Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ต่อกระทู้เก่า “ระวังการปรับคดีจราจร”
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สุขภาพ l ศึกษา l กีฬา l เกม l อดิเรก l ข่าว l รัก l ความรู้ l ไอที l งาน l ซื้อขาย l ท่องเที่ยว l โรงแรม l การเงิน l ธุรกิจ l บันเทิง l บ้าน l บ้านจัดสรร l สังคม l สวย l กล้อง l มือถือ l รถ l กวี l บล็อก l ศิลป์ l สัตว์ l หน่วยงาน l หนังสือ l โหลด l อาหาร l เนต l โปรโมทเว็บฟรี l เนติบัณฑิต
ต่อกระทู้เก่า “ระวังการปรับคดีจราจร”
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป  
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> จราจร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
พงส์
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 19/07/2007
ตอบ: 917

ตอบตอบ: 07/05/2008 9:40 am    ชื่อกระทู้: ต่อกระทู้เก่า “ระวังการปรับคดีจราจร” ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สืบเนื่องจากกระทู้เก่า “ระวังการปรับคดีจราจร”
http://www.sobsuan.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=1684
ปิดกระทู้ในทำนองว่า คดีจราจรในการเปรียบเทียบต้องเปรียบเทียบบทหนัก เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญในการใช้อำนาจหน้าที่ของพงสฯ จึงขอแสดงความเห็นเพิ่มเติมไว้เป็นสังเขป

ฎีกา 5942/2548 จำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษเบากว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 เพื่อให้ความผิดทั้งหมดรวมทั้งความผิดที่มีโทษหนักกว่าเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37 ได้

แม้พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับจำเลยไปแล้วในความผิดฐานดังกล่าวโดยความยินยอมของผู้เสียหายเพราะผู้เสียหายมิได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ด้วย การเปรียบเทียบปรับก็ไม่ชอบ คดีอาญาไม่เลิกกัน ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ได้ / จบฎีกา

จากคำพิพากษาฎีกาทำให้ต้องขบคิดถึงการเปรียบเทียบในอำนาจของพงสฯว่า ข้อเท็จจริงตามฎีกานี้ พงสฯควรเปรียบเทียบอย่างไรจึงจะชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งอาจมีได้สองแนวทาง

แนวทางแรก เห็นว่า การเปรียบเทียบในอำนาจของพนักงานสอบสวน ถือเป็นการลงโทษตามกฎหมายแล้ว ดังนั้น พงสฯก็มีอำนาจพิจารณาเปรียบเทียบแบบเดียวกับที่ศาลพิจารณาลงโทษ กล่าวคือ เมื่อเป็นกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ก็เลือกเปรียบเทียบเฉพาะบทที่หนักกว่า เช่น ข้อเท็จจริงตามฎีกาผิดทั้ง พรบ.จราจรฯ และผิดทั้ง 390 พงสฯก็เลือกเปรียบเทียบเฉพาะ 390 ที่เป็นบทหนักอย่างเดียว

แนวทางที่สอง เห็นว่า การเปรียบเทียบไม่ใช่เป็นการลงโทษตาม ป.อาญา ม. 18 การลงโทษเป็นอำนาจของศาลเท่านั้น ดังนั้นการเปรียบเทียบงข พงสฯก็ไม่อยู่ภายใต้บังคับ ป.อาญามาตรา 92ที่จะต้องเลือกบทหนักมาเปรียบเทียบเพียงข้อหาเดียว แต่ต้องเปรียบเทียบไปทุกข้อหาความผิด เพื่อให้ทุกข้อกล่าวหาที่เปรียบเทียบได้ยุติลง

ฉะนั้นข้อเท็จจริงตามฎีกา ถ้าจะให้ถูกต้อง พงสฯต้องเปรียบเทียบให้เสร็จไปทั้งสองข้อหา คือข้อหาแรก - เปรียบเทียบฐานขับรถประมาท ตามพรบ.จราจรา 43(4), 157 โดยใช้สมุดเปรียบเทียบคดีจราจรฯ และข้อหาที่สอง- เปรียบเทียบตาม ป.อาญา 390 โดยใช้สมุดเปรียบเทียบคดีอาญา

สำหรับตัวผมเองเห็นว่า การเปรียบเทียบให้เสร็จไปทั้งสองข้อหาตามแนวทางที่สอง เป็นแนวทางที่ถูกต้องสำหรับการปฏิบัติของพงสฯ โดยมีเหตุผลหรือหลักคิดดังต่อไปนี้

1. อำนาจศาล และ อำนาจ พงสฯ กฎหมายวางหลักการใช้อำนาจแตกต่างกัน ในเรื่องของการปรับถือว่าเป็นโทษตาม ป.อาญา ม. 18 ถ้าเป็นความผิดกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ศาลต้องลงโทษปรับตามบทหนัก ทั้งนี้ตามนัย ม.90 ตามฎีกาเป็นคดีที่หลุดจากชั้นพงสฯมาถึงศาล ศาลก็ต้องนำ ม.90 มาปรับใช้ เมื่อได้ความว่าสิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องไม่ระงับไปในความผิดตาม 390 ศาลย่อมลงโทษตาม 390 ได้ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว ตามหลักการใช้อำนาจของศาล

