Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - (((((การสอบสวนคดีผู้ต้องหาเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี เพิ่มเติม)))))
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สุขภาพ l ศึกษา l กีฬา l เกม l อดิเรก l ข่าว l รัก l ความรู้ l ไอที l งาน l ซื้อขาย l ท่องเที่ยว l โรงแรม l การเงิน l ธุรกิจ l บันเทิง l บ้าน l บ้านจัดสรร l สังคม l สวย l กล้อง l มือถือ l รถ l กวี l บล็อก l ศิลป์ l สัตว์ l หน่วยงาน l หนังสือ l โหลด l อาหาร l เนต l โปรโมทเว็บฟรี l เนติบัณฑิต
(((((การสอบสวนคดีผู้ต้องหาเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี เพิ่มเติม)))))
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> เด็ก เยาวชน
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
เทพธันเดอร์นครปฐม
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 7535

ตอบตอบ: 06/10/2010 9:04 pm    ชื่อกระทู้: (((((การสอบสวนคดีผู้ต้องหาเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี เพิ่มเติม))) ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

หนังสือ ตร.ที่ 0011.25/3394 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2553 (การสอบสวนคดีผู้ต้องหาเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี เพิ่มเติม)
http://www.4shared.com/document/upGqXdO2/10_online.html

กระทู้เก่าเมื่อกลางเดือน ม.ค.2553
http://www.sobsuan.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=12234

ที่มีการทักท้วงไป ตร. บัดนี้ ตร.แก้ไขการสั่งการเพิ่มเติมแล้ว

สรุปสั้นๆว่า ให้ทำความเห็น สั่งไม่ฟ้อง ให้อ้าง ปอ.ม.73 วรรคแรก มิใช่ ปวอ.ม.39(7)

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เทพธันเดอร์นครปฐม เมื่อ 02/03/2011 7:58 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 19/07/2007
ตอบ: 917

ตอบตอบ: 07/10/2010 12:29 am    ชื่อกระทู้: Re: (((((การสอบสวนคดีผู้ต้องหาเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี เพิ่มเติ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตร.อ้างว่า ให้สั่งไม่ฟ้องโดยอ้าง ปอ.ม.73 วรรคแรก เพราะเป็นการอ้างตามหลักวิชาการ แต่ไม่ได้ยกเหตุผลขึ้นมาอธิบายว่า หลักวิชาการที่ว่าคืออะไร

ผมจึงแย้งบันทึกสั่งของตร.โดยอาศัยหลักวิชาการว่า
1. สั่งไม่ฟ้องเป็นกระบวนวิธีการทางป.วิอาญาอันเป็นกฎหมายวิธีสบัญญัติ ส่วนป อาญา เป็นกฎหมายสารบัญญัติ หากจะสั่งไม่ฟ้องต้องอาศัยอำนาจตาม ป.วิอาญา ไม่ใช่อ้างเหตุผลตาม ป.อาญา

2. การสั่งไม่ฟ้องในทางวิชาการ มีสองลักษณะคือ

2.1 สั่งไม่ฟ้องตามเนื้อหา เพราะข้อเท็จจริงจากการสอบสวนฟังได้ว่า ผู้ต้องหาไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด หรือ การกระทำของผู้ต้องหาไม่เป็นความผิดจึงสั่งไม่ฟ้อง
2.2 สั่งไม่ฟ้องทางนิติวิธี ได้แก่สั่งไม่ฟ้องตาม ป.วิอ มาตรา 39 อนุต่าง ๆ

3. เด็กทำผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ ปรับเข้าได้กับ ป.วิอ.มาตรา 39(7) เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ

สิทธิฯฟ้องระงับตาม 39(7) เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ มีข้อโต้แย้งกันว่า กรณีนี้ 39(7) เป็นเรืองของ amnesty หรือ นิรโทษกรรมเท่านั้น จะนำเอา 39(7)มาปรับใช้กับกรณีกฎหมายถือว่าผิดแต่ไม่ต้องรับโทษนั้น ทำไม่ได้หรอก ผมเลยต้องศึกษาโดยอาศัยหลักวิชาการ แบ่งหัวข้อการเขียนเป็น 4 หัวข้อคือ

1. แนวความคิดเห็นในทางตำราของนักกฎหมายไทย
2. นิยามศัพท์ เนื่องจากบางตำรามีการอ้างอิงว่า 39(7) = amnesty
3. บทวิเคราะห์
4. บทสรุป

1. แนวความคิดเห็นในทางตำราของนักกฎหมายไทย

ขอยกมาเฉพาะตำรายอดฮิตของเหล่านักเรียนกฎหมายไทยก็แล้วกัน 5 เล่ม ซึ่งแบ่งแนวความคิดเป็นสองแนว แนวแรกเห็นว่า กรณี 39(7) เป็นกรณีของ amnesty หรือ การนิรโทษกรรม ส่วนแนวที่สองเห็นว่า เป็นกรณีนิรโทษกรรมก็ได้ หรือเป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดยกเว้นโทษความผิดใดก็ได้ และเติมให้เต็มคือแนวของอาจารย์คณิตฯ เห็นว่ากรณีตาม 39 คือ เงื่อนไขแห่งการระงับคดี

1.1 เริ่มแรกเลยก็เป็นตำรา กฎหมายอาญาภาค 1 ของอาจารย์จิตติฯ ท่านเป็นทั้งผู้พิพากษาและอาจารย์ประจำที่ มธ...............ท่านเขียนไว้ตั้งแต่ปี 2506 หัวข้อที่ 21 จิตติ ติงศภัทย์ กฎหมายอาญาภาค 1 ฉบับพิมพ์ครั้ง๑๐ พ.ศ.๒๕๔๖(พิมพ์ครั้งแรก ๒๕๐๖)

ข้อ ๒๑ ตามมาตรา๒วรรค๒ ที่ว่า ตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังการกระทำเช่นนั้นไม่เป็นความผิด ต่อไป หมายความว่า กฎหมายในขณะกระทำผิด ในส่วนที่บัญญัติการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดได้ยกเลิกไป โดยกฎหมายที่บัญญัติภายหลัง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคามอาญามาตรา ๓๙(๕)นั่นเอง การยกเลิกนี้อาจยกเลิกโดยตรง โดยระบุข้อความให้ยกเลิกกฎหมายเก่าไว้ในกฎหมายใหม่ก็ได้ หรืออาจะเป็นแต่เพียงกฎหมายใหม่มีข้อความทับหรือขัดแย้งกับกฎหมายเก่าก็ได้ ส่วนกฎหมายยกเว้นโทษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๓๙(๗) นั้น หมายความถึงนิรโทษกรรม (amnesty) ซึ่งตราขึ้นโดยพระราชบัญญัติ ตามปกติก็เป็นแต่ไม่ให้มีการลงโทษสำหรับการกระทำตามที่ระบุไว้โดยเฉพาะ แต่ไม่ยกเลิกฐานความผิดนั้นเสียทีเดียว แต่เนื่องจากการนิรโทษกรรมทำเป็นกฎหมาย จึงแล้วแต่บทบัญญัติของกฎหมายแต่ละราย ซึ่งอาจยกเว้นความผิดด้วยก็ได้ บางกรณีอาจยกเว้นตลอดไปถึงความรับผิดทางแพ่งด้วยก็ได้

ข้อสังเกต........... //////////...........ตำราของอาจารย์จิตติฯ ไม่ได้กล่าวถึงว่ากรณีที่กฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษเข้า เกณฑ์ตาม 39(7)ด้วยหรือไม่ เช่น กรณีเด็กทำผิดตาม ป.อาญา 73 กรณีทำผิดด้วยความจำเป็น หรือ กรณีความผิดระหว่างสามีภรรยา

1.2 ตำราอาจารย์ธานิศ เกศวพิทักษ์............ท่านเป็นผู้พิพากษาและอาจารย์พิเศษ..คำอธิบาย ป.วิอาญา ภาค๑-๒ (มาตรา๑- ๑๕๗) เล่ม๑ (ปกสีเทาเขียวไม่ระบุปีพิมพ์ พิมพ์โดยสำนักอบรมเนติฯ หน้า ๓๑๕

