Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ขอคำพิพากษาคดีพนันบอล
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สุขภาพ l ศึกษา l กีฬา l เกม l อดิเรก l ข่าว l รัก l ความรู้ l ไอที l งาน l ซื้อขาย l ท่องเที่ยว l โรงแรม l การเงิน l ธุรกิจ l บันเทิง l บ้าน l บ้านจัดสรร l สังคม l สวย l กล้อง l มือถือ l รถ l กวี l บล็อก l ศิลป์ l สัตว์ l หน่วยงาน l หนังสือ l โหลด l อาหาร l เนต l โปรโมทเว็บฟรี l เนติบัณฑิต
ขอคำพิพากษาคดีพนันบอล
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> การพนัน
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
gameman9999
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 22/09/2009
ตอบ: 190

ตอบตอบ: 19/01/2010 9:28 am    ชื่อกระทู้: ขอคำพิพากษาคดีพนันบอล ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ใครพอมีข้อมูลคำพิพากษาคดีพนันฟุตบอลบอลช่วยรบกวนตอบให้ด้วย.......ขอบคุณครับ

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
อัมพล
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 22/08/2009
ตอบ: 348

ตอบตอบ: 19/01/2010 6:49 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7312/2549
ป.อ. มาตรา 91

แม้จำเลยทั้งสองจะอ้างว่าการเดินโพยของจำเลยทั้งสองก็เพื่อให้สามารถมีการเล่นการพนันทายผลฟุตบอลสำเร็จลุล่วง และเป็นหน้าที่ต่อเนื่องจากการเป็นเจ้าสำนักโดยจำเลยทั้งสองมิได้จัดให้บุคคลอื่นเป็นคนเดินโพย การกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวเป็นการกระทำกรรมเดียวกัน แต่โจทก์ได้บรรยายฟ้องระบุไว้อย่างชัดเจนว่าจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตนและเป็นคนเดินโพยฝ่ายเจ้ามือในการพนันทายผลฟุตบอล ซึ่งต่างเป็นความผิดอยู่ในตัวเองไม่เกี่ยวข้องกัน เมื่อจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ จึงฟังได้ดังที่โจทก์ฟ้องกล่าวคือ จำเลยทั้งสองเป็นทั้งเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตนและเป็นคนเดินโพยฝ่ายเจ้ามือในการพนันทายผลฟุตบอล ตามลักษณะหรือสภาพแห่งการกระทำทั้งสองกรณีนั้นต่างเป็นความผิดซึ่งอาศัยเจตนาแตกต่างแยกจากกันได้ แม้จะเป็นความผิดต่อบทบัญญัติของกฎหมายเดียวกันก็ตาม การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองตามที่ปรากฏในคำฟ้องจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

