Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - เป็น "คดีเลิกกันหรือไม่" (พ.ร.บ.เช็ค)
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สุขภาพ l ศึกษา l กีฬา l เกม l อดิเรก l ข่าว l รัก l ความรู้ l ไอที l งาน l ซื้อขาย l ท่องเที่ยว l โรงแรม l การเงิน l ธุรกิจ l บันเทิง l บ้าน l บ้านจัดสรร l สังคม l สวย l กล้อง l มือถือ l รถ l กวี l บล็อก l ศิลป์ l สัตว์ l หน่วยงาน l หนังสือ l โหลด l อาหาร l เนต l โปรโมทเว็บฟรี l เนติบัณฑิต
เป็น "คดีเลิกกันหรือไม่" (พ.ร.บ.เช็ค)
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ชมรม พงส.
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
นิคเนม
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 05/06/2009 9:26 pm    ชื่อกระทู้: เป็น "คดีเลิกกันหรือไม่" (พ.ร.บ.เช็ค) ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

1.ผู้เสียหายมอบอำนาจให้ ก มาแจ้งความดำเนินคดีตาม พรบ.เช็ค พงส.รับแจ้งตัดเลขแล้ว
2.ผู้ต้องหาไปร้องทึ่ สคบ.ว่าสินค้าของผู้เสียหายไม่ได้คุณภาพ
3.ต่อมาอีกประมาณ 1 เดือนผ่านไป ผู้เสียหายมอบอำนาจให้ ข ไปเจรจากับผู้ต้องหาต่อหน้าอัยการ ได้ทำบันทึกตกลงประนีประนอมยอมความแพ่ง (มูลหนี้เดิมแห่งเช็ค) ในบันทึกรวมไปถึงมูลหนี้ตามเช็คปัญหาด้วย โดยให้ผู้ต้องหาเริ่มผ่อนชำระใหม่
4.ต่อมาผู้ต้องหาไม่ยอมผ่อนชำระอีก
5.ถามว่าเมื่อผู้เสียหายยืนยันให้ดำเนินคดีเช็คต่อไปแล้ว คดีเช็คที่เคยแจ้งไว้ดังกล่าวเป็นอันเลิกกันตาม ป.วิ อาญา หรือไม่
6.ทำอย่างไรครับ ช่วยตอบด่วนนะครับ อ้างฎีกาด้วยยิ่งดีครับ ....ขอบคุณมากครับ

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
เทพธันเดอร์นครปฐม
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 7601

ตอบตอบ: 05/06/2009 9:44 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6916/2542

จำเลยได้มาปรากฏตัวต่อหน้าพนักงานสอบสวน ณ สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาให้ทราบและควบคุมตัวดำเนินคดีสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆจึงเป็นสถานที่ที่จำเลยถูกจับ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆจึงมีอำนาจทำการสอบสวนได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 วรรคสอง พนักงานอัยการมีอำนาจฟ้อง โจทก์ร่วมและจำเลยแถลงในรายงานