Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599

ข่าวสารสาธารณะจาก พงส.(สามศูนย์): "ใครมีหนังสือ ตร.ที่ 0001(กม)/4126 ลง 24 ก.ย. 56 เรื่องกำชับการปฏิบัติของพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับงานนิติวิทยาศาสตร์"

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ทอนเงินโดยเอาเงินปลอม ปนไปด้วย ผิดไรครับ
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สุขภาพ l ศึกษา l กีฬา l เกม l อดิเรก l ข่าว l รัก l ความรู้ l ไอที l งาน l ซื้อขาย l ท่องเที่ยว l โรงแรม l การเงิน l ธุรกิจ l บันเทิง l บ้าน l บ้านจัดสรร l สังคม l สวย l กล้อง l มือถือ l รถ l กวี l บล็อก l ศิลป์ l สัตว์ l หน่วยงาน l หนังสือ l โหลด l อาหาร l เนต l โปรโมทเว็บฟรี l เนติบัณฑิต
ทอนเงินโดยเอาเงินปลอม ปนไปด้วย ผิดไรครับ
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
ราชปรารภ
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 16/06/2010
ตอบ: 38

ตอบตอบ: 06/09/2010 8:44 pm    ชื่อกระทู้: ทอนเงินโดยเอาเงินปลอม ปนไปด้วย ผิดไรครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรียนถามผู้รู้ครับ

นาย ก เป็นคนขายของ นาย ข มาซื้อของราคร ๔๐ บาท โดยส่งเเบงค์ ๕๐๐ บาทไปให้
นาย ก ใช้แบงค์ร้อยปลอมทอนให้นาย ข ซึ่งตนก็ทราบว่าเป็นของปลอม ปนไปกับแบงค์จริง ๒ ใบ อยากทราบว่า นาย ก ผิด อาญา รึเปล่าครับ

ขอบคุณครับ

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.แปดริ้ว-๒๐๐๘
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 30/07/2010
ตอบ: 999

ตอบตอบ: 06/09/2010 9:36 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผิดซิครับ... ดู ป.อาญา มาตรา ๒๔๔ , ๒๔๕
เจ๋ง เจ๋ง เจ๋ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว

สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 11/11/2008
ตอบ: 174

ตอบตอบ: 06/09/2010 10:33 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เคยมีร้านค้าใช้ลูกอมทอนเงินแทนเงินเหรียญ ปรากฎว่ามีผู้พิพากษาที่เป็นลูกค้าแจ้งความดำเนินคดี"ข้อหาใช้สิ่งอื่นแทนเงินตรา" พรบ.อะไรไม่แน่ใจ ส่วนจะเข้าข้อกฎหมายหรือไม่ ลองไปดูเอง ไม่แน่ใจครับลองศึกษาดู
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 06/09/2010 10:41 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การกระทำความผิดโดยการปลอมแปลงเงินตราซึ่งรัฐบาลออกให้นั้น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๔๐ บัญญัติว่า “ผู้ใดทำปลอมขึ้นซึ่งเงินตราไม่ว่าจะปลอมขึ้นเพื่อให้เป็นเหรียญกษาปณ์ ธนบัตรหรือสิ่งอื่นใด ซึ่งรัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้ หรือทำปลอมขึ้นซึ่งพันธบัตรรัฐบาล หรือใบสำคัญสำหรับรับดอกเบี้ยพันธบัตรนั้นๆ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเงินตรา ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งสิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท”
ความผิดฐานปลอมเงินตราตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๔๐ นั้น วัตถุแห่งการกระทำคือ เงินตรา คำว่า “เงินตรา”มีความหมายว่าอย่างไรนั้น พ.ร.บ.เงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ มาตรา ๖ บัญญัติว่า “เงินตรา” หมายความถึงเหรียญกษาปณ์และธนบัตรและนอกจากนี้วัตถุแห่งวัตถุแห่งการกระทำยังหมายความรวมถึงสิ่งอื่นใดซึ่งรัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้อีกด้วย
คำว่า“รัฐบาล”หมายถึง รัฐบาลไทย หากเป็นรัฐบาลต่างประเทศบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๔๗ เงินตราที่ปลอมเป็นความผิดต้องมีเงินตราจริงออกใช้ และเงินตรานั้นจะต้องยังไม่ได้เลิกใช้ หากว่าเป็นเงินตราที่รัฐบาลได้ยกเลิกไปแล้ว จำเลยได้ไปกระทำการปลอมขึ้น ย่อมไม่เป็นความผิดฐานนี้ “คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๘๔ ร.ศ.๑๒๗ ทำวัตถุเป็นรูปเงินพดด้วงมีอัตราผิดกับที่รัฐบาลประกาศให้ใช้ แลกเปลี่ยน โดยทำขึ้นเพื่อหลอกขายว่าเป็นเงินเก่าที่ขุดได้ไม่เป็นความผิดฐานปลอมเงินตรา”
คำถาม นายขวัญทำธนบัตรซึ่งเป็นธนบัตรของรัฐบาลไทยฉบับละ ๒๐๐ บาท นำไปใช้ซื้อสิ่งของในชนบท โดยอ้างว่าเป็นธนบัตรที่รัฐบาลเพิ่งออกใช้ใหม่ ทำให้ราษฎรในชนบทหลงเชื่อและรับธนบัตรนั้นไว้แลกเปลี่ยนกับสิ่งของหลายรายการด้วยกันดังนั้นนายขวัญจะมีความผิดฐานใดหรือไม่? ตอบ นายขวัญมีความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ (หรือมีความผิดตามมาตรา ๓๔๓) แต่ไม่ผิดฐานปลอมเงินตราและใช้เงินตราปลอม เพราะไม่มีธนบัตรฉบับละ ๒๐๐ บาท ธนบัตรที่ทำขึ้นจึงไม่ใช่เงินตราปลอม
คำว่า “ทำปลอม” หมายความว่า กระทำโดยตั้งใจให้เหมือนของจริง คือดูที่เจตนาของผู้กระทำ ไม่ได้ดูที่ผลว่าเหมือนของจริงมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ ได้อธิบายไว้ว่า การทำปลอมนั้นต้องเป็นการทำในประการที่จะให้มีลักษณะอย่างเดียวกับเงินตราที่รัฐบาลกำหนด โดยกฎกระทรวงตามพ.ร.บ.เงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ เช่น มีลวดลาย สี ขนาด ลักษณะโลหะอย่างเดียวกัน เป็นต้น ซึ่งต้องประกอบกันพอที่จะลวงตาให้เห็นว่าเป็นเงินตรา แต่ไม่จำต้อง ลวงถึงกับต้องพิจารณาจึงจะรู้ว่าปลอม หมายถึงว่าถ้าพิจารณาไม่ดีก็อาจหลงเข้าใจว่าเป็นเงินตราได้ก็ถือว่าเป็นการทำปลอมขึ้นแล้ว
คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๔๔/๒๕๒๑ การปลอมผิดจากของจริงที่ตั้งใจทำให้เหมือนมากน้อยเพียงใดไม่สำคัญ เส้นสีแดงที่กระดาษของกลางต่างกับของแท้ไม่จำเป็นต้องทำให้เหมือนกับของแท้ จนไม่รู้ว่าเป็นของแท้หรือของปลอมก็เป็นความผิดตามมาตรานี้
