Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้แล้ว
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สุขภาพ l ศึกษา l กีฬา l เกม l อดิเรก l ข่าว l รัก l ความรู้ l ไอที l งาน l ซื้อขาย l ท่องเที่ยว l โรงแรม l การเงิน l ธุรกิจ l บันเทิง l บ้าน l บ้านจัดสรร l สังคม l สวย l กล้อง l มือถือ l รถ l กวี l บล็อก l ศิลป์ l สัตว์ l หน่วยงาน l หนังสือ l โหลด l อาหาร l เนต l โปรโมทเว็บฟรี l เนติบัณฑิต
พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้แล้ว
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
เดี๊ยนอย่างเป็น น.ส.
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 05/06/2008 12:09 pm    ชื่อกระทู้: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้แล้ว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

หญิงที่หย่าแล้วสามารถ ใช้ 'นาง' หรือ 'นางสาว' ก็ได้

เมื่อพระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ.2551 เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ (4 มิ.ย.) เป็นต้นไป เพื่อให้ผู้หญิงมีทางเลือกในการใช้คำนำหน้านามและชื่อสกุลได้ตามความสมัครใจ มีใจความว่า

1.กรณีหญิงที่จดทะเบียนสมรสใหม่ ให้แจ้งต่อนายทะเบียนขณะที่จดทะเบียนสมรสว่าประสงค์จะใช้คำนำหน้านามว่า นาง หรือ นางสาว นายทะเบียนจะบันทึกไว้ในทะเบียนสมรส แล้วนำหลักฐานทะเบียนสมรสไปแก้ไขในทะเบียนที่สำนักทะเบียนที่หญิงมีชื่ออยู่ แล้วทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ให้

2.กรณีหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้ว หรือหย่าแล้ว และได้ใช้คำนำหน้านามว่า นาง แล้ว ต้องการจะเปลี่ยนเป็นนางสาวให้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนครอบครัว ณ สำนักทะเบียนที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือต่อนายทะเบียนที่จดทะเบียนสมรส นายทะเบียนจะบันทึกในทะเบียนสมรส ครั้งที่ 2 และจะออกหนังสือรับรองให้ เพื่อนำไปแก้ไขในทะเบียนบ้าน และเปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ให้ ทั้งนี้ การแก้ไขดังกล่าวไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม แต่จะเสียค่าธรรมเนียมเฉพาะเปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ประมาณ 50 บาท

ดิฉันเองก็สมรสแล้ว และเปลี่ยนทั้งคำนำหน้าจากนางสาวมาเป็นนาง และเปลี่ยนนามสกุลเดิมมาเป็นนามสกุลของสามี และตั้งแต่ใช้มาก็ยังไม่เคยรู้สึกว่ามีปัญหาแต่ประการใด

ดิฉันพยายามนึกถึงทั้งข้อดี-ข้อเสีย และติดตามเรื่องนี้มาพอสมควร เพราะเข้าใจเจตนาดีว่าแต่ละฝ่ายคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไร

จริงอยู่ เรื่องนี้ไม่น่าเป็นปัญหา เพราะเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล ที่พอใจอย่างไรก็เลือกแบบนั้น ก็ไม่เห็นจะเป็นปัญหา ในเมื่อคุณไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องเปลี่ยนแปลง ก็เลือกตามที่ตัวเองต้องการก็สิ้นเรื่อง ไม่เห็นต้องเป็นปัญหาใดๆ

แต่สิ่งที่ดิฉันอยากชวนมองอีกมุมหนึ่ง ก็คือ เรื่องการใช้ชีวิตคู่ในยุคปัจจุบันต่างหากที่นับวันก็ค่อนข้างเปราะบาง มีสภาพปัญหาอยู่มากมาย จำนวนสถิติการหย่าร้าง สภาพความแตกร้าวแตกแยกในครอบครัวก็มากโขอยู่ และเป็นประเด็นปัญหาที่ทำให้เกิดสภาพปัญหาทางสังคมตามมา

ดิฉันอาจถูกมองว่าเป็นพวกคุณป้าหัวโบราณ หรือค่อนไปทางอนุรักษนิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ก็ว่ากันไป เพราะดิฉันยังเชื่ออยู่เต็มหัวใจว่า การใช้ชีวิตคู่มีองค์ประกอบสำคัญมากมายอยู่รายรอบตัว

และหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ ก็คือ การให้เกียรติหัวใจซึ่งกันและกัน


มิใช่เป็นการให้เกียรติ หรือเรียกร้องว่าทำไมแต่งงานแล้วต้องเปลี่ยนคำนำหน้าหรือใช้นามสกุลของใครหรือไม่ แต่เป็นการยินยอมพร้อมใจที่จะขอร่วมคู่ชีวิตเป็นหนึ่งเดียว โดยไม่ได้ยึดติดเรื่องของสัญลักษณ์..!!