________________________________


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 4 ทวิ, 5, 6, 10, 12, 15 ริบของกลาง และจ่ายสินบนนำจับตามกฎหมาย
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 4 ทวิ, 5, 6, 10, 12 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ แต่โพยพนันฟุตบอลเงินจำนวนสูง ไม่มีเหตุอันควรลดโทษ ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานเป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่น จำคุกกระทงละ 3 เดือน คนละ 3 กระทง เป็นจำคุกคนละ 9 เดือน และฐานเป็นคนเดินโพยฝ่ายเจ้ามือจำคุกกระทงละ 3 เดือน คนละ 3 กระทง เป็นจำคุกคนละ 9 เดือน รวมจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 18 เดือน ริบของกลาง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละกระทงละกึ่งหนึ่งแล้ว รวมโทษทุกกระทงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 9 เดือน ยกคำขอที่ให้จ่ายสินบนนำจับตามกฎหมายเสียด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “ปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน หรือเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท เห็นว่า แม้จำเลยทั้งสองจะอ้างว่าการเดินโพยของจำเลยทั้งสองก็เพื่อให้สามารถมีการเล่นการพนันทายผลฟุตบอลสำเร็จลุล่วงและเป็นหน้าที่ต่อเนื่องจากการเป็นเจ้าสำนัก โดยจำเลยทั้งสองมิได้จัดให้บุคคลอื่นเป็นคนเดินโพย การกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวเป็นการกระทำกรรมเดียวกัน แต่โจทก์ได้บรรยายฟ้องระบุไว้อย่างชัดเจนว่าจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตนและเป็นคนเดินโพยฝ่ายเจ้ามือในการพนันทายผลฟุตบอล ซึ่งต่างเป็นความผิดอยู่ในตัวเองไม่เกี่ยวข้องกัน เมื่อจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ จึงฟังได้ดังที่โจทก์ฟ้อง กล่าวคือจำเลยทั้งสองเป็นทั้งเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตน และเป็นคนเดินโพยฝ่ายเจ้ามือในการพนันทายผลฟุตบอล ตามลักษณะหรือสภาพแห่งการกระทำทั้งสองกรณีนั้นต่างเป็นความผิดซึ่งอาศัยเจตนาแตกต่างแยกจากกันได้ แม้จะเป็นความผิดต่อบทบัญญัติของกฎหมายเดียวกันก็ตาม การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองตามที่ปรากฏในคำฟ้องจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน หาใช่เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งจะต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ดังที่จำเลยทั้งสองฎีกาไม่ ส่วนฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่จำเลยทั้งสองขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยทั้งสองนั้น เห็นว่า จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตนและเป็นคนเดินโพยฝ่ายเจ้ามือในการพนันทายผลฟุตบอล โดยโพยทายผลฟุตบอลของกลางรวมจำนวนเงินสูงถึง 565,580 บาท ซึ่งปัจจุบันการพนันชนิดนี้แพร่ระบาดทั่วไป โดยเฉพาะในหมู่นักเรียน นักศึกษา การจัดให้มีการเล่นการพนันชนิดนี้จึงมีส่วนสำคัญในการมอมเมาเยาวชนให้ลุ่มหลงในอบายมุขอย่างกว้างขวาง สร้างความเสียหายในทางเศรษฐกิจและก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบสุขของสังคม นอกจากนี้ยังเป็นบ่อเกิดอาชญากรรมร้ายแรงอื่นตามมาอีกมากมาย พฤติการณ์แห่งคดีนับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง แม้จำเลยทั้งสองจะให้การรับสารภาพมาโดยตลอด อันเป็นเหตุบรรเทาโทษ แต่ศาลอุทธรณ์ก็ได้ลดโทษขั้นสูงสุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้แก่จำเลยทั้งสองในแต่ละกระทงคนละกึ่งหนึ่งแล้ว และที่จำเลยทั้งสองอ้างว่าไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนรวมทั้งอ้างเหตุผลหรือความจำเป็นในการกระทำความผิด ตลอดจนสามารถแก้ไขปรับปรุงตัวหลังเกิดเหตุ มีความประพฤติไม่เสียหาย ก็ไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะรับฟังเพื่อลงโทษจำเลยทั้งสองในสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยทั้งสอง การใช้ดุลพินิจกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น
อนึ่ง การเล่นการพนันทายผลฟุตบอลเป็นการเล่นอื่นใดนอกจากที่กล่าวในมาตรา 4 ซึ่งจะพนันกันหรือจะจัดให้มีเพื่อให้พนันกันได้เฉพาะการเล่นที่ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 ทวิ เท่านั้น แต่ศาลล่างทั้งสองปรับบทความผิดตามมาตรา 4 มาด้วย จึงไม่ถูกต้อง และที่ศาลล่างทั้งสองมิได้ปรับบทลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 มาด้วยนั้น ก็ไม่ถูกต้องปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขโดยปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง, 225 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4”
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 ทวิ, 12 (2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์




คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8247/2548
ป.อ. มาตรา 91
พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 ทวิ, 12

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ ระหว่างวันที่ 26 สิงหาคม 2545 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2546 จำเลยกับพวกร่วมกันเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโดยถือผลแพ้ชนะของการแข่งขันฟุตบอลต่างประเทศทีมต่าง ๆ เป็นผลแพ้ชนะระหว่างจำเลยกับพวกจำนวน 211 ครั้ง ๆ ละ 1 วัน โดยจำเลยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงเป็นอันยุติตามคำฟ้อง การที่จำเลยกับพวกร่วมกันเล่นการพนันทายผลฟุตบอลรวมจำนวน 211 ครั้ง โดยถือเอาการแข่งขันฟุตบอลแต่ละครั้งเป็นผลแพ้ชนะ เป็นการกระทำความผิดซึ่งอาศัยเจตนาแตกต่างแยกจากกันได้ตามผลการแข่งขันของฟุตบอลแต่ละครั้งที่จำเลยกับพวกเข้าเล่นการพนันทายผลฟุตบอลกัน แม้จะมีลูกค้าแทงพนันเพียง 40 คนก็ตาม เมื่อจำเลยกับพวกร่วมกันเล่นการพนันทายผลฟุตบอลตามฟ้องรวมจำนวน 211 ครั้ง การกระทำของจำเลยตามที่ปรากฏในฟ้องจึงเป็นความผิดรวม 211 กรรมต่างวาระกัน หาใช่เป็นการกระทำอันเป็นความผิด 40 กรรม ดังที่จำเลยกล่าวอ้าง

