| ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป |
| ผู้ส่ง |
ข้อความ |
magine ทีมงานผู้ดูแลเว็บ


เข้าร่วมเมื่อ: 17/07/2007 ตอบ: 528
|
ตอบ: 08/10/2010 12:59 pm ชื่อกระทู้: สอบถามท่านเทพฯ , ผู้รู้ (ทหารทำผิดแต่ไม่ใช่เกี่ยวกับหน้าที่) |
|
|
นางดาวฯ ขึ้นไปขอรับเอกสาร ส.ด.ฯ จากสัสดีอำเภอฯ พบกับเสมียนสัสดี ( ซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย ) เสมียนสัสดีก็พยายามชักจูงใจให้นางดาวฯ หาเงินมาให้จำนวน 300,000 บาท เพื่อวิ่งเต้นให้บุตรชายของนางดาวฯ บรรจุเป็นนายสิบทหาร โดยสอบเป็นพิธีเท่านั้น จนนางดาวฯ หลงเชื่อมอบเงิน จำนวน 300,000 บาท ให้แก่เสมียนสัสดี ประกาศผลสอบออกมาปรากฎว่าบุตรชายของนางดาวฯ ไม่ได้เป็นนายสิบ
- ต่อมานางดาวฯ มาแจ้งความฐานฉ้อโกง แต่จากการสอบสวนปรากฎว่าเสมียนสัสดีได้อ้างว่าจะเป็นคนกลางนำสินบนไปให้นายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่อำนาจบรรจุแต่งตั้งฯ ซึ่งนางดาวฯ ก็ทราบข้อความดังกล่าวดี และยินดีมอบเงินให้แก่เสมียนสัสดีฯ ( สัสดีทหาร ไม่มีหน้าที่ในการสอบและบรรจุแต่งตั้ง )
ปัญหา
1. กรณีนี้ พงส.ฯ เห็นว่าเบื้องต้นควรดำเนินคดีกับเสมียนสัสดีฯ เพียงคนเดียว
2. หากดำเนินคดีกับเสมียนสัสดีเพียงคนเดียว ถามว่า คดีไปสู่ศาลทหาร ใช่หรือไม่
3. หาก พงส.ฯ เป็นผู้กล่าวหาและดำเนินคดีนางดาวฯ ไปพร้อมกันทีเดียว คดีไปสู่ศาลยุติธรรม ใช่หรือไม่
4. ขอข้อเสนอแนะว่าหากเกิดเหตุแบบนี้แล้ว ควรดำเนินการอย่างไร ถึงจะถูกต้องและยุติธรรมที่สุด
( ไม่อยากดำเนินคดีกับนางดาวฯ เหตุเพราะนางดาวไม่ได้ตั้งใจมาก่อนว่าจะติดสินบนเจ้าพนักงาน ฯ หากเสมียนสัสดี ไม่แนะนำหลอกลวงก็คงไม่มีความคิดเช่นนี้ ต้นเหตุกืคือเสมียนสัสดีเพียงคนเดียวเท่านั้น )
ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
|
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
ประธานชมรม สมาชิกใหม่

เข้าร่วมเมื่อ: 20/05/2010 ตอบ: 54
|
ตอบ: 08/10/2010 3:06 pm ชื่อกระทู้: Re: สอบถามท่านเทพฯ , ผู้รู้ (ทหารทำผิดแต่ไม่ใช่เกี่ยวกับหน้า |
|
|
ถ้าต้องการจะดำเนินคดีกับเสมียนสัสดีเพียงคนเดียว แล้วไปสอบนางดาวว่ามีส่วนใช้ให้ผู้อื่นทำผิดทำไม
ถ้าจะดำเนินคดีกับนางดาว จะดำเนินคดีในข้อหาอะไร ซึ่งนางดาวเป็นผู้ถูกหลอกลวง มิใช่อยู่ ๆ นางดาวไปติดสินบนเจ้าพนักงานฯ
เสมียนคดีบอกหรือไม่จะเอาเงินไปให้ใคร คนนั้นเป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่
ข้อเท็จจริงที่ได้ไม่ชัดเจน ต้องสอบสวนเพิ่มเติมอีกมาก
|
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
พงส.แปดริ้ว-๒๐๐๘ กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 30/07/2010 ตอบ: 868
|
ตอบ: 08/10/2010 4:09 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
ขอแสดงความเห็นส่วนตัว...นะครับ
เสมียนสัสดี .... ก็คือทหาร.... เมื่อทำผิด... ประเด็นตามกระทู้ยังไม่เห็นบุคคลอื่นร่วมกระทำ... ความเห็นของผม...ทหารกระทำผิดไม่มีพลเรือนร่วม ... ขึ้นศาลทหาร ...ครับ
เสมียนสัสดี ... พูดจากหว่านล้อมชักจูง นางดาว ...ว่าสามารถวิ่งเต้นให้บุตรชายนางดาว เข้ารับราชการเป็นนายสิบทหาร ... ได้ ...แค่สอบเป็นพิธี ... นางดาว จ่ายไป ๓๐๐,๐๐๐ บาท ...ในคดีนางดาว...ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ... เพราะถือว่าเป็นผู้มีส่วนร่วม ...