ข้อ ๗.เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ

กรณีตามมาตรา ๓๙(๗) นี้ เป็นเรื่องที่ภายหลังการกระทำผิดได้มีกฎหมายออกมายกเว้นโทษให้แก่การกระทำ ผิดนั้น ซึ่งในกรณีเช่นนี้แม้จะมีผลทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปเช่นเดียวกับ กรณีตามมาตรา ๓๙(๕) ก็ตาม แต่ความแตกต่างในประการสำคัญอยุ่ตรงที่ว่า กรณีตามมาตรา ๓๙(๕) เป็นเรื่องที่ภายหลังกระทำผิดได้มีกฎหมายออกมายกเลิกความผิดนั้นเลย กล่าวคือ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดอีกต่อไป ซึ่งย่อมเกิดผลตาม ป.อ.มาตรา ๒ วรรคสองที่บัญญัติว่า
ให้ผู้ที่ได้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำผิด แต่มาตรา ๓๙(๗) นั้นมิใช่เป็นกรณีกฎหมายยกเลิกความผิด กล่าวคือ ความผิดที่จำเลยกระทำยังคงเป็นความผิดต่อกฎหมายอยู่ เพียงแต่มีกฎหมายออกมายกเว้นโทษให้แก่ความผิดนั้นเท่านั้น แต่ก็มีผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามมาตรา ๓๙(๗) เช่นเดียวกับกรณีที่มีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำผิด ตามมาตรา ๓๙(๕)เช่นกัน อีกทั้งในกรณีเช่นนี้ก็เข้าเกณฑ์ตามมาตรา ๑๘๕ ที่บัญญัติว่า ........มีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษ.......เช่นเดียวกับกรณี ตามมาตรา ๓๙(๕) ซึ่งหากปรากฏความข้อนี้ในชั้นทำคำพิพากษาและคำสั่งชี้ขาดคดีของศาล มาตรา ๑๘๕ บัญญัติว่าให้ศาลยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยไปเช่นกัน

ฎ.๒๘๖/๒๕๑๕ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยมีปืนซึ่งไม่มีเครื่องหมายของเจ้าพนักงานไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับ อนุญาต แต่เห็นว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฉบับที่๔ พ.ศ.๒๕๑๐ มาตรา๖ บัญญัติว่า ถ้าผู้มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่อาจขออนุญาตได้ตามกฎหมาย นำปืนมามอบให้แก่นายทะเบียนท้องที่ภายใน ๙๐ วัน ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษ

ต่อมาโจทก์จะฎีกาว่า ในขณะที่ศาลฎีกากำลังพิจารณาคดีนี้อยู่ได้เลยกำหนดให้นำอาวุธปืนไปขึ้น ทะเบียนเพื่อขอนุญาตแล้ว และจำเลยก็มิได้นำไปขึ้นทะเบียนภายในกำหนด จึงมีความผิดฐานนี้อยู่ ดังนี้ฟังไม่ขึ้น เพราะเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาถูกต้องตามบทกฎหมายที่มีอยุ่ในเวลาพิพากษาแล้ว แม้จะเลยจะมิได้นำปืนไปขอรับใบอนุญาตภายใน ๙๐ วัน ก็ไม่ทำให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสียไป ศาลฏีกาไม่มีเหตุต้องแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อสังเกต........... //////////................. ตำราของอาจารย์ธานิศฯ ก็ไม่ได้แสดงความเห็นว่า กรณีกฎหมายบัญญัติว่า การกระทำเป็นความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษเข้าเกณฑ์ตาม 39(7) ด้วยหรือไม่

1.3 ตำราอาจารย์เกียรติขจรฯ อาจารย์ประจำ มธ...............คำอธิบายหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ว่าด้วยการดำเนินคดีในขั้นตอนก่อนการพิจารณา พิมพ์ครั้งที่ 6 เมื่อ กพ 2551 หน้า 229-230

คำว่ากฎหมายยกเว้นโทษ ฉบับคำแปลภาษาอังกฤษใช้คำว่า amnesty ซึ่งหมายถึงกฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรม อันเป็นกรณีที่การกระทำเป็นความผิดในขณะที่กระทำ แต่มีเหตุที่กฎหมายที่บัญญัติภายหลังยกเว้นโทษไม่ให้ผู้กระทำการนั้นๆ มีความผิด โดยไม่ได้ยกเลิกความผิดนั้น (หากเป็นกรณีที่กฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำผิดยกเลิกความผิดเช่นนั้นเป็น กรณีตามมาตรา 39(5)
///////////////...............กรณีตามมาตรา 39 อนุมาตรา 7 นี้ มิใช่เป็นกรณีที่กฎหมายยกเว้นโทษมาตั้งแต่ขณะกระทำผิด กล่าวคือ ไม่ใช่เรื่องการกระทำความผิดด้วยความจำเป็นตาม ป.อ.มาตรา 67 หรือการที่สามีลักทรัพย์ภริยาตาม ป.อ. มาตรา 71 วรรคหนึ่ง ซึ่งต่างก็เป็นกรณีที่กฎหมายยกเว้นโทษ กรณีเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในความหมายของ ป.วิ.อ. 39 (7)///////////................... (อาจารย์ได้อ้างให้ไปดูรายละเอียดใน หยุด แสงอุทัย คำอธิบายกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาศึกษาทางคำพิพากษาฎีกา น.๔๐๔-๔๐๖ และดูจิตติ ติงศภัทย์ ,กฎหมายอาญาภาค ๑ หน้า ๕๕-๕๖ หัวข้อ ๒๑

ข้อสังเกต อาจารย์เกียรติขจรฯท่านได้ฟันธงไปเลยว่า การกระทำผิดด้วยความจำเป็น การที่สามีลักทรัพย์ภริยา เป็นกรณีที่มีกฎหมายยกเว้นโทษ แต่ไม่อยู่ในความหมายของ ป.วิ.อ. 39(7) ต่างกับตำราของอาจารย์จิตติฯและตำราของอาจารย์ธานิศฯ ที่ไม่ได้ฟันธงไว้ แต่สิ่งที่เหมือนกันของตำราทั้งสามเล่มก็คือ มีแนวความคิดว่า กรณีของ 39(7) เป็นเรื่องของนิรโทษกรรมแน่ ๆ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า amnesty คงมีอาจารย์เกียรติขจรฯ ที่ฟันธงว่า กรณีกฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ ไม่เข้าเกณฑ์ตาม 39(7) อีกสองท่านไม่ได้กล่าวถึง

1.4 รชฎ เจริญฉ่ำ ท่านเป็นอัยการและอาจารย์พิเศษ เขียนตำรา กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 1 lw 308 ของรามคำแหง ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2545 หน้า 257 เรื่องสิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องระงับ ตาม 39(7) ท่านเขียนไว้ว่า

ลักษณะของกฎหมายยกเว้นโทษนี้ อาจจะเป็นบทกฎหมายเดิมนั่นเองแก้ไขใหม่แล้วยกเว้นโทษให้ หรืออาจจะเป็นกฎหมายอื่นโดยเฉพาะที่กำหนดการยกเว้นโทษความผิดใดก็ได้ แต่หากไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ของกฎหมายแล้ว ย่อมไม่ได้รับยกเว้นโทษ สภาพของกฎหมายยกเว้นโทษ อาจจะเป็นข้อความในตัวบทกฎหมายนั่นเองยกเว้นโทษไว้ในตัว โดยไม่ต้องมีการแก้ไขหรือเพิ่มเติมใหม่ก็ได้ ซึ่งลักษณะอย่างนี้ในประมวลกฎหมายอาญามีอยู่หลายการกระทำด้วยกันที่บัญญัติ ถึงว่าผู้กระทำได้ยกเว้นรับโทษ แต่ความผิดนั้นถือว่ามีอยู่เพียงแต่กฎหมายยกเว้นโทษให้เท่านั้นเช่น การกระทำของคนวิกลจริตตาม ป.อาญา 67 , การกระทำตามคำสั่งเจ้าพนักงาน มาตรา 70, การกระทำของสามีต่อภรรยามาตรา 71, พยายามยับยั้งกลับใจเสียเอง มาตรา 82, พยายามทำแท้งมาตรา 106, ผู้เข้าชุลมุนต่อสู้เป็นการเข้าไปห้าม ตาม 294, 299 เป็นต้น

////////////////////////////////////จะเห็นได้ว่าแนวความคิดของ อาจารย์รชฏฯ เห็นว่ากรณีตาม 39(7) ไม่ใช่กรณีนิรโทษกรรมเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงกฎหมายที่เขียนยกเว้นโทษสำหรับการกระทำผิดบางอย่างได้อีก ด้วย///////////////////////////////////////////////////////////////