________________________________


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4 ทวิ, 5, 6, 10, 12, 15 ป.อ. มาตรา 83, 91 ให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ และริบของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12 (2) เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 20 วัน รวม 211 กระทง จำคุก 4,220 วัน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 2,110 วัน พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า จำเลยเป็นเจ้ามือรายใหญ่จึงไม่สมควรรอการลงโทษ ริบของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าตามโพยพนันการแข่งขันฟุตบอลมีลูกค้าแทงพนันเพียง 40 คน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำความผิดเพียง 40 กรรม หาใช่ 211 กรรมตามการพนันทายผลฟุตบอลรวมจำนวน 211 ครั้ง ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ เมื่อระหว่างวันที่ 26 สิงหาคม 2545 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2546 จำเลยกับพวกร่วมกันเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโดยถือผลแพ้ชนะของการแข่งขันฟุตบอลต่างประเทศทีมต่าง ๆ เป็นผลแพ้ชนะระหว่างจำเลยกับพวกจำนวน 211 ครั้ง ๆ ละ 1 วัน โดยจำเลยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงเป็นอันยุติตามคำฟ้อง การที่จำเลยกับพวกร่วมกันเล่นการพนันทายผลฟุตบอลรวมจำนวน 211 ครั้ง โดยถือเอาการแข่งขันฟุตบอลแต่ละครั้งเป็นผลแพ้ชนะ เป็นการกระทำความผิดซึ่งอาศัยเจตนาแตกต่างแยกจากกันได้ตามผลการแข่งขันของฟุตบอลแต่ละครั้งที่จำเลยกับพวกเข้าเล่นการพนันทายผลฟุตบอลกัน แม้จะมีลูกค้าแทงพนันเพียง 40 คนก็ตาม เมื่อจำเลยกับพวกร่วมกันเล่นการพนันทายผลฟุตบอลตามฟ้องรวมจำนวน 211 ครั้ง การกระทำของจำเลยตามที่ปรากฏในฟ้องจึงเป็นความผิดรวม 211 กรรมต่างวาระกัน หาใช่เป็นการกระทำอันเป็นความผิด 40 กรรม ดังที่จำเลยกล่าวอ้างในฎีกาไม่
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยกระทงละ 4 วัน ลดโทษ ตาม ป.อ. มาตรา 78 ให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกกระทงละ 2 วัน เรียงกระทงลงโทษ ตาม ป.อ. มาตรา 91 รวมลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 422 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2.



ศาลจังหวัดระยอง -
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 -
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5562/2545

ป.วิ.อ. มาตรา 158, 192 วรรคห้า, 195 วรรคสอง, 225
พ.ร.บ.การพนัน มาตรา 4 ทวิ, 12

จำเลยให้การรับสารภาพว่า จำเลยเล่นการพนันทายผลฟุตบอลพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย แม้โจทก์มิได้บรรยายว่าการเล่นพนันทายผลฟุตบอลเป็นการเล่นอื่นใดนอกจากที่กล่าวในมาตรา 4 ซึ่งมิได้ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง และอ้างบทมาตรา 4 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการพนันฯ มาในคำขอท้ายฟ้อง แต่มาตรา 4 ทวิไม่ใช่บทมาตราที่บัญญัติองค์ประกอบความผิด และความผิดมาตรา 4 ทวิ ก็มีบทลงโทษรวมอยู่ในมาตรา 12 ของพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งโจทก์อ้างมาในคำขอท้ายฟ้องด้วย จึงเป็นเรื่องที่โจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิดศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคห้า ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