คดีฉ้อโกง ... เป็นความผิดอันยอมความได้ ... หากผู้เสียหายไม่ร้องทุกข์ ... พนักงานสอบสวน ...สอบสวนไม่ได้... ขัดกฎหมาย
ประเด็นตามกระทู้ ... นางดาวเป็นผู้เสียหาย (แต่ไม่ใช่โดยนิตินัย...เพราะมีส่วนร่วม)มาร้องทุกข์ ...
กับ พงส.ฯ ....
ช่วยกันคิดต่อซิครับ ... ว่า ... ร้องทุกข์ชอบหรือไม่ ... หากชอบ... สอบสวนก็ชอบ ... อัยการก็ฟ้องได้ ... แต่หากไม่ชอบ...เพราะไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย...สอบสวนก็ไม่ชอบครับ ...อัยการก็ฟ้องไม่ได้ครับ...
|
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
สากกะเบือ3 ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 25/09/2009 ตอบ: 1629
|
ตอบ: 08/10/2010 4:50 pm ชื่อกระทู้: Re: |
|
|
| เสมียนอาจจะหลอกเอาเอง ไม่ได้เอาเงินไปให้ใครก็ได้
|
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
ฐิต ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 11/01/2008 ตอบ: 1562
|
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
เทพธันเดอร์นครปฐม แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008 ตอบ: 6894
|
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
พงส.อาชีพ(อิสานใต้) ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007 ตอบ: 3749
|
ตอบ: 08/10/2010 10:05 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 988/2551
พนักงานอัยการจังหวัดตาก โจทก์
นาง.............. จำเลย
ป.วิ.อ. มาตรา 158, 192
โจทก์บรรยายฟ้องว่า ร้อยตำรวจเอก ส. เป็นพนักงานสอบสวนในคดีที่ ต. ถูกจับกุมดำเนินคดีอาญา จำเลยเรียกและรับเงินจำนวน 5,000 บาท จาก ต. และ น. เพื่อเป็นการตอบแทนที่จำเลยจะจูงใจร้อยตำรวจเอก ส. โดยวิธีอันทุจริตผิดกฎหมาย เพื่อให้ร้อยตำรวจเอก ส. กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณแก่ ต. โดยการช่วยเหลือในทางคดี เพื่อทำให้ ต. หลุดพ้นจากความผิด เป็นการบรรยายฟ้องให้เห็นถึงการกระทำและเจตนาของจำเลยว่าจำเลยเจตนาเรียกเอาเงินจากผู้เสียหายเป็นการตอบแทนในการที่จำเลยอ้างว่าจะจูงใจเจ้าพนักงานไม่ให้ดำเนินคดีแก่ ต. และปล่อยตัวให้หลุดพ้นจากคดีอาญา เป็นการบรรยายฟ้องครบองค์ประกอบแห่งความผิดตาม ป.อ. มาตรา 143 แล้ว ส่วนการที่จำเลยไปติดต่อหรือจูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีใด หรือเจ้าพนักงานจะกระทำการใดอันเป็นการช่วยเหลือ ต. มิใช่องค์ประกอบแห่งความผิดนัดอันต้องบรรยายมาในฟ้อง ฟ้องของโจทก์จึงชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) แล้ว
โจทก์บรรยายฟ้องผิดไปว่า ............ เป็นผู้ที่ถูกจำเลยเรียกรับเงิน โดยทางพิจารณาได้ความว่านางนิตยา มั่นคง เป็นผู้ที่ถูกจำเลยเรียกรับเงิน แต่ในการดำเนินกระบวนพิจารณาหลังจากที่โจทก์ยื่นฟ้อง โจทก์ก็ระบุชื่อนาง..............มาตลอด มิได้ระบุชื่อนาง............... กรณีจึงอาจเป็นได้ว่าโจทก์พิมพ์คำฟ้องผิดพลาดถือว่าเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย และข้อแตกต่างดังกล่าวมิใช่สาระสำคัญ ทั้งจำเลยไม่หลงต่อสู้เพราะไม่ได้สืบพยานระบุถึงนาง......... กรณีมิใช่เป็นเรื่องทางพิจารณาได้ความแตกต่างในสาระสำคัญที่ศาลต้องพิพากษายกฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง
________________________________
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2542 เวลากลางคืนหลังเที่ยง นายสัน.ถูกจับกุมดำเนินคดีอาญาฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย โดยมีร้อยตำรวจเอกส...เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองตาก เป็นพนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าว ต่อมาเมื่อระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายน 2542 เวลากลางวัน ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2542 เวลากลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยได้เรียกและรับเงินสดจำนวน 5,000 บาท จากนายสัน.และนาง......... เพื่อเป็นการตอบแทนที่จำเลยจะจูงใจร้อยตำรวจเอกส... เจ้าพนักงานในฐานะพนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าว โดยวิธีอันทุจริตผิดกฎหมาย เพื่อให้ร้อยตำรวจเอกสมยศกระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณแก่นายสันติ โดยการช่วยเหลือในทางคดีเพื่อให้นายสัน.หลุดพ้นจากความผิดในคดีดังกล่าว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 169/2543 ของศาลชั้นต้น
จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 จำคุก 2 ปี คำขออื่นให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า คำฟ้องของโจทก์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่าคำฟ้องของโจทก์ไม่ได้บรรยายถึงการกระทำที่เป็นการจูงใจร้อยตำรวจเอกสม.. ไม่ได้บรรยายถึงอำนาจหน้าที่ของร้อยตำรวจเอกสม...และหากร้อยตำรวจเอกสม...มีอำนาจหน้าที่แล้วจะสามารถกระทำการใดอันเป็นการช่วยเหลือนายสัน...ฟ้องของโจทก์ไม่ได้บรรยายรายละเอียดพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี เป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งแล้วว่า ร้อยตำรวจเอกสม....เป็นเจ้าพนักงานสอบสวนในคดีที่นายสัน......ถูกจับกุมดำเนินคดีอาญา จำเลยเรียกและรับเงินจำนวน 5,000 บาท นอกจากนายสัน...และนาง....... เพื่อเป็นการตอบแทนที่จำเลยจะจูงใจร้อยตำรวจเอกสม...... เจ้าพนักงานในฐานะเจ้าพนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าว โดยวิธีอันทุจริตผิดกฎหมาย เพื่อให้ร้อยตำรวจเอกสม...กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณแก่นายสัน..... โดยการช่วยเหลือในทางคดี เพื่อให้นายสัน.....หลุดพ้นจากความผิดในคดีดังกล่าว เป็นการบรรยายฟ้องให้เห็นถึงการกระทำและเจตนาของจำเลยว่าจำเลยเจตนาเรียกเอาเงินจากผู้เสียหายเป็นการตอบแทนในการที่จำเลยอ้างว่าจะจูงใจเจ้าพนักงานไม่ให้ดำเนินคดีแก่นายสัน....... และปล่อยตัวให้หลุดพ้นจากคดีอาญา อันถือได้ว่าเป็นการบรรยายฟ้องครบองค์ประกอบแห่งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 แล้ว ส่วนการที่จำเลยไปติดต่อหรือจูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีใด หรือเจ้าพนักงานจะกระทำการใดอันเป็นการช่วยเหลือนายสัน.....ก็มิใช่องค์ประกอบแห่งความผิดอันต้องบรรยายมาในฟ้อง ฟ้องของโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการที่สองว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า นาง...............เป็นผู้ที่ถูกจำเลยเรียกรับเงิน แต่ในทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่า จำเลยเรียกรับเงินจากนาง.......... นามสกุลของนาง..........