ้งข้อกล่าวหารับมอบตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ ผู้ต้องหาลงลายมือชื่อ/รับทราบ.......ถือได้ว่า เป็นการจับกุมแล้ว"""
ซึ่งข้อความว่า "รับมอบตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ" เพิ่งจะมีมาปรากฎใน ภาค๓ และกระทู้ความเห็นที่ ๕ ในข้อ ๒.๓ นี่เอง

ซึ่งหากมีข้อความ รับมอบตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ ,แจ้งข้อหาตามหมายจับ ย่อมส่งผลให้ในบันทึกนั้น ปรากฎรายละเอียดของหมายจับในบันทึกด้วยว่า มีหมายจับที่เท่าไหร่ ลงวันที่อะไร ของศาลอะไร ข้อหาอะไร บันทึกดังกล่าวย่อมมีความหมายว่า เป็นบันทึกการจับกุม ต่อให้ชื่อบันทึกนั้นเป็นบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ปรากฎชื่อของบันทึก ข้อความในบันทึกย่อมสำคัญกว่าชื่อของบันทึก ส่งผลให้บันทึกที่มีรายละเอียดของหมายจับอยู่ในบันทึกด้วยดังกล่าวเป็นบันทึกการจับกุม เพราะต่างกับกรณี การแจ้งข้อกล่าวหา โดยไม่ได้บอกว่า เป็นการแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับและไม่มีรายละเอียดของหมายจับ ดังนี้หากมีแต่บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา ย่อมตีความได้ว่า ไม่ได้มีการจับกุม
ซึ่งในภาค๒
http://www.sobsuan.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=21454
ท่าน พงส.อาชีพ(อิสานใต้) ไม่ได้กล่าวถึงว่า เป็นการแจ้งข้อกล่าวหาและรับมอบตัวตามหมายจับ มีแต่กล่าวว่า แจ้งข้อกล่าวหา เท่านั้น อีกทั้งได้มีการนำ ม.๑๓๔ ว.ท้าย มาอธิบาย จึงทำให้ผมหรือท่านอื่นๆ เข้าใจได้ว่า เป็นการแจ้งข้อกล่าวหา ตามแบบของบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาที่พวกเราเคยทำ โดย ที่ไม่มีรายละเอียดของหมายจับอยู่ด้วย

จึงขอถามท่าน พงส.อาชีพ(อิสานใต้) เพิ่มเติมอีกว่า
๑.บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาที่ท่านกล่าวถึงในภาค๒ นั้นเป็นบันทึกเช่นไร มีรายละเอียดของหมายจับในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ และหากมีรายละเอียดของหมายจับในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ย่อมถือว่าเป็นการจับกุมตามหมายจับ เหตุใด จึงนำเอา ป.วิ.อ.มาตรา ๑๓๔ ว.ท้าย มาอธิบายอีกครับ
๒.หมายจับสิ้นผล ตาม ม.๖๘ ตอนไหนครับ (ความเห็นเดิมของท่าน "๔.๙ หากผู้ต้องหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานสอบสวนดังกล่าว ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจับผู้ต้องหานั้นได้ เพราะ.....ว่ามีหมายจับอยู่แล้ว และ มีอำนาจปล่อยชั่วคราว หรือ ควบคุมตัวผู้ต้องหานั้นไว้")

หมายเหตุ
๑.บันทึก ที่ไม่มีชื่อของบันทึก แต่ในบันทึก เป็นการแจ้งข้อกล่าวหาและได้แจ้งข้อกล่าวหา ตามหมายจับ โดยมีรายละเอียดของหมายจับ อยู่ด้วย ผู้ต้องหาย่อมต้องทราบว่า เป็นการแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ จึงถือว่าเป็นบันทึกการจับกุม และเป็นการจับกุมตามหมายจับ ไม่จำต้องนำ ป.วิ.อ.มาตรา ๑๓๔ ว.ท้าย มาอธิบาย
๒.บันทึก ที่ใช้ชื่อบันทึกว่า "บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา" แต่ในบันทึก เป็นการแจ้งข้อกล่าวหาและได้แจ้งข้อกล่าวหา ตามหมายจับ โดยมีรายละเอียดของหมายจับอยู่ด้วย ผู้ต้องหาย่อมต้องทราบว่า เป็นการแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ จึงถือว่าเป็นบันทึกการจับกุมตามหมายจับ ไม่จำต้องนำ ป.วิ.อ.มาตรา ๑๓๔ ว.ท้าย มาอธิบาย
๓.บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา ไม่มีรายละเอียดว่าได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ผู้ต้องหาย่อมไม่ทราบว่าเป็นการแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ จึงไม่ถือว่าเป็นบันทึกการจับกุม และไม่อาจนำ ป.วิ.อ.มาตรา ๑๓๔ ว.ท้าย มาอธิบาย เพราะเป็นกรณีมีหมายจับ
๔.บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา ไม่มีรายละเอียดว่าได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ผู้ต้องหาย่อมไม่ทราบว่าเป็นการแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ จึงไม่ถือว่าเป็นบันทึกการจับกุม แต่หาก พงส.ได้แสดงพฤติการณ์ว่า ได้ควบคุม หรือทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพเกิดขึ้น จากการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งมีหมายจับอยู่แล้ว เช่น สั่งให้เข้าห้องควบคุม แม้บันทึกนั้นจะไม่ใช่บันทึกการจับกุม แต่ก็ถือว่าได้มีการจับกุมเกิดขึ้นแล้วตามหมายจับ และไม่อาจนำ ป.วิ.อ.มาตรา ๑๓๔ ว.ท้าย มาอธิบาย เพราะเป็นกรณีมีหมายจับ