1.5 คณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด และปัจจุบันเป็นคณะบดีคณะนิติศาสตร์ฯม.ธุรกิจบัณฑิตย์ เขียนตำรา วิอาญาวิพากษ์ พิมพ์ที่วิญญูชน กรกฎาคม 2552 หัวข้อ เงื่อนไขให้อำนาจดำเนินคดีกับทางปฎิบัติของพนักงานอัยการและศาล เคยตีพิมพ์ในวารสารอัยการปีที่1 ฉบับที่2 เดือนก.พ.2521 ท่านกล่าวถึงเรื่อง ป.วิอ.มาตรา 39 สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไว้ว่า

อำนาจดำเนินคดีโดยเฉพาะในกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของเรานอกจากบทบัญญัติ ของ ป.วิ.อ. มาตรา 121 แล้ว กฎหมายกล่าวถึงเงื่อนไขให้อำนาจดำเนินคดีในทางลบ หรือ กล่าวถึงเงื่อนไขระงับคดีทั้งสิ้น ดูป.วิ.อ.มาตรา 39, 147 (สั่งไม่ฟ้องแล้วห้ามสอบสวนเว้นแต่เข้าข้อยกเว้น)

2. นิยามศัพท์ เนื่องจากบางตำรามีการอ้างอิงว่า 39(7) = amnesty
2.1 รากศัพท์ของคำว่า "amnesty" มาจากภาษากรีก คือ "amnestia" เเปลว่า "ทำให้ลืม" คือลืมจากเหตุการณ์ หรือความผิดในอดีต (past offense) Amnesty แปลเป็นไทยว่า นิรโทษกรรม

2.2 นิรโทษกรรมคืออะไร ?
นิรโทษกรรม หมายถึง การตรากฎหมายย้อนหลังเป็นคุณเเก่ผู้กระทำความผิดทางการเมืองหรือความผิดอาญา ก็ได้ เเก่บุคคล หรือ กลุ่มบุคคล โดยบุคคลดังกล่าวจะไม่ตกอยู่ภายใต้การดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีความมุ่งหมายเพื่อให้ลืมความบาดหมางกับเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้น เเล้ว /ประสิทธิ์ ปิยาภิวัฒน์ นิติศาสตร์ มธ. http://www.oknation.net/blog/dinsor/2007/08/07/entry-3 ]

นิรโทษกรรม[นิระโทดสะกํา] (กฎ) น. ตามกฎหมายแพ่ง หมายถึง การกระทํา ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ซึ่งกฎหมายบัญญัติว่า ไม่ต้อง ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เช่น การกระทำการป้องกันโดยชอบด้วย กฎหมาย การกระทำตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย; ตามกฎหมาย อาญา หมายถึง การลบล้างการกระทําความผิดอาญาที่บุคคลได้ กระทํามาแล้ว โดยมีกฎหมายที่ออกภายหลังการกระทำผิดกำหนด ให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิด และให้ผู้ที่ได้กระทําการนั้นพ้น จากการเป็นผู้กระทำความผิด./พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน

3. บทวิเคราะห์

3.1. เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ ตาม 39(7) แปลกลับเป็นภาษาอังกฤษว่า amnesty ใช่หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ควรเป็นภาษาอังกฤษว่าเช่นไร ?

ภาษาไทยคำว่า เมื่อมีกฎหมายนิรโทษกรรม ตรงกับภาษาอังกฤษว่า amnesty ซึ่งหมายถึงการลืมอดีตนั่นเอง แต่ถ้าเขียนว่า เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ ตาม 39(7) จะไปตรงกับภาษาอังกฤษคำว่า when legal immunity หรือความคุ้มกันทางกฎหมายที่ทำให้ไม่ต้องรับโทษ ซึ่งเห็นว่าตรงกับกฎหมายไทยที่บัญญัติว่า การกระทำเป็นความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษในหลายกรณีเช่น
@การกระทำความผิดเพราะความบกพร่องทางจิต ปอ 65
@การกระทำความผิดเพราะความมึนเมาเพราะถูกบังคับให้เมา ปอ 66
@การกระทำผิดด้วยความจำเป็น ปอ 67
@การกระทำตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน ปอ 70
@สามี ภริยา กระทำความผิดต่อกันในเรื่องทรัพย์ ปอ 71
@เด็กอายุไม่เกิน 10 ปี กระทำความผิด ปอ 73

วิเคราะห์แล้วเห็นว่า หาก 39(7) = amnesty แล้ว ก็ควรจะบัญญัติกฎหมายเพื่อทำให้ภาษาไทยทีบัญญัตินั้นแปลกลับไปเป็นภาษา อังกฤษว่า amnesty ได้
โดยเขียนว่า “39(7) เมื่อมีกฎหมายนิรโทษกรรม” ไม่ใช่คำว่าเมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษเช่นที่เป็นอยู่ หรือไม่ก็อาจบัญญัติทำนองเดียวกับกฎหมายยกเว้นความผิดอย่าง 39(5) โดยบัญญัติที่ 39(7) ว่า “เมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำผิดยกเว้นโทษ”
ในประเด็นนี้ฟันธงได้ว่า ภาษาไทยคำว่า เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ แปลกลับไปเป็นภาษาอังกฤษว่า amnesty ไม่ได้

3.2 วิเคราะห์ความรับผิดตามกฎหมายไทยในอดีต ก็มีการยกเว้นโทษสำหรับความผิดบางอย่าง

- กฎหมายตราสามดวง ตามพระไอยการลักษณะวิวาท ตีหรือด่ากัน กำหนดให้มีการลงโทษสำหรับการตีหรือด่ากันตามความผิดนั้นๆ แต่ไม่เอาโทษกับเด็กอายุไม่เกินเจ็ดปีหรือคนชราที่อายุเกินเจ็ดสิบปีแล้ว โดยบัญญัติว่า

“ อนึ่งเด็กเจ็ดเข้า เถ้าเจ็ดสิบ เป็นคนหลงใหลไปด่า ไปตีท่าน ท่านมิให้ปรับไหมมีโทษ แต่ให้นายบ้านนายเมืองช่วยว่ากล่าวให้สมักสมานผู้เจ็บนั้นโดยควร”

เป็นการที่กฎหมายยกเว้นโทษ ไม่ลงอาญากับเด็กและคนแก่ ซึ่งตรงกับในกฎหมายปัจจุบันในทางสาระบัญญัติตาม ป.อาญา มาตรา 73 เด็กอายุไม่เกินสิบปีทำผิดไม่ต้องรับโทษแต่ให้มีวิธีการคุ้มครองเด็กแทน ในทางสบัญญัติก็คือ ไม่ต้องฟ้องคดีอาญากับเด็กซึ่งน่าจะปรับใช้ได้ว่า สิทธิการนำคดีเด็กมาฟ้องย่อมระงับไปเพราะมีกฎหมายยกเว้นโทษ

3.3 ทฤษฎีความรับผิดทางอาญาตามกฎหมายลายลักษณ์อักษรในทางสาระบัญญัติ

มีหลักว่า บุคคลต้องรับผิดทางอาญาเมื่อกระทำการครบองค์ประกอบที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็น ความผิดและกำหนดโทษไว้ เว้นแต่จะมีกฎหมายยกเว้นความผิด หรือ มีกฎหมายยกเว้นโทษ ซึ่งในทางสาระบัญญัติ ป.วิ.อ. ก็วางหลักการให้ สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไปเพราะมีกฎหมายยกเว้นความผิดตามมาตรา 39(5) และ ตรงกับมาตรา 39 (7) สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไปเมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ ซึ่งหมายถึง นิรโทษกรรก็ได้ หรือ กฎหมายถือว่ามีความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษก็ได้ เพราะให้ผลเหมือนกันเป็นบทยกเว้นโทษ ดังนั้น คำว่าเมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษจึงหมายถึงกฎหมายอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่การยกเลิกความผิด แต่เป็นเพราะความผิดนั้นกฎหมายไม่เอาโทษ หรือยกโทษให้ ซึ่งจำเป็นต้องหมายถึง กฎหมายนิรโทษกรรมก็ได้ กฎหมายที่บัญญัติว่าการกระทำเป็นความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษเช่น ป.อ.73 เด็กทำผิดแต่ไม่ต้องรับโทษก็ได้

3.4 สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไป ตามมาตรา 39 อนุต่าง ๆ ก็คือ เงื่อนไขของการระงับการ
ฟ้องคดีของเจ้าพนักงานตามแนวคิดของอาจารย์คณิต ฯ

