Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - รถของกลางโต้แย้งสิทธิให้ไปฟ้องแพ่งกันก่อน/กฤษฎีกาไม่คืน
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สุขภาพ l ศึกษา l กีฬา l เกม l อดิเรก l ข่าว l รัก l ความรู้ l ไอที l งาน l ซื้อขาย l ท่องเที่ยว l โรงแรม l การเงิน l ธุรกิจ l บันเทิง l บ้าน l บ้านจัดสรร l สังคม l สวย l กล้อง l มือถือ l รถ l กวี l บล็อก l ศิลป์ l สัตว์ l หน่วยงาน l หนังสือ l โหลด l อาหาร l เนต l โปรโมทเว็บฟรี l เนติบัณฑิต
รถของกลางโต้แย้งสิทธิให้ไปฟ้องแพ่งกันก่อน/กฤษฎีกาไม่คืน
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป  
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ของกลาง
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 28/10/2010 1:55 pm    ชื่อกระทู้: รถของกลางโต้แย้งสิทธิให้ไปฟ้องแพ่งกันก่อน/กฤษฎีกาไม่คืน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรียน แฟนคลับสอบสวน 599 ทุกท่าน

ข้อ 1. เพื่อมีประโยชน์ไว้ใช้ กรณี รถยนต์ของกลาง ต่างขอคืน โต้แย้งสิทธิกัน

ข้อ 2. หนังสือตร. สั่งการไม่ให้คืน ให้ทั้งสองฝ่ายไปฟ้องต่อศาล ศาลสั่งอย่างไร ให้ปฏิบัติตามนั้น

ข้อ 3. รถของกลางยาเสพติด กฤษฎีกา แจ้งไม่ให้คืนให้ยึดไว้คดีถึงที่สุด

พยายามหาสแกนมาให้ครับ เพื่อมีประโยชน์/....ธงชัย 3 /รับไปด้วย

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=4170127B56BVDY2YA28BBZZMGA2IDR

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=4170127BAEZMD61JUBLNRYILWFOJ37

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=4170127C03A2CW4UOLZWLEHA5IJ8UL


http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=4170127C5C[J44CC5H23ZLG7C6RC72

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เคียงเลตะวันออก
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 31/08/2010
ตอบ: 1877

ตอบตอบ: 28/10/2010 2:30 pm    ชื่อกระทู้: Re: รถของกลางโต้แย้งสิทธิให้ไปฟ้องแพ่งกันก่อน/กฤษฎีกาไม่คืน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

...ขอขอบพระคุณท่าน...อ.พงส.อาชีพ(อิสานใต้)...ผมได้โหลดเก็บไว้เพื่อประโยชน์ในการใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติต่อไป
... เพื่อความสะดวก ผมได้รวมไฟล์ภาพ ของท่าน ...อ.พงส.อาชีพ(อิสานใต้) ทำเป็นไฟล์ PDF ไฟล์เดียว เพื่อความสะดวกในการเก็บรักษา และค้นหา
...ขออนุญาตท่าน...อ.พงส.อาชีพ(อิสานใต้) มอบต่อให้สมาชิกเก็บไว้เป็นแนวทางต่อไปนะครับ ตามลิ้งค์ด้านล่างเลยครับผม

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=4170129822Q1UTW8CCAKV3XWY8Y[9D

ซึ้ง ซึ้ง ซึ้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บัณฑิตน้อย
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 23/04/2009
ตอบ: 356

ตอบตอบ: 28/10/2010 2:56 pm    ชื่อกระทู้: Re: รถของกลางโต้แย้งสิทธิให้ไปฟ้องแพ่งกันก่อน/กฤษฎีกาไม่คืน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอบคุณท่านพี่ๆทั้งสองครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 19/07/2007
ตอบ: 917

ตอบตอบ: 28/10/2010 3:52 pm    ชื่อกระทู้: Re: รถของกลางโต้แย้งสิทธิให้ไปฟ้องแพ่งกันก่อน/กฤษฎีกาไม่คืน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรื่องนี้ ต้องดูดีดี ย้ำนะว่า ต้องดูดีดี

1. หนังสือ ตร.ออกข้อสั่งการนี้มาแต่ปี 2530 ขณะนั้นยังไม่มีระเบียบเกี่ยวกับรถของกลาง
2. ต่อมามี ระเบียบเกี่ยวฯ เรื่อง การปฏิบัติเกียวกับรถของกลาง ลง 5มค 2532 แก้ไขฉ. 2 เมื่อ 11 ม.ค.34
3. กฎกระทรวงเกี่ยวกับการรับของกลางไปเก็บรักษา ออกตาม ปวิอ 85/2553
4. แนวทางคำพิพากษาของศาลปกครอง ของกลางที่ถึงที่สุดและศาลยุติธรรมไม่ริบ เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เก็บรักษาจะต้องพิจารณาสั่งคืนเจ้าของ ผู้มีกรรมสิทธิ หรือผู้มีสิทธิได้เรียกร้องเอาคืน

ณ ปัจจุบันนี้ หากคดีเกี่ยวกับของกลางถึงที่สุดแล้ว หากมีผู้มายื่นคำร้องขอรับของกลางคืนหลายคนพร้อมกัน พงสฯต้องประมวลเรื่องเสนอ หน.พงสฯว่าเห็นควรคืนให้ใคร เพราะอะไร แล้วมีคำสั่งคำร้องออกไป

ถ้าท่านไม่สั่งคำร้อง ก็เข้าลักษณะงดเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่สั่งคำร้อง จะถูกฟ้องคดีปกครองว่าละเลยหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ

ถ้าท่านสั่งว่า เนื่องจากยังมีการโต้แย้งสิทธิกันอยู่แนะนำให้ไปฟ้องแพ่งกันเองก่อน ใครมีสิทธิดีกว่ากันตามคำสั่งศาลให้มายืนคำขอใหม่ แบบแนวทางที่ ตร.สั่งไว้เมื่อปี 2530 แบบนี้ท่านเตรียมตัวเป็นผู้ถูกฟ้องคดีปกครองได้เลย เขาก็จะตั้งเรื่องฟ้องคดีปกครอง พงสฯว่า ละเลยหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติได้เหมือนกัน เพราะถือว่า สั่งแบบนี้ถือว่าไม่ได้สั่งคำร้อง แต่เป็นคำแนะนำ