แต่สำหรับการเปรียบเทียบของพงสฯ เป็นวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นพิเศษโดยเฉพาะเพื่อให้คดีอาญาเลิกกันโดยมิต้องนำคดีขึ้นไปรกโรงรกศาล เพราะเป็นคดีเล็กน้อย ไม่ต้องเสียเวลา เสียงบประมาณมาใช้จ่ายในการพิจารณาคดี ทั้งนี้การเปรียบเทียบโดยชอบก็ต้องทำตามแนวทางที่กฎหมายบัญญัติไว้ เช่น ผู้ต้องหา ผู้เสียหายยอมให้เปรียบเทียบ ,พงสฯเห็นว่าไม่ควรส่งให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาถึงจำคุกในคดีโทษจำไม่เกินหนึ่งเดือน,ฯลฯ การเปรียบเทียบจึงไม่ถือเป็นการลงโทษ แต่เป็นการที่กฎหมายให้อำนาจแก่พงสฯเป็นการเฉพาะเพื่อให้คดีเลิกกันไป แยกออกไปจากการใช้อำนาจลงโทษของศาลเพื่อให้สิทธิการฟ้องคดีระงับไป

เมื่อการเปรียบเทียบไม่ถือว่าเป็นการลงโทษ พงสฯ จะนำมา ป.อาญามาตรา 90 ซึ่งเป็นเรื่องของหลักการเลือกลงโทษในบทหนักของศาล มาเทียบเคียงใช้กับการเปรียบเทียบในอำนาจของพงสฯไม่ได้ เพราะการนำกฎหมายอาญามาใช้ ต้องไม่ใช้ในลักษณะของการเทียบเคียง แต่ต้องปรับใช้ตรงตามตัวบท

2. ในคดีเปรียบเทียบได้ สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม วิ.อ.ม.39 (3) คือระงับไปเพราะมีการเปรียบเทียบโดยชอบตาม วิ.อ.ม.38 ฉะนั้นในกรณีที่เป็นกรรมเดียว แต่ผิดหลายบทคือ ผิดทั้ง พรบ.จราจร 43, 157 และผิดทั้ง ป.อาญา 390 จะทำให้สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไปทุกข้อหา ก็ต้องเปรียบเทียบไปทุกข้อหา ถ้าหากเลือกเปรียบเทียบบทหนักตาม 390 บทเดียว จะทำให้สิทธิการนำคดีความผิดพรบ.จราจรฯไม่ระงับไปตามกฎหมาย
สรุป - คดีขับรถชนมีคนเจ็บเล็กน้อยตาม พงสฯต้องเปรียบเทียบทั้งสองข้อหา ทั้งจราจรและป.อาญา เพื่อให้สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไปทั้งหมด ไม่อาจเลือกเปรียบเทียบในบทหนักบทเดียว เพราะการเปรียบเทียบไม่ใช่การลงโทษ จึงไม่อยู่ในบังคับแห่ง ป.อาญา ม.90

เวลาผมทำคดีเปรียบเทียบจราจร ฯ ผมใช้วิธีการเปรียบเทียบตามแนวทางที่สองมาตลอด ป็นความเห็นอิสระไม่ผูกมัดการปฏิบัติของพงสฯท่านอื่น

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พริพรี 30
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 07/05/2008 10:29 am    ชื่อกระทู้: Re: ต่อกระทู้เก่า “ระวังการปรับคดีจราจร” ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอเห็นต่าง เนื่องจากหลักของกฎหมายอาญามีว่า กฎหมายอาญาคือกฎหมายที่บัญญัติว่าการกระทำใดบ้างที่เป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ ฉะนั้น พ.ร.บ.จราจรเป็นกฎหมายที่มีโทษทางอาญา โทษทางอาญาก็เป็นไปตาม ม.18 ของ ป.อาญา ดังนั้น การปรับจึงถือเป็นโทษทางอาญาตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ส่วนวิธีการเปรียบเทียบปรับนั้น เป็นวิธีทางสบัญญัติ ที่จะทำให้การดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่กระทำความผิดทางอาญา ที่มีโทษเพียงเล็กน้อยสามารถถูกดำเนินคดีให้เสร็จสิ้นไปได้โดยสะดวกรวดเร็วไม่ต้องเป็นภาระต่อศาลหรือก่อให้เกิดความยุ่งยากในการดำเนินคดีต่อผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยอาศัยหลักความยินยอมของผู้เสียหายเป็นสำคัญ มิใช่ว่าการเปรียบเทียบปรับไม่ถือว่าเป็นโทษทางอาญาอย่างที่ท่านเข้าใจ
คิดต่าง เห็นต่าง มิใช่ว่าจะแตกต่าง
กลับไปข้างบน
ค.ท.ษ.
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 26/04/2008
ตอบ: 135
ที่อยู่: ตามพรลิงค์

ตอบตอบ: 07/05/2008 10:42 am    ชื่อกระทู้: Re: ต่อกระทู้เก่า “ระวังการปรับคดีจราจร” ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอแสดงความเห็นแตกต่างบ้างเล้กน้อย..การเปรียบเทียบปรับต้องถือว่าเป็นการลงโทษอย่างหนึ่ง..จะเห็นได้ว่า ในความผิดอาญาต่าง ๆ นั้นส่วนมากกฎหมายได้ กำหนดบทลงโทษไว้ ให้็มีทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ ซึ่งถ้าเป็นความผิดเล็กน้อย ก็อาจจะมีโทษปรับเพียงอย่างเดียว และกฎหมายให้อำนาจ ศาล และ พงส.ฯ หรือเจ้าพนักงานผู้มีหน้าทีึ่เปรียบเทียบปรับทำการเปรียบเทียบปรับได้ ดังนั้น ในการลงโทษ ผู้ต้องหา ต้องถือกฎหมายอย่างเดียวกัน การแบ่งแยกการลงโทษระหว่าง พงส.ฯ กับศาล ้หากให้ถือบรรทัดฐานที่แตกต่างกัน ก็จะต้องมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยชัดแจ้ง หากไม่เป็นอย่างนั้นย่อมจะทำให้ประชาชนผู้ที่ถูกลงโทษไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกการบังคับใช้กฎหมายจากเจ้าพนักงานของรัฐ การที่พงส.ฯเลือกเปรีบเทีบปรับความผิดที่อยู่ในอำนาจแต่การกระทำเป็นกรรมเดียวผิดกฎมายหลายบท แม้จะได้รับความยินยอม จากผู้กล่าวหาและผู้ต้องหา ในขณะเปรียบเทียบปรับ แต่ก็อาจจะถูกกล่าวหาได้ว่า พงส.ฯปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ.็ ครับผม..
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.ภาคตะวันออก
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 02/05/2008
ตอบ: 25

ตอบตอบ: 07/05/2008 12:36 pm    ชื่อกระทู้: Re: ต่อกระทู้เก่า “ระวังการปรับคดีจราจร” ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ด้วยความเคารพ เพื่อสมาชิก ทุกท่านข้างต้น โทษปรับเป็นโทษตาม ป.อ. มาตรา 18 ที่ กม. ให้อำนาจพนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับได้นั่น ก.ม. ไม่ต้องการให้คดีรกโรงรกศาล และเป็นความผิดกรรมเดียวผิดหลายบท หากปรับทุกข้อกล่าวหา พวกเราจะถูกกล่าวหาว่าไม่ให้ความยุติพรรณกับประชาชน จะถูกหน่วยองค์การยุติธรรมอื่นดูหมิ่นดูแคลนพงสเราควรยึดถือคำพิพากษาของศาลเป็นหลักดีที่สุด เพราะเราสามารถใช้ยันและต่อสู้กับความคิดสาธารณอื่นขององค์กรอื่นหรือผู้บังคับบัญชาได้ ลองคิดดูหากมีคดีเกิดขึ้นและต้องสู้คดีกันแม้แต่ตัวพวกเรา ศาลก็เป็นผู้ตัดสินใช่ไหมครับ พวกเราใช่ไหมที่ สังคมและคนทั่วไปพูดเสมอว่า เป็นต้นธารแห่งความยุติธรรม เราต้องทำเช่นนั้นน๊ะครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 07/05/2008 12:58 pm    ชื่อกระทู้: Re: ต่อกระทู้เก่า “ระวังการปรับคดีจราจร” ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมมองว่าอำนาจของ พงส.ทีปฏิบัติทุกวันนี้คือ ป.วิอาญา หมวด ๒ มาตรา ๑๗- ๒๑ ภาค ๒ การสอบสวน ลักษณะ ๑ ลักษณะ ๒ หมวด ๑ หมวด ๒ ทำไมเราไปอ้างฎีกาโดยไปถือเอาการปฏิบัติของศาล มาเป็นการปฏิบัติของ พงส. อย่าหลงประเด็นและอำนาจหน้าที่ ผมเห็นด้วยตามคุณ พงส์ครับ
กลับไปข้างบน
พงส.จชต.
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 07/05/2008 1:52 pm    ชื่อกระทู้: Re: ต่อกระทู้เก่า “ระวังการปรับคดีจราจร” ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การเปรียบเทียบปรับที่จะทำให้คดีระงับต้องเป็นการเปรียบเทียบปรับที่ชอบด้วยกฎหมาย
ป.อาญา มาตรา 90 และ 91 เป็นบททั่วไปที่ต้องนำมาใช้ในการเปรียบเทียบปรับด้วยจึงจะชอบด้วยกฎหมาย
การที่จะพิจารณาว่าเข้าข่ายมาตรา 90 หรือ 91 ก็จะต้องพิจารณาโดยสุจริตและรอบคอบ
กรณีเข้าข่ายมาตรา 90 ก็จะต้องเปรียบเทียบปรับบทที่หนักที่สุดคดีจึงจะระงับ หากเข้าข่ายมาตรา 91 คดีจะระงับไปเฉพาะที่ได้เปรียบเทียบปรับแล้วเท่านั้น
กลับไปข้างบน
ค.ท.ษ.
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 26/04/2008
ตอบ: 135
ที่อยู่: ตามพรลิงค์