เมื่อมีกรณีตรงตามเงื่อนไขจะส่งผลว่า ไม่สามารถสอบสวนเอาตัวผู้ต้องหาไปฟ้องศาลได้อีกต่อไปแล้วต้องระงับหรือยุติ การฟ้องร้องโดยมีพนักงานอัยการเห็นชอบในการนี้ และหากเงื่อนไขปรากฏในชั้นพิจารณาของศาลเช่น จำเลยตาย หรือ มีการถอนคำร้องทุกข์ ศาลต้องจำหน่ายคดี หรือ หากเป็นกรณีมีกฎหมายยกเว้นโทษ หรือ ยกเว้นความผิดก็จะต้องพิพากษายกฟ้องตาม 185 เพราะมีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่สมควรต้องรับโทษแล้ว ดังนั้น 39(7) เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ เป็นเงื่อนไขหนึ่งของการระงับการดำเนินคดี จึงควรหมายถึง นิรโทษกรรมก็ได้ หรือ กฎหมายถือว่าผิดแต่ไม่ต้องรับโทษก็ได้

4. บทสรุป

ผู้เขียนเห็นด้วยกับแนวคิดของอาจารย์รชฎฯ โดยเห็นว่า 39(7) = amnesty นิรโทษกรรม + กฎหมายถือว่าผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ ดังนั้น กรณีเด็กอายุไม่เกินสิบปีกระทำผิดจึงไม่ต้องรับโทษตามป.อาญา 73 อันเป็นกฎหมายสาระบัญญัติ แต่เวลาสั่งไม่ฟ้อง มันเป็นกระบวนวิธีตามกฎหมายสบัญญัติ หรือสั่งไม่ฟ้องตามนิติวิธี จึงต้องอ้าง ป.วิอ. 39(7) จึงจะชอบด้วยเหตุผลว่า สั่งไม่ฟ้องตามหลักวิชาการ.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
oXiORo
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/01/2010
ตอบ: 99

ตอบตอบ: 07/10/2010 5:55 am    ชื่อกระทู้: Re: (((((การสอบสวนคดีผู้ต้องหาเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี เพิ่มเติ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แต่สรุปก็คือสั่งไม่ฟ้องได้ใช่มั้ยคับ ผมก็อ้างทั้งสองอย่างแหละ จะถูกไม่ถูกยังไง สุดท้ายก็ไม่ต้องรับโทษอยู่ดี ผมเลยมาถามตรงนี้เลยเพื่อความชัดเจน แต่ขออนุญาตไม่อ่านโพสของคุณพงส์นะคับ ^^ เป็นพวกอ่านหนังสือไม่ได้นานอ่ะคับ เพราะเวลาทำสำนวนต้องใช้ความรวดเร็ว มัวแต่เปิดประมวล หาฏีกาก็นานแย่เลย ชาวบ้านร้องเรียน คริๆ ก็สรุปยังไงก็ช่วยบอกอีกทีนะัคับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
noimontn
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 26/11/2009
ตอบ: 110

ตอบตอบ: 07/10/2010 7:39 am    ชื่อกระทู้: Re: (((((การสอบสวนคดีผู้ต้องหาเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี เพิ่มเติ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ทุกครั้งที่ได้อ่านความเห็นของท่านพงส์ เหมือนสมองได้รับอาหาร ได้ทั้งสาระและความรู้ ได้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ติดตามอ่านทุกความเห็น นับถือ โดยเฉพาะบทสรุป เฉกเช่นกรณีสามีภริยาหรือคนในครอบครัวกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ก็ต้องอ้างทั้ง ป.อาญา และ ป.วิอาญา ด้วย ความเห็นเหมือนท่านพงส์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
สายกลาง
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 20/07/2009
ตอบ: 358

ตอบตอบ: 07/10/2010 7:47 am    ชื่อกระทู้: Re: (((((การสอบสวนคดีผู้ต้องหาเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี เพิ่มเติ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ประเภทลูกนกลูกกา หากินเองไม่เป็น ต้องคอยให้แม่นกหามาป้อน เสียเวลาเล็กน้อยในการอ่านจะได้ประเทืองปัญญา คนเขียนกว่าจะค้นคว้ามาเขียนให้คนอ่านได้เข้าใจที่มาที่ไปของกฎหมายใช้เวลาตั้งนาน เขารวบรวมความคิดของปรมาจารย์กฎหมายไทยทั้งในอดีดจนถึงปัจจุบัน แถมยังค้นคว้ามาจากกฎหมายตรา 3 ดวง สมัยรัชการที่ 1 ก่อนมีประมวลกฎหมายอาญา,วิ.อาญาเสียอีก เป็นสิ่งที่สมควรอ่านอย่างยิ่ง

นักกฎหมายเขาสู้กันด้วยเหตุผลเช่นนี้แล ไม่ใช่ใครว่าอย่างไรก็เชื่อไปเสียหมด มีความเห็นแย้งบ้างจะดี แต่ต้องมีเหตุผลในความเห็นแย้งนะครับ

ขอบคุณท่านพงส์มาก ๆๆๆ ที่พยายามไปค้นคว้ามาให้สมาชิกในเวปนี้ได้อ่านกัน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ประธานชมรม
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 20/05/2010
ตอบ: 54

ตอบตอบ: 07/10/2010 8:48 am    ชื่อกระทู้: Re: (((((การสอบสวนคดีผู้ต้องหาเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี เพิ่มเติ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ความเห็นของท่านพงส์ถูกต้องแล้วครับ
ผมเคยบอกไว้หลายครั้งแล้วว่า "กฎหมายยกเว้นโทษ" นั้น มีความหมายรวมถึงการกระทำที่กฎหมายบัญญัติเป็นความผิด แต่ไม่ต้องรับโทษ แต่มีพวกเรียนเนติฯบางคนยึดเอาฎีกาเป็นสรณะ เนื่องจากฎีกาดังกล่าวมีแต่เรื่องกฎหมายบัญญัติภายหลังว่าไม่เป็นความผิด ซึ่งก็มีค่าเท่ากับกฎหมายยกเว้นโทษเหมือนกัน แต่ถ้ากฎหมายบัญญัติแต่ต้นแล้วว่าเป็นความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษนั้น เรื่องนี้ไม่ถูกศาลฎีกาหลอกครับ แต่ศาลชั้นต้นก็ไม่รับพิจารณาแล้ว
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
สารวัตรแก่
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 20/08/2010
ตอบ: 10

ตอบตอบ: 07/10/2010 2:04 pm    ชื่อกระทู้: Re: (((((การสอบสวนคดีผู้ต้องหาเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี เพิ่มเติ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านพงส์ยอดเยี่ยมจริง ๆ นับถือ ๆ ข้าฯ ขอคารวะหนึ่งจอก...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.บ้านบางระจัน
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 04/09/2010
ตอบ: 243

ตอบตอบ: 08/10/2010 1:26 pm    ชื่อกระทู้: Re: (((((การสอบสวนคดีผู้ต้องหาเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี เพิ่มเติ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ของคุณพี่เทพฯ พี่พงส์....มากครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 08/10/2010 10:31 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตอบ: 14/01/2010 9:11 pm ชื่อกระทู้:

--------------------------------------------------------------------------------

หากเขาต้องการจะให้ พงส.ทำความเห็นว่าควรสั่งฟ้อง หรือ สั่งไม่ฟ้อง(ตาม ปวิอ.) ก็น่าจะใช้ข้อความว่า "ให้ พงส.ทำความเห็นไปตาม ปวิอ." ก็จบแล้ว (จริงแล้วก็ต้อง"สั่งไม่ฟ้อง"ลูกเดียวอยู่แล้ว) ไม่มีความจำเป็นจะต้องไปใช้ข้อความว่า "ให้พนักงานสอบสวนทำความเห็นว่า เด็กนั้นได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ได้กระทำความผิดตามที่ ถูกกล่าวหาอย่างใดอย่างหนึ่งส่งไปยังพนักงานอัยการพร้อมกับสำนวน " ให้มันฟุ่มเฟือย ยืดยาว เยิ่นเย้อ " หรอกครับ

แต่เหตุที่เขาเขียนนั้น ก็สื่อให้เห็นว่าให้ พงส.มีความเห็นว่าเด็กนั้นได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ได้กระทำความผิดตามที่ ถูกกล่าวหาอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามข้อความที่เขาเขียนไว้ ก็เท่านั้นเอง