สรุป ปัจจุบัน เมื่อมีผู้มาร้องขอคืนของกลางท่านต้องฟันธงว่า จะคืนให้เขาหรือไม่ เพราะอะไร และท่านต้องสั่งคืนให้ถูกต้องตัวคนตามสิทธิของเขาโดยชอบด้วยกฎหมาย จะทำแบบนี้ต้องยึดจรรยาบรรณพนักงานสอบสวนต้องหมั่นศึกษาหาความรู้อย่างสม่ำเสมอ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เทพธันเดอร์นครปฐม
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 7280

ตอบตอบ: 28/10/2010 7:25 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กฎกระทรวง กำหนดวิธีการขอคืนสิ่งของที่เจ้าพนักงานยึดไว้ไปดูแลรักษาหรือใช้ประโยชน์ พ.ศ. ๒๕๕๓
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2553/A/032/10.PDF

กฎกระทรวง ออกตาม ปวอ.ม.๘๕/๑
.....................
ข้อ ๕ ในกรณีที่มีผู้ยื่นคำร้องหลายรายขอคืนสิ่งของอย่างเดียวกันโดยอ้างสิทธิต่างกัน ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ แล้วแต่กรณี มีอำนาจกำหนดให้ผู้ยื่นคำร้องดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควรเพื่อพิสูจน์สิทธิของตนก่อนมีคำสั่ง
....................


ขออนุญาตเห็นต่างกับท่าน "พงส์" ด้วยความเคารพ
หากมีกรณีตามข้อ ๕. พงส.มีอำนาจกำหนดให้ผู้ร้องไปฟ้องคดีทางแพ่งให้ศาลสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ก่อนมีคำสั่งได้ หากเขาไม่พอใจเขาก็อุทธรณ์คำสั่ง พงส.หรืออัยการ ต่อศาลได้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 19/07/2007
ตอบ: 917

ตอบตอบ: 28/10/2010 9:10 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านอย่าลืมซิว่า ใครจะไปใช้สิทธิฟ้องคดีแพ่งต่อศาลได้ต้องใช้ปวิพ ม.55 เรียกว่า อำนาจฟ้องคดี ในเรื่องของกลางต้องปรากฎว่า คนมีสิทธิได้รับของกลางถูกโต้แย้งสิทธิเสียก่อนทำให้เขาไม่ได้รับของกลางคืน จึงจะเกิดอำนาจฟ้องคดี โดยยกข้ออ้างในคำฟ้องมาก่อนว่าเขามีสิทธิได้รับของกลางคืนเพราะอะไร และใครที่โต้แย้งสิทธิเขานั้น ไม่มีสิทธิเพราะอะไร

และต้องมีคำขอท้ายฟ้อง ของกลางอยู่กับพงสฯ ถามว่าแบบนี้จะยื่นคำขอต่อศาลให้สั่งว่าอย่างไร แค่ร่างฟ้องก็ร่างไม่ได้แล้วเพราะของกลางอยู่กับพนักงานสอบสวน มีทางเดียวคือ ต้องฟ้อง พงสฯที่ยึดของกลางแล้วไม่คืนให้เข้าในฐานะที่เขาเป็นผู้มีสิทธิ

ดังนั้น คนสองคนมาร้องขอคืนของกลางสิ่งเดียวกันกับพนักงานสอบสวนต่างฝ่ายต่างยื่นคำร้องเข้ามา แล้วพงสฯบอกว่า คุณไปฟ้องแพ่งกันเองก่อน คดีถึงที่สุดเมื่อไรจึงค่อยมาร้องขอคืนอีกที พงสฯสั่งแบบนี้ทั้งที่ของกลางอยู่ในมือพงสฯ ประเด็นโต้แย้งสิทธิระหว่างคนสองคนที่มายื่นคำร้องฯมันไม่เกิด เพราะเขายื่นเรื่องมาที่พงสฯ เขาไม่ได้โต้กันเอง เป็นเรื่องที่พงสฯต้องพิจารณาสิทธิของเขา แบบนี้เขาจะยกอะไรเป็นข้ออ้างไปฟ้องคดีล่ะ

ตัวอย่าง

บริษัทเป็นผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถที่ให้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อมีสิทธิใช้รถในฐานะผู้ครอบครอง และไม่ขาดผ่านเลยแม้แต่ครั้งเดียว ต่อมาผู้เช่าซื้อเอารถไปใช้กระทำผิดนำพาคนต่างด้าว ถูกพงสฯยึดไว้เป็นของกลาง ระหว่างรถถูกยึดเป็นของกลางนานหกเดือน ผู้เช่าซื้อก็ขาดผ่อนค่างวดรถเรื่อยมาทั้งหกเดือน จนกระทั่งอัยการสั่งให้พงสฯจัดการรถของกลางตาม ปวิอ 85 วรรคท้าย

ทั้งบริษัทและผู้เช่าซื้อมายื่นคำร้องขอรับของกลางคืนทั้งคู่ บริษัทอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิตาม ปพพ 1336 มีสิทธิติตดามเอาคืนรถของตนเอง ผู้เช่าซื้ออ้างสิทธิได้ครอบครองในฐานะผู้เช่าซื้อขณะนั้นยังขาดผ่อนอยู่ 6 งวด

กรณีนี้แบบนี้ ผมเป็น พงสฯ ผมพิจารณาแล้วเห็นว่าบริษัทในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิมีสิทธิดีกว่า ผมสั่งคืนรถให้บริษัทเจ้าของกรรมสิทธิ แน่นอนผู้เช่าซื้ออาจเห็นว่าตนเสียสิทธิที่ผมสั่งแบบนี้ทำให้เขาไม่ได้รับรถคืนเขาก็ชอบที่ฟ้องคดีโดยยกสิทธิครอบครองขึ้นอ้างแล้วขอให้ศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งคืนรถของผมแล้วสั่งให้คืนรถให้ผู้เช่าซื้อแทนย่อมสามารถทำได้

แต่ถ้า พงสฯสอบสวนสั่งในคำร้องว่า ให้ทั้งสองฝ่ายไปใช้สิทธิทางศาลให้คดีถึงที่สุดเสียก่อนว่าใครมีสิทธิดีกว่ากัน แล้วมายื่นคำขอคืนใหม่พร้อมคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ถ้าท่านเป็นทนายโจทก์ของฝ่ายบริษัทผู้ฟ้องคดีให้ผู้เช่าซื้อตกเป็นจำเลย ท่านจะร่างฟ้องโดยยกข้ออ้างว่าอย่างไรและมีคำขอให้ศาลสั่งอย่างไรเพื่อให้ให้รถของกลางคืนมา หรือ หากผู้เช่าซื้อจะเป็นโจทก์ฟ้องคดีให้บริษัทเป็นจำเลยต่อศาล ท่านจะยกข้ออ้างว่าอย่างไรและมีคำขอให้ศาลสั่งว่าอย่างไร

เชื่อเถอะท่านร่างฟ้องไม่ได้หรอก เพราะรถของกลางมันอยู่ในมือพงสฯ ซึ่งไม่ได้ถูกฟ้องคดีไปด้วย สุดวิสัยที่ศาลจะสั่งให้ พงสฯคืนรถ

สรุป ต้องทำความเข้าใจเรื่องอำนาจฟ้องตาม ปวิอ 55 แล้วท่านจะเห็นว่า ของกลางอยู่ในมือพงสฯ หนทางที่จะเอาของกลางไปจากพงสฯหากพงสฯไม่สั่งคืน มีทางเดียวที่ราษฎรเขาจะทำเพื่อให้ได้สิทธิก็คือ ฟ้องพงสฯให้คืนของกลางกับเขาในฐานะผู้มีสิทธิที่เขายกขึ้นอ้างมาในคำฟ้อง และกรณีของกลางคดีถึงที่สุดแล้วต้องฟ้องเป็นคดีปกครอง

พงสฯจึงต้องมีความรู้ในทางแพ่งด้วย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพิจารณาสั่งคืนของกลางในอำนาจหน้าที่ให้ถูกต้องตามสิทธิที่เขามีอยู่ ใครมีสิทธิดีกว่าในทางสาระบัญญัติ พงสฯก็คืนคนนั้น ตามที่กฎหมายเขียนไว้ว่า " เมื่อเสร็จคดีแล้วให้คืนแก่ผุ้ต้องหา หรือแก่ผู้อื่นซึ่งมีสิทธิเรียกร้องขอคืนสิ่งของนั้น เว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น "

อนึ่ง กฎกระทรวงที่ท่านเทพยกมาใช้สำหรับของกลางระหว่างคดี ส่วนที่ผมอธิบายมาเป็นกรณีของกลางถึงที่สุดต้องคืนเด็ดขาด ไม่ใช่รับคืนไปเก็บรักษาชั่วคราว
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 28/10/2010 9:28 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อ 1. ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. 2523
แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2523 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2523 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2525 (ฉบับที่ 5)
พ.ศ. 2536 (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2537 และ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2538

....สรุป....ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยฯ ออกมาแต่ ปี พ.ศ.2523 ก็ยังบังคับใช้อยู่ในขณะนี้ ....

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=4170138FCD8KTJVQDJSDIPM461JPA8

ข้อ 2. เรื่องเสร็จที่ ๑๘๓/๒๕๔๕ บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เรื่อง อำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๒๓

..... สรุป.... คณะกรรมการกฤษฎีกา......ชี้ว่า....สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องปฏิบัติตาม ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยฯ ......ซึ่งออกมาแต่ ปี พ.ศ.2523/

......ตัวอย่างง่าย ๆ....มีการจับกุม ไม้พยุงเถื่อนรายใหญ่ พร้อมอุปกรณ์ รถบรรทุก ผู้ต้องหาจำนวนหลายคน...ต้องรายงาน นายอำเภอ/ผู้ว่า/ และรายงาน ตร.ภายใน 7 วันนับแต่ ฝ่ายปกครองเข้าควบคุมการสอบสวน ....... ท่าน"พงส์ " /เจ๋งจริง ก็ไม่ต้องรายงาน สอบสวนไปตามอำนาจหน้าที่ของตนเอง.....ก็ทดลองดูว่า ...อะไรจะตามมา......

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=41701392A1I7PR6XADSK3T2C6TDPPT

ข้อ 3. เรื่องเสร็จที่ ๖๖/๒๕๕๓ บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เรื่อง อำนาจของนายกรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงและอำนาจของผู้บัญชาการ
ตำรวจแห่งชาติในการวางระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญา

....สรุป...ได้ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องถือปฏิบัติตาม ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยฯ ที่บัญญัติไว้ดีแล้ว หาก ผบ.ตร.จะออกใหม่ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ ระหว่าง สตช./ ฝ่ายปกครอง ต้องหารือกันก่อน ......... พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ลง รจ.14 ก.พ.2547
มีผล 15 ก.พ.2547 ..ก็ยังไม่อาจบัญญัติ ข้อบังคับของตนเอง
.ท่าน"พงส์ " เจ๋งจริง ก็ไม่ต้องปฏิบัติตาม......

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=41701393D213QFOCUAOYY9Q1DL38DB

ข้อ 4. แฟน ๆ โหลดเก็บไว้ทั้ง 3 ข้อ ไม่เสียหลาย

ข้อ 5. วิชาชีพสอบสวน/ เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ....เป็นกลยุทธ์ในการที่จะดำเนินการ/ในการชี้แจงเหตุผล.ให้ผู้ที่ยื่นคำร้องขอคืนทั้งสองฝ่าย เข้าใจ/ตามแนวหนังสือ ตร. กฤษฎีกา/ ฯลฯ ตลอดทั้ง ป.วิอาญา มาตรา 85/1 ตามที่ ท่าน "เทพธันเดอร์ สบ 4 บช.ร.ร.นรต. นำเสนอ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนหัวโต
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 30/08/2009
ตอบ: 183

ตอบตอบ: 28/10/2010 10:47 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขออนุญาตแสดงความคิดเห็น
..........ระหว่างบริษัท เจ้าของกรรมสิทธิ์ กับผู้เช่าซื้อจะขาดส่งค่างวดหรือไม่ก็ตาม ปัญหาว่าพนักงานสอบสวนจะคืนรถให้ใคร
..........ปกติผมเห็นว่าแม้ผู้เช่าซื้อรถจะขาดส่งค่างวดและบริษัท เลิกสัญญาแล้ว บริษัทฯจะมายึดรถจากผู้เช่าซื้อ แม้บริษัทจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์มีสิทธิติดตามเอาทรัพย์ตาม ป.พ.พ.มาตราอ 1336 แต่ก็เป็นเพียงสิทธิเรียกร้อง หากผู้เช่าซื้อไม่ยอมคืนบริษัท ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของบริษัท ๆ ต้องไปขอให้ศาลรับรองคุ้มครองสิทธิตาม ป.วิ.พ.มาตรา 55
..........ถ้าเป็นผมจะพิจารณาว่าในขณะที่บริษัท ยื่นคำร้องขอคืน บริษัท ได้ไปใช้สิทธิจนกระทั่งศาลมีคำพิพากษาให้ผู้เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคาแล้วหรือยัง ถ้ายัง ผมจะถามผู้ผู้เช่าซื้อว่าจะคืนให้บริษัทฯ จะยอมหรือไม่ ถ้าผ้เช่าซื้อยอม ผมจะคืนให้บริษัท แต่ถ้าผู้เช่าซื้อไม่คืนผมจะคืนให้ผู้เช่าซื้อและแนะนำให้บริษัท ไปยื่นฟ้องศาล
.........ผมคิดเช่นนี้ ไม่รู้ถูกผิด
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 29/10/2010 4:19 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรียน แฟนคลับสอบสวน 599 ทุกท่าน & คุณ "คนหัวโต" & คุณ "พงส์"

ข้อ 1. นำเสนอเพื่อไว้ประกอบการแนะนำชี้แจง แนวทางการปฏิบัติ สามารถอ้างอิงได้

ข้อ 2. ยังไม่มีหนังสือ ตร. ยกเลิก/เก่าขนาดไหน ก็อ้างอิง เหตุผลได้.....ตามตัวอย่าง ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยฯ พ.ศ.2523/ แยกมาเป็น สตช. /ก็ยังต้องวิ่งเหมือดน อุ้ยมิใช่/ก็ยังต้องใช้ ข้อบังคับฯ

ข้อ 3. ก็ยังคงดีกว่าที่จะมาอ้างกันลอย ๆ หรือตามความผิดเห็น/ นักมวยยังต้องมีค่าย ...นักกฎหมาย..ต้องมีหลัก.....
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 19/07/2007
ตอบ: 917

ตอบตอบ: 29/10/2010 7:41 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

นักมวยยังต้องมีค่าย ...นักกฎหมาย..ต้องมีหลัก.....นี่คือแนวทางการทำงานของพงส.อาชีพ(อิสานใต้) ท่านพูดไว้เอง พูดแล้วต้องทำให้ได้ด้วยนะ

ย้อนกลับมาดูเรื่องข้อบังคับ มท.ฯ ผมเคยแสดงความเห็นไว้ว่า แม้ว่ากฤษฎีกาจะวินิจฉัยไว้ตาม ๑๘๓/๒๕๔๕ ว่าข้อบังคับมท.มีผลใช้บังคับอยู่ หลังจากนั้นต่อมาอีก 3 ปี เมื่อ 2548 มีการแก้ไข พรบ.ให้ใช้ปวิอ.มาตรา 5 วางหลักกฎหมายว่า ให้ประธานศาลฎีกามีอำนาจออกข้อบังคับ รมว.มท.มีอำนาจออกกฎกระทรวง เพื่อวางระเบียบการงานตามหน้าที่ให้การดำเนินคดีอาญาเป็นไปโดยเรียบร้อย ทั้งนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของตน ข้อบังคับหรือกฎกระทรวง เมื่อได้ประกาศในราชกิจจาให้ใช้บังคับได้

ฉะนั้นโดยผลของกฎหมายใหม่ที่ออกมานี้ทำให้ข้อบังคับ มท.ที่ว่าชอบและใช้ได้อยู่ตามความเห็นของกฤษฎานั้นถูกลบล้างไปโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุผลว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายสามประการ

1. ไม่ชอบด้วยวิธีการตราขึ้นใช้

ข้อบังคับมท.การดำเนินคดีอาญา เป็นการวางระเบียบเรืองอำนาจสอบสวนซึ่งตาม ปวิอ ให้อำนาจ ปลัด นายอำเภอ มีอำนาจสอบสวนได้ และขณะเดียวกันก็ให้ ร.ต.ต.ขึ้นไปสอบสวนได้อีกด้วยตาม มาตรา 18 แต่มท.วางหลักให้ตำรวจสอบสวนไปฝ่ายเดียว แต่กันสิทธิไว้บางประการเช่น ให้อำนาจฝ่ายปกครองเข้ามาควบคุมการสอบสวนของตำรวจโดยเป็นหน.พงสฯได้ เห็นว่า การวางระเบียบของมท.นี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะตามกฎหมายต้องทำเป็นกฎกระทรวงโดยนำเข้าครม.ให้ความเห็นชอบเสียก่อน แล้วจึงนำไปลงประกาศใช้ในราชกิจจา แต่ปรากฏการวางระเบียบเรื่องนี้ทำเป็นข้อบังคับ ซ้ำขณะนี้ก็ไม่ได้ลงประกาศราชกิจจา