________________________________


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5, 6, 10, 12, 15 และริบของกลาง กับให้จำเลยจ่ายเงินสินบนนำจับตามกฎหมาย
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 15 จำคุก 5 เดือน และปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษหนึ่งในห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือนและปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ริบของกลาง และให้จำเลยจ่ายเงินสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ
โจทก์อุทธรณ์ โดยอัยการพิเศษประจำเขต 3 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 4 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 2 เดือน ไม่รอการลงโทษจำคุกไม่ปรับ ยกคำขอให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า สมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า ตามฎีกาของจำเลยซึ่งโจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้านได้ความว่า จำเลยกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ในคณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการตลาด ตามหนังสือรับรองแนบท้ายคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ยังอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงตนเองได้โดยไม่จำต้องส่งตัวไปรับโทษในทัณฑสถาน เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว การรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยสักครั้งหนึ่ง เพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีและได้ศึกษาเล่าเรียนต่อไป น่าจะเป็นผลดีแก่จำเลยและสังคมโดยรวมมากกว่าที่จะจำคุกจำเลยไปเสียทีเดียว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังขึ้นแต่เพื่อให้จำเลยหลาบจำและเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตนเองของจำเลยเห็นสมควรลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งและกำหนดเงื่อนไข เพื่อคุมความประพฤติของจำเลยไว้ ทั้งเมื่อให้ลงโทษปรับจำเลยแล้ว จึงเห็นสมควรสั่งจ่ายเงินสินบนนำจับด้วย
อนึ่ง โจทก์บรรยายฟ้องไว้ในบันทึกฟ้องด้วยวาจาว่า จำเลยกับพวกร่วมกันเล่นการพนันทายผลฟุตบอล พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตและประสงค์ให้ลงโทษจำเลยจากการกระทำนั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำให้การรับสารภาพของจำเลยว่าจำเลยเล่นการพนันดังกล่าวจริง อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย แม้โจทก์มิได้บรรยายว่าการเล่นพนันทายผลฟุตบอลเป็นการเล่นอื่นใดนอกจากที่กล่าวในมาตรา 4 ซึ่งมิได้ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง และอ้างบทมาตรา 4 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 มาในคำขอท้ายฟ้อง แต่มาตรา 4 ทวิ ไม่ใช่บทมาตราที่บัญญัติองค์ประกอบความผิดและความผิดตามมาตรา 4 ทวิ ก็มีบทลงโทษรวมอยู่ในมาตรา 12 ของพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวซึ่งโจทก์อ้างมาในคำขอท้ายฟ้องด้วย กรณีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคห้า ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225"
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478มาตรา 4 ทวิ, 10, 12(2) ให้ลงโทษปรับจำเลย 1,000 บาท อีกสถานหนึ่ง เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับ 500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี และคุมความประพฤติของจำเลยไว้ 2 ปี นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยฟัง โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติปีละ 3 ครั้ง ตามเงื่อนไขและกำหนดระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร และให้จำเลยละเว้นการประพฤติใดอันอาจนำไปสู่การกระทำความผิดในทำนองเดียวกันนี้อีก กับให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรมีกำหนด 30 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30ให้จำเลยจ่ายเงินสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับแก่ผู้นำจับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3



คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 98/2545



ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคห้า, 195 วรรคสอง, 213, 225
พ.ร.บ.การพนัน มาตรา 4, 4 ทวิ, 10, 12

การเล่นที่เสี่ยงโชคให้เงินแก่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งตามบัญชี ข. หมายเลข 16 แห่งพระราชบัญญัติการพนันฯ ต้องมีลักษณะคล้ายกับการเล่นการพนันสลากกินแบ่งหรือสลากกินรวบด้วยแต่การพนันทายผลฟุตบอลไม่มีลักษณะคล้ายกับการเล่นการพนันดังกล่าว จึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการพนันฯ มาตรา 4 แต่เป็นการเล่นอื่นใดนอกจากที่กล่าวในมาตรา 4 จะพนันกันหรือจะจัดให้มีเพื่อให้พนันกันได้เฉพาะการเล่นที่ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง ซึ่งมาตรา 4 ทวิ วรรคสองกำหนดให้ "การเล่น" หมายความรวมตลอดถึงการทายและการทำนายด้วยการเล่นการพนันดังกล่าวต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงาน เมื่อจำเลยทั้งสองเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน จึงมีความผิดตามมาตรา 4 ทวิ การที่โจทก์อ้างมาตรา 4 จึงเป็นเรื่องที่โจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามความผิดที่ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคห้า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองแม้ไม่มีคู่ความยกขึ้นในชั้นฎีกา และย่อมมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ผู้มิได้ฎีกาด้วย เพราะเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี

________________________________


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันเล่นการพนันทายผลฟุตบอล ซึ่งเป็นการเล่นที่เสี่ยงโชคให้เงินแก่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง อันเป็นการพนันประเภทต้องขออนุญาตตามบัญชี ข.หมายเลข 16 แห่งพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจำเลยทั้งสองเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ มีผู้นำเจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมโพยรับแทงผลฟุตบอล 12 เล่ม เงินสด 7,900 บาท สมุดบัญชีรายรับ-จ่ายผลฟุตบอล 2 เล่ม เครื่องคิดเลข 1 เครื่อง สมุดฉีก 5 เล่มปากกา 10 ด้าม เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 15 ริบของกลางและจ่ายเงินสินบนนำจับตามกฎหมาย
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12 จำคุกคนละ 4 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 2 เดือน ริบของกลาง คำขออื่นให้ยก
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยเสียก่อนว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องไว้ในบันทึกคำฟ้องด้วยวาจา จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2543 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยทั้งสองกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันเล่นการพนันทายผลฟุตบอลซึ่งเป็นการเล่นที่เสี่ยงโชคให้เงินแก่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง อันเป็นการพนันประเภทต้องขออนุญาตตามบัญชี ข. หมายเลข 16 ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานโดยจำเลยทั้งสองเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ เห็นว่า การเล่นที่เสี่ยงโชคให้เงินแก่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งตามบัญชี ข. หมายเลข 16 แห่งพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ต้องมีลักษณะคล้ายกับการเล่นการพนันสลากกินแบ่งหรือสลากกินรวบด้วย แต่การพนันทายผลฟุตบอลไม่มีลักษณะคล้ายกับการเล่นการพนันสลากกินแบ่งหรือสลากกินรวบดังนั้น การกระทำของจำเลยทั้งสอง จึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 4ดังฟ้องอย่างไรก็ตามการพนันทายผลฟุตบอลเป็นการเล่นอื่นใดนอกจากที่กล่าวในมาตรา 4 จะพนันกันหรือจะจัดให้มีเพื่อให้พนันกันได้เฉพาะการเล่นที่ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง ซึ่งมาตรา 4 ทวิ วรรคสองคำว่า "การเล่น" หมายความรวมตลอดถึงการทายและการทำนายด้วยการเล่นพนันดังกล่าวต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงาน เมื่อจำเลยทั้งสองเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดตามมาตรา 4 ทวิ กรณีเป็นเรื่องที่โจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคห้า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้แม้ไม่มีคู่ความยกขึ้นในชั้นฎีกาและย่อมมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงที่จำเลยที่ 1 ผู้มิได้ฎีกาด้วย เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2เป็นเจ้ามือจัดให้มีการพนันทายผลฟุตบอลขึ้นโดยผู้เข้าเล่นส่วนใหญ่เป็นนิสิตนักศึกษาซึ่งอยู่ในวัยเรียน การกระทำดังกล่าวเป็นการมอมเมาเยาวชนของชาติให้ลุ่มหลงในอบายมุขมีผลกระทบกระเทือนโดยตรงต่อการศึกษาและบั่นทอนอนาคตของเยาวชน ถือว่าเป็นการทำลายทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าอันเป็นความหวังของชาติ เป็นภัยร้ายแรงต่อเศรษฐกิจและความสงบสุขของสังคมโดยส่วนรวม หากไม่มีมาตรการดำเนินการโดยเด็ดขาดปัญหานี้จะลุกลามมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันโดยไม่รอการลงโทษให้นั้น จึงเป็นการใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยที่ 2 เหมาะสมตามพฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยที่ 2ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4 ทวิ, 10, 12 (2) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3




หมายเหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7711/2544

ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคห้า, 195 วรรคสอง, 225
พ.ร.บ.การพนัน มาตรา 4, 4 ทวิ

การเล่นที่เสี่ยงโชคให้เงินแก่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งตามบัญชี ข. อันดับที่ 16 ตามพระราชบัญญัติการพนันฯ ต้องมีลักษณะคล้ายกับการเล่นการพนันสลากกินแบ่งหรือสลากกินรวบด้วย แต่การพนันทายฟุตบอลไม่มีลักษณะคล้ายกับการเล่นการพนันสลากกินแบ่งหรือสลากกินรวบ ดังนั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง อย่างไรก็ตามการพนันทายฟุตบอลเป็นการเล่นอื่นใดนอกจากที่กล่าวในมาตรา 4 จะพนันกันหรือจะจัดให้มีเพื่อให้พนันกันได้เฉพาะการเล่นที่ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง ซึ่งมาตรา 4 ทวิ วรรคสอง ให้ความหมายคำว่า "การเล่น" หมายความรวมตลอดถึงการทายและการทำนายด้วย การเล่นพนันดังกล่าวต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงาน เมื่อจำเลยเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามมาตรา 4 ทวิ กรณีเป็นเรื่องที่โจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคห้า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้

________________________________


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันเล่นการพนันทายผลฟุตบอลซึ่งเป็นการเล่นที่เสี่ยงโชคให้เงินแก่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งอันเป็นการพนันประเภทต้องขออนุญาต จำเลยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายมีผู้นำเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมโพยทายผลฟุตบอล โปรแกรมราคาทายฟุตบอลนิตยสารกีฬา ปากกาอันเป็นเครื่องมือและทรัพย์สินที่ใช้ในการเล่น จับได้ในวงเล่นเป็นของกลางขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6,10, 12, 15 ริบของกลาง และให้จำเลยจ่ายเงินสินบนนำจับตามกฎหมาย
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12 จำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 เดือนริบของกลางและยกคำขอให้จำเลยจ่ายเงินสินบนนำจับ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยเสียก่อนว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องไว้ในบันทึกคำฟ้องด้วยวาจา จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเมื่อวันที่27 กันยายน 2543 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันเล่นการพนันทายผลฟุตบอล ซึ่งเป็นการเล่นที่เสี่ยงโชคให้เงินแก่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง อันเป็นการพนันประเภทต้องขออนุญาตตามบัญชี ข. อันดับที่ 16 ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานโดยจำเลยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ เห็นว่า การเล่นที่เสี่ยงโชคให้เงินแก่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งตามบัญชี ข. อันดับที่ 16 ตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 ต้องมีลักษณะคล้ายกับการเล่นการพนันสลากกินแบ่งหรือสลากกินรวบด้วย แต่การพนันทายผลฟุตบอลไม่มีลักษณะคล้ายกับการเล่นการพนันสลากกินแบ่งหรือสลากกินรวบ ดังนั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง อย่างไรก็ตามการพนันทายผลฟุตบอลเป็นการเล่นอื่นใดนอกจากที่กล่าวในมาตรา 4 จะพนันกันหรือจะจัดให้มีเพื่อให้พนันกันได้เฉพาะการเล่นที่ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวงซึ่งมาตรา 4 ทวิ วรรคสองให้ความหมายคำว่า "การเล่น" หมายความรวมตลอดถึงการทายและการทำนายด้วย การเล่นพนันดังกล่าวต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงาน เมื่อจำเลยเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามมาตรา 4 ทวิกรณีเป็นเรื่องที่โจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานความผิดที่ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคห้า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้แม้ไม่มีคู่ความยกขึ้นในชั้นฎีกา ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้นเห็นว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมโพยทายผลฟุตบอลถึง 32แผ่น โพยส่วนใหญ่เป็นแบบพิมพ์ใช้สำหรับทายผลฟุตบอลโดยเฉพาะนอกจากนี้ยังยึดได้โปรแกรมราคาทายฟุตบอลอีก 41 แผ่นแสดงให้เห็นว่าจำเลยเป็นเจ้ามือการพนันรายใหญ่ มีการเล่นได้เสียเป็นอาชีพพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยนับว่าร้ายแรง การที่จะรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยและกำหนดมาตรการในการคุมความประพฤติจึงยังไม่เหมาะสมกับสภาพความผิดและยังไม่เพียงพอที่จะทำให้จำเลยเกรงกลัวหรือหลาบจำ ที่จำเลยฎีกาอ้างว่า จำเลยกำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีสถาบันราชภัฏนครราชสีมา นั้น เห็นว่า จำเลยอายุ 27 ปี ทั้งกำลังศึกษาเล่นเรียนอยู่ ย่อมมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและย่อมรู้ดีว่าการเล่นการพนันเป็นอบายมุขและผิดกฎหมาย ก่อให้เกิดปัญหาสังคมบ่อนทำลายเศรษฐกิจของประเทศชาติและเป็นการมอมเมาประชาชนให้ลุ่มหลงในอบายมุข จำเลยอยู่ในระดับปัญญาชนควรเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมแต่กลับมากระทำความผิดเสียเอง จึงไม่สมควรรอการลงโทษให้ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษให้นั้นเหมาะสมแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 มาตรา 4 ทวิ, 5, 6, 10, 12 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
รู้เลยบอก
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 22/02/2010
ตอบ: 1