ที่ผ่านมา การเปลี่ยนคำนำหน้า หรือเปลี่ยนนามสกุล มาใช้ของสามี เป็นการบอกเล่าประกาศให้เพื่อนพ้องญาติพี่น้องรับรู้ว่าคู่ของเราตัดสินใจใช้ชีวิตเป็นคู่สามีภรรยา และพร้อมจะเป็นหนึ่งเดียวของกันและกัน

และหากวันหนึ่งวันใดที่เกิดเหตุไม่สามารถประคองชีวิตสมรสให้ตลอดรอดฝั่ง หรือมีเหตุต้องแยกทางกัน ฝ่ายหญิงก็กลับไปใช้นามสกุลเดิม เพื่อแจ้งให้เพื่อนพ้องญาติพี่น้องรับรู้ว่าตนเองได้แยกทางกับสามีแล้ว

แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์เท่านั้น

สิ่งที่เป็นกังวล ก็คือ ปัญหาทางด้านจิตใจ

การตัดสินใจแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคน คนหนึ่ง ทั้งหญิงและชาย แต่ดูเหมือนฝ่ายหญิงจะเป็นผู้ที่ต้องปรับเปลี่ยนมากกว่าผู้ชาย ปรับเปลี่ยนในที่นี้คือในแง่สัญลักษณ์ แต่ถ้าหมายถึงการปรับเปลี่ยนในชีวิตคู่เป็นเรื่องที่ต้องปรับเปลี่ยนทั้งคู่ เพื่อให้ชีวิตคู่สามารถเดินไปได้อย่างสวยงาม

ประเด็นสำคัญหนึ่งที่น่าจะถูกหยิบยกมาพูดถึงด้วย ก็คือ ในเชิงสัญลักษณ์ที่ผู้หญิงต้องปรับเปลี่ยนทั้งคำนำหน้า และนามสกุล มีข้อดีหรือไม่ อย่างไร?

ข้อดีที่ว่า ก็คือ เมื่อเราใช้นามสกุลเดียวกัน ก็เป็นกุศโลบายหนึ่งให้รู้สึกให้เกียรติและแคร์ความรู้สึกของกันและกัน การจะทำสิ่งใดที่ไม่เหมาะไม่ควรก็จะมีความยับยั้งชั่งใจมากขึ้น หรือการจะตัดสินใจแยกทางกัน ก็จะคิดหนัก ไตร่ตรองอย่างรอบด้าน ก่อนที่จะตัดสินใจทางใดทางหนึ่ง รวมถึงการหล่อหลอมความเป็นครอบครัว เมื่อมีลูก ก็ใช้นามสกุลเดียวกันทุกคน ลูกก็คงไม่ต้องมีคำถามในภายหลัง

จริงอยู่ว่าถ้าครอบครัวที่นามสกุลเดียวกัน แต่ครอบครัวมีแต่ความร้าวฉาน คำนำหน้า หรือนามสกุลก็ไม่ได้ช่วยอะไร

ในทางตรงกันข้าม สังคมที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายสับสน และสภาพปัญหาทางสังคมมากมายในขณะนี้ การแก้ปัญหาในเชิงสัญลักษณ์จะไม่เป็นการช่วยเพิ่มปัญหาสังคมอีกหรือ ...!!

