Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ขอรับคำปรึกษาจากพี่ ๆ ด้วย
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ขอรับคำปรึกษาจากพี่ ๆ ด้วย
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> จราจร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
พงส.ตำบล
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 04/03/2008
ตอบ: 248

ตอบตอบ: 11/04/2008 11:01 am    ชื่อกระทู้: ขอรับคำปรึกษาจากพี่ ๆ ด้วย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ม.๔๓(๒),๑๖๐ ตรี วรรค ๒ โทษจำคุก ๑-๕ ปี จะต้องเป็นการกระทำโดยประมาทด้วยหรือไม่
ข้อเท็จจริงคือ นาย ก.ขับรถปิ๊กอัพไปตามถนนในช่องทางของตนเอง ขณะนั้นมีรถ จยย.ของวัยรุ่นขับตามหลังมาด้วยความคึกคะนองชนท้ายรถยนต์นาย ก.เป็นเหตุให้วัยรุ่นได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กาย ตร.ประจำจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ได้ให้ทั้ง ๒ ฝ่ายเป่าเครื่องตรวจวัด ปรากฏว่านาย ก.ได้ ๗๕ มลก./เปอร์เซนต์ ส่วนวัยรุ่นไม่เกิน จึงจับกุมตัวนาย ก.ส่งดำเนินคดี พงส.ออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุและสอบสวนเบื้องต้นแล้วเป็นความประมาทของวัยรุ่น กรณีเช่นนี้ถือว่า นาย ก.ผิดฐาน ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือไม่ อย่างไร จะต้องแยกคดีเมาแล้วขับไปฟ้องศาลบแขวงก่อนหรือไม่ ขอคำตอบด่วนด้วยครับ

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
1000เวรกรรม
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 11/04/2008 11:34 am    ชื่อกระทู้: Re: ขอรับคำปรึกษาจากพี่ ๆ ด้วย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ความเห็นส่วนตัว
1ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
การที่จะดำเนินคดีนี้สาเหตุของการเกิดอันตรายแก่กายและจิตใจต้องมาจากการเมาสุรา จึงใช้คำว่าเป็นเหตุให้.... แต่ตามข้อเท็จจริงที่ให้มา ความประมาทเกิดจากฝ่ายที่ไม่เมาสุรา ข้อหาที่กล่าวมานี้ จึงไม่ควรแจ้งฯเพื่อประโยชน์แก่ความยุติธรรม ควรดำเนินคดีแต่ข้อหา เมาสุราขับรถพอแล้ว
ถ้าข้อเท็จจริงมาแค่นี้ก็อย่าแจ้งข้อหาขับรถเมาสุราเป็นเหตุให้ฯเลย แค่นี้เขาก็ซวยพอแล้ว
กลับไปข้างบน
สบ๔อีสาน
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ


เข้าร่วมเมื่อ: 24/02/2008
ตอบ: 5073

ตอบตอบ: 11/04/2008 1:27 pm    ชื่อกระทู้: Re: ขอรับคำปรึกษาจากพี่ ๆ ด้วย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มีความเห็นว่า กม.จราจรฯ มาตรานี้ น่าจะถือว่าเป็นข้อสันนิษฐานสำหรับเอาโทษกลุ่มเมาไม่ขับแล้ว ต้องรับโทษแม้ว่าตนเองจะไม่ประมาทก็ตาม (ความจริงประมาทแต่เริ่มดื่มสุราและขึ้นขับรถแล้ว) ซึ่งเป็นความผิดแยกต่างหากจาก ป.อาญา ข้อหา กระทำโดยประมาท (ขับรถ) เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ กม.๒ ฉบับ มีเจตนาใช้ต่างกัน ต้องบังคับใช้ต่างกัน ถือว่าถึงคราวซวยแล้ว แม้ตนเองเมาแล้วขับ แต่ไม่ประมาท (อ้างไม่ขึ้นหรอก) ก็ตามก็ยังต้องรับผิดตามบทสันนิษฐานอยู่ดี หากไม่แจ้งข้อหานี้ ถือว่าไม่ครบถ้วนสมบูรณ์...ดังนั้น เมื่อ พงสฯ แจ้งข้อหา ผตห.ก็มีสิทธิปฏิเสธต่อสู้ไดแต่้เพียงว่า ไม่ได้เมาแล้วขับ เท่านั้น ส่วนผลว่า การบาดเจ็บเกิดจากใครไม่สำคัญ เพราะ กม.ออกมาเพื่อบังคับกับกลุ่มเมาแล้วขับ โดยเฉพาะ ถือเป็นบทลงโทษพิเศษ จะปฏิเสธว่า เมาอยู่แต่ขับได้ และไม่ประมาท นั้น ศาลไม่เชื่อแล้วครับ เพราะประมาทแต่ต้นแล้ว ทำนองเดียวกับฎีกา เป็นโรคลมชัก ลมบ้าหมูดันไปขับรถสองแถวรับส่งคนแล้วเกิดเป็นลมขณะขับผู้โดยสารเต็มรถ
ตกถนนเจ็บ ตาย ก็อ้างไม่ได้ว่าสุดวิสัย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.ผู้น้อง
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 11/04/2008 1:57 pm    ชื่อกระทู้: Re: ขอรับคำปรึกษาจากพี่ ๆ ด้วย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อเท็จจริงลักษณะนี้มีปัญหาในทางปฏิบัติในเรื่องการควบคุมตัวผู้ต้องหา ที่ควรวินิจฉัยด้วยคือ
1.ข้อหาเมาแล้วขับตามผลการตรวจวัด...ผ้ต้องหาต้องถูกควบคุมตัวทันทีหากรับสารภาพ...ส่งตัวไปฟ้องในอำนาจศาลแขวง ใน ๔๘ ชม.