เพราะการสอบสวน ในระเบียบฯเขาก็ยังเขียนว่า "ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนไปตาม ปวิอ." ทำไมไม่เขียน " ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนและทำความเห็นทางคดีไปตาม ปวิอ." เลยล่ะ กระทัดรัดได้ใจความและเข้าใจได้ดีกว่า

กลับไปข้างบน


Level4ไอบี
สมาชิก



เข้าร่วมเมื่อ: 21/07/2009
ตอบ: 248

ตอบ: 14/01/2010 11:30 pm ชื่อกระทู้: Re:

--------------------------------------------------------------------------------

แล้วผมอยากทราบว่าเกี่ยวกับตัวเด็กทำอย่างไร เช่นต้องส่งสถานพินิจหรือไม่ ต้องมีการผัดฟ้องหรือไม่อย่างไร ท่านผู้รู้ช่วยแจงด้วยครับ เพราะไม่เคยเจอเคสแบบนี้ซักที

กลับไปข้างบน


พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
สมาชิก



เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 1493

ตอบ: 15/01/2010 4:25 am ชื่อกระทู้:

--------------------------------------------------------------------------------

เรียน แฟนคลับสอบสวน 599 ทุกท่าน

ข้อ 1. "อิสานใต้" เคยนำเสนอไว้แล้วชัดเจน แต่กระทู้ดังกล่าว ได้พยายามค้นหาแล้ว ไม่พบ น่าที่จะถูกเวปมาสเตอร์ลบทิ้งไปแล้ว ทั้งที่มีประโยชน์ แต่การที่นำเสนอไว้ชัดเจนกว่า........จึงถูกลบไป
ข้อ 2. การปฏิบัติต่อ เด็ก เป็นวิธีการปฏิบัติหรือกฎหมายบัญญัติให้ดำเนินการโดยเฉพาะเกี่ยวกับสิทะ ของเด็ก
2.1 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534
2.2 พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546

2.3 ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ต้องหาว่ากระทำการอันกฎหมายบัญญัติ เป็นความผิดและอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องรับโทษทางอาญา พ.ศ.2551

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2551/E/162/4.PDF


ข้อ 3. ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ต้องหาว่ากระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดและอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องรับโทษทางอาญา พ.ศ.2551
โดยที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 73 วรรคสอง กำหนดให้พนักงานสอบสวนส่งตัวเด็กอายุยังไม่เกินสิบปีกระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก เพื่อดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นเพื่อให้การดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กเป็นไปโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 14 (4) และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กพ.ศ. ๒๕๔๖ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี

-------ฯลฯ----------
ข้อ 3 พนักงานสอบสวนที่รับตัวเด็กอายุยังไม่เกินสิบปี ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำ
การอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดไว้ทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายให้ปฏิบัติ ดังนี้(1) ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
เมื่อสอบสวนเสร็จให้พนักงานสอบสวนทำความเห็นว่า

- เด็กนั้นได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา หรือ
- ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา
- อย่างใดอย่างหนึ่ง

ส่งไปยังพนักงานอัยการพร้อมกับสำนวน

ข้อ 4. คงชัดเจนนะครับแฟน ๆ รรท.ผบ.ตร. ท่านคงไม่ได้ร่างหนังสือเอง แล้วลงนามเอง สั่งเอง
.คงไม่ต้องกล่าวถึง Staff ของท่าน จบระดับ ดร./ นบ. /นบท./นม. .........แต่กฎหมายประเภทนี้ ไม่มีสอนใน เนติย์ รู้ไม่หมดแล้ว ร่างหนังสือ จับมือท่านลงนาม ...คำสั่งต่างๆ ของ ตร. จึงออกมา
ให้มีผลต้องปฏิบัติ ...แต่ไม่อาจที่จะดำเนินการตามสั่งได้ เพราะไปขัดและแย้งกับกฎหมาย

ข้อ 5. "อิสานใต้" นำเสนอ/ รอง ผบช.ภ.อิสานใต้ เพื่อท้วงติงการออกหนังสือดังกล่าว ก่อน ภ.7 ที่จะดำเนินการ ....แต่ ท่าน รอง ผบช.ภ.อิสานใต้ /ท่านระงับหรือชะลอไว้ เหตุผล.....ตาม ข้อ 4

สรุป

1. การปฏิบัติต่อเด็ก/เป็นกฎหมายพิเศษปฏิบัติเฉพาะ/ ง่าย ๆ กฎหมายให้ควบคุมตัวไว้ได้ 24 ชั่วโมง แตกต่างจาก ป.วิอาญาแล้ว ไม่ต้องไปดูการปฏิบัติอย่างอื่น
2. ระเบียบนี้ อ้างโดยอาศัยกฎหมาย รองรับ
3. หนังสือสั่งการ ตร.ดังกล่าว ร่างโดย Staff.....ตาม ข้อ 4 ดูแม่นท่องจำ เฉพาะ ป.อาญา ป.วิอาญา ........อาศัยอำนาจตาม ป.วิอาญา โดยไม่ศึกษาค้นคว้ากฎหมายอื่น
4. ฉะนั้นการสั่งคดี จึงต้องดำเนินการตามระเบียบนี้ มิใช่ ตามหนังสือ สั่งการ ตร.ดังกล่าว



.......... เมื่อสอบสวนเสร็จให้พนักงานสอบสวน
ทำความเห็น ว่า
1. เด็กนั้นได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา หรือ
2. ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา

อย่างใดอย่างหนึ่งส่งไปยังพนักงานอัยการพร้อมกับสำนวน

ขัดคำสั่ง ตร./ ผิดแค่วินัย ขัดกฎหมาย / ม. 157 ....ตัวใครตัวเผือก/เลือกเอา

5. ส่งตัวเด็กไปที่ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัด........ มีการจัดตั้งแล้วทุกจังหวัด
6. หนังสือ แบบฟอรม์ การส่งตัวเด็ก ธรรมดา แก้ไขข้อความเล็กน้อย
เช่น หนังสือ เรื่อง แจ้งการจับกุมเด็ก เปลี่ยนเป็น หนังสือ เรื่อง แจ้งการส่งตัวเด็กที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องรับโทษกระทำผิดทางอาญา
.....จึงมีด้วยประการละฉะนี้ ......

กลับไปข้างบน


พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
สมาชิก



เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 1493

ตอบ: 15/01/2010 4:36 am ชื่อกระทู้:

--------------------------------------------------------------------------------

เรียน แฟนคลับสอบสวน 599 ทุกท่าน...(เพิ่มเติม)

ข้อ 1 กระทู้ที่ยังคงค้างอยู่เดิม เป็นกระทู้ที่ตั้งไว้เดิม ก่อนที่จะมี

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ต้องหาว่ากระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดและอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องรับโทษทางอาญา พ.ศ.2551

ลง ราชกิจจานุเบกษา 9 ตุลาคม 2551

ข้อ 2. กระทู้ที่ตั้งไว้หลังมีระเบียบฯ นี้ "อิสานใต้" นำเสนอไว้แล้ว ตามที่นำเสนออีกครั้งข้างต้น

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2551/E/162/4.PDF

สรุปได้ว่า ข้อ 3 พนักงานสอบสวนที่รับตัวเด็กอายุยังไม่เกินสิบปี ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำ
การอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดไว้ทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายให้ปฏิบัติ ดังนี้(1) ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
เมื่อสอบสวนเสร็จให้พนักงานสอบสวนทำความเห็นว่า

- เด็กนั้นได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา หรือ
- ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา
- อย่างใดอย่างหนึ่ง

ส่งไปยังพนักงานอัยการพร้อมกับสำนวน

ข้อ 4. คงชัดเจนนะครับแฟน ๆ รรท.ผบ.ตร. ท่านคงไม่ได้ร่างหนังสือเอง แล้วลงนามเอง สั่งเอง
.คงไม่ต้องกล่าวถึง Staff ของท่าน จบระดับ ดร./ นบ. /นบท./นม. .........แต่กฎหมายประเภทนี้ ไม่มีสอนใน เนติย์ รู้ไม่หมดแล้ว ร่างหนังสือ จับมือท่านลงนาม ...คำสั่งต่างๆ ของ ตร. จึงออกมา
ให้มีผลต้องปฏิบัติ ...แต่ไม่อาจที่จะดำเนินการตามสั่งได้ เพราะไปขัดและแย้งกับกฎหมาย