ดิฉันเคยลองถามคนข้างตัวเล่นๆ ว่ารู้สึกอย่างไร เมื่อมีคนมาร่วมใช้นามสกุลด้วย เขาตอบแบบเรียบง่ายว่าภูมิใจที่มีคนมาใช้นามสกุลเดียวกับเขา เพราะนั่นคือการให้เกียรติกัน

เมื่อผู้หญิงตัดสินใจแต่งงาน แต่ไม่ต้องการเปลี่ยนคำนำหน้า หรือเปลี่ยนนามสกุล ผู้ชายก็อาจพานคิดไปว่าเรื่องนี้ยังไม่ไว้ใจกัน ก็อาจกลายเป็นช่องว่างระหว่างกันได้ในภายหลัง

ที่ผ่านมา ฝ่ายหญิงที่แต่งงานแล้ว ใช้คำว่านาง เวลามีผู้ชายอยากเข้ามาทำความรู้จัก หรือจีบ แต่เมื่อมีคำว่านางค้ำคออยู่ ก็ทำให้ทั้งฝ่ายชาย และฝ่ายหญิงยับยั้งชั่งใจได้ในระดับหนึ่ง จากนั้นก็ขึ้นอยู่กับศีลธรรมของแต่ละคน

แต่ขนาดเป็นอย่างนี้ก็ยังพบเห็นปัญหาเรื่องมีชู้มีกิ๊กกันเต็มบ้านเต็มเมือง

แล้วหากจากนี้ไป หญิงที่แต่งงานแล้ว แต่เลือกใช้นางสาว ชายคนใหม่ก็อาจคิดไปเองว่าหญิงคนนี้ยังไม่มีคู่ครอง แล้วเกิดเป็นกรณีที่ไม่เหมาะสม ก็เท่ากับเป็นการสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมา

เรื่องนี้เป็นเรื่องนานาจิตตัง สุดแท้แต่ว่าใครจะมองมุมไหน และคิดเห็นอย่างไร มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ประเด็นสำคัญคือ เรื่องสิทธิเป็นเรื่องที่ทุกสังคมควรมี แต่มีสิทธิแล้วก็ต้องดูบริบทของสังคมไทยด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่

การจะยกระดับสิทธิสตรีไปสู่สากล โดยที่บริบทสังคมไทยโดยรวมยังไม่พร้อม ก็อาจทำให้สถาบันครอบครัวเปราะบางยิ่งขึ้นก็เป็นได้...!!!

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
ตาต้า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 27/04/2008
ตอบ: 764

ตอบตอบ: 05/06/2008 1:36 pm    ชื่อกระทู้: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้แล้ว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผลพวงจากสังคมวิปริต.....พุทธองค์ทรงสอนให้เดินทางสายกลาง......สิ่งใดก็ตามถ้ามากเกินไปก็ไม่ดี....หากนำมากเกินก็ท่วม.....การใช้สิทธิของบุคคล หรือกล่มบุคคลก็เช่นกัน...หากมากไปก็กระทบสิทธิของบุคคลอื่น.....ทำให้บุคคลอื่นสับสนว่นวายไปด้วย.....เปรียบเหมือนกิเลสมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุด......เว้นแต่พระอรหันต์......
กฎหมายที่ดี.....ย่อมเกิดจากขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละสังคม(นั้นๆ) .....
กฎหมายที่ดีของสังคมหนึ่ง....อาจใช้ไม่ได้ดีกับอีกสังคมหนึ่ง....เพราะวัฒนธรรม ธรรมเนียมประเพณี...วิถีประชาต่างกันไป........
สังคมเขาอย่ดีๆ....พวกนักวิชาเกินกับพวกสิทธิสัตรีไม่กี่คนก็เปลี่ยนแปลงสังคมได้........น่าอนาถ
ฝรั่งผ้หญิงเขาก็มี นส.,กับนาง เหมือนกัน.... แบ่งกันชัดเจน......แล้วนี่อะไรกัน.....งงๆๆ... กับการเปลี่ยนแปลงสังคม(ที่ไม่เข้าท่า)...
แก่จะเข้าโลงแล้ว....ผ่านสามีมาก็เยอะ...ลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง....ยัง ส. ใส่เกือก จะเป็น น.ส. (ทุเรียน)
จากผ้ใช้กฎหมายไทย....น้อยใจคนเขียนกฎหมาย......
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ไม่สนธิ
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 04/06/2008
ตอบ: 6