ตอบตอบ: 22/02/2010 11:59 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เหงื่อตก ที่อ่านมาเข้าใจอยาก มาอ่านเมื่อวันก่อน ก็ไม่ได้บอกชัดๆ
ว่าจะถูกลงโทษอย่างไร โดนมากับตัวเลยจะมาบอก ที่พูดมาเป็นความจริงทุกประการ พร้อมเล่าระบายบทลงโทษอยู่ตอนท้าย
ก็ทายผลฟุตบอล 2 ใบ ใบละ 50 กับ 100 โชคไม่ดีโดนจับ
คือวันนั้นกลางคืน5ทุ่มจะกลับบ้าน ตำรวจมันตั้งด่าน เราก็มาให้มันตรวจ (ถ้าเห็นการตั้งด่านอย่าไปเลยครับ มันค้นทุกอย่าง แนะนำให้กลับรถไปทางอื่น) เราก็ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงอะไร คิดว่าน่าจะปรับที่โรงพักแล้วเรื่องก็จบ แต่ไม่ใช่อย่างนั้น มันจับเราทำสำนวน ผมก็พูดว่าเป็นเรื่องเล็ก แล้วลงโทษอย่างไร มันก็ไม่บอก
แล้วมันก็พูดว่า น้องเรื่องเล็กเหรอ เดี๋ยวรู้ แล้วมันก็ไม่บอก
ทำสำนวนยอมรับเสร็จ มันก็ถามว่าจะประกันตัวมั้ยซึ่งสามารถประกันตัวเองได้ ผมบอกประกันครับแล้วถามกลับไปว่าเท่าไหร่ ตร.ตอบ 2000 นายดาบทำสำนวน ร้อยเวร 3 ดาวเซ็นกำกับที่หลัง หลังจากนั้นผมก็หยิบเงิน มา2000 ตร.ที่ทำสำนวนก็ไล่ให้ไปหาอีกคนหนึ่ง ซึ่งในขณะนั้น มีตำรวจที่นั่งโต๊ะ อีก 4คน ว่างอยู่ 3คือ 1 ใน 3 นั้น มันบอกว่าให้ไปรอในคุก คือผมไม่อยากเข้าคุกก็บอกไปว่า นั่งรอที่เก้าอี้ได้มั้ยไม่อยากเข้าคุกมันบอกว่า มึงอย่าเรื่องมากเดี๋ยวจะช้า ซึ่งไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวอะไรกับช้าหรือเร็ว สู้เอาเวลาที่คุณตร.เอาตัวผมไปเข้าคุกไปทำงานจะดีกว่า ทั้งที่ผมเป็นคนสุดท้ายในการทำสำนวน คนอื่นโดนเมาแล้วขับ รอไม่เกิน15-20 นาที ผมก็ยอมเข้าคุกโดยดีไม่อยากมีปัญหา ในขณะนั้นมันก็พูดว่าเล่นอย่างไงให้โดยจับ เล่นก็เก็บโพยไว้ที่บ้านสิ ดูมัน (ก็พอดีบ้านกูต้องผ่านด่านก่อนกูก็จะเอาไปเก็บที่บ้านนั้นแหละ) ผ่านไป10นาที มาบอกกะเราว่าประกันตัว เป็น 5000บาทซึ่งตอนแรกบอก 2000 ผมบอกก็ได้ครับ มันหายไป 2 ชม. ผมตัดสินใจโทรหาเพื่อนที่หลับไปแล้วตอนนั้นเวลา 2.15 ว่ามาติดต่อว่ามาประกันตัวผมหน่อยเพราะดูแล้วมันแกล้งผม พอเพื่อนมาก็ได้ยินเสียงเพื่อนขอประกันตัว มันก็มาเปิดให้เราโดยเร็ว ซึ่งความรู้สึกที่อยู่ในนั้น มันยาวนานมาก เหม็นฉี่ อับทึบ หายใจไม่สะดวก ห้องมีแต่รอยนิ้วมือ และก็คำด่าตร.พอออกมาเห็นตำรวจอยู่2คน คนหนึ่งกลางเปลพับนอน อีกคนเป็นคนเปิดกรงให้ผม ดูมันทำ 2 ชม.กว่ามึงมาหลับ ผมก็ให้เพื่อนมาติดต่ออย่างนั้นแหละ เพราะดูแล้วเช้าก็คงไม่ได้ออก มันแกล้งผม จะบอกว่าเปน ตร.ที่ดีก็ไม่ได้
เพราะไม่มีความเห็นใจเลย ถามว่ามันร้ายแรงเหรอ โพยบอล 150 บาท ต่อ ผมก็เป็นคนประกันตัวเองนั้นแหละ ที่เรียกเพื่อนมาเพราะมันไม่ดำเนินคดีให้