2. ไม่ชอบด้วยเนื้อหา

ป.วิอาญา มาตรา 18 ให้อำนาจฝ่ายปกครอง และตำรวจต่างฝ่ายต่างมีอำนาจสอบสวน ไม่มีบทบัญญัติใดให้อำนาจฝ่ายปกครองเข้าไปควบคุมการสอบสวนของตำรวจ และไม่มีบทใดให้อำนาจตำรวจเข้าไปควบคุมการสอบสวนของฝ่ายปกครอง แต่เวลาออกข้อบังคับ มท.1กลับ วางหลักเกณฑ์ขยายอำนาจเกินกรอบของกฎหมายโดยให้ฝ่ายปกครองเข้ามาควบคุมการสอบสวนของตำรวจเป็นหัวหน้าพงสฯแทนตำรวจได้เมื่อมีกรณีเข้าเกณฑ์ ที่กำหนดไว้ ถ้าหากมีอำนาจออกข้อบังคับแบบนี้ได้จริง ๆ แสดงว่า ก็สามารถออกข้อบังคับได้ว่า กรณีที่ฝ่ายปกครองสอบสวนหากจำเป็นและเพื่อความเป็นธรรมให้ตำรวจใช้อำนาจเข้าควบคุมการสอบสวนของฝ่ายปกครองได้ด้วย

การวางระเบียบการงานในหน้าที่ในอำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายบริหารที่กฎหมายแม่ให้อำนาจไว้ ก็ทำได้แต่มันมีกรอบอยู่ว่า ระเบียบที่ออกมาต้องไม่เกินกรอบของกฎหมาย ต้องไม่ใช้การออกระเบียบเพื่อขยายอำนาจออกไป


3. อนึ่งมีบางท่าน บอกว่ามี มาตรา 127 แห่งพรบ.ตำรวจ 2547 รองรับการใช้ข้อบังคับมท.ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญา
มาตรา 127 วางหลักว่า ในระหว่างที่ยังมิได้มีข้อบังคับ หรือยังมิได้มีมติเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำข้อบังคับที่กำหนดไว้แล้วซี่งใช้อยู่เดิมมาใช้บังคับโดยอนุโลม

เห็นว่า พรบ.ตำรวจ เป็นการวางหลักกฎหมายเพื่อการบริหารงานบุคคล เพื่อรองรับพระราชกฤษฎีกาโอนตำรวจจากในสังกัดมท. มาขึ้นตรงกับ สร. 1 ซี่งเป็นการโอนอำนาจหน้าที่ในทางบริหาร แยกขาดต่างหากจากอำนาจหน้าที่ด้านการอำนวยความยุติธรรมตามกฎหมายด้านอาญา ข้อบังคับมท.ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาจึงไม่อยู่ในบังคับตาม มาตรา 127 แห่งพรบ.ตำรวจ 2547

///////นักมวยต้องมีค่าย นักกฎหมายต้องมีหลัก/////////

ก็อยากจะถามท่านพงส.อาชีพ(อิสานใต้) ว่า ท่านใช้หลักกฎหมายอะไรมาวินิจฉัยว่า ข้อบังคับมท.นี้.ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งที่มี มาตรา 5 พรบ.ให้ใช้วิอาญา ปี 48 ค้ำคออยู่ ถ้าท่านอ้างคำวินิจฉัยกฤษฎีกาเก่าปี 45 มันตกยุคแล้วนะท่าน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 29/10/2010 9:40 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อ 1. เรื่องเสร็จที่ ๖๖/๒๕๕๓ บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เรื่อง อำนาจของนายกรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงและอำนาจของผู้บัญชาการ
ตำรวจแห่งชาติในการวางระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญา

....สรุป...ได้ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องถือปฏิบัติตาม ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยฯ ที่บัญญัติไว้ดีแล้ว หาก ผบ.ตร.จะออกใหม่ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ ระหว่าง สตช./ ฝ่ายปกครอง ต้องหารือกันก่อน ......... พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ลง รจ.14 ก.พ.2547
มีผล 15 ก.พ.2547 ..ก็ยังไม่อาจบัญญัติ ข้อบังคับของตนเอง
.ท่าน"พงส์ " เจ๋งจริง ก็ไม่ต้องปฏิบัติตาม......


ข้อ 2. โปรดฟังอีกครั้ง
เรื่องเสร็จที่ ๖๖/๒๕๕๓ บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เรื่อง อำนาจของนายกรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงและอำนาจของผู้บัญชาการ
ตำรวจแห่งชาติในการวางระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญา


....สรุป...ได้ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องถือปฏิบัติตาม ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยฯ ที่บัญญัติไว้ดีแล้ว หาก ผบ.ตร.จะออกใหม่ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ ระหว่าง สตช./ ฝ่ายปกครอง ต้องหารือกันก่อน ......... พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ลง รจ.14 ก.พ.2547
มีผล 15 ก.พ.2547 ..ก็ยังไม่อาจบัญญัติ ข้อบังคับของตนเอง
.ท่าน"พงส์ " เจ๋งจริง ก็ไม่ต้องปฏิบัติตาม......


........ น่าจะใหม่สุดแล้ว ....เรื่องเสร็จที่ ๖๖/๒๕๕๓
.....อ่านให้....ซัด ๆ ซัด ๆ ๆ ๆ

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=41701393D213QFOCUAOYY9Q1DL38DB
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 19/07/2007
ตอบ: 917

ตอบตอบ: 29/10/2010 10:36 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กฎหมายวางหลักว่า กฎกระทรวง ข้อบังคับ ต้องลงประกาศก่อนจึงจะใช้ได้ มีปัญหาว่า ข้อบังคับ มท. ไม่ได้ลงประกาศแล้วเอามาบังคับใช้ได้เพราะอะไร ไม่เห็นมีเหตุผลทางกฎหมายอยู่ในคำวินิจฉัย 66/2553 เลย แล้วท่าน พงส.อาชีพ(อิสานใต้) ผู้ชำนาญการ(ติดสี่ดาว) มีเหตุผลหรือหลักกฎหมายพอที่จะนำเสนอให้กระจ่างได้หรือไม่
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 29/10/2010 6:04 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรียน แฟนคลับสอบสวน 599 ทุกท่าน & คุณ"พงส์"
ข้อ 1. "อิสานใต้" ขอรับผิด ที่เรียนมาน้อย ผ่านมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน เท่านั้น/เนติย์ ก็ไม่ได้ลงทะเบียนแล้ว...สบ 4 สอบรุ่นแรก ครั้งเดียว พร้อมกับ ท่าน พ.ต.อ.วิชชาธรฯ /และมังกร อิสาน สบ 4 อิสานเหนือคนแรก.....