ข้อ 5. "อิสานใต้" นำเสนอ/ รอง ผบช.ภ.อิสานใต้ เพื่อท้วงติงการออกหนังสือดังกล่าว ก่อน ภ.7 ที่จะดำเนินการ ....แต่ ท่าน รอง ผบช.ภ.อิสานใต้ /ท่านระงับหรือชะลอไว้ เหตุผล.....ตาม ข้อ 4

สรุป

1. การปฏิบัติต่อเด็ก/เป็นกฎหมายพิเศษปฏิบัติเฉพาะ/ ง่าย ๆ กฎหมายให้ควบคุมตัวไว้ได้ 24 ชั่วโมง แตกต่างจาก ป.วิอาญาแล้ว ไม่ต้องไปดูการปฏิบัติอย่างอื่น
2. ระเบียบนี้ อ้างโดยอาศัยกฎหมาย รองรับ
3. หนังสือสั่งการ ตร.ดังกล่าว ร่างโดย Staff.....ตาม ข้อ 4 ดูแม่นท่องจำ เฉพาะ ป.อาญา ป.วิอาญา ........อาศัยอำนาจตาม ป.วิอาญา โดยไม่ศึกษาค้นคว้ากฎหมายอื่น
4. ฉะนั้นการสั่งคดี จึงต้องดำเนินการตามระเบียบนี้ มิใช่ ตามหนังสือ สั่งการ ตร.ดังกล่าว



......... เมื่อสอบสวนเสร็จให้พนักงานสอบสวน
ทำความเห็น ว่า
1. เด็กนั้นได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา หรือ
2. ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา


อย่างใดอย่างหนึ่งส่งไปยังพนักงานอัยการพร้อมกับสำนวน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 08/10/2010 10:44 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อ 1. ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ต้องหาว่ากระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดและอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องรับโทษทางอาญา พ.ศ.2551
มาจากไหน/ อ่านกฎหมายออก ก็คงไม่ต้องตีหรือแปลความ ว่า
1.1 โดยที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 73 วรรคสอง กำหนดให้พนักงานสอบสวนส่งตัวเด็กอายุยังไม่เกินสิบปีกระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก เพื่อดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นเพื่อให้การดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กเป็นไปโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก

1.2 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 14 (4) และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กพ.ศ. ๒๕๔๖

ข้อ 2. คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
................... พนักงานสอบสวนที่รับตัวเด็กอายุยังไม่เกินสิบปี ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำ
การอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดไว้ทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายให้ปฏิบัติ ดังนี้
(1) ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และ
(2) กฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 3. กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติต่อ เด็ก เป็นวิธีการปฏิบัติหรือกฎหมายบัญญัติให้ดำเนินการโดยเฉพาะเกี่ยวกับสิทธิ ของเด็ก
3.1 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534
2.2 พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546

3.3 ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ต้องหาว่ากระทำการอันกฎหมายบัญญัติ เป็นความผิดและอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องรับโทษทางอาญา พ.ศ.2551



เมื่อสอบสวนเสร็จให้พนักงานสอบสวนทำความเห็นว่า

- เด็กนั้นได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา หรือ
- ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา
- อย่างใดอย่างหนึ่ง

ส่งไปยังพนักงานอัยการพร้อมกับสำนวน

ข้อ 4. คงชัดเจนนะครับแฟน ๆ รรท.ผบ.ตร. ท่านคงไม่ได้ร่างหนังสือเอง แล้วลงนามเอง สั่งเอง
.คงไม่ต้องกล่าวถึง Staff ของท่าน จบระดับ ดร./ นบ. /นบท./นม. .........แต่กฎหมายประเภทนี้ ไม่มีสอนใน เนติย์ รู้ไม่หมดแล้ว ร่างหนังสือ จับมือท่านลงนาม ...คำสั่งต่างๆ ของ ตร. จึงออกมา
ให้มีผลต้องปฏิบัติ ...แต่ไม่อาจที่จะดำเนินการตามสั่งได้ เพราะไปขัดและแย้งกับกฎหมาย

ข้อ 5. "อิสานใต้" นำเสนอ/ รอง ผบช.ภ.อิสานใต้ เพื่อท้วงติงการออกหนังสือดังกล่าว ก่อน ภ.7 ที่จะดำเนินการ ....แต่ ท่าน รอง ผบช.ภ.อิสานใต้ /ท่านระงับหรือชะลอไว้ เหตุผล.....ตาม ข้อ 4

สรุป

1. การปฏิบัติต่อเด็ก/เป็นกฎหมายพิเศษปฏิบัติเฉพาะ/ ง่าย ๆ กฎหมายให้ควบคุมตัวไว้ได้ 24 ชั่วโมง แตกต่างจาก ป.วิอาญาแล้ว ไม่ต้องไปดูการปฏิบัติอย่างอื่น
2. ระเบียบนี้ อ้างโดยอาศัยกฎหมาย รองรับ
3. หนังสือสั่งการ ตร.ดังกล่าว ร่างโดย Staff.....ตาม ข้อ 4 ดูแม่นท่องจำ เฉพาะ ป.อาญา ป.วิอาญา ........อาศัยอำนาจตาม ป.วิอาญา โดยไม่ศึกษาค้นคว้ากฎหมายอื่น
4. ฉะนั้นการสั่งคดี จึงต้องดำเนินการตามระเบียบนี้ มิใช่ ตามหนังสือ สั่งการ ตร.ดังกล่าว


......... เมื่อสอบสวนเสร็จให้พนักงานสอบสวน
ทำความเห็น ว่า
1. เด็กนั้นได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา หรือ
2. ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา

อย่างใดอย่างหนึ่งส่งไปยังพนักงานอัยการพร้อมกับสำนวน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 19/07/2007
ตอบ: 917

ตอบตอบ: 09/10/2010 9:11 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เมื่อสอบสวนเสร็จให้พนักงานสอบสวน

ทำความเห็น ว่า
1. เด็กนั้นได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา หรือ
2. ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา

อย่างใดอย่างหนึ่งส่งไปยังพนักงานอัยการพร้อมกับสำนวน

คำว่า "พร้อมกับสำนวน" หมายถึง สำนวนที่ชอบด้วยป.วิอาญา นั่นก็คือ ต้องมีความเห็นไปด้วยว่า เห็นควรสั่งไม่ฟ้อง

สรุป พงสฯต้องทำสองอย่าง
1. ทำตามระเบียบ
2. ทำตามกฎหมาย
จึงจะเรียกว่า ทำชอบด้วยอำนาจและหน้าที่
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 09/10/2010 11:37 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรียน แฟนคลับสอบสวน 599 ทุกท่าน/

ข้อ 1. ไม่ได้หายไปไหน..มีอาการสำลัก/แพทย์ตรวจแล้ว/อาคารเดียวกับ สบ 4 อิสาน คนแรก แห่งประเทศไทย.....กลับมาสู่พี่น้องเพื่อนอีกครั้ง(ยังน๊อกไม่ได้เขาบอกว่า อีก 5 ปี อยู่ในลำดับอาวุโสที่ 1 ของภาค 3 แล้ว)

ข้อ 2. ท่าน "พงส์"/ ก็คงจะเห็นไปในทางแนวการนำเสนอของ "อิสานใต้"แล้วว่า
...... การปฏิบัติต่อ เด็ก เป็นวิธีการปฏิบัติหรือกฎหมายบัญญัติให้ดำเนินการโดยเฉพาะเกี่ยวกับสิทธิ ของเด็ก .....คงไม่ต้องไปกล่าวถึง...สิทธิมนุษยชน เจนีวง...เจีวา....เมืองเจดง..เจดดาร์ที่ไหน เอา.แค่ง่าย ๆๆๆ

2.1 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534

2.2 พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546

2.3 ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ต้องหาว่ากระทำการอันกฎหมายบัญญัติ เป็นความผิดและอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องรับโทษทางอาญา พ.ศ.2551

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2551/E/162/4.PDF

.............แค่ 3ฉบับ....ก็ปฏิบัติให้เป็นแนวเดียวกัน...ให้ได้ก็แล้วกัน........

ตัวอย่างง่าย ๆ คดีปกครอง ( /ภรรยา/กรอกหูทุกวัน....)ตามพระราชบัญยัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองฯ....ไม่มีโจทย์...ไม่มีจำเลย/...มีแต่ ผู้ฟ้องคดี/..ผู้ถูกฟ้องคดี....
รับไว้พิจารณา/ ไม่รับไว้พิจารณา.........