ตอบตอบ: 07/05/2008 2:13 pm    ชื่อกระทู้: Re: ต่อกระทู้เก่า “ระวังการปรับคดีจราจร” ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพิพากษาศาลฎีกา ถือว่า เป็นบรรทัดฐาน ในการตีความกฎหมายได้่ดีที่สุดแล้ว.....
นักกฎหมายนอกจากต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก แล้ว ก็จะต้องยึดแนวคำพิพากษาเป็นหลักในการบังคับใช้กฎหมายด้วย (ฎ.5942/2548 ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง)...ทุกคนในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่า พงสฯ อัยการ ศาล ราชทัณฑ์ จึงต้องยึดหลักในการบังคับใช้กฎหมายไปในแนวเดียวกัน
ไม่เช่นนั้นแล้ว...จะดำรงความยุติธรรมให้กับประชาชน..ได้อย่างไร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เจดีย์กลางน้ำ
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 26/03/2008
ตอบ: 372
ที่อยู่: ไม่บอก....อิอิ

ตอบตอบ: 07/05/2008 4:10 pm    ชื่อกระทู้: Re: ต่อกระทู้เก่า “ระวังการปรับคดีจราจร” ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

1.ปรับ เป็นโทษ เพราะกฎหมายบัญญัติไว้
2.เปรียบเทียบ เป็นวิธีการที่กฎหมายบัญญัติให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติในการปรับ เช่น พงสฯ.กำหนดค่าปรับ แต่ต้องได้รับความยินยอมจาก ผสห จาก ผตห จึงเรียกว่าเปรียบเทียบ ส่วนศาล กำหนดโทษเอง โดยไม่ต้องรอความยินยอมจากใคร จึงไม่เรียกว่า "เปรียบเทียบ"
3.เมื่อปรับเป็นโทษ ย่อมต้องอิงตามกฎหมายที่ว่า กรรมเดียวผิดหลายบทให้ลงบทหนัก
4.หากเราคิดว่าต้องเปรียบเทียบปรับทุกกรรม...เท่ากับเป็นการลงโทษเขาซ้ำซ้อนในเรื่องที่เขาทำผิดเพียงเรื่องเดียว แต่บังเอิญมีกฎหมายบัญญัติไว้หลายประเภท หลายชนิด หลายบท หลักความยุติธรรมเสียหายหมด

ความเห็นนี้เป็นความเห็นส่วนตัว หากยังประโยชน์แก่ผู้อ่านบ้าง ข้าพเจ้าขอยกความดีนี้ให้แก่บิดามารดาของข้าพเจ้า หากมีข้อบกพร่องประการใด ข้าพเจ้าขอรับไว้เพียงผู้เดียว...ขอบคุณ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว MSN
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 07/05/2008 4:45 pm    ชื่อกระทู้: Re: ต่อกระทู้เก่า “ระวังการปรับคดีจราจร” ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อาจารย์ เรวัติ ฉ่ำเฉลิม อดึตอัยการสูงสุด และอาจารย์ผู้บรรยายวิชากฎหมายสัมมนาวิอาญา ได้เคยบรรยายผมฟังสรุปได้ว่า
การเปรียบเทียบของพงสฯ เป็นวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นพิเศษโดยเฉพาะเพื่อให้คดีอาญาเลิกกันทั้งนี้การเปรียบเทียบโดยชอบก็ต้องทำตาม ป.วิอาญามาตรา 38 คำว่า เปรียบเทียบ ไม่ใช่โทษตาม ปอ.มาตรา 18 จึงไม่ถือเป็นการลงโทษ แต่เป็นการที่กฎหมายให้อำนาจแก่พงสฯเป็นการเฉพาะเพื่อให้คดีเลิกกันไป
ส่วนการปรับ ตาม ปอ.มาตรา 18 เป็นโทษศาลเป็นผู้ใช้อำนาจในการลงโทษปรับ

แม้การเปรียบเทียบไม่ถือเป็นโทษแต่ พงสฯ เปรียบเทียบบทเบา แต่ถ้าหากการการกระทำผิดนั้นมีโทษบทหนักด้วย การเปรียบเทียบไม่ทำให้บทหนักระงับสิ้นไปด้วย คือการเปรียบเทียบไม่ชอบนั่นเอง ดังนั้นถ้ากรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทหากบทหนักอยู่ในอำนาจที่ พงสฯ เปรียบเทียบได้ และการเปรียบเทียบปฎิบัติถูกต้องตาม ป.วิอาญา มาตรา 38 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับ ตาม วิ.อ.ม.39 (3)
แม้เปรียบเทียบไม่ใช่โทษแต่ต้องนำ ป.อาญามาตรา 90 มาเทียบเคียงใช้กับการเปรียบเทียบในอำนาจของพงสฯด้วย

