Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - เรียน อ.เทพธันเดอร์ ,พงส์ , PD ขอความเห็นด้วย
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สุขภาพ l ศึกษา l กีฬา l เกม l อดิเรก l ข่าว l รัก l ความรู้ l ไอที l งาน l ซื้อขาย l ท่องเที่ยว l โรงแรม l การเงิน l ธุรกิจ l บันเทิง l บ้าน l บ้านจัดสรร l สังคม l สวย l กล้อง l มือถือ l รถ l กวี l บล็อก l ศิลป์ l สัตว์ l หน่วยงาน l หนังสือ l โหลด l อาหาร l เนต l โปรโมทเว็บฟรี l เนติบัณฑิต
เรียน อ.เทพธันเดอร์ ,พงส์ , PD ขอความเห็นด้วย
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ทั่วไป
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
30
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 26/07/2009
ตอบ: 125

ตอบตอบ: 23/06/2010 4:56 pm    ชื่อกระทู้: เรียน อ.เทพธันเดอร์ ,พงส์ , PD ขอความเห็นด้วย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

๑)ลักทรัพย์ในเคหสถาน เป็นความผิดฐานบุกรุก ตาม ๓๖๒,๓๖๔ ในตัวเองด้วยหรือไม่
๒)ถ้าเป็นในชั้นสอบสวนต้องแจ้งข้อกล่าวหา ลักทรัพย์ในเคหสถาน และ บุกรุก ตาม ๓๖๒,๓๖๔ ด้วยหรือไม่ ขอฎีกาประกอบด้วยครับ

ความเห็น-น่าจะต้องแจ้งด้วยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ขอรับฟังความเห็นกูรูทั้ง ๓ ท่าน เป็นวิทยาทาน

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ปิง
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 19/07/2007
ตอบ: 354

ตอบตอบ: 23/06/2010 9:39 pm    ชื่อกระทู้: Re: เรียน อ.เทพธันเดอร์ ,พงส์ , PD ขอความเห็นด้วย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ้างถึง ท่าน อ.เทพธันเดอร์ ,พงส์ , PD

สองในสามหรือทั้งสาม จบเนติ....

สองคนเป็นตำรวจ คนหนึ่งเป็นอัยการ

ที่ถามนั้น ผมไม่จบเน ขอทะลี่ง ตอบได้ไหม

ข้อ ๑...เป็นฐานบุกรุกในตัวเองอยู่แล้ว

ข้อ ๒ จะแจ้งหรือไม่แจ้ง นั้นเป็นวิธีการปฏิบัติ แล้วแต่อัยการที่พนักงานสอบสวนเป็นเบี้ยล่าง จะเห็นควร

เรืองของกรรมเดียวผิดกฏหมายหลายบท ถึงแจ้งไป ก็ลงโทษบทหนักที่สุดอยู่แล้ว

ไอ้ที่ให้แจ้งนะ...เป็นเพราะ เพิ่งได้ใหม่ๆ และอยากแสดงอำนาจให้พนักงานสอบสวนกลัวไง.... หัวเราะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เทพธันเดอร์นครปฐม
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 7552

ตอบตอบ: 23/06/2010 10:05 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2407/2534
พนักงานอัยการ จังหวัด มหาสารคาม
โจทก์

นาย สมาน แก้วอมร
จำเลย





ป.อ. มาตรา 335(1), 335(3), 335(Cool, 364, 365(3)

ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย



แม้โจทก์จะมิได้ระบุขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนตาม ป.อ. มาตรา 364,365(3) แต่ความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ตามมาตรา 335(1)(3)(Cool ที่โจทก์ฟ้อง โจทก์บรรยายการกระทำของจำเลย ซึ่งรวมเอาการบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน อันเป็นความผิดตามมาตรา 364,365(3) ได้อยู่ในตัวเองไว้ด้วย ทั้งความผิดตามมาตรา364,365(3) ยังมีโทษเบากว่าความผิดตามมาตรา 335(1)(3)(Coolที่โจทก์ฟ้อง เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายในเวลากลางคืนเช่นนี้ ศาลจึงลงโทษจำเลยตามมาตรา 364,365(3) ได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย.