สุดท้าย ผมขอคำตอบด้วยว่า ม.๑๓๔ ว.ท้าย มาเกี่ยวข้องได้อย่างไร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เคียงเลตะวันออก
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 31/08/2010
ตอบ: 1895

ตอบตอบ: 08/04/2012 9:59 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

...เห็นด้วยกับฎีกา แต่ไม่เห็นด้วยกับหมายเหตุ ด้วยความเคารพครับ

พงส.อาชีพ(อิสานใต้) บันทึก:
ตามหมายเหตุ ท้ายฎีกา

"ท่าน ศิริชัย วัฒนโยธิน" .....ใช้คำว่า "ออกหมายขัง" /เป็น....ภาษาที่ศาล..ใช้

เช่น ....../ออกหมายจับ...ออกหมายค้น....ออกหมายปล่อย



[size=18]หากเป็น ภาษาที่พนักงานสอบสวน ...ใช้จะใช้คำว่า /"จับมัน"....."ขังมัน"..."ปล่อยมัน"[/size]

"จากบทบัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการที่ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนไม่ใช่ผู้ถูกจับเมื่อยังไม่มีการออกหมายจับ แม้พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อกล่าวหายังถือไม่ได้ว่าเป็นการจับ
เว้นแต่พนักงานสอบสวนจะเห็นว่าเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 66, 71 87 และ 88 จึงจะ ออกหมายขัง
การที่พนักงานสอบสวน ออกหมายขัง น่าจะพอถือได้แล้วว่าเป็นการจับผู้ต้องหา หรือ
พนักงานสอบสวนอนุญาตให้ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวก็น่าจะถือได้เช่นเดียวกันว่าเป็นการจับแล้ว

...ศาลใช้..............พนักงานสอบสวนใช้
"ออกหมายจับ" & "จับมัน"......

"ออกหมายขัง" & "ขังมัน"...... หรือ "เอามันไปขัง"

"ออกหมายปล่อย" & "ปล่อยมัน"........ หรือ "มันประกันตัวแล้ว/ปล่อยมัน"




"...เว้นแต่พนักงานสอบสวนจะเห็นว่าเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 66, 71 87 และ 88 จึงจะ ออกหมายขัง
...การที่พนักงานสอบสวน ออกหมายขัง น่าจะพอถือได้แล้วว่าเป็นการจับผู้ต้องหา"

"...ศาลใช้..............พนักงานสอบสวนใช้
"ออกหมายจับ" & "จับมัน"......

"ออกหมายขัง" & "ขังมัน"...... หรือ "เอามันไปขัง"

"ออกหมายปล่อย" & "ปล่อยมัน"........ หรือ "มันประกันตัวแล้ว/ปล่อยมัน"
ลังเล ลังเล ลังเล ลังเล

...เมื่อความหมาย "ออกหมายขัง" & "ขังมัน"...... หรือ "เอามันไปขัง"
...เมื่อพนักงานสอบสวนเห็นว่าเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 66, 71 87 และ 88 ก็ตาม แต่มีบทกฎหมายใดละครับ ที่ให้อำนาจ พงส. "ออกหมายขัง" "ขังมัน" "เอามันไปขัง" ในเมื่อตามหมายเหตุผู้ต้องหายังไม่มีหมายจับ เมื่อไม่มีหมายจับ พงส. ก็ไม่มีอำนาจที่จะ "ออกหมายขัง" "ขังมัน" "เอามันไปขัง" ได้แต่อย่างใด นอกจากการปฏิบัติตาม ม.๑๓๔ วรรคท้าย

...(หมายเหตุ วรรคท้าย)การที่ จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนจนพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วจำเลยให้การ ปฏิเสธ พนักงานสอบสวนส่งตัวจำเลยไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน "จึงน่าจะ ถือว่าเป็นการจับแล้ว แม้พนักงานสอบสวนจะไม่ได้ควบคุมตัวจำเลยไว้ แต่ได้ส่งตัวไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนฯ มิได้ปล่อยตัวไป ซึ่งเป็นขั้นตอนในการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีอาญาแก่ผู้กระทำซึ่งเป็น เยาวชน ซึ่งมีผลในทำนองเดียวกันกับการขังผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ใหญ่"

..."จึงน่าจะ ถือว่าเป็นการจับแล้ว แม้พนักงานสอบสวนจะไม่ได้ควบคุมตัวจำเลยไว้ แต่ได้ส่งตัวไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนฯ มิได้ปล่อยตัวไป ซึ่งเป็นขั้นตอนในการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีอาญาแก่ผู้กระทำซึ่งเป็น เยาวชน ซึ่งมีผลในทำนองเดียวกันกับการขังผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ใหญ่"
...การเข้ามอบตัวแจ้งข้อกล่าวหาเด็ก กรณียังไม่มีหมายจับ ตามกฎหมายแล้ว พงส. เพียงแจ้งข้อกล่าวหาแล้วก็ปล่อยตัวไปได้เลย แล้วทำหนังสือแจ้งดำเนินคดีกับเด็ก เพื่อออกรายงานข้อเท็จจริง โดยไม่ต้องส่งตัวผู้ต้องหาไปยังสถานพินิจแต่อย่างใด
...แต่...ช้า...แต่ แต่ถ้ามีแต่หนังสือแจ้งการดำเนินคดีไปโดยไม่มีเด็กไปด้วย ทางสถานพินิจ จะไม่รับหนังสือ โดยอ้างว่าไม่มีเด็กไปด้วย ตามยาก ไม่รู้ว่าบ้านเด็กอยู่ไหน ต้องนำตัวเด็กไปด้วยจึคงจะรับหนังสือแจ้งดำเนินคดี บาปกรรมเลยตกอยู่กับ พงส. อีกแล้วครับท่าน ศาลท่านเลยมองว่า การที่ พงส.ได้ส่งตัว ผตห.เด็ก ไปยังสถานพินิจนั้น เป็นขั้นตอนกระบวนการพิจารณาคดีอาญาแก่ผู้กระทำซึ่งเป็น เยาวชน ทั้งที่การส่งตัวเด็กไปสถานพินิจนั้น ไม่ใช่หน้าที่ของ พงส. แต่อย่างใด

...ขอแย้งท่าน อ.พงส.อาชีพ(อิสานใต้) นิดหนึ่ง ตรง ข้อ ๒.๔

"๒.๒ จะเห็นได้ว่า.....แนวคำพิพากษา ฎีกาข้างต้น วางแนวไว้ เฉพาะ " ผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่มีหมายจับ " ......แต่ประเด็นตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และ ตามกระทู้นี้คือ "ผู้ต้องหามีหมายจับ"
ยังไม่มีคำพิพากษา หรือแนวฎีกา วางไว้ว่าต้องปฏิบัติอย่างไร

๒.๓ "อิสานใต้".....นำเสนอไว้......แล้วตามแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องและภายใน กรอบกฎหมาย โดยที่ยังไม่มีคำพิพากษาฎีกา..........มาเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติ ว่า

เมื่อ ผู้ต้องหาถูกเรียก หรือส่งตัวมา หรือเข้าหาพนักงานสอบสวนเอง หรือ ปรากฏว่าผู้ใดซึ่งมาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ต้องหา
- ให้ถามชื่อตัว ชื่อรอง ชื่อสกุล สัญชาติ บิดามารดา อายุ อาชีพ ที่อยู่ ที่เกิด และ
- แจ้งให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิด แล้ว
- จึงแจ้งข้อหาให้ทราบ
ผู้ต้องหา มีหมายจับ/ เมื่อแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว......ให้จัดทำบันทึกแจ้งข้อกล่าวหารับมอบตัวผู้ ต้องหา ตามหมายจับ ผู้ต้องหาลงลายมือชื่อ/รับทราบ.......ถือได้ว่า เป็นการจับกุมแล้ว
- แจ้งสิบเวรฯรับตัวควบคุม
- ผู้ต้องหามีทนายความมาพร้อม โฉนดแถวรัชดาฯ.....ก็ให้นั่งคอยทำสัญญาประกันได้ ตามในหนังสือ สั่งการ ตร. /โดยไม่ต้องนำเข้าห้องควบคุม

๒.๔/ ประเด็นฝ่าฝืนหรือจะหลบหนี หรือไม่ยอมปฏิบัติตามก็นำวรรค มาตรา ๑๓๔ วรรคท้าย มาใช้ปฏิบัติ"

...สงสัยเช่นเดียวกันกับท่าน...crow...เมื่อผู้ต้องหามีหมายจับเข้ามอบตัว พงส.จึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนของท่าน อ.พงส.อาชีพ(อิสานใต้) แล้วผู้ต้องหา ฝ่าฝืนหรือจะหลบหนี หรือไม่ยอมปฏิบัติแล้ว เพราะเหตุใดจึงต้องนำวรรค มาตรา ๑๓๔ วรรคท้าย มาใช้ปฏิบัติด้วยละครับ สงสัยจัง
อมยิ้ม อมยิ้ม อมยิ้ม อมยิ้ม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง เศร้า ร้องไห้ เหงาหงอย โกรธ ลังเล เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> จับ ค้น ควบคุม ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




ยิ้มซิ | เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ


การสร้างหน้าเอกสาร: 0.14 วินาที