ฉะนั้นในกรณีที่เป็นกรรมเดียว แต่ผิดหลายบทคือ ผิดทั้ง พรบ.จราจร 43, 157 และผิดทั้ง ป.อาญา 390 จะทำให้สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องระงับตาม วิ.อ.ม.39 (3) พงสฯ คงต้องเปรียบเทียบบทหนักตาม ปอ.มาตรา 390 บทเดียว สิทธิการนำคดีความผิดพรบ.จราจรฯระงับไปตามกฎหมาย
สรุป - คดีขับรถชนมีคนเจ็บเล็กน้อยตาม พงสฯเปรียบเทียบตาม ป.อาญา 390 เพียงบทเดียว เพื่อให้สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไปทั้งหมดตาม วิ.อ.ม.39 (3) แม้การเปรียบเทียบไม่ใช่การลงโทษ ก็อยู่ในบังคับแห่ง ป.อาญา ม.90
กลับไปข้างบน
พงส.เนติ์ ๕๗5
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 07/05/2008 5:58 pm    ชื่อกระทู้: Re: ต่อกระทู้เก่า “ระวังการปรับคดีจราจร” ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การเปรียบเทียบปรับไม่ใช่โทษ ตาม ปอ. ม.๑๘ เป็นวิธีการที่กม.ให้อำนาจ พงส.จัดการเปรียบเทียบตาม กม. เพื่อให้คดีเล็กน้อยเลิกกัน คดีไม่รกศาล การเปรียบเทียบปรับ หากกรรมเดียวผิด กม.หลายบท ต้องเปรียบเทียบบทหนัก คดีอาญาถึงจะเลิกกัน สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องร้องระงับสิ้นไป หากต้องเปรียบเทียบปรับ หลายข้อหา ในความผิดกรรมเดียว นั้น ไม่เป็นธรรมต่อผู้ต้องหา เห็นด้วยกับกระทู้ของบุคคลทั่วไป
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 07/05/2008 7:59 pm    ชื่อกระทู้: Re: ต่อกระทู้เก่า “ระวังการปรับคดีจราจร” ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สรุปได้ตามความเห็นข้างต้น และน่าจะถือยุติได้
กลับไปข้างบน
ช่างสงสัย
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 07/05/2008 9:23 pm    ชื่อกระทู้: Re: ต่อกระทู้เก่า “ระวังการปรับคดีจราจร” ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

หากคิดว่า เป็นการกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท เมื่อ พงส.ปรับตาม ม.๓๙๐ ถือว่าเป็นบทหนัก สรุป ขอถามว่า แสดงว่า พงส.ปรับจำนวน ๑ บาท ถือว่าจบใช่หรือเปล่าเพราะโทษปรับไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท // ส่วน พรบ.จราจรโทษปรับตั้งแต่ ๔๐๐-๑,๐๐๐บาท สรุปขอถามอีกครั้ง ต่อไปหากมีคดีเกิดขึ้นผมขอปรับโทษหนักคือปรับ ๑ บาท ๕๐ สตางค์ ได้ใช่ไหมครับ.....สงสัย
กลับไปข้างบน
เทพธันเดอร์นครปฐม
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 7374

ตอบตอบ: 07/05/2008 10:10 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรียน คุณช่างสงสัย
อย่าว่าแต่ปรับ 1.50 บาท เลยครับ ปรับ 25 สตางค์ ยังได้เลยแต่มีข้อแม้ว่าผู้เสียหาย(ที่บาดเจ็บ)ต้องยินยอม เพราะไม่มีโทษขั้นต่ำไว้ หากลหุโทษข้างต้นไม่มีโทษจำมาด้วย ความผิดตาม จร.จะหนักกว่า เพราะมีโทษปรับขั้นต่ำคือ 400 แต่ลหุโทษขั้นต่ำไม่มี ก่อนปี 2548 ก็มี ฎ.ออกมาแล้วครับ ผมถือปฏิบัติตามแนว ฎ.มานานแล้ว แต่มี พงส.บางท่าน รู้ก็ทั้งรู้ว่าต้องปรับอย่างไร แต่ก็ยังปรับ จร. เพราะมีเงินสินบนจากค่าปรับนะซีครับ หากกรรมเดียวของเขาแล้วเขาถูกปรับสองครั้ง(ข้อหา) มันจะมิผิดหลักการดำเนินคดีซ้ำซ้อนหรือครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 07/05/2008 10:42 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ยอดเยี่ยมจริง ๆ ครับ เทพธันเดอร์นครปฐม อย่างนี้เขาเรียกว่าศิษฐ์มีอาจารย์ ขอคาระวะ
กลับไปข้างบน
พงส์
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 19/07/2007
ตอบ: 917

ตอบตอบ: 08/05/2008 12:28 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สรุปประเด็นที่แสดงความเห็นกันได้ดังนี้
1. วิธีการทำให้คดีเลิกกันโดยการเปรียบเทียบ ยังมีคนเรียกว่า เปรียบเทียบปรับ อยู่อีก ซึ่งไม่ถูกต้อง ต้องเรียกว่า การเปรียบเทียบเฉย ๆ เราชาวพงสฯ ต้องเรียกให้ถูกต้อง และถ้าพบใครเรียกไม่ถูกอีกต้องช่วยกันโต้แย้ง และชี้แจงให้เขาเรียกให้ถูกต้อง เพราะถ้าเรียกว่าเปรียบเทียบปรับจะทำให้เข้าใจไขว้เขวไปอีกว่า การเปรียบเทียบในอำนาจพงสฯ กับการปรับของศาลเป็นเรื่องเดียวกัน

2. การเปรียบเทียบเป็นโทษหรือไม่ ยังมีความเห็นแตกต่างกันไปซึ่งก็เป็นประโยชน์ทุกความเห็น จะไม่ฟันธงว่าอะไรถูกต้อง แต่จะขอยกเห็นผลเพิ่มเติมมาสนับสนุนจากส่วนที่มีอยู่แล้ว ให้เห็นชัดขึ้นอีกว่า การเปรียบเทียบไม่ใช่การลงโทษ