________________________________




โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 และให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 5,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(3) ให้จำคุก 2 เดือน คำขอและข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(3) ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้โจทก์จะมิได้ระบุขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา364, 365(3) แต่ความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(3)(Cool ที่โจทก์ฟ้องนั้นโจทก์ได้บรรยายการกระทำของจำเลยซึ่งรวมเอาการบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน อันเป็นความผิดตามมาตรา 364, 365(3) ได้อยู่ในตัวเองไว้ด้วย ทั้งความผิดตามมาตรา 364, 365(3) ยังมีโทษเบากว่าความผิดตามมาตรา 335(1)(3)(Coolที่โจทก์ฟ้อง เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้บุกรุกเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายในเวลากลางคืนเช่นนี้ ศาลจึงลงโทษจำเลยตามมาตรา 364, 365(3) ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคท้าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(3) นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365(3) ประกอบด้วยมาตรา 364 ให้จำคุก 2 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1.

( สมพงษ์ สนธิเณร - ถาวร ตันตราภรณ์ - ประศาสน์ ธำรงกาญจน์ )


หมายเหตุ
แต่ในส่วนของจังหวัด นฐ. ผู้พิพากษา หน.ศาลจังหวัด นฐ. ท่านสั่งการมายัง พงส.ในสังกัด ภ.จว.นฐ.เลยว่า หากแจ้งลักทรัพย์ในเคหสถาน แล้ว ให้แจ้งบุกรุกเคหสถานเข้ามาด้วย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เทพธันเดอร์นครปฐม
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 7552

ตอบตอบ: 23/06/2010 10:09 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กระทู้เก่า
http://www.sobsuan.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=13633#73222
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
สบ๔อีสาน
ผู้เชี่ยวชาญ
ผู้เชี่ยวชาญ


เข้าร่วมเมื่อ: 24/02/2008
ตอบ: 4226

ตอบตอบ: 24/06/2010 2:29 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เหตุผลที่ให้แ้จ้งให้ครบก็เพราะ
1.ต้องการให้ ผตห.ทราบและเข้าใจข้อได้ดีทุกข้อหา ที่อ้างว่าเขากระทำผิด จะได้ต่อสู้คดีได้ถูก
2.กรณีอาจผิดข้อหาหนึ่ง แต่ไม่ผิดข้อหาหนึ่ง เช่น ได้รับอนุญาตให้เข้าไปไม่เป็นบุกรุก แต่ลักทรัพย์
3.กรณีถอนคำร้องทุกข์บางข้อหา ย่อมส่งผลข้อเท็จจริงที่เกี่ยวพันกัน ย่อมเป็นการวินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดในควมผิดซึ่งได้ฟ้องไปแล้ว ฟ้องใหม่ไม่ได้เป็นฟ้องซ้ำ (มีกลุ่มฎีกาให้ศึกษาเรื่องนี้หลายเรื่อง
4.จริงอยู่ที่ การแจ้งข้อหาไม่จำต้องแจ้งให้หมด เพียงแต่แจ้งพฤติการณ์ข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน เป็นหน้าที่ของ พงสฯ วินิจฉัยฐานความผิดเอง ศาลรู้ได้เองว่าผิดฐานไหน แต่ต้องเห็นใจอัยการฯ เขาด้วยว่า เขาก็จำต้องให้งานเขา มีประสิทธิภาพ จึงต้องแทงให้สอบสวน แจ้งข้อหาเพิ่มเติม
...ควรให้เกียรติอัยการเขาด้วย ในการสั่งสอบเพิ่มเติม ให้แจ้งข้อหาให้ครบๆ ในกรณีกรรมเดียวผิดหลายบท...แรกๆ เราก็ไม่เข้าใจว่า ฎีกาก็มี แจ้งทำไม แต่ทุกสำนวนอัยการสั่งแจ้งเพิ่มเติมทั้งนั้น เขาก็มีเหตุผลที่เรายอมรับได้ ไม่อึดอัด ไม่ได้คิดว่าเขา เป็นอัยการใหม่ ต้องการโชว์พาว แสดงอำนาจอะไรครับ ไว้ท่านไปเป็นอัยการ แล้วท่านก็ทำตามนั้นเหมือนกันเพราะ อจ.ท่านสั่งมาไง ท่านก็ไม่ยอม ร้อยละ 99.99 อัยการ น่ารักทุกท่านน๊ะครับ เขาให้เกียรติ พงสฯ ที่มีเหตุผล และเข้มงวดเรื่องกฎระเบียบ แต่เขาไม่แฮปปี้ กับ พงสฯ ที่ไม่ยอมสอบสวนตามประเด็น จึงได้มีหนังสือไปถึง ผบช.ภ.ต่างๆ หลังจาก ทวงถามแล้ว ถึง 5 - 6 ครั้ง ก็มี...ลองนึกถึงบรรยากาศ ความสัมพันธ์การประสานงาน หากเขาให้เราแจ้งข้อหาเพิ่มเติมให้ครบถ้วน แต่เรางัดเอาฎีกา ประเภท พงสฯ ไม่จำต้องแจ้งให้ครบถ้วนทุกข้อหา ก็ฟ้องได้ แนบไปดูที จะเกิดบรรยากาศยังไง...บางเรื่องเรารู้มาก รู้ลึกเท่าเขา ก็ทำเ็ป็นไม่รู้บ้างก็ได้ ไม่เสียหายอะไร เพราะ นายสูงๆ ของเราเขาไม่รู้เรื่องพวกนี้ด้วยน๊ะครับ เขาจ้องจะย้าย จะตั้ง กก.เมื่อได้รับหนังสือทวงถามประเด็น ท่าเดียว...ความรู้ ความเก่งกาจ บางครั้งหรือหลายครั้ง ต้องมีคำว่า "วินัย" และ "ความรับผิดชอบเพื่อหน่วยงานองค์กร" ครอบงำอยู่ด้วยครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
PD
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 23/08/2007
ตอบ: 333