ข้อ 2. ฝาก แฟน ๆ ไว้ เป็นความรู้..(ท่านที่รู้แล้ว ก็เป็นการทบทวน)... ความสำคัญของราชกิจจาฯ

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=43C41EEF0CU4JHS9LZV7X9JFNY8SU9

ข้อ 3. ความรู้เรื่องกฎหมาย

3.1 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550

[color=blue][size=18]มาตรา ๙๐ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ
จะตราขึ้นเป็นกฎหมายได้ก็แต่โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา และเมื่อพระมหากษัตริย์
ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยหรือถือเสมือนว่าได้ทรงลงพระปรมาภิไธยตามรัฐธรรมนูญนี้แล้ว
ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป
[/size][/color]
........... บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่า. ...ต้องลงประกาศในราชกิจจาฯ/จึงจะมีผลบังคับใช้เป็นกฏหมาย

3.2........... ศักดิ์กฎหมายที่ต่ำลงมา มีบทบัญญัติไว้ ...ว่าต้องลงในราชกิจจาฯ จึงจะมีผลบังคับใช้ เช่น กฎกระทรวง ....
3.3 ........... ถ้าไม่ได้บัญญัติไว้...ว่า ต้องลงประกาศในราชกิจจาฯ/ ก็มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายได้เช่นกัน


ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่ง

คือ กฎหมายปลีกย่อยประเภทที่เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้แก่เรื่องที่เกี่ยวกับระเบียบการปฏิบัติราชการภายในและการที่จะนำกฎหมายปลีกย่อยเหล่านี้ไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา ต้องเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ถ้าในกฎหมายไม่ได้กำหนดเช่นนั้นก็อยู่ในดุลยพินิจของผู้มีอำนาจว่าการจะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาหรือไม่ ซึ่งประกาศ ระเบียบข้อบังคับ และคำสั่งเหล่านั้นก็เป็นกฎหมายได้เช่นกัน

ข้อ 4. คำบรรยายกฎหมายเบื้องต้น ของ อัยการ

ลำดับหรือศักดิ์ของกฎหมาย ดูลำดับที่ 7 ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่ง (แผนที่ 20 )
จะชัดเจน......
http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=43C41EFF6FMX8E4J64ZXXB6BETNMQC

เวปที่มีทั่วไป สามารถศึกษาดูได้

http://www.jobpub.com/articles/showarticle.asp?id=2006


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พงส.อาชีพ(อิสานใต้) เมื่อ 29/10/2010 10:40 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 19/07/2007
ตอบ: 917

ตอบตอบ: 29/10/2010 9:28 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

วกมาต่อประเด็นของท่าน คนหัวโต

ท่านตัดใจไว้ว่า

"ถ้าเป็นผมจะพิจารณาว่าในขณะที่บริษัท ยื่นคำร้องขอคืน บริษัท ได้ไปใช้สิทธิจนกระทั่งศาลมีคำพิพากษาให้ผู้เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคาแล้วหรือ ยัง ถ้ายัง ผมจะถามผู้ผู้เช่าซื้อว่าจะคืนให้บริษัทฯ จะยอมหรือไม่ ถ้าผู้เช่าซื้อยอม ผมจะคืนให้บริษัท แต่ถ้าผู้เช่าซื้อไม่คืนผมจะคืนให้ ผู้เช่าซื้อและแนะนำให้บริษัท ไปยื่นฟ้องศาล .........ผมคิดเช่นนี้ ไม่รู้ถูกผิด"

ตามที่ท่านคนหัวโตตัดสินใจคืนรถให้กับผู้เช่าซื้อ หากผลสุดท้ายบริษัทไปฟ้องคดีแพ่งตามที่ท่านหัวโตแนะนำแล้ว บริษัทชนะคดีโดยศาลพิพากษาให้ผู้เช่าซื้อคืนรถให้กับบริษัทตามสิทธิ แต่ผู้เช่าซื้อก็ยังไม่คืน บริษัทไม่อยากบังคับคดีเอง นำเอาคำพิพากษาที่ชนะคดีนั้นมายื่นคำร้องขอคืนของกลางจากท่านคนหัวโตตามคำแนะนำครั้งแรก ท่านหัวโตจะเอารถที่ไหนมาคืนให้เขาล่ะที่นี้ ปัญหาก็จะเกิดกับท่านคนหัวโต ที่ตัดสินใจคืนรถให้กับผู้เช่าซื้อ แทนที่จะคืนรถให้กับเจ้าของกรรมสิทธิ

ตามความเห็นของผม เห็นว่า ระหว่างบริษัทผู้ให้เช่าซื้อซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ กับ ผู้เช่าซื้อในฐานะผู้ครอบครอง ในเรื่องของการติดตามเอาคืน หากทั้งสองฝ่ายโต้แย้งสิทธิกันเห็นว่า เจ้าของกรรมสิทธิ์มีสิทธิดีกว่าในการติดตามเอาคืน โดยอาศัยมาตรา 1336 ที่ให้สิทธิติดตามเอาคืนเป็นสิทธิของเจ้าของ

แต่ถ้าระหว่างผู้เช่าซื้อกับบุคคลภายนอก ผู้เช่าซื้อมีสิทธิดีกว่าในการติดตามเอาทรัพย์คืนจากคนภายนอกในฐานะเป็นผู้ครอบครองทรัพย์สิน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 19/07/2007
ตอบ: 917

ตอบตอบ: 29/10/2010 10:38 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ระหว่างบริษัท กับ ผู้เช่าซื้อ ยังมีตัวอย่างให้เห็นอีกว่า บริษัทมีสิทธิดีกว่าในการรับรถไปเก็บรักษาระหว่างคดี

ตัวอย่าง

ผู้เช่าซื้อไม่เคยขาดผ่อนงวดเลย แต่นำรถไปใช้นำพาคนต่างด้าวจนถูกพงสฯยึดรถเป็นของกลาง ระหว่างคดีพงสฯให้ผู้เช่าซื้อรับรถไปเก็บรักษาโดยที่บริษัทให้เช่าซื้อไม่ทราบเรื่อง พงสฯอาศัย 85/1 และวินิจฉัยว่า ผู้เช่าซื้อมีสิทธิรับรถไปเก็บรักษาได้