โทษมีเฉพาะตาม ป.อาญา ม. 18 ศาลเป็นผู้ใช้อำนาจสั่งลงโทษ ลักษณะเฉพาะของการลงโทษก็คือมีมาตรการบังคับเพื่อให้การลงโทษเป็นผลสำเร็จตามคำพิพากษา เช่นโทษประหารให้บังคับโดยการเอาตัวไปฉีดสารพิษเข้าสู่ร่างกาย, โทษจำคุก ก็ต้องเอาตัวไปขังบังคับโดยออกหมายจำคุก ถ้าผู้ต้องหาโทษหลบหนีศาลก็มีอำนาจออกหมายจับเอาตัวมาบังคับลงโทษ, โทษกักขังให้เอาตัวไปขังไว้ในสถานที่อืนที่มิใช่เรือนจำบังคับโดยหมายกักขัง โทษปรับให้ชำระเงินถ้าไม่ชำระให้กักขังแทน โทษริบทรัพย์ก็ให้ทรัพย์ตกเป็นพินัยหลวงถ้าทรัพย์ไม่อยู่ให้อำนาจศาลสั่งยึดมาได้ หรือบังคับเอาราคาทรัพย์แทน
จะเห็นได้ว่าถ้าเป็นโทษแล้วกฎหมายจะวางมาตรการบังคับการลงโทษไว้ด้วย แต่การเปรียบเทียบไม่มีมาตรการบังคับ ผู้ต้องหายอมชำระค่าปรับตามคำเปรียบเทียบแล้วไม่ชำระเงินใน15วัน กฎหมายก็ไม่ได้วางมาตรการบังคับเพื่อให้ผู้ต้องหาชำระเงินเพื่อให้การเปรียบเทียบเป็นผลสำเร็จแต่อย่างใด แต่วางหลักให้เอาตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีชั้นศาลต่อไป ดังนั้นการเปรียบเทียบจึงมิใช่การลงโทษ

3. หลักการทางนิติปรัชญาที่ว่า “ความยุติธรรมหรือความเป็นธรรมต้องเป็นไปตามกฎหมาย หากกฎหมายเปิดช่องไว้ เจ้าหน้าที่ของรัฐย่อมใช้ดุลยพินิจเพื่อความเป็นธรรมได้ แต่ถ้ากฎหมายไม่เปิดช่องไว้ การทำตามตัวบทกฎหมายนั่นแหละเป็นธรรมที่สุดแล้ว ”

ดังนั้นหากจะตั้งข้อรังเกียจว่า การเปรียบเทียบทุกกระทงความผิดไม่เป็นธรรม ต้องเปรียบเทียบบทหนักบทเดียวจึงจะเป็นธรรม น่าจะไม่ถูกต้องนัก เพราะเรื่องการเปรียบเทียบไม่มีกฎหมายให้อำนาจเปรียบเทียบบทหนักบทเดียว จะเทียบเคียงเอาม.90 มาใช้กับการเปรียบเทียบก็จะขัดกับหลักการที่ว่า ในทางอาญาห้ามมิให้นำบทกฎหมายที่ใกล้เคียงกันมาปรับใช้เพื่อประกอบการพิจารณาความรับผิดทางอาญาของผู้ต้องหาหรือจำเลย

หากจะนำเอามาตรา 90 มาใช้ในลักษณะของการตีความขยาย ซึ่งทำได้ในทางอาญา โดยตีความขยายให้อำนาจพงสฯเปรียบเทียบบทหนัก บทเดียวได้ ก็มีข้อหักล้างได้คือ จะขัดกับหลักอาญาที่ว่า บุคคลต้องรับผิดในทางอาญาเมื่อกระทำการอันกฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิด แต่สำหรับศาลแล้วทำได้ที่จะเลือกลงโทษบทหนักเพราะม.90 บัญญัติให้อำนาจไว้ จึงไม่ขัดกับหลักความรับผิดทางอาญา

4. การใช้อำนาจเปรียบเทียบของพนักงานสอบสวนเห็นว่า เป็นการใช้อำนาจฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายบริหาร เป็นการใช้อำนาจตาม ป.วิอาญา ซึ่งถือกันว่าเป็นกฎหมายมหาชน อันมีหลักว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐจะกระทำการอย่างใดต้องมีกฎหมายให้อำนาจหน้าที่ไว้อย่างชัดเจน ถ้าไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้จะทำไม่ได้ และต้องไม่กระทำการในสิ่งที่กฎหมายห้ามไว้

ลักษณะการใช้อำนาจของพนักงานสอบสวน จึงมีลักษณะแตกต่างจากการใช้อำนาจของศาลที่เป็นอำนาจของตุลาการ ดังนั้นการเปรียบเทียบทุกกระทงความผิดเพื่อให้คดีอาญาระงับไปจึงไม่ขัดต่อหลักการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นไปตามกฎหมาย และไม่ขัดกับหลักความเป็นธรรม

5. ความเห็นส่วนใหญ่บอกว่า เปรียบเทียบบทหนักบทเดียวได้ ก็ควรมีเหตุผลทางกฎหมายที่ดีกว่าการอ้างม.90 ของศาลมาใช้ เท่าที่ดูตอนนี้ยังไม่มีนะ อย่าลืมว่า เรื่องการเปรียบเทียบนี่เป็นเรืองของเราชาว พงสฯโดยเฉพาะ เราต้องรู้เรื่องดีที่สุด ให้เหตุผลทางกฎหมายประกอบการทำหน้าที่ได้ดีกว่านักกฎหมายสายอื่น ที่เขาไม่เคยนั่งเปรียบเทียบคดีอาญาเช่นเรา