ตอบตอบ: 24/06/2010 7:56 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมเห็นด้วยกับทุกท่านครับ

โดยสรุปคือ ลักทรัพย์ในเคหสถาน เป็นความผิดฐานบุกรุก ตาม 364 ในตัวเองด้วย และโดยหลักการ ก็ควรแจ้งข้อหาให้ครบถ้วนครับ ตลอดจนการดำเนินคดีก็ควรแจ้งข้อหาให้ครบถ้วน

แต่แจ้งไม่ครบถ้วน ถ้าแจ้งพฤติการณ์และข้อหาหลักแล้ว ศาลฎีกาก็ยอมให้ดำเนินคดีได้ครับ ถือว่าได้มีการสอบสวนในความผิดที่เกี่ยวพันกันนั้นแล้ว

ส่วนที่พนักงานอัยการสั่งสอบเพิ่มให้แจ้งข้อหาให้ครบถ้วน ก็เป็นมาตรฐานที่กำหนดไว้ ป้องกันข้อผิดพลาด ไม่ว่าข้อหาเกี่ยวพันกันหรือไม่ หากจะดำเนินคดีต้องแจ้งข้อหาให้ครบถ้วน ก็เป็นทำนองว่า ทำเกิน ดีกว่าทำขาด

ข้อสังเกต การปรับเหตุฉกรรจ์ จะทำให้ตอนลงบทหนัก อาจปรับเปลี่ยนไปได้ หรือตอนผู้ต้องหามีข้อต่อสู้

เช่น ลักทรัพย์ในเคสถานในเวลากลางคืน กับบุกรุกในเวลากลางคืน
พยายามลักทรัพย์ในเคหสถาน กับบุกรุก
ร่วมกันลักทรัพย์ในเคสถาน กับร่วมกันบุกรุก

แต่มีข้อยกเว้น ส่วนที่เหลื่อมล้ำกันอยู่ เป็นความเห็นต่างทางกฎหมายครับ คือ บุกรุก มาตรา 362 มี 2 แนวฎีกา ว่า ใช้กับการรบกวนการครอบครอง ที่ตีความอย่างแคบ กับที่ตีความอย่างกว้าง