๒.หากแจ้งข้อหาเมาแล้วขับเป็นเหตุให้..อยู่ในอำนาจศาลจังหวัด
หากแจ้งข้อหาตามข้อ ๒ คงไม่เป็นปัญหา แต่หากแจ้งตามข้อ ๑ ควรแยกสำนวนเมาแล้วขับไปก่อนหรือไม่ครับขอความเห็นทุกท่าน ..ผมคิดว่าข้อเท็จจริงในลักษณะคนเมาขับรถไปชนรถอื่นมีคนได้รับบาดเจ็บจะเกิดข้อเท็จจริงแบบนี้ ตามกระทู้ข้างต้นครับ...เรียนปรึกษาทุกท่านครับ
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 11/04/2008 2:55 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ให้ดู ป.วิ มาตรา ๒๔ เมื่อความผิดหลายเรื่องเกี่ยวพันกันโดยเหตุหนึ่งเหตุใด เป็นต้นว่า
(๑) ปรากฎว่าความผิดหลายฐานได้กระทำลงโดยผู้กระทำผิดคนเดียวกัน หรือผู้กระทำหลายคนเกี่ยวพันกันในการกระทำความผิดฐานหนึ่งหรือหลายฐาน จะเป็นตัวการ ผู้สมรู้หรือรับของโจรก็ตาม
ดั่งนี้ จะฟ้องคดีทุกเรื่อง หรือฟ้องผู้กระทำความผิดทั้งหมดต่อศาลซึ่งมีอำนาจชำระในฐานความผิดซึ่งมีอัตราโทษสูงกว่าไว้ก็ได้
ขยายความ ก็หมายความว่า มีทั้งศาลแขวง และศาลจังหวัด อยู่ในสำนวนเดียวกัน กฎหมายให้ถือเอาศาลจังหวัดซึ่งมีโทษสูงกว่าเป็นหลัก แม้ศาลแขวงจะรับสารภาพก็ตาม ให้ส่งสำนวนไปเสียคราวเดียวกันโดยอาศัยศาลจังหวัด
แต่กรณีดังกล่าว พงส.มักจะกังวลจริงหรือเปล่า ก็มีทางเลือกอีกทางคือ แยกแขวงส่งอัยการฟ้องศาลไปก่อนก็ได้ คือทำได้ทั้งสองอย่าง เคยทำมาทั้งสองอย่างแล้ว อัยการก็รับไปฟ้องทั้งสองอย่างเช่นกัน หัวเราะ
กลับไปข้างบน
แมงป่อง
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 11/04/2008 5:55 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตามกระทู้ข้อก่อน เพิ่มเติมอีกนิด เดี่ยวจะเกิดความงง
ถ้าถามว่า แล้วกรณีข้อหาศาลแขวงจะพิมพ์คำให้การใบแดงหรือใบขาวละ
พิมพ์ใบขาวครับ แจ้งพร้อมกับข้อหาศาลจังหวัด นั่นแหละ
ถามอีกว่า แล้วข้อหาศาลแขวงจะต้องไปผัดฟ้องหรือเปล่า ไม่ต้องแล้ว เอาข้อหาศาลจังหวัดเป็นหลักไงละ คือถ้าไม่ประกันตัวก็ต้องไป ฝากขัง สำนวนเสร็จเมื่อไหร่ก็เสนออัยการ
กลับไปข้างบน
พงส.มองมุมกลับ
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 11/04/2008 6:46 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตามกระทู้เทียบเคียงแล้วเคยปฏิบัติมา เนื่องจากว่างานสอบสวนเป็นศาสตร์และศิลป์ พงส.ส่วนมากจึงรับเลขคดีเพียงคดีเดียวถึงจะมีหลายกรรมก็ตามในเนื้อสำนวนการสอบสวน จะสะดวกในการปฏิบัติ เมื่อรวบรวมหลักฐานเสร็จแล้ว ทำความเห็นส่งสำนวนพร้อมผู้ต้องหาให้อัยการจังหวัด อัยการจังหวัดจะพิจารณาคดีสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องเฉพาะข้อหาในอำนาจของตน เสร็จแล้วส่งเรื่องหรือข้อหาในอำนาจศาลแขวงคืนมาแจ้งว่าข้อหา...นี้อยู่ในอำนาจของศาลแขวงให้ พงส.ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป แค่นี้ เราชาว พงส.จะต้องนำผู้ต้องหาไปส่งอัยการแขวงเพื่อฟ้องร้องต่อไป ที่ทุกคนแสดงความคิดห็นมานี้ผมมองว่าไม่มีผู้ใดผิดและไม่มีผู้ใดถูก ขอปฏิบัติแล้วไม่มีปัญหานั้นแหละดี
กลับไปข้างบน
บักหำน้อย