สำนวนเสร็จส่งอัยการ อัยการฟ้องผู้ต้องหาและขอให้ศาลริบรถของกลางจนศาลมีคำสั่งริบรถตามขอ พงสฯสั่งให้ผู้เช่าซื้อนำรถมาคืน แต่ผู้เช่าซื้อนำรถของกลางหลบหนีนับแต่ทราบว่าศาลต้นสั่งริบแล้ว และขาดผ่อนงวดรถเกินสองเดือนเรื่อยมา บริษัทติดตามเพราะการขาดผ่อน จนทราบว่ารถที่ให้เช่าซื้อถูกยึดเป็นของกลางแล้วศาลสั่งริบ บริษัทจึงยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ศาลสั่งปล่อยรถภายในอายุความหนึ่งปีนับแต่สั่งริบ โดยยกขึ้นอ้างว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิมิได้มีส่วนรู้เห็นในการกระทำผิด ดคีของกลางถึงที่สุดโดยศาลสั่งคืนรถให้บริษัท อัยการแจ้งผลของกลางเด็ดขาดตามแบบ อก.46 ให้พงสฯสั่งคืนรถตามสั่งของศาล บริษัทยื่นคำร้องขอรับรถของกลางคืนจากพนักงานสอบสวนทันที

พนักงานสอบสวนก็ปวดหมับซิทีนี้ จะเอารถที่ไหนมาคืนให้เขาล่ะ เพราะผู้เช่าซื้อตัวดีเชิดรถหนีไปแล้ว

นี่คืออุทาหรณ์ตัวอย่าง ที่ชี้ให้เห็นว่า ระหว่างบริษัทในฐานะเจ้าของกรรมสิทธ์ กับผู้เช่าซื้อในฐานะผู้ครอบครอง ในการรับรถคืนจากพนักงานสอบสวน บริษัทผู้ให้เช่าซื้อเป็นผู้มีสิทธิดีกว่า สมควรที่จะเป็นผู้เข้าทำสัญญารับรถของกลางไปเก็บรักษาระหว่างคดี หรือ เป็นผู้มีสิทธิรับคืนจากพนักงานสอบสวนเมื่อเสร็จคดี

ผมบอกแล้วนะว่า เรื่องนี้ต้องดูดีดี ต้องดูดีดี
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
crow
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 17/09/2010
ตอบ: 307

ตอบตอบ: 29/10/2010 11:20 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เป็นประเด็นที่น่าสนใจและน่าติดตามครับ ขออนุญาตเข้าแทรกขัดจังหวะนิดหนึ่งนะครับ สงสัยท่านคนหัวโต แจะลืมอ่าน ความเห็นของท่าน พงส.อาชีพฯ "ข้อ 2. หนังสือตร. สั่งการไม่ให้คืน ให้ทั้งสองฝ่ายไปฟ้องต่อศาล ศาลสั่งอย่างไร ให้ปฏิบัติตามนั้น " หากทำเช่นนี้ก็คงไม่มีปัญหาให้ ท่าน พงส์ ถามไล่บี้ได้

ทำอย่างท่าน พงส์ ต้องเป็นผู้รู้ถึงคำสั่งของศาลเลยละครับ ว่าหากมีการโต้แย้งสิทธิ ศาลจะสั่งเช่นไร จึงจะปลอดภัย

ทำอย่างท่าน พงส.อาชีพฯ ปลอดภัยไร้กังวล ทุกทิศทาง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 19/07/2007
ตอบ: 917

ตอบตอบ: 29/10/2010 11:52 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

หนังสือตร.ที่ว่า สั่งมาแต่ปี 30 ขณะนั้น พรบ.วิ.ปฏิบัติฯ39 , และ พรบ.ฯศาลปกครองฯ42 ยังไม่เกิด แต่ตอนนี้มีศาลปกครองแล้ว

ปวิอ. 85 วรรคท้ายวางหลักให้ พงสฯ ต้องคืนกับผู้มีสิทธิ ใครมีสิทธีดีกว่ากันกฎหมายสาระบัญญัติมีบอกไว้อยู่แล้ว ท่านในฐานะพงสฯผู้รับผิดชอบคืนของกลาง ชอบที่จะวินิจฉัยโดยใช้หลักกฎหมายพิจารณาสั่งคืนได้ในอำนาจ

คดีของกลางถึงที่สุดแล้ว เขาขอคืนของกลางแล้วไม่สั่งคืน แต่แนะนำให้สองฝ่ายไปใช้สิทธิทางศาลกันก่อนก็ไม่ปลอดภัยหรอกครับ เพราะฝ่ายที่เห็นว่าตนมีสิทธิแล้วพงสฯกลับให้เขาไปใช้สิทธิฟ้องแพ่ง ไม่คืนของกลางให้เขาตามหน้าที่ เขาก็ฟ้องคดีปกครองบังคับให้ศาลสั่งให้พงสฯคืนซิครับ เพราะมันเป็นคดีพิพาททางปกครอง อยู่ในอำนาจที่ศาลปกครองจะวินิจฉัยได้ตาม พรบ.ฯศาลปกครองฯมาตรา 9(2) และหากคืนช้าเขาเสียหาย เขาก็ฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหายเข้ามาอีกก็โดนสองเด้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 30/10/2010 12:36 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=4618284136ZP[8IBH8J[MV4AU854ZV
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
crow
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 17/09/2010
ตอบ: 307

ตอบตอบ: 30/10/2010 9:28 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอพิจารณาใหมอีกที "เมื่อคดีถึงที่สุด" มีประเด็นว่า
๑.ตร.เอาอำนาจตามกฎหมายใดมายึดไว้ เพื่อให้คู่กรณีโต้แย้งสิทธิ์ แล้วจึงค่อยคืน
๒.กฎ ข้อบังคับ หรือระเบียบใด ที่กระทบต่อสิทธิหรือจำกัดสิทธิ์ของประชาชน จะบังคับใช้ได้ต้องประกาศในราชกิจจาฯ ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร การไม่คืนทรัพย์เป็นการจำกัดสิทธิ์ของประชาชนในทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ต้องห้ามตาม รธน. เว้นแต่มีกฎหมายบัญญัติไว้