เสริมข้อมูลประกอบการพิจารณาครับ
ระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2547
ข้อ 67 (การพิจารณาฐานความผิดและการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม)
การพิจารณาฐานความผิด ย่อมพิจารณาจากการกระทำที่ผู้ต้องหาถูกกล่าวหา พนักงานอัยการจะพิจารณาแต่เฉพาะฐานความผิดที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบ และมีความเห็นไว้เท่านั้นไม่ได้ หากการกระทำที่กล่าวหาเป็นความผิดฐานอื่นด้วย ให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งคดีในความผิดฐานอื่นนั้นด้วย แต่ก่อนสั่งคดีให้พนักงานอัยการสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการในเรื่องการแจ้งข้อหาให้ครบถ้วนเสียก่อน
ในกรณีที่พนักงานอัยการเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาฐานอื่น ต่างจากความเห็นของพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินการให้มีการแจ้งข้อหาตามนัยวรรคหนึ่งเสียก่อน

หนังสือเวียน สนง.อัยการสูงสุด

22 เมษายน 2535

เรื่อง การสั่งคดีกรณีให้เลือกปรับบท

เรียน รองอัยการสูงสุด อัยการพิเศษฝ่าย อัยการพิเศษประจำเขต อัยการฎีกาเขต อัยการอุทธรณ์ อัยการ
จังหวัด เลขานุการ ก.อ. และเลขานุการกรม

อ้างถึง (1) หนังสือกรมอัยการที่ มท 1004/ว 49 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2507
(2) หนังสือกรมอัยการที่ มท 1004/ว 67 ลงวันที่ 14 กันยายน 2508

ตามหนังสือที่อ้างถึง (1) และ (2) สำนักงานอัยการสูงสุดได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการสั่งคดีกรณีให้เลือกปรับบท เช่น ความผิดฐานยักยอก หรือฉ้อโกง ความผิดฐานลักทรัพย์หรือยักยอกความผิดฐานพยายามฆ่าหรือทำให้บาดเจ็บสาหัสโดยประมาท ว่าถ้าพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องความผิดฐานหนึ่งแล้ว พนักงานอัยการก็ควรออกคำสั่งไม่ฟ้องในความผิดอีกฐานหนึ่งด้วย แล้วเสนอสำนวนต่ออธิบดีกรมตำรวจหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณี นั้น
สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า แนวทางปฏิบัติเดิมตามหนังสือที่อ้างถึง (1) และ (2) นั้น ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2522 มาตรา 5 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17 ) พ.ศ. 2532 มาตรา 6 จึงให้ยกเลิกแนวทางปฏิบัติตามหนังสือที่อ้างถึง (1) และ (2) และกำหนดแนวทางปฏิบัติใหม่ให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 ดังนี้
ในกรณีการกระทำความผิดอันเป็นกรรมเดียวแต่พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนหรือแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหามาหลายฐานความผิด เพื่อให้เลือกปรับบทระหว่างการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอก รับของโจร และทำให้เสียทรัพย์ หรือระหว่างการกระทำความผิดโดยเจตนากับประมาท เมื่อพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาในความผิดฐานใดฐานหนึ่งหรือหลายฐานแล้ว ไม่ต้องมีคำสั่งไม่ฟ้องในความผิดฐานอื่นอีก