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 12/04/2008 1:13 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แล้วกรณี เมาสุราขับรถไปชนรถอื่น แล้วคนขับคันคู่กรณีเข้า รพ. ยังไม่รู้ว่าจะตายแหล่มิตายแหล่ (ก้ำกึ่ง)
พอเอาตัวคนขับมาเป่าเมา ปรากฏว่าเกินมากๆ อย่างนี้เราเอาตัวเข้าห้องขังเลยหรือไม่
ถือว่าซึ่งหน้าเหมือนกับที่ตั้งด่านแล้วให้เป่าเมาหรือไม่ ถ้าใช่ ตื่นขึ้นมาต้องพาไปฟ้องศาลแล้วใช่หรือไม่
และถ้าใช่อีก เราจะฟ้องข้อหาอะไร ขับรถในขณะเมาสุราเพียวๆ รึว่าเมาสุราขับเป็นเหตุให้คนอื่นสาหัส
(ซึ่งก็ยังไม่ทราบว่าจะตายหรือไม่ ใบแพทย์ยังไม่ออก) และถ้าฟ้องใบแดงไปแล้ว (ขับรถในขณะเมาสุราเฉยๆ)
มาฟ้องข้อหาขับรถประมาทได้อีกหรือไม่ ถือว่าต่างกรรมต่างวาระ หรือว่ากรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท
ช่วยแนะนำด้วยครับ เพราะข้อเท็จจริงมันเกิดกับผมแล้ว ผมก็มั่วๆไปแล้ว ไม่รู้จะโดนฟ้องกลับรึป่าว
กลับไปข้างบน
อาจารย์โต
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 12/04/2008 7:14 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การพิจารณาตั้งข้อกล่าวหา พงส.จะต้องระมัดระวังให้แจ้งข้อหาพอสมควรแก่เหตุ และต้องมีพยานหลักฐานพอที่จะแจ้ง ให้ปฏิบัติตาม ป.วิ.อาญา ม.134 ถ้าหลักฐานไม่พอก็ไม่ต้องแจ้ง ตามข้อหารือ นาย ก.มีพยานหลักฐานแน่นอนคือเมาสุราขณะขับขี่รถ ส่วนจะข้บรถประมาทหรือไม่ต้องพิสูจน์กัน คำว่า "ประมาท" นั้น หมายความถึงกระทำโดยไม่เจตนา แต่หาได้ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอไม่ ตามวิสัยและพฤติการณ์ที่วิญญูชนถึงจะใช้ เมื่อไม่ได้พยานหลักฐานใดที่จะกล่าวหาเขา ก็ไม่ควรแจ้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บ ตามพฤติการณ์แห่งคดี คนขับรถ จยย.มาชนท้าย หลายฎีกา ก็พิพากษาเป็นความผิดของคนขับรถชนท้ายแต่เพียงผู้เดียว
กลับไปข้างบน
รอไปอบรม สบ 2
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 12/04/2008 7:35 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Anonymous บันทึก:
แล้วกรณี เมาสุราขับรถไปชนรถอื่น แล้วคนขับคันคู่กรณีเข้า รพ. ยังไม่รู้ว่าจะตายแหล่มิตายแหล่ (ก้ำกึ่ง)
พอเอาตัวคนขับมาเป่าเมา ปรากฏว่าเกินมากๆ อย่างนี้เราเอาตัวเข้าห้องขังเลยหรือไม่
ถือว่าซึ่งหน้าเหมือนกับที่ตั้งด่านแล้วให้เป่าเมาหรือไม่ ถ้าใช่ ตื่นขึ้นมาต้องพาไปฟ้องศาลแล้วใช่หรือไม่
และถ้าใช่อีก เราจะฟ้องข้อหาอะไร ขับรถในขณะเมาสุราเพียวๆ รึว่าเมาสุราขับเป็นเหตุให้คนอื่นสาหัส
(ซึ่งก็ยังไม่ทราบว่าจะตายหรือไม่ ใบแพทย์ยังไม่ออก) และถ้าฟ้องใบแดงไปแล้ว (ขับรถในขณะเมาสุราเฉยๆ)
มาฟ้องข้อหาขับรถประมาทได้อีกหรือไม่ ถือว่าต่างกรรมต่างวาระ หรือว่ากรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท
ช่วยแนะนำด้วยครับ เพราะข้อเท็จจริงมันเกิดกับผมแล้ว ผมก็มั่วๆไปแล้ว ไม่รู้จะโดนฟ้องกลับรึป่าว
ถึงคุณบักหำน้อย กรณีดังกล่าว หากได้มีการเป่าวัดแอลกอฮอก์ไว้ ก็ยังไม่ควรจับกุม เนื่องจากไม่ได้เป็นความผิดซึ่งหน้า เมื่อได้รับใบแพทย์ยืนว่าสาหัส หรือเสียชีวิต แล้วจึงเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหา ให้กลับไป เมื่อสรุปสำนวนเสร็จ ก็เรียกมาฟ้อง หรือขอให้ศาลสั่งขัง แล้วสรุปสำนวนส่งอัยการ ก็ไม่ได้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด มีผลดีเสียกว่า พนักงานสอบสวนมีเวลาดูเนื้อหาในสำนวน ให้รอบคอบ