ข้อ 3. ป.วิอาญา.เป็นกฏหมายที่บัญญัญติไว้เป็นการทั่วไป............ร่ำเรียน กันมา ส่งสอนกันมาก็แค่นี้

....... มาตรา ๑๔๐ เมื่อพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการสอบสวน เห็นว่าการสอบสวนเสร็จแล้ว ให้จัดการอย่างหนึ่งอย่างใดดั่งต่อไปนี้

(๑) ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิดและความผิดนั้นมีอัตราโทษจำคุก
อย่างสูงไม่เกินสามปี ให้พนักงานสอบสวนงดการสอบสวน และบันทึกเหตุที่งดนั้นไว้ แล้วให้ส่งบันทึกพร้อมกับสำนวนไปยังพนักงานอัยการ
ถ้าอัตราโทษอย่างสูงเกินกว่าสามปี ให้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนไปยังพนักงาน
อัยการพร้อมทั้งความเห็นที่ควรให้งดการสอบสวนถ้าพนักงานอัยการสั่งให้งด หรือให้ทำการสอบสวนต่อไป ให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติตามนั้น

(๒) ถ้ารู้ตัวผู้กระทำผิด ให้ใช้บทบัญญัติในสี่มาตราต่อไปนี้
มาตรา ๑๔๑ ถ้ารู้ตัวผู้กระทำความผิด แต่เรียกหรือจับตัวยังไม่ได้ เมื่อได้ความตามทางสอบสวนอย่างใด ให้ทำความเห็นว่าควรสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องส่งไปพร้อมกับสำนวนยัง
พนักงานอัยการ
ถ้าพนักงานอัยการเห็นชอบด้วยว่าควรสั่งไม่ฟ้อง ให้ยุติการสอบสวนโดยสั่งไม่
ฟ้อง และให้แจ้งคำสั่งนี้ให้พนักงานสอบสวนทราบ
ถ้าพนักงานอัยการเห็นว่าควรสอบสวนต่อไป ก็ให้สั่งพนักงานสอบสวนปฏิบัติ
เช่นนั้น
ถ้าพนักงานอัยการเห็นว่าควรสั่งฟ้อง ก็ให้จัดการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้ได้ตัว
ผู้ต้องหามา ถ้าผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศ ให้พนักงานอัยการจัดการเพื่อขอให้ส่งตัวข้ามแดนมา

มาตรา ๑๔๒ ถ้ารู้ตัวผู้กระทำความผิดและผู้นั้นถูกควบคุม หรือขังอยู่ หรือปล่อยชั่วคราวหรือเชื่อว่าคงได้ตัวมาเมื่อออกหมายเรียก ให้พนักงานสอบสวนทำความเห็นตาม
ท้องสำนวนการสอบสวน ว่าควรสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องส่งไปยังพนักงานอัยการพร้อมด้วยสำนวน
ในกรณีที่เสนอความเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง ให้ส่งแต่สำนวนพร้อมด้วยความเห็นไป
ยังพนักงานอัยการ ส่วนตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจปล่อยหรือปล่อยชั่วคราวถ้า
ผู้ต้องหาถูกขังอยู่ ให้ขอเองหรือขอให้พนักงานอัยการขอต่อศาลให้ปล่อย
ในกรณีที่เสนอความเห็นควรสั่งฟ้อง ให้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนพร้อมกับ
ผู้ต้องหาไปยังพนักงานอัยการ เว้นแต่ผู้ต้องหานั้นถูกขังอยู่แล้ว
แต่ถ้าเป็นความผิด ซึ่งพนักงานสอบสวนเปรียบเทียบได้ และผู้กระทำความผิดได้
ปฏิบัติตามเปรียบเทียบนั้นแล้ว ให้บันทึกการเปรียบเทียบนั้นไว้ แล้วส่งไปให้พนักงานอัยการ
พร้อมด้วยสำนวน

ข้อ 4. โดยให้ยึดถือ แนวบรรทัดฐานของ ฎีกา เก่า ๆ ....ท่องแม่น...จำแม่น...ได้ทุกฎีกา....จบมาก็ว่าแน่/ เก่ง/เลิศ......ประเทศไทยกฎหมายจึถอยหลังเข้าคลองไปก้าวไปข้างหน้า............(ไม่ต่างกับที่บ้าน นบม./.....เรียนกฎหมายหลายประเทศ./ คุยกับ"อิสานใต้"ไม่รู้เรื่อง)

...... ฏีกาที่ "อิสานใต้"....ยกมาให้ เพื่อเทียบเคียง.....แต่กล่าวว่าไม่ตรง....ใช้ไม่ได้...ก็เป็นแนวพิจารณา ........



.....แค่ตัวอย่าง....ง่าย ๆ..ๆ...ว่า ตาม ป.วิ อาญา ..... ในกรณีที่เสนอความเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง ให้ส่งแต่สำนวนพร้อมด้วยความเห็นไปยังพนักงานอัยการ ส่วนตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจปล่อยหรือปล่อยชั่วคราวถ้าผู้ต้องหาถูกขังอยู่ ให้ขอเองหรือขอให้พนักงานอัยการขอต่อศาลให้ปล่อย

.....เพราะฉะนั้น.เมื่อคุณสั่งไม่ฟ้อง....ตาม ป.วิ อาญา ของคุณ/..คุณก็ต้องปฏิบัติต่อไปด้วยว่า........
คุณต้องทำหนังสือขอให้ หัวหน้าบ้านเด็กและเยาวชนและครอบครัว/....ปล่อยตัวเด็ก...ดังกล่าวนั้นด้วย....จึงจะครบตาม ป.วิ ...อาญา


ข้อ 5. เมื่อมีกฎหมายเฉพาะ....ก็ต้องใช้.กฎหมายเฉพาะ..ในเรื่องนั้น...ๆๆ..ๆๆ...

คือ..- พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534

- พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546

- ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ต้องหาว่ากระทำการอันกฎหมายบัญญัติ เป็นความผิดและอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องรับโทษทางอาญา พ.ศ.2551


.......ตัวอย่างที่จะต้องปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวพ.ศ. ๒๕๓๔

โดยที่ไม่ต้องปฏิบัติตาม ป. วิ อาญา...ตามที่ Staff/ที่เก่งกาจ......ว่าไว้....ว่า ต้อง"สั่งไม่ฟ้องอย่างเดียว"......แม้ท่านไม่สั่ง....ก็ไม่มีทางที่จะ "สั่งฟ้อง"ได้แต่อย่างใด เพราะ....ป.อาญา มาตรา 73 มันล๊อกไว้แล้ว......

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวพ.ศ. ๒๕๓๔

- บรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

- มาตรา ๖ ให้นำบทบัญญัติแห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับแก่คดีเยาวชนและครอบครัวเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้

- เด็กหรือเยาวชน/ เข้าสถานพินิจ...ไม่ต้องเข้าเรือนจำ.....
มาตรา ๓๔ ให้สถานพินิจมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ และตามกฎหมายอื่นและโดยเฉพาะให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) สืบเสาะและพินิจเรื่องอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษา อบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ และฐานะของเด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด และของบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลซึ่งเด็กหรือเยาวชนนั้นอาศัยอยู่ ตลอดจนสิ่งแวดล้อมทั้งปวงเกี่ยวกับเด็กหรือเยาวชนนั้น รวมทั้งสาเหตุแห่งการกระทำความผิด เพื่อรายงานต่อศาล

(๒) สอดส่องความประพฤติของเด็กและเยาวชนตามคำสั่งศาล

(๓) ควบคุมเด็กและเยาวชน ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดไว้ในระหว่างการสอบสวนหรือพิจารณาคดี หรือตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล

(๗) สืบเสาะภาวะความเป็นอยู่ของครอบครัวในคดีครอบครัว รวมทั้งจัดให้แพทย์หรือจิตแพทย์ตรวจร่างกาย สุขภาพหรือจิตใจของคู่ความในกรณีที่ศาลมีคำสั่งตามมาตรา ๑๑๒

(๘) ประมวลและรายงานข้อเท็จจริง รวมทั้งเสนอความเห็นต่อศาลในคดีครอบครัวตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๑๗