การครอบครองและนำเงินตราปลอมออกใช้ ประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติไว้เป็นความผิดดังนี้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๔๔ “ผู้ใดมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งสิ่งใดๆอันตนได้มาโดยรู้ว่าเป็นของปลอมตามมาตรา ๒๔๐ หรือของแปลงตามมาตรา ๒๔๑ ต้องระวางโทษตั้งแต่จำคุกหนึ่งปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสามหมื่นบาท”
คำว่า “โดยรู้ว่าเป็นของปลอมหรือของแปลง” นั้น ต้องเป็นการรู้แต่แรก หากรู้ภายหลังไม่ผิดตามมาตรานี้ แต่อาจเป็นความผิดตามมาตรา ๒๔๕ และ “รู้หรือไม่รู้” ต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆไป
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๖๕๕/๒๕๐๓ จำเลยมีธนบัตรไว้แล้วนำออกขาย ถือว่าเป็นการมีไว้โดยรู้ว่าเป็นธนบัตรปลอมเพื่อนำออกใช้ตามมาตรา ๒๔๔ แล้ว
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๓/๒๕๒๗ จำเลยนำธนบัตรปลอมฉบับละ ๕๐๐ บาท ออกใช้ ๒ ฉบับ และยังค้นพบธนบัตรปลอมจากจำเลยอื่นอีก ๕ ฉบับ พฤติการณ์เช่นนี้ทำให้เชื่อได้ว่าจำเลยทราบดีว่าธนบัตรทั้งหมดเป็นธนบัตรปลอม จึงมีความผิดตามมาตรา ๒๔๔
คำว่า “มีไว้”หมายถึง การยึดถือหรือครอบครองไม่ต้องมีกรรมสิทธิ์
คำว่า “เพื่อนำออกใช้” เป็นเจตนาพิเศษ ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ อธิบายว่า เจตานาพิเศษนี้จะมีขึ้นในเวลาใดระหว่างที่มีเงินตราปลอมหรือแปลงอยู่ก็ได้ เมื่อแรกได้เงินตรามาโดยรู้ว่าเป็นเงินปลอมหรือแปลง แต่ยังไม่คิดจะใช้ แต่ต่อมาเปลี่ยนความคิดว่าจะนำออกใช้ ก็เป็นความผิดตั้งแต่ขณะนั้น(ขณะที่คิดที่เจตนา) จนกว่าจะเลิกคิดเลิกเจตนาการมีไว้ตั้งแต่นั้นไปก็ไม่มีความผิด แต่ความผิดที่มีอยู่ (ตอนที่คิดที่เจตนา)ก็ยังคงเป็นความผิดอยู่ไม่ระงับไป
คำถาม นายศิลาเป็นพ่อค้า ได้รับชำระค่าสินค้าเป็นธนบัตรปลอมหลายพันบาทในขณะรับชำระเงินนายศิลาไม่ทราบว่าเป็นธนบัตรปลอม ต่อมาภายหลังเมื่อได้ทราบว่าเป็นธนบัตรปลอมแล้วนายศิลาก็เก็บธนบัตรปลอมเหล่านั้นไว้ โดยตั้งใจจะนำไปขายแก่ผู้จะซื้อเอาไปใช้ แต่นายศิลาถูกจับได้ก่อนโดยไม่ทันขาย ดังนี้นายศิลาจะมีความผิดฐานใดหรือไม่
คำตอบ นายศิลาไม่มีความผิดตามมาตรา ๒๔๔ เพราะการได้มาไม่รู้ว่าเป็นของปลอม เมื่อมารู้ภายหลังและมีเจตนาพิเศษเพื่อนำออกใช้ก็ไม่มีความผิด เพราะขาดองค์ประกอบตั้งแต่ต้น (คือไม่รู้แต่แรกว่าเป็นธนบัตรปลอม) และนายศิลาไม่มีความผิดตามมาตรา ๒๔๕ เพราะนายศิลายังไม่นำออกใช้
การนำเงินปลอมออกใช้ “ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๔๕ ผู้ใดได้มาซึ่งสิ่งใดๆโดยไม่รู้ว่าเป้นของปลอมหรือของแปลงตามมาตรา ๒๔๑ ถ้าต่อมารู้ว่าเป็นของปลอมหรือของแปลงเช่นว่านั้น ยังขืนนำออกใช้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
กฎหมายมาตรานี้ ก็คือ ไม่รู้มาแต่แรกว่าเป็นของปลอมหรือของแปลง ต่อมารู้ภายหลังแล้วยังขืนนำออกใช้ จึงจะเป็นความผิด
คำว่า“ยังขืนนำออกใช้”หมายความว่า นำออกใช้แล้ว ไม่ใช่เพียงแต่คิดว่าจะใช้ต่อไปเท่านั้น ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ อธิบายว่า การมีไว้พร้อมที่จะนำออกใช้ยังเป็นแต่ขั้นตระเตรียม จนกว่าจะถึงขั้นลงมือนำออกใช้ การนำออกใช้เป็นการกระทำก่อนการใช้ ซึ่งหมายความถึง การเสนอใช้ เช่น การหยิบธนบัตรปลอมยื่นส่งให้ผู้ขายของ แม้ผู้ขายจะยังไม่รับหรือไม่ยอมรับ ก็เป็นการนำออกใช้ไม่จำต้องถึงกับได้ใช้คือผู้ขายรับธนบัตรปลอมแล้ว เพียงหยิบธนบัตรปลอมออกมาจะใช้แต่ยังไม่ทันยื่นให้เห็นจะเป็นเพียงพยายามนำออกใช้ แต่ยังไม่เป็นการนำออกใช้สำเร็จ