มาดูประเด็นแห่งที่มาของอำนาจในการที่จะยึดทรัพย์เมื่อคดีถึงที่สุดไว้เพื่อให้คู่กรณีโต้แย้งสิทธิ์ นั้น ใช้อำนาจตามกฎหมายใด?????????? และกฎ หรือข้อบังคับนั้นขัดต่อ รธน. หรือไม่
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เคียงเลตะวันออก
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 31/08/2010
ตอบ: 1877

ตอบตอบ: 30/10/2010 11:20 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

...สรุปว่า คืน ไม่คืน หรือคืนให้คู่กรณีฝ่ายใด พงส. โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ครับ หากมีกรณีดังนี้ พงส.ก็คงต้องเตรียมใจไว้รอได้เลย

...คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๑๔๐/๒๕๔๕
...สรุปข้อเท็จจริง
...ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีถูก นาย บ. แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญา ๒ คดี คือ ข้อหายักยอกทรัพย์และข้อหาลักทรัพย์ ผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ฟ้องคดีและยึดรถยนต์เป็นของกลางจำนวน ๓ คัน ต่อมา ระหว่างคดีแรกอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดมีนบุรี ส่วนคดีที่ ๒ ยังไม่มีการฟ้องคดีต่อศาลแต่อย่างใด ผู้ถูกฟ้องคดีได้คืนรถยนต์ของกลางให้แก่ นาย บ.ไป ผู้ถูกฟ้องคดีเห็นว่าการคืนรถยนต์ของกลางดังกล่าวเป็นการกระทำ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สุจริต และมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม จึงขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่ง คืนรถยนต์ของกลาง และให้ผู้ถูกฟ้องคดี ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี และใช้ค่าธรรมเนียมศาลแทนผู้ฟ้องคดี

...คำวินิจฉัย
...ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า โดยที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๒ กำหนดว่า เพื่อประโยชน์แห่งการรวบรวมหลักฐาน ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจดังต่อไปนี้ ฯลฯ (๒) ค้นเพื่อพบสิ่งของ ซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยการกระทำความผิด หรือได้ใช้หรือสงสัยว่าได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งใช้เป็นพยานหลักฐานได้ แต่ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการค้น ฯลฯ และ (๔) ยึดไว้ซึ่งสิ่งของที่ค้นพบหรือส่งมาดั่งกล่าวไว้ในอนุมาตรา (๒) และ (๓) รวมทั้งมาตรา ๑๘๖ กำหนดว่า คำพิพากษาหรือคำสั่งต้องมีข้อสำคัญเหล่านี้เป็นอย่างน้อย ฯลฯ (๙) คำวินิจฉัยของศาลในเรื่องของกลางหรือในเรื่องฟ้องทางแพ่ง ประกอบกับประมวลระเบียบการตำรวจ ภาค ๑ ระเบียบตำรวจเกี่ยวกับคดี ข้อ ๓๑ กำหนดให้เจ้าพนักงานผู้จับหรือเจ้าพนักงานผู้รับตัวผู้ถูกจับไว้มีอำนาจค้นตัวผู้ต้องหาและยึดสิ่งของต่าง ๆ ที่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานไว้ได้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด เมื่อเสร็จคดีแล้วให้คืนแก่ผู้ต้องหาหรือผู้อื่นซึ่งมีสิทธิเรียกร้องขอคืนสิ่งของนั้น เว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น และระเบียบกรมตำรวจว่าด้วยการปฎิบัติเกี่ยวกับรถของกลาง พ.ศ.๒๕๓๒ ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๓๒ ข้อ ๕ วรรคสอง ข้อ ๘ และข้อ ๙ กำหนดให้ในกรณีที่มีการโต้แย้งกรรมสิทธิ์รถของกลาง และเมื่อคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ให้พนักงานสอบสวนรอฟังผลการพิจารณาของศาลก่อนแล้วจึงจะดำเนินการตามข้อบังคับต่อไป กรณีปรากฎหลักฐานแน่ชัดว่าผู้ใดเป็นเจ้าของรถหรือเป็นผู้มีสิทธิจะรับรถก็ขอคืนได้ แต่หากไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าผู้ใดเป็นเจ้าของรถหรือเป็นผู้มีสิทธิขอรับรถ ให้เจ้าหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ดำเนินการ ตรวจสอบหลักฐานตามวิธีการที่ระเบียบกำหนดไว้ ดังนั้น เมื่อรถของกลางดังกล่าวยังมีปัญหาการโต้แย้งกรรมสิทธิ์ระหว่างผู้ฟ้องคดีกับนาย บ. โดยเฉพาะรถของกลาง ๒ คันแรก อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดมีนบุรี คดียังไม่เป็นที่ยุติ ส่วนคันที่ ๓ ยังไม่ปรากฎว่ามีการฟ้องต่อศาลซึ่งแสดงว่าคดีก็ยังไม่เสร็จเช่นกัน แต่ผู้ถูกฟ้องคดีกลับพิจารณาสั่งให้คืนรถของกลางให้นาย บ. ไป จึงเป็นการกล่าวอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี กรณีจึงถือได้ว่าคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีเข้าลักษณะเป็นคดีปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ คำฟ้องนี้จึงอยู่ในอำนาจที่ศาลปกครองจะรับไว้พิจารณาได้

...ไม่ทราบว่า ผลการตัดสินคดีของศาลปกครองในคดีนี้ เป็นอย่างไรบ้าง ยังค้นหาไม่พบ ท่านสมาชิกท่านใด มีไว้ในครอบครอง อนุเคราะห์ด้วยครับ อาจใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาตาม ความเห็นต่าง ดังกระทู้นี้ก็เป็นได้ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

...ดูคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๑๔๐/๒๕๔๕ ฉบับเต็ม ตามลิ้งค์ นี้ครับ
http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=461829F2D9DPZWABCMD4LNUU2S3K57
ซึ้ง ซึ้ง ซึ้ง


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เคียงเลตะวันออก เมื่อ 30/10/2010 12:11 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง เศร้า ร้องไห้ เหงาหงอย โกรธ ลังเล เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ของกลาง ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 2

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




ยิ้มซิ | เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ


การสร้างหน้าเอกสาร: 0.16 วินาที