คำพิพากษาฎีกา
- มาตรา 134 การแจ้งข้อหา กรณีแจ้งข้อหาหลักแล้ว ถือว่าได้แจ้งข้อหาที่เกี่ยวข้องด้วย
- คำพิพากษาฎีกาที่ 84/2499 ป.วิ.อาญา ม.134 ที่บัญญัติให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาให้ผู้ต้องหาทราบก่อนทำการสอบสวน หมายความว่า กฎหมายต้องการให้ผู้ต้องหารู้ตัวก่อนสอบสวนว่าตนต้องถูกสอบสวนเรื่องอันใด เป็นประธานที่ต้องทำการสอบสวน มิได้หมายความว่าจะต้องแจ้งทุก ๆ กะทงความผิดแม้เดิมจะตั้งข้อหาฐานหนึ่ง แต่เมื่อสอบสวนแล้วปรากฏว่าเป็นความผิดฐานอื่นด้วย ก็เรียกว่าได้มีการสอบสวนในความผิดนั้นด้วยแล้ว / เดิมพยานโจทก์ถูกสอบสวนในฐานผู้ต้องหา ต่อมาอัยการผู้สอบสวนพูดว่าจะให้การตามความจริงได้ไหม ถ้าให้การตามความจริงจะเอาเป็นพยาน ๆ โจทก์ปากนี้เกรงว่าจะตกเป็นผู้ต้องหาจึงให้การใหม่ และกลับให้การใหม่เปลี่ยนข้อเท็จจริงโยนบรรดาการกระทำผิดทั้งหลายที่ให้การไว้เดิมอันเป็นข้อพิรุธของตนนั้นให้เป็นการกระทำของจำเลยโดยสิ้นเชิง เช่นนี้เป็นการไม่ชอบด้วยวิธีการสอบสวนตาม ป.วิ.อาญา ม.133 / จำเลยเป็นอัยการแต่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับคดี แม้จะฟังว่าจำเลยเป็นผู้บอกให้พยานกลับ เมื่อพยานนั้นเป็นพยานที่ศาลหมายเรียกมา ไม่ใช่อัยการนำไปให้ศาลสืบ ดังนั้นการที่จะให้พยานรอเพื่อเบิกความ หรือให้กลับ ย่อมเป็นเรื่องของศาล ทั้งได้ความจากพยานโจทก์ว่าการบอกให้พยานกลับ ไม่จำเป็นต้องเฉพาะอัยการเป็นผู้บอก ทั้งไม่ได้ความว่าจำเลยแสดงต่อพยานนั้น ว่าจำเลยเป็นอัยการคงทำหน้าที่นั้นอยู่ ดังนี้จึงเรียกไม่ได้ว่าจำเลยยังขืนกระทำการตามตำแหน่งหน้าที่อัยการอันเป็นความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.127 วรรค 2
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1554/2521 จำเลยมีเครื่องชั่งใช้ในการค้า ขาดน้ำหนักไป 100 กรัม เป็นความผิดตาม ป.อ. ม.270 ซึ่งเป็นบทมีโทษหนักกว่า พ.ร.บ.มาตราชั่ง ตวงวัด ฯ พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ. มาตราชั่ง ตวง วัด ฯ อันเป็นเรื่องประธาน ไม่ได้แจ้งข้อหาในความผิดเกี่ยวกับการค้า ถือได้ว่ามีการสอบสวนในความผิดเกี่ยวกับการค้าด้วยแล้ว ศาลลงโทษตาม ม.270 ได้
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2345/2521 ตำรวจแจ้งข้อหาแก่จำเลย เมื่อจับและสวบสวนว่าจำเลยมี เฮโรอีนเพื่อจำหน่าย มิได้แจ้งข้อหาว่าจำหน่ายเฮโรอีน เมื่อการสอบสวน ปรากฏว่าจำเลยจำหน่ายเฮโรอีนด้วยอีกกรรมหนึ่ง ถือได้ว่ามีการสอบสวน แล้วทั้ง 2 กระทง การแจ้งข้อหาตาม ป.ว.อ. ม.134 ไม่จำต้องแจ้งข้อหา ทุกกระทง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2433/2521 ตำรวจแจ้งจับข้อหาฐานมีเฮโรอีนเพื่อจำหน่าย จำเลยรับสารภาพว่ามีเฮโรอีน ถือว่าได้แจ้งข้อหา และสอบสวนฐานจำหน่ายเฮโรอีนด้วย ลงโทษกระทงนี้ด้วยได้
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2539/2521 ในการสอบสวนคดีที่กล่าวหา ว่าจำเลยทำร้ายร่างกายผู้อื่น โดยใช้กำลังกายชกต่อยและใช้อาวุธมีดฟัน แม้พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหาเพียงว่า จำเลยชกต่อยผู้เสียหายเท่านั้น มิได้แจ้งข้อหาว่าใช้มีดฟันผู้เสียหายด้วยก็ตาม ก็ถือได้ว่าได้มีการสอบสวน ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายด้วยโดยชอบแล้ว เพราะเป็นเพียงรายละเอียดในการสอบสวน และเป็นการกระทำผิดในข้อหาฐานทำร้ายร่างกายกระทงเดียวกัน
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1549/2525 ป.ว.อ.ม.83 บัญญัติแต่เพียงให้เจ้าพนักงานแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับว่าเขาจะต้องถูกจับเท่านั้น มิได้กำหนดให้มีการแจ้งข้อหา หรือการทำบันทึกการจับกุมแต่ประการใด / การแจ้งข้อหาตาม ป.ว.อ.ม.134 กำหนดให้กระทำเฉพาะ เมื่อผู้ต้องหามาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวน และไม่จำต้องแจ้งข้อหาทุกกระทง ดังนั้น การที่พนักงานสอบสวนเติมคำว่า บุกรุกลงในบันทึกการจับกุมที่ผู้ถูกจับทำขึ้น จึงหาทำให้การสอบสวน เป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ / ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 16 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 359, 83 ปรับจำเลยที่ 1 1,200 บาท จำเลยที่ 2 ถึงที่ 15 คนละ 800 บาท ส่วนจำเลยที่ 16 ไม่ต้องรับโทษ ได้ว่ากล่าวตักเตือนแล้วปล่อยตัวไป ข้อหาอื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ต้องปรับบทลงโทษจำเลยทั้งหมดตามมาตรา 358 จำเลยทั้งหมดฎีกา