บทลงโทษ มันนัดเช้าโคตร 8.00น. ทำงานช้าอย่างกะเต่า กว่าจะออกจะโรงพัก 11 โมง แล้วก็ไปสำนักอัยการ ไปทำไมไม่รู้ไปเซนชื่อลงในสมุดเหมือนสมุดที่เค้าไว้ทำบัญชีเดบิตเครดิต แค่นั้นกว่าจะได้เซน 30 นาที แล้วนัด 13.30 ที่ศาล มันมา 14.00 แล้วมันก็อยากได้เงิน ซึ่งดูแล้วน่าจะเข้ากระเป๋าตัวเอง มันบอกว่าถ้าไม่อยากเข้าไปในคุก คนละ 100 บาท ซึ่งมี 15 คน แต่มีคนจ่าย ไป 8 คน มันได้ไปแล้ว 800 ซึ่งใน 7คนนั้นผมเป่าหูพวกเค้าเองว่าจะมีการเก็บเงินอย่างนี้(เพื่อนบอกมา)ไม่ต้องไปจ่ายให้พวกมันหรอก 55. แล้วเข้าซังเต ที่แสนเย็นสบายกว่าข้างนอกที่พวกจ่ายตังรอ แล้วก็โคตะระ นาน 15.45 ถึงจะตัดสิน ไปฟังคำตัดสินบอกเล่นการพนันทายผลฟุตบอลปรับ 800 บาท พอไปเสียจริงๆ เค้าบอก 1000 บาท ผมก็ถามไปว่าทำไม 1000 ทั้งที่ไปฟังคำตัดสินบอก 800 เค้าบอกว่า เนี่ยลดให้แล้วนะ200 บาท ความจริงต้อง 1200 ที่เพิ่มมา 400 เป็นรางวัลนำจับของตำรวจครับ แล้วก็พูดต่อว่าถ้าตำรวจไม่เอาก็จะเสียแค่ 800 แต่ปรกติแล้วเค้าจะเอากันนะน้อง โถๆๆ ตร.เอ๋ย ที่เคยได้ยินนะประชาชนจะได้ถ้าประชาชนนำจับ เงินเดือนก็มีแล้ว แถมเปนเงินภาษีจากประชาชน ยังจะเอาอีก แล้วยังมีคดีอื่นอีก เล่นไพ่ผสมสิบ เบ็ดเสร็จ 1500 เล่นไพ่รัมมี่ 1200 ก็คุยกับพวกที่เล่นไพ่พวกนี้มา เพราะมาบ่อย เพิ่งรู้ว่าถ้าไม่อยากเข้าไปอยู่ในคุกระหว่างที่รอประกันตัว ต้องเอาตังให้พวกตร.คนละ 100 เค้าบอกมา แล้วที่จริงถ้าเค้าเข้าไปในคุกระหว่างประกันตัว จะได้ลดค่าเข้าคุก 200 บาทครับ เหมือนผม คนที่ไม่ได้เข้าก็จะเสียเต็ม พวกที่เมาส่วนใหญ่จะเข้ากันทุกคน ค่าปรับแล้วแต่ดีกรีความแรง 50 ไม่เกิน 100 ปรับ 1500 ถ้าไม่มีใบขับขี่เพิ่ม 500 เป็น 2000 แต่เข้าคุก เหลือ 1800
แต่อีกคนไม่ได้ประกันตัวออก 2คืน เสีย 1600 100 ไม่เกิน 200 ปรับ 2500 ไม่มีใบขับขี่เป็น 3000 อันนี้ไม่รู้ยังไงไม่เห็นเหลือ 2800 ส่วนเกิน 200 มีคุมประพฤติด้วย รายละเอียดไม่ได้ไปถามเค้า ปรับ 3500 ไม่มีใบขับขี่ 4000 คนนี้อีกคนไม่ได้ส่วนลดสงสัยไม่ได้เข้าคุก ถ้าคุณตำรวจหรือคนที่อ่านแล้วกระทบจิตใจ ผมจะไม่ขอโทษ เพราะเป็นเรื่องจริง เผื่อได้อ่านแล้วจะนำไปปรับปรุงแก้ไข ประเทศนี้เป็นประชาธิปไตย มีสิทธิ์ที่จะพูด ผิดผมก็รับผิดมาแล้ว แล้วคุณล่ะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง เศร้า ร้องไห้ เหงาหงอย โกรธ ลังเล เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> การพนัน ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




ยิ้มซิ | เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ


การสร้างหน้าเอกสาร: 0.14 วินาที