ตอบตอบ: 05/06/2008 9:07 pm    ชื่อกระทู้: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้แล้ว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ชีวิตคนไทยเราทุกวันนี้คิดได้แค่นี้เองหรือ.......บ้านเมืองจะพัฒนาก้าวหน้าไปได้อย่างไร......อยู่ในวังวนของความรู้สึก การชักจูงจากสื่อ นักสิทธิ(เอ็น จี โอ ไม้เอก)เป็นหลักส่วนความถูกต้องดีงามที่บรรพบุรุษสั่งสมมายาวนานนั้นเป็นเรื่องที่เชย ไม่น่าสืบทอดกันอีกต่อไป
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม/เงิน
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 06/06/2008 10:17 am    ชื่อกระทู้: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้แล้ว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมจะเรียกร้องสิทธิเท่าเทียมสตรีบ้าง

จากเด็กชาย ผมขอเป็นนายหนุ่มก่อน

แต่งงานแล้วถึงเป็นนาย ขอเท่าเทียมผู้หญิงทุกอย่างทั้งในเรื่องการเปลี่ยนนามสกุล ฯลฯ

พูดอย่างนี้จะต้องออกกฎหมายให้ตามกิเลสของผมใช่ไหมจึงจะถูกต้องตามหลักการ

บ้ากันไปใหญ่ พวกนักสิทธิมนุษยชวยหัวคนพวกนี้แหละคือตัวการนำวัฒนธรรมของฝรั่งมาย่ำยีวิถีและประเพณีชาวไทย ฝรั่งเองก็ไม่เห็นมีกฎหมายบ้าบออบ่างนี้เลย ทุด
กลับไปข้างบน
ขอแจม
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 06/06/2008 2:49 pm    ชื่อกระทู้: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้แล้ว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ของเก่าที่มีอารยะธรรม คือการปฏิบัติสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน หากไม่ถูกต้องได้มีการแก้ไขมาโดยตลอดจนกระทั่งถึงรุ่นเรา การให้มีคำนำหน้า นาง หรือนางสาวนั้น คงจะเพื่อให้บุคคลทั่วไปทราบสถานะโดยไม่ต้องไปสืบค้น การมีคำนำหน้าเป็นนางสาว ใช่ว่าจะทำให้คนรัก หลงไหล มากขึ้น ส่วนสำคัญ น่าจะอยู่ที่จิตใจ ความประพฤติ มากกว่า คนที่มีคำนำหน้าว่า นางสาว แต่พูดจากกระโชกโฮกฮาก แต่อีกคนมีคำนำหน้าว่านาง พูดจาไพเราะนิ่มนวล น่าฟัง ถามดูว่าถ้าให้คุณเลือก คุณจะเลือกอยู่ใกล้ใคร ฝรั่งยังมี Miss and Madam เศร้า ร้องไห้ ร้องไห้
กลับไปข้างบน
พงส.ใต้ ธรรมชาติ
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 06/06/2008 7:58 pm    ชื่อกระทู้: Re: พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้แล้ว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมว่านะ กฎหมายฉบับนี้เป็นการทำลายขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมอันดีงามของไทย

ผมเห็นด้วยกับหญิงที่หย่าแล้วควรคืน น.ส. ให้แก่เขา เพื่อประกาศให้คนทั่วไปได้รับรู้ว่าเขาเป็นอิสระที่จะมีคู่ได้

แต่การที่ให้คนที่แต่งงานแล้วเลือกใช้ นาง หรือ น.ส. ได้นี่ซี่ จะก่อให้เกิดปัญภายในครอบครัวขึ้นได้ง่าย หากผู้ชายดีๆ ที่ไปชอบผู้หญิงซักคน ถ้าเห็นว่าเขาเป็นนางแสดงว่าเขามีครอบครัวแล้ว ผู้ชายที่เป็นลูกผู้ชายเขาก็ไม่ยุ่งกับภรรยาคนอื่น แต่นี้ต่อไปไม่มีสิ่งใดที่จะแสดงว่าหญิงนั้นมีคู่อยู่แล้ว ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้

ผมจึงถือว่าเป็นกฎหมายที่ทำลายขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมอันดีงามของไทยไปแล้ว
กลับไปข้างบน
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง เศร้า ร้องไห้ เหงาหงอย โกรธ ลังเล เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




ยิ้มซิ | เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ


การสร้างหน้าเอกสาร: 0.13 วินาที