ในทางตำราที่วางขายในท้องตลาดไม่ว่าจะเป็นของนักกฎหมายสายอาจารย์ สายตุลาการ สายอัยการ แม้กระทั่งตำรวจเอง มักจะยกฎีกามาแล้วฟันธงเองว่า ต้องเปรียบเทียบบทหนักบทเดียว ซึ่งถ้าเราพิจารณาดูดีๆ ฎีกาที่ยกมานี้ เขาไม่ได้บอกเลยว่า กรรมเดียวผิดหลายบทให้ปรับบทหนัก เขาเพียงแต่วินิจฉัยว่า เมื่อเปรียบเทียบบทเบามาอย่างเดียวโดยไม่ได้เปรียบเทียบบทหนักด้วย ทำให้คดีอาญาไม่เลิก เมื่อไม่เลิกศาลจึงมีอำนาจใช้ 90 มาลงบทหนักบทเดียวได้ ก็เท่านั้นเอง แล้วเราก็มาตีความขยายฎีกากันไปเองว่า กรรมเดียวผิดหลายบทต้องเปรียบเทียบบทหนักบทเดียวเท่านั้น

6. สรุป ถ้าจะเปรียบเทียบบทหนักบทเดียวก็ยอมรับได้ตามข้อคิดเห็นของหลายๆท่าน แต่ควรจะมีหลักกฎหมายมาสนับสนุนให้เห็นได้อย่างชัดเจนกว่านี้ว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันแสดงความเห็น
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ไม่ซีเรียส
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 08/05/2008 2:20 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แต่ก่อนก็ปรับ จร.ครับ ๔๐๐ บาท เมื่อเห็นว่ามันไม่ถูกต้องตามฎีกา ก็ให้เสมียนเปรียบเทียบ เปลี่ยนไปลงเล่มอาญา แต่ก็ยัง ๔๐๐ เหมียนเดิม..ครับ(ราคามาตรฐาน) ยกเว้นเรื่องมาก.. คุยยาก.. หรือทรัพย์สินเสียหายเป็นจำนวนมาก ...ง่ายๆครับ..ไม่มีอะไรเลย...สาหัส ก็ยังปรับ ๔๐๐ มาแล้ว...อย่าไปซีเรียสมากไปเลยครับ ดูองค์ประกอบอื่นๆให้ดี (รึว่าคุณไม่เคย..5555...) ตั้งโจทย์ยากเหมือนกางเกงยีนส์ โจทย์ง่ายเหมือนกางเกงวอร์ม แก้ง่ายกว่ากันเยอะเลย...55555
กลับไปข้างบน
พงส.ภาคตะวันออก
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 02/05/2008
ตอบ: 25

ตอบตอบ: 09/05/2008 1:35 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

พิจารณา ป.อ.มาตรา 90 ให้ดี ตามท่านพงส์ มีเหตุผลตามข้อ 3 นั้น ผมขอยกตัวอย่างแล้วอย่างนี้พนักงานสอบสวนจะเป็นเช่นไร เห็นชัดๆ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รถชนกัน(ประมาท) มีคนเจ็บเล้กน้อยและสาหัส พนักงานสอบสวนเปรียมาตรา เทียบ(ปรับ) ม.390 แล้วมีความเห็นสั่งฟ้องส่งอัยการมาตรา 291 อย่างนี้เห็นชัดๆว่าพนักงานสอบสวนทำไม่ได้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.ภาคตะวันออก
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 02/05/2008
ตอบ: 25

ตอบตอบ: 09/05/2008 1:35 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

พิจารณา ป.อ.มาตรา 90 ให้ดี ตามท่านพงส์ มีเหตุผลตามข้อ 3 นั้น ผมขอยกตัวอย่างแล้วอย่างนี้พนักงานสอบสวนจะเป็นเช่นไร เห็นชัดๆ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รถชนกัน(ประมาท) มีคนเจ็บเล้กน้อยและสาหัส พนักงานสอบสวนเปรียมาตรา เทียบ(ปรับ) ม.390 แล้วมีความเห็นสั่งฟ้องส่งอัยการมาตรา 291 อย่างนี้เห็นชัดๆว่าพนักงานสอบสวนทำไม่ได้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 19/07/2007
ตอบ: 917

ตอบตอบ: 09/05/2008 6:21 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ประเด็นของเราเป็นเรื่องคดีเปรียบเทียบล้วน ๆ ในชั้น พงสฯไม่ใช่คดีเปรียบเทียบบวกคดีแขวง ดังนั้นจึงถูกต้องแล้วถ้าเป็นคดีเปรียบเทียบบวกแขวงจะเปรียบเทียบบทเบาไม่ได้ ต้องฟ้องคดีเปรียบเทียบบวกไปกับคดีแขวง

หรือกรณีเป็นคดีแขวงบวกคดีจังหวัด กรรมเดียวผิดหลายบทจะแยกฟ้องศาลแขวงกับศาลจังหวัดไม่ได้ เช่นขับรถชนมีทั้งสาหัสและตายจะแยกฟ้องสาหัสไปที่ศาลแขวง แยกฟ้องคดีตายไปที่ศาลจังหวัดไม่ได้ ต้องฟ้องคดีไปที่ศาลจังหวัดอันเป็นคดีที่บทหนักแล้วศาลจังหวัดจะใช้ 90เลือกบทหนักที่ชนตายมาลงโทษเพียงบทเดียว ( 1869/2493)