กลับไปข้างบน
พงส.ผู้น้อง
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 12/04/2008 9:11 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

พี่เทพฯ..พี่อีสานใต้ครับ..ขอความเห็นด้วยพี่..เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดได้ตลอดเวลา...
กลับไปข้างบน
สบ.สามแก่ๆ
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/03/2008
ตอบ: 14

ตอบตอบ: 12/04/2008 3:35 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมมีความเห็น แตกต่าง เกี่ยวกับเรื่อง การเมาสุราเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจะเป็นข้อพิจารณาว่า ประมาทหรือไม่ ดังนี้
1. การที่จะถือว่าเมาสุราเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุหรือไม่นั้น ต้องดูที่ข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆไปว่า การเมาสุราของเขานั้นเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ ถ้าเขาเมา แต่เขาไม่ได้เป็นฝ่ายก็ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เขาก็รับผิดเพียงเรื่องเมาแล้วขับเท่านั้น
2. กรณีที่จะถือว่า ประมาทตั้งแต่เริ่มต้นดื่มสุราแล้วนั้น จะเอาผิดเขาว่าประมาท ก็น่าจะต้องมีข้อเท็จจริงต่อไปว่า เขาเป็นผู้ก่อเหตุ ไม่ใช่ขึ้นนั่งเกาะพวงมาลัยติดเครื่องรถ เข้าเกียร์ ยังไม่ทันจะเริ่มออกตัว(อย่างนี้ก็เรียกขับรถแล้ว)มี จยย.วิ่งมาเสยท้าย จะบอกว่าเมาขับแล้วประมาทเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุด้วย ผมว่ามันไม่ยุติธรรม เพราะแม้คนขับจะไม่เมา งานนี้รถจอดไว้ตรงนั้นเฉยๆ จยย.คันนี้ก็วิ่งมาชนอยู่ดี ( นี่เป็นการยกตัวอย่าง)
การที่ มีการยกฎีกาเรื่อง คนเป็นลมชักลมบ้าหมู รู้ตัวอยู่ก่อนแล้วว่าในบางเวลาตนอาจมีอาการลมชัก รู้ตัวอยู่แล้วยังมาขับรถโดยสารพาคนไป แล้วบังเอิญเกิดลมชัก รถจึงเกิดอุบัติเหตุชนกันตาย อย่างนี้จึงถือว่า ประมาทตั้งแต่เริ่มมาขับรถแล้ว เพราะรู้ตัวเองอยู่แล้วว่าเป็นโรคลมชัก การเอาเรื่องนี้มาเทียบกับเรื่องคนเมาขับ ผมว่า มันไม่เหมือนกัน หากคนเมานั้นไม่ได้เป็นฝ่ายประมาทให้เกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้าคนขับ รู้ตัวว่าเมา แล้วยังมาขับ แล้วขับไม่ดีเนื่องจาก ไม่มีสติสัมปชัญญะเพียงพอ ควบคุมรถไม่ดีจึงเกิดอุบัติเหตุ อย่างนี้สิ ถึงจะเรียกว่า เมาแล้วขับเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ และประมาทมาตั้งแต่เมาแล้วมาขับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 16/04/2008 4:34 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ให้คิดจากเหตุไปหาผล....ใช้หลักเหตุและผลธรรมดาสิครับ(ความเห็นส่วนตัวใด๋)
กลับไปข้างบน
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> จราจร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.12 วินาที