แตกต่างกัน ถือว่าเป็นคนละคนกัน ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างจากที่โจทก์บรรยายมาในฟ้อง ถือเป็นข้อแตกต่างในสาระสำคัญนั้น เห็นว่า แม้โจทก์บรรยายฟ้องผิดไปว่า นาง........... เป็นผู้ที่ถูกจำเลยเรียกรับเงิน โดยทางพิจารณาได้ความว่านางนิตยา มั่นคง เป็นผู้ที่ถูกจำเลยเรียกรับเงินก็ตาม แต่ในการดำเนินกระบวนพิจารณาหลังจากที่โจทก์ยื่นฟ้องโจทก์ก็ระบุชื่อนาง.......... มาตลอด มิได้ระบุชื่อนาง............. แต่อย่างใด กรณีจึงอาจเป็นได้ว่าโจทก์พิมพ์คำฟ้องผิดพลาด ถือว่าเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย และข้อแตกต่างดังกล่าวมิใช่สาระสำคัญ ทั้งจำเลยไม่หลงข้อต่อสู้เพราะไม่ได้สืบพยานระบุถึงนางนิตยา มั่งคั่ง กรณีมิใช่เป็นเรื่องทางพิจารณาได้ความแตกต่างในสาระสำคัญที่ศาลต้องพิพากษายกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 แล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยไปศาลชั้นต้น ต่อเนื่องจากจำเลยมีทนายความแล้วจำเลยจึงไม่ได้ลงลายมือชื่อในคำคู่ความด้วยตนเองจึงไม่น่าเชื่อว่าจำเลยได้กระทำความผิดในคดีนี้นั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จึงต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ฎีกาของจำเลยในข้อนี้เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 6 ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาตามกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยข้อนี้มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย
พิพากษายืน
( พีรพล พิชยวัฒน์ - ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว - พิสิฐ ฐิติภัค )
หมายเหตุ
|
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
พงส.อาชีพ(อิสานใต้) ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007 ตอบ: 3749
|
ตอบ: 09/10/2010 11:45 am ชื่อกระทู้: |
|
|
ข้อ 1. ทหารกระทำผิด/....ไม่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่/สอบสวนตามปกติ/ฟ้องต่อศาลทหาร
มาตรา ๑๖ บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร คือ
(๑) นายทหารชั้นสัญญาบัตรประจำการ
(๒) นายทหารชั้นสัญญาบัตรนอกประจำการ เฉพาะเมื่อกระทำผิดต่อคำสั่งหรือ
ข้อบังคับตามประมวลกฎหมายอาญาทหาร
(๓) นายทหารประทวนและพลทหารกองประจำการหรือประจำการ หรือบุคคล
ที่รับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
(๔) นักเรียนทหารตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
(๕) ทหารกองเกินที่ถูกเข้ากองประจำการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้รับตัวไว้เพื่อให้
เข้ารับราชการประจำอยู่ในหน่วยทหาร
(๖) พลเรือนที่สังกัดอยู่ในราชการทหาร เมื่อกระทำผิดในหน้าที่ราชการทหาร หรือ
กระทำผิดอย่างอื่นเฉพาะในหรือบริเวณ อาคาร ที่ตั้งหน่วยทหาร ที่พักร้อน พักแรม เรือ อากาศยาน หรือ
ยานพาหนะใด ๆ ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร
(๗) บุคคลซึ่งต้องขังหรืออยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารโดยชอบ
ด้วยกฎหมาย
(๘) เชลยศึกหรือชนชาติศัตรูซึ่งอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร
ข้อ 2. เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่/ อำนาจสอบสวนของ ป.ป.ช./(ป.ป.ท. .ทำเท่ห์..แต่ยังไม่มีคณะกรรมการ...จึงไม่อาจดำเนินการได้.....ส่งไป ป.ป.ชงทุกเรื่อง.อยู่แล้วที่ผ่านมา.)
สอบสวนไต่สวนเสร็จ .....ก็ฟ้องศาลทหาร/เพระ เป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร
|
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
|
|
|
|
|