ที่มา: เรียบเรียงจากหนังสือรวมคำบรรยายกฎหมายของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ ๖๑ เล่มที่ ๗ โดยอาจารย์สถิตย์ ไพเราะ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 06/09/2010 10:41 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การกระทำความผิดโดยการปลอมแปลงเงินตราซึ่งรัฐบาลออกให้นั้น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๔๐ บัญญัติว่า “ผู้ใดทำปลอมขึ้นซึ่งเงินตราไม่ว่าจะปลอมขึ้นเพื่อให้เป็นเหรียญกษาปณ์ ธนบัตรหรือสิ่งอื่นใด ซึ่งรัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้ หรือทำปลอมขึ้นซึ่งพันธบัตรรัฐบาล หรือใบสำคัญสำหรับรับดอกเบี้ยพันธบัตรนั้นๆ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเงินตรา ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งสิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท”
ความผิดฐานปลอมเงินตราตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๔๐ นั้น วัตถุแห่งการกระทำคือ เงินตรา คำว่า “เงินตรา”มีความหมายว่าอย่างไรนั้น พ.ร.บ.เงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ มาตรา ๖ บัญญัติว่า “เงินตรา” หมายความถึงเหรียญกษาปณ์และธนบัตรและนอกจากนี้วัตถุแห่งวัตถุแห่งการกระทำยังหมายความรวมถึงสิ่งอื่นใดซึ่งรัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้อีกด้วย
คำว่า“รัฐบาล”หมายถึง รัฐบาลไทย หากเป็นรัฐบาลต่างประเทศบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๔๗ เงินตราที่ปลอมเป็นความผิดต้องมีเงินตราจริงออกใช้ และเงินตรานั้นจะต้องยังไม่ได้เลิกใช้ หากว่าเป็นเงินตราที่รัฐบาลได้ยกเลิกไปแล้ว จำเลยได้ไปกระทำการปลอมขึ้น ย่อมไม่เป็นความผิดฐานนี้ “คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๘๔ ร.ศ.๑๒๗ ทำวัตถุเป็นรูปเงินพดด้วงมีอัตราผิดกับที่รัฐบาลประกาศให้ใช้ แลกเปลี่ยน โดยทำขึ้นเพื่อหลอกขายว่าเป็นเงินเก่าที่ขุดได้ไม่เป็นความผิดฐานปลอมเงินตรา”
คำถาม นายขวัญทำธนบัตรซึ่งเป็นธนบัตรของรัฐบาลไทยฉบับละ ๒๐๐ บาท นำไปใช้ซื้อสิ่งของในชนบท โดยอ้างว่าเป็นธนบัตรที่รัฐบาลเพิ่งออกใช้ใหม่ ทำให้ราษฎรในชนบทหลงเชื่อและรับธนบัตรนั้นไว้แลกเปลี่ยนกับสิ่งของหลายรายการด้วยกันดังนั้นนายขวัญจะมีความผิดฐานใดหรือไม่? ตอบ นายขวัญมีความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ (หรือมีความผิดตามมาตรา ๓๔๓) แต่ไม่ผิดฐานปลอมเงินตราและใช้เงินตราปลอม เพราะไม่มีธนบัตรฉบับละ ๒๐๐ บาท ธนบัตรที่ทำขึ้นจึงไม่ใช่เงินตราปลอม