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1347/2536 มาตรา 134 กำหนดให้พนักงานสอบสวนต้องแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหานั้น ก็เพื่อประสงค์ให้ผู้ต้องหาทราบว่าการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิด และเพื่อให้ผู้ต้องหาเข้าใจถึงการกระทำของผู้ต้องหา ซึ่งเป็นความผิดนั้น โดยไม่ต้องระบุอ้างตัวบทกฎหมายที่ผู้ต้องหากระทำผิด ในกรณีที่การกระทำอันหนึ่งผิดกฎหมายหลายบท พนักงานสอบสวนไม่จำต้องระบุถึงกฎหมายที่เป็นความผิดทุกบทมาตรา ในเมื่อได้แจ้งข้อหาอันเป็นหลักความผิดทั่วไปแล้ว ไม่จำต้องแจ้งข้อหาความผิดอันเกี่ยวพันกันด้วย พนักงานสอบสวนก็มีอำนาจสอบสวนความผิดทุกข้อหาได้ / พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 แล้ว แม้ไม่แจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ , 72 ทวิ วรรคสองด้วย ก็มีอำนาจสอบสวน ความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่รับใบอนุญาตได้ ถือได้ว่ามีการสอบสวนความผิดฐานนี้แล้ว พนักงานอัยการมีอำนาจฟ้องจำเลย ในข้อหาความผิดดังกล่าวได้
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2119/2537 การแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134 นั้น หาได้หมายความว่าพนักงานสอบสวนจะต้องแจ้งข้อหาทุกฐานความผิดไม่ แม้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาจำเลยฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อสอบสวนแล้วปรากฏว่าการกระทำของจำเลย เป็นความผิดฐานตั้งสถานบริการ โดยมิได้แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนจัดตั้งไม่น้อยกว่า 15 วัน อันเป็นความผิดที่เกี่ยวเนื่องในเรื่องการจัดตั้งสถานบริการเหมือนกัน เรียกได้ว่ามีการสอบสวนในความผิดฐานดังกล่าวแล้ว
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5914/2539 เจ้าพนักงานตำรวจแจ้งข้อหาผลิตเฮโรอีนให้จำเลยทราบตั้งแต่ชั้นจับกุม ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นแห่งขบวนการสอบสวนจำเลยแล้ว แม้พนักงานสอบสวนมิได้เบิกความถึงการแจ้งข้อหาผลิตเฮโรอีนก็ตาม แต่จำเลยก็ได้ให้การรับสารภาพเช่นเดียวกันกับในชั้นจับกุม เฮโรอีนที่จับได้ก็เป็นจำนวนเดียวกัน จึงถือได้ว่ามีการสอบสวนในความผิดฐานนี้แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ศาลลงโทษจำเลยฐานผลิตเฮโรอีนตามมาตรา 65 ได้
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7628/2541 บทบัญญัติใน ป.วิ.อ. มาตรา 134 ที่บังคับให้พนักงานสอบสวนต้องแจ้งข้อหาให้ผู้ต้องหาทราบ เจตนารมณ์ก็เพื่อให้ผู้ต้องหาทราบว่าการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิด และเพื่อให้ผู้ต้องหาเข้าใจถึงการกระทำของตน โดยไม่ต้องระบุอ้างถึงตัวบทกฎหมายที่กระทำผิด และในกรณีที่การกระทำนั้นผิดกฎหมายหลายบทหรือหลายกรรมต่างกันก็ตาม พนักงานสอบสวนก็หาจำต้องระบุถึงกฎหมายที่เป็นความผิดทุกบทมาตรา หรือทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไม่ แต่เมื่อได้แจ้งข้อหาอันเป็นหลักความผิดทั่วไปแล้ว ก็ไม่จำต้องแจ้งข้อหาความผิดอันเกี่ยวพันกันด้วยอีก พนักงานสอบสวนก็มีอำนาจสอบสวนความผิดทุกข้อหาได้ ฉะนั้น การที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาแก่จำเลย ว่านำ หรือพาของที่ยังมิได้เสียภาษีหรือยังมิได้ผ่านศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว แม้ไม่แจ้งข้อหาว่ามีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครอง โดยมิได้รับอนุญาตซึ่งเป็นความผิดอีกฐานหนึ่ง อันมีองค์ประกอบความผิดแตกต่างออกไปและอยู่ในกฎหมายต่างฉบับกัน ก็มีอำนาจสอบสวนความผิดฐานมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตได้ ถือได้ว่ามีการสอบสวนความผิดฐานนี้แล้ว พนักงานอัยการโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดต่อ พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ ฐานมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาตได้ ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 120
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5433/2543 การแจ้งข้อหาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134 นั้น แม้พนักงานสอบสวนจะมิได้แจ้งข้อหาจำเลยทุกข้อหาทุกกระทงความผิด ก็ตาม แต่เมื่อภายหลังได้ดำเนินการสอบสวนแล้ว ปรากฏว่าการการะทำของจำเลยเป็นความผิดฐานอื่นด้วย จึงถือได้ว่าได้มีการสอบสวนในข้อหาฐานอื่นที่มิได้แจ้งข้อหาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120 แล้วดังนั้น การเติมคำว่า "จำหน่าย" ในบัญชีของกลางในคดีอาญา คำให้การในชั้นสอบสวน และบันทึกการนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ จึงหาทำให้การสอบสวน เป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
สบ๔อีสาน
ผู้เชี่ยวชาญ
ผู้เชี่ยวชาญ


