Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ลักเอทีเอ็มไปถอนเงินผิดฐานใดบ้างครับ
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ลักเอทีเอ็มไปถอนเงินผิดฐานใดบ้างครับ
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลักทรัพย์
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
webmaster
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: Aug 17, 2007
ตอบ: 1392

ตอบตอบ: 22/10/2007 8:52 pm    ชื่อกระทู้: ลักเอทีเอ็มไปถอนเงินผิดฐานใดบ้างครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ยินดีต้อนรับสู่เวปบอร์ดสอบสวน ๕๙๙(http://www.sobsuan.com) : ลักเอทีเอ็มไปถอนเงินผิดฐานใดบ้างครับ
ข้อความ : ผมมีปัญหาซึ่งเป็นเรื่องจริงซึ่งผมประสบมาดังนี้ครับ มีนางหนึ่งมาแจ้งความว่านางสาวสอง อายุ ๑๖ ปี ซึ่งเป็นบุตรของนางหนึ่ง และโดยปกตินางหนึ่งก็จะใช้ให้นางสาวสองนำบัตรเอทีเอ็มไปถอนเงินให้เป็นประจำ โดยนางสาวสองทราบรหัสของบัตรด้วย อยู่มาวันหนึ่ง นางสาวสอง ได้ได้ลักบัตรเอทีเอ็มของนางหนึ่งซึ่งเก็บไว้ในบ้านไป แล้วหนีไปกับนายสามซึ่งเป็นเพื่อนชาย โดยบ้านของนางหนึ่งอยู่ในท้องที่ สน.บางยี่เรือ แต่นางสาวสองได้นำบัตรเอทีเอ็มไปถอนเงินที่ตู้เอทีเอ็มที่ตั้งอยู่ในท้องที่ สน.บุปผาราม และหลังจากนั้นนายสามได้พานางสาวสองไปเล่นการพนันที่ประเทศกัมพูชาและได้นำบัตรเอทีเอ็มไปถอนเงินที่บ่อนการพนันในประเทศกัมพูชาโดยนายสามทราบว่าบัตรเอทีเอ็มดังกล่าวนั้นนางสาวสองลักมาจากนางหนึ่งโดยนายสามเป็นผู้สั่งให้นางสาวสองลักมาจากนางหนึ่ง นางหนึ่งได้รับความเสียหายจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับผม ผมมีปัญหาดังนี้
๑.นางสาวสอง และนายสาม จะมีความผิดฐานใดบ้าง กี่กรรม กี่ท้องที่
๒.การที่นายสามไปถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มในประเทศกัมพูชา ผมจะมีอำนาจสอบสวนหรือไม่
๓.หากนางหนึ่งไม่ประสงค์ให้ดำเนินคดีกับนางสาวสอง แต่ให้ดำเนินคดีกับนายสามเท่านั้นได้หรือไม่
๔.การลักบัตรเอทีเอ็มไปนั้น จะเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวแต่มีความผิดฐานลักทรัพย์และเอาไปเสียซึ่งเอกสารฯสองฐานความผิดหรือไม่
๕.หากนางหนึ่งตรวจสอบพบว่ามีการถอนเงินออกจากตู้เอทีเอ็มในท้องที่ สน.บุปผารามและได้เข้าแจ้งความที่ สน.บุปผาราม พนักงานสอบสวน สน.บุปผารามจะไม่รับแจ้งความโดยส่งตัวผู้เสียหายมาร้องทุกข์ที่ สน.บางยี่เรือ พนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม ปฎิบัติถูกต้องหรือไม่
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