- กระบวนการสอบสวนที่แตกต่างออกไปต่างหาก/จากการปฏิบัติตาม ป. วิอาญา ทั่วไป
มาตรา ๕๐ ภายใต้บังคับบทบัญญัติเกี่ยวกับการเปรียบเทียบคดีอาญาเมื่อมีการจับกุมเด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด และคดีนั้นจะต้องได้รับการพิจารณาพิพากษาในศาลเยาวชนและครอบครัว
........1. ให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมหรือควบคุมเด็กหรือเยาวชนนั้นแจ้งการจับกุมหรือควบคุมไปยังผู้อำนวยการสถานพินิจที่เด็กหรือเยาวชนนั้นอยู่ในเขตอำนาจ ตลอดจนบิดามารดา ผู้ปกครองหรือบุคคลที่เด็กหรือเยาวชนนั้นอาศัยอยู่โดยไม่ชักช้า
ในกรณีเช่นว่านี้พนักงานสอบสวนจะต้องถามปากคำเด็กหรือเยาวชนให้เสร็จภายในเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาที่เด็กหรือเยาวชนนั้นมาถึงสถานที่ทำการของพนักงานสอบสวน เมื่อพนักงานสอบสวนถามปากคำเด็กหรือเยาวชนแล้ว
........2. ให้ส่งตัวเด็กหรือเยาวชนนั้นไปยังสถานพินิจ ผู้อำนวยการสถานพินิจดังกล่าวจะควบคุมเด็กหรือเยาวชนนั้นไว้ยังสถานพินิจหรือจะปล่อยชั่วคราวโดยมอบตัวเด็กหรือเยาวชนให้แก่บิดามารดา ผู้ปกครองหรือบุคคลที่เด็กหรือเยาวชนอาศัยอยู่โดยไม่มีประกัน หรือมีประกัน หรือมีประกันและหลักประกันก็ได้ หรือจะมอบตัวเด็กหรือเยาวชนไว้กับบุคคลหรือองค์การที่เห็นสมควรก็ได้
เมื่อมีคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว ให้ผู้อำนวยการสถานพินิจพิจารณาสั่งโดยพลันหากเห็นไม่สมควรให้ปล่อยชั่วคราวให้รีบส่งคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวพร้อมทั้งความเห็นไปให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหรือผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว แล้วแต่กรณีเพื่อพิจารณาสั่งคำสั่งของอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหรือผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวให้เป็นที่สุด แต่ไม่ตัดสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวใหม่

.........3. ส่วนการสอบสวนนั้น ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แม้ว่าจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอายุของเด็กหรือเยาวชนที่ถูกจับหรือควบคุมนั้นก็ตาม

- มาตรา ๕๑ เมื่อมีการจับกุมเด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดแล้วให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบรีบดำเนินการสอบสวน และส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมทั้งความเห็นไปยังพนักงานอัยการ

........ เป็นกระบวนการที่แตกต่างไปจาก ป.วิ อาญา ........

- เพื่อให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวให้ทันภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เด็กหรือเยาวชนนั้นถูกจับกุม

- ความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกเกินหกเดือนแต่ไม่เกินห้าปี จะมีโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตาม หากเกิดความจำเป็นไม่สามารถฟ้องเด็กหรือเยาวชนนั้นต่อศาลให้ทันภายในระยะเวลาดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ แล้วแต่กรณี ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอผัดฟ้องต่อไปได้อีกครั้งละไม่เกินสิบห้าวันแต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสองครั้ง
- ความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกเกินห้าปี จะมีโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตาม เมื่อศาลสั่งอนุญาตให้ผัดฟ้องครบสองครั้งแล้ว หากพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอผัดฟ้องต่อไปอีก โดยอ้างเหตุจำเป็น ศาลจะอนุญาตตามคำขอนั้นได้ต่อเมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการได้แสดงถึงเหตุจำเป็นและนำพยานมาเบิกความประกอบจนเป็นที่พอใจแก่ศาล ในกรณีเช่นว่านี้ศาลมีอำนาจสั่งอนุญาตให้ผัดฟ้องต่อไปได้อีก ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสองครั้ง

- มาตรา ๕๖ ในกรณีที่เด็กหรือเยาวชนอยู่ในความควบคุมระหว่างการสอบปากคำตามมาตรา ๕๐ หรืออยู่ในความควบคุมของสถานพินิจระหว่างการสอบสวนหรือพิจารณาคดีก็ดี ระหว่างการตรวจร่างกายหรือจิตใจหรือรับการรักษาพยาบาลก็ดี ไม่ให้ถือว่าเป็นการควบคุมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่ถ้าศาลพิพากษาลงโทษ หรือใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชน ศาลจะคิดหักจำนวนวันที่อยู่ในความควบคุมระหว่างการสอบปากคำ หรืออยู่ในความควบคุมของสถานพินิจให้ก็ได้

.............. จับกุมมาแล้ว/.....ไม่ถือเป็นการควบคุม.....

..ผู้อำนวยการสถานพินิจ...มีอำนาจ"สั่งไม่ฟ้อง ตาม มาตรา 63.......

มาตรา ๖๓ ในกรณีที่เด็กหรือเยาวชนต้องหาว่ากระทำความผิด เมื่อผู้อำนวยการสถานพินิจพิจารณาโดยคำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ ฐานะ ตลอดจนสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับเด็กหรือเยาวชนและพฤติการณ์ต่างๆ แห่งคดีแล้วเห็นว่าเด็กหรือเยาวชนอาจกลับตนเป็นคนดีได้โดยไม่ต้องฟ้อง และเด็กหรือเยาวชนนั้นยินยอมที่จะอยู่ในความควบคุมของสถานพินิจด้วยแล้ว ให้ผู้อำนวยการสถานพินิจแจ้งความเห็นไปยังพนักงานอัยการ ถ้าพนักงานอัยการเห็นชอบด้วย ให้มีอำนาจสั่งไม่ฟ้องเด็กหรือเยาวชนนั้นได้ คำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการนั้นให้เป็นที่สุด




............. สรุป...คงไม่ต้องแปลกใจ......ที่คำสั่ง......ต่าง ๆ ๆ ของ ตร. หรือ สตช.

(ตร...หมายถึง คำสั่งก่อน 13 ก.พ.2547.....สตช. ...หมายถึง คำสั่ง หลัง 13 ก.พ.2547 คือ
จาก............ กลมตำรวจ.....มาเป็น..... สำนักงานตำรวจแห่งชาติ....)
ถึงออกมามากมาย...แต่ปฏิบัติไม่ได้..............

.........บางคำสั่ง.........ล้าสมัย...........ไม่ปรับปรุงแก้ไข..ที่เข่น ...ฆ่า...พนักงานสอบสวน....เอาเป็นเอาตาย..หรือไว้เป็นไม้ตาย.....เลื่อยขา ....พนักงานสอบสวน.หรือกลุ่มงานสอบสวน.......คือ.......คำสั่ง ตร.ที่ 960/2537 ลง10 สิงหาคม 2537 ...................

- การเรื่องสำนวนใหม่ คำสั่งที่ 472/ แค่ดำริ...."อิสานใต้"ก็จะอ๊วกแตกในที่ประชุมแล้ว....คิดได้แค่นั้น

- เอา 960/2537.มาจับ เกี่ยวกับระยะเวลาการสอบสวน กรณี.ผู้ต้องหาเข้าพบมอบตัว.......
....ให้นับแต่...วันรับคำร้องทุกข์..../...แค่นี้ ก็รู้ชัดแจ้งว่า....กึ๋น...Staff....ผ่านงานสอบสวน...มาไม่น่าจะเกิน.6 เดือน........


.............. ท้ายสุด.......ตำแหน่งพนักงานสอบสวน(สบ 1) - พนักงานสอบสวน(สบ 6)
จะ.....แก้ไข หรือมี คำสั่ง หรือ ระเบียบ. ก.ตร. เมื่อใด
ให้เป็น

พนักงานสอบสวน
พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ
พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ
พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ
พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ
พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ

เพื่อจะได้หนีจาก ข้อ กำหนด ก.ตร.............ไปใช้ ระเบียบ ก.ตร. ฯ ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ตุลาคม 2554

................ ถ้า.Staff.....ท่านผู้มีอำนาจ..วาสนา....ไม่มีปัญญา หรือ.ไม่มีเวลา/บอกมา...."อิสานใต้".จะร่างให้....นำเสนอ.....ท่าน.....ลงนาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1476

ตอบตอบ: 04/07/2011 9:48 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ไปดูต่อที่กระทู้นี้ แล้วใช้ดุลพินิจให้ถูกกฎหมาย

http://www.sobsuan.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=17124
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง เศร้า ร้องไห้ เหงาหงอย โกรธ ลังเล เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> เด็ก เยาวชน ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




ยิ้มซิ | เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ


การสร้างหน้าเอกสาร: 0.16 วินาที