คำว่า “ทำปลอม” หมายความว่า กระทำโดยตั้งใจให้เหมือนของจริง คือดูที่เจตนาของผู้กระทำ ไม่ได้ดูที่ผลว่าเหมือนของจริงมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ ได้อธิบายไว้ว่า การทำปลอมนั้นต้องเป็นการทำในประการที่จะให้มีลักษณะอย่างเดียวกับเงินตราที่รัฐบาลกำหนด โดยกฎกระทรวงตามพ.ร.บ.เงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ เช่น มีลวดลาย สี ขนาด ลักษณะโลหะอย่างเดียวกัน เป็นต้น ซึ่งต้องประกอบกันพอที่จะลวงตาให้เห็นว่าเป็นเงินตรา แต่ไม่จำต้อง ลวงถึงกับต้องพิจารณาจึงจะรู้ว่าปลอม หมายถึงว่าถ้าพิจารณาไม่ดีก็อาจหลงเข้าใจว่าเป็นเงินตราได้ก็ถือว่าเป็นการทำปลอมขึ้นแล้ว
คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๔๔/๒๕๒๑ การปลอมผิดจากของจริงที่ตั้งใจทำให้เหมือนมากน้อยเพียงใดไม่สำคัญ เส้นสีแดงที่กระดาษของกลางต่างกับของแท้ไม่จำเป็นต้องทำให้เหมือนกับของแท้ จนไม่รู้ว่าเป็นของแท้หรือของปลอมก็เป็นความผิดตามมาตรานี้
การครอบครองและนำเงินตราปลอมออกใช้ ประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติไว้เป็นความผิดดังนี้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๔๔ “ผู้ใดมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งสิ่งใดๆอันตนได้มาโดยรู้ว่าเป็นของปลอมตามมาตรา ๒๔๐ หรือของแปลงตามมาตรา ๒๔๑ ต้องระวางโทษตั้งแต่จำคุกหนึ่งปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสามหมื่นบาท”
คำว่า “โดยรู้ว่าเป็นของปลอมหรือของแปลง” นั้น ต้องเป็นการรู้แต่แรก หากรู้ภายหลังไม่ผิดตามมาตรานี้ แต่อาจเป็นความผิดตามมาตรา ๒๔๕ และ “รู้หรือไม่รู้” ต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆไป
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๖๕๕/๒๕๐๓ จำเลยมีธนบัตรไว้แล้วนำออกขาย ถือว่าเป็นการมีไว้โดยรู้ว่าเป็นธนบัตรปลอมเพื่อนำออกใช้ตามมาตรา ๒๔๔ แล้ว
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๓/๒๕๒๗ จำเลยนำธนบัตรปลอมฉบับละ ๕๐๐ บาท ออกใช้ ๒ ฉบับ และยังค้นพบธนบัตรปลอมจากจำเลยอื่นอีก ๕ ฉบับ พฤติการณ์เช่นนี้ทำให้เชื่อได้ว่าจำเลยทราบดีว่าธนบัตรทั้งหมดเป็นธนบัตรปลอม จึงมีความผิดตามมาตรา ๒๔๔
คำว่า “มีไว้”หมายถึง การยึดถือหรือครอบครองไม่ต้องมีกรรมสิทธิ์