เข้าร่วมเมื่อ: 24/02/2008
ตอบ: 4226

ตอบตอบ: 24/06/2010 8:34 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

น่าสงสัยว่า ท่าน PD เ้นี่ยะ หากไม่เป็นอัยการแล้ว ก็ต้องเตรียมสอบอัยการ หรือ ผู้ช่วย แน่ ๆ ข้อมูลออกมาแน่น และเนียน เชื่อถือได้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
จารชน
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 27/05/2009
ตอบ: 606

ตอบตอบ: 24/06/2010 10:15 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

โห คุยกันมาขนาดนี้แล้ว ยังไม่รู้อีกหรือครับว่าท่าน PD เป็นอัยการ จากข้อมูลที่ทราบ เป็นอัยการมาตั้งแต่ปี 2543 แล้วครับ ตัวเลขอาจจะผิดพลาดไปเล็กน้อย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
PD
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 23/08/2007
ตอบ: 333

ตอบตอบ: 24/06/2010 1:05 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอบคุณ พี่ สบ 4 อีสาน ครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นายผี
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 20/06/2010
ตอบ: 32

ตอบตอบ: 24/06/2010 2:50 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่าน PD ยังแจ่มเหมือนเดิมไม่เคยผิดหวังในเนื้อหาวิชาการซักครั้ง

เที่ยวนี้ผมไปพระโขนง 5 ก.ค.53

ยังงัยผมจะแวะไปจิบกาแฟนะท่าน....
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง เศร้า ร้องไห้ เหงาหงอย โกรธ ลังเล เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ทั่วไป ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




ยิ้มซิ | เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ


การสร้างหน้าเอกสาร: 0.16 วินาที