ส่วนเรื่องคดีเปรียบเทียบล้วนๆ กรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทก็ยุติตรงที่ ต้องเปรียบเทียบบทหนักไปบทเดียว เห็นด้วย ส่วนเหตุผลสรุปแล้วควรเป็นดังนี้

การเปรียบเทียบแม้จะไม่ใช่โทษตาม ป.อาญา มาตรา 18 แต่ก็นับได้ว่า เป็นการลงโทษอย่างหนึ่ง ซึ่งกฎหมายอาญาตั้งแต่กฎหมายตราสามดวง กฎหมายลักษณะอาญา จะเรียกกันว่า การลงอาญา คนทำผิดกฎหมายก็สมควรได้รับการลงอาญา เพื่อทำให้เข็ดหลาบ ไม่ทำผิดอีก การลงอาญา มาตรา 70 ของกฎหมายลักษณะอาญา รศ 127 วางหลักว่าทำผิดอย่างหนึ่ง แต่ละเมิดกฎหมายหลายบท ให้ใช้บทที่มีอาญาหนักมาลงโทษ

วิธีการลงอาญาตามกฎหมายโบราณ เช่น ปรับไหม โบย ทวนด้วยลวดหนัง บั่นคอริบเรือน ฯลฯ ต่อมากฎหมายอาญาได้รับการพัฒนาจาก กฎหมายตราสามดวง มาเป็นกฎหมายลักษณะอาญา และ ป.อาญา กลายเป็น การทำโทษหรือลงโทษหรือลงอาญา ด้วยการ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ ริบทรัพย์สิน และมีการรอลงอาญาได้หากศาลสั่งจำคุก

เหล่านี้ล้วนเป็นวิธีการลงโทษที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนทำผิดหลาบจำ ไม่ทำผิดอีก(เว้นแต่ผิดหนักก็ประหารตายไปเลย) ดังนั้นคนทำผิดก็สมควรได้รับการลงโทษหรือถูกทำโทษ
กฎหมายจึงวางหลักให้ศาลมีอำนาจทำโทษ หรือลงโทษ หรือลงอาญา ด้วยวิธีการตามป.อาญา ม. 18, พงสฯ ก็มีวิธีการทำโทษ หรือ ลงโทษ หรือลงอาญา ด้วยการเปรียบเทียบ ตาม ป.วิอาญา

ทั้งศาลและ พงสฯต่างใช้อำนาจทำโทษผู้กระทำผิดได้ตามกฎหมาย ซึ่งการทำโทษต้องอยู่ในบังคับมาตรา 90ที่ว่าทำผิดกรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบท ให้ใช้บทหนักที่สุดมาทำโทษหรือลงโทษ หรือลงอาญา

ดังนี้ กรณีคดีรถชนทรัพย์สินเสียหายมีคนเจ็บเล็กน้อย ผิด พรบ.จราจร และผิด ป.อาญา 390 ลักษณะเป็นกรรมเดียว ผิดหลายบท ต้องใช้บทหนักคือ ป.อาญา 390 มาลงอาญาด้วยการเปรียบเทียบ เมื่อใช้บทหนักมาเปรียบเทียบ จะเปรียบเทียบ 1 บาท ซึ่งต่ำกว่าโทษขั้นต่ำ 400 บาทของ พรบ.จราจร ก็ทำได้ เพราะหลักอยู่ที่การใช้บทหนักไปแล้ว.

หาความรู้เพิ่มเติมได้จาก คำอธิบายกฎหมายลักษณะอาญา รศ. 127 ของ ดร.หยุด แสงอุทัย สำนักพิมพ์วิญญูชน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.ชายแดนเหนือ
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 11/05/2008 10:16 am    ชื่อกระทู้: Re:ขอเสนอแนวคิด ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

หากทำการเปรียบเทียบปรับทั้ง พ.ร.บ.จราจรฯและตาม ป.อาญา แล้วไม่ทำให้ชาวบ้านที่ไม่มีอะไรจะกิน(ชีวิตมด)เดือดร้อนเพิ่มขึ้นหรือครับ เนื่องจากชาวบ้านส่วนมากในพิ้นที่ก็มีแต่รถ จยย.ที่เก่า(จำเป็นต้องใช้)ไปทุ่งนา ไปสวน หากปรับตาม พ.ร.บ.จราจรฯ 400 และปรับ ป.อาญา 100 รวม 500 บาท ค่าอาหารในเดือนนั้นๆก็คงลดลง.....ขอโทษครับ ตอนผมจบนิติใหม่ ๆ ก็ยึดหลักนิติฯโดยเคร่งครัด แต่หลังจากมาอยู่พิ้นที่ชายแดนความคิดก็เปลี่ยนครับ(ใช้หลักรัฐศาสตร์ควบคุ่ไปด้วย) เหงื่อตก
กลับไปข้างบน
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง เศร้า ร้องไห้ เหงาหงอย โกรธ ลังเล เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> จราจร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 2

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




ยิ้มซิ | เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ


การสร้างหน้าเอกสาร: 0.22 วินาที