จาก : kanidsorn - 30/08/2007 05:29


ข้อความ : ขออนุญาตอออกความเห็น
ความผิดลักทรัพย์เป็นความผิดที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงทันที ดังนั้นจึงเป็นความผิดธรรมดาไม่ใช่ความผิดต่อเนื่อง ดังนั้นสรุปได้ว่า
๑.)- น.ส.สองมีความผิดกรรมที่(๑)ลักบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ สน.บางยี่เรือ เป็นบทเฉพาะใหม่ ใช้ ป.อาญา ม.๑๘๘ ม.๒๖๙/๕ ถ้าเป็นบัตร เอทีเอ็ม เดบิต หรือเครดิตด้วย ให้ใช้ ม.๒๙๖/๗ เพิ่มโทษไปด้วย สรุป ลงโทษบทหนัก ๒๙๖/๗(บางยี่เรือ รับผิดชอบสอบสวน)
-กรรมที่(๒)ลักเงิน ผิด ๓๓๔ ๒๙๖/๕ ๒๙๖/๗ ลง ๒๙๖/๗ (ท้องที่ บุปผารามรับผิดชอบ)
-กรรมที่(๓)ลักเงิน ผิด ๓๓๔ ๒๙๖/๕ ๒๙๖/๗ ลง ๒๙๖/๗ แต่ทำผิดนอกราชอาณาจักร ดังนั้นไม่มีอำนาจสอบสวน
นายสามมีความผิด ผู้ใช้ รับโทษตัวการ
++++แต่ปัญหามีอยู่ว่า ทั้งคู่(น.ส.สองกับนายสาม)มีความผิดร่วมกันใน ม.๒๙๖/๕ เรื่องมีไว้เพื่อนำออกใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ต่อเนื่องกันตลอดหรือไม่ หากมี ก็จะกลายเป็นความผิดต่อเนื่อง ดังนั้นหากท้องที่ใดพบการกระทำผิดก่อนต้องรับผิดชอบทั้งหมดหรือไม่
๒.) ไม่มี(ความเห็นผมคนเดียว) อาจต้องดู ม.๘ ป.อาญา ซึ่งดูยุ่งยากมาก
๓.)ไม่ได้เป็นความผิด อาญาแผ่นดิน
๔.)การลักบัตรอิเล็กทรอนิกส์เป็นความผิดกรรมเดียวผิด กม.หลายบท
๕.)ไม่ถูก บุปผารามต้องรับผิดชอบ

หมายเหตุ- เป็นความเห็นของกระผมคนเดียว หากผิดพลาดผู้รู้โปรดชี้แนะด้วยครับ ผม

จาก : พงส.เหมียนกัน - 30/08/2007 07:02


ข้อความ : แม้จะตีความว่าเป็นการลักทรัพย์นอกราชอาณาจักร ต้องนึกถึงความเป็นจริง กฎหมายต้องยุติธรรมและบังคับได้จริง กฎหมายเปิดช่องให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนได้อยู่แล้ว ส่วนใครจะเป็นพงส.ผู้รับผิดชอบอีกเรื่องหนึ่ง ให้ดู ป.อ. มาตรา ๘(ก) , ป.วิ.อ. มาตรา ๒๐(๒) ฉะนั้นดูแล้วจะปฏิเสธไม่รับแจ้งไม่ได้เลยต้องทำการสอบสวนและทำหนังสือตามสายงานแจ้งไปยังอสส. เพื่อได้รับมอบหมายเป็นพงส.ผู้รับผิดชอบจึงจะถูกต้อง
ส่วนกรณีผู้สืบสันดานกระทำผิดต่อบุพการี ต้องศึกษา ป.อ.มาตรา ๗๑ ด้วย เพราะเป็นกรณียกเว้นความผิดอาญาแผ่นดินให้เป็นความผิดอันยอมความได้ ต้องถือว่าเป็นข้อยกเว้นเช่นกัน การร้องทุกข์ก็ต้องดำเนินการร้องทุกข์ภายใน ๓ เดือน นับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำความผิดเช่นกัน โดยถือว่าเป็นเหตุส่วนตัวตาม ป.อ. มาตรา ๘๙ มิใช่เหตุลักษณะคดีผู้อื่นจึงไม่ได้รับประโยชน์ ฉะนั้นจึงสามารถดำเนินคดีกับนายสามเพียงผู้เดียวได้
ส่วนกรณีต้องศึกษา ป.วิ.อ.มาตรา ๑๙ ด้วย เพราะตามหลักการสอบสวนกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างดี เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ง่ายต่อการสอบสวน และสอบสวนโดยพงส.หรือท้องที่เดียวกัน อย่าตีความคิดมากนะครับ ฉะนั้น พงส.ที่ได้รับแจ้งความไว้ก่อนเหมาไปเลย เหนื่อยซักนิดแต่ต้องภูมิใจในผลงานหลังสรุปสำนวนนะ
สุดท้ายนี้ ผมเคารพในความคิดของคุณ พงส.เหมียนกัน นะครับ เผื่อความรู้ของผมที่เรียนมาจะบอกน้อง ๆ พงส.ได้


จาก : พงส.หลักการ - 30/08/2007 09:53

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
webmaster
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: Aug 17, 2007
ตอบ: 1392

ตอบตอบ: 15/12/2007 8:01 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

dddd
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลักทรัพย์ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.09 วินาที