คำว่า “เพื่อนำออกใช้” เป็นเจตนาพิเศษ ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ อธิบายว่า เจตานาพิเศษนี้จะมีขึ้นในเวลาใดระหว่างที่มีเงินตราปลอมหรือแปลงอยู่ก็ได้ เมื่อแรกได้เงินตรามาโดยรู้ว่าเป็นเงินปลอมหรือแปลง แต่ยังไม่คิดจะใช้ แต่ต่อมาเปลี่ยนความคิดว่าจะนำออกใช้ ก็เป็นความผิดตั้งแต่ขณะนั้น(ขณะที่คิดที่เจตนา) จนกว่าจะเลิกคิดเลิกเจตนาการมีไว้ตั้งแต่นั้นไปก็ไม่มีความผิด แต่ความผิดที่มีอยู่ (ตอนที่คิดที่เจตนา)ก็ยังคงเป็นความผิดอยู่ไม่ระงับไป
คำถาม นายศิลาเป็นพ่อค้า ได้รับชำระค่าสินค้าเป็นธนบัตรปลอมหลายพันบาทในขณะรับชำระเงินนายศิลาไม่ทราบว่าเป็นธนบัตรปลอม ต่อมาภายหลังเมื่อได้ทราบว่าเป็นธนบัตรปลอมแล้วนายศิลาก็เก็บธนบัตรปลอมเหล่านั้นไว้ โดยตั้งใจจะนำไปขายแก่ผู้จะซื้อเอาไปใช้ แต่นายศิลาถูกจับได้ก่อนโดยไม่ทันขาย ดังนี้นายศิลาจะมีความผิดฐานใดหรือไม่
คำตอบ นายศิลาไม่มีความผิดตามมาตรา ๒๔๔ เพราะการได้มาไม่รู้ว่าเป็นของปลอม เมื่อมารู้ภายหลังและมีเจตนาพิเศษเพื่อนำออกใช้ก็ไม่มีความผิด เพราะขาดองค์ประกอบตั้งแต่ต้น (คือไม่รู้แต่แรกว่าเป็นธนบัตรปลอม) และนายศิลาไม่มีความผิดตามมาตรา ๒๔๕ เพราะนายศิลายังไม่นำออกใช้
การนำเงินปลอมออกใช้ “ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๔๕ ผู้ใดได้มาซึ่งสิ่งใดๆโดยไม่รู้ว่าเป้นของปลอมหรือของแปลงตามมาตรา ๒๔๑ ถ้าต่อมารู้ว่าเป็นของปลอมหรือของแปลงเช่นว่านั้น ยังขืนนำออกใช้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
กฎหมายมาตรานี้ ก็คือ ไม่รู้มาแต่แรกว่าเป็นของปลอมหรือของแปลง ต่อมารู้ภายหลังแล้วยังขืนนำออกใช้ จึงจะเป็นความผิด
คำว่า“ยังขืนนำออกใช้”หมายความว่า นำออกใช้แล้ว ไม่ใช่เพียงแต่คิดว่าจะใช้ต่อไปเท่านั้น ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ อธิบายว่า การมีไว้พร้อมที่จะนำออกใช้ยังเป็นแต่ขั้นตระเตรียม จนกว่าจะถึงขั้นลงมือนำออกใช้ การนำออกใช้เป็นการกระทำก่อนการใช้ ซึ่งหมายความถึง การเสนอใช้ เช่น การหยิบธนบัตรปลอมยื่นส่งให้ผู้ขายของ แม้ผู้ขายจะยังไม่รับหรือไม่ยอมรับ ก็เป็นการนำออกใช้ไม่จำต้องถึงกับได้ใช้คือผู้ขายรับธนบัตรปลอมแล้ว เพียงหยิบธนบัตรปลอมออกมาจะใช้แต่ยังไม่ทันยื่นให้เห็นจะเป็นเพียงพยายามนำออกใช้ แต่ยังไม่เป็นการนำออกใช้สำเร็จ






ที่มา: เรียบเรียงจากหนังสือรวมคำบรรยายกฎหมายของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ ๖๑ เล่มที่ ๗ โดยอาจารย์สถิตย์ ไพเราะ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง เศร้า ร้องไห้ เหงาหงอย โกรธ ลังเล เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




ยิ้มซิ | เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ


การสร้างหน้าเอกสาร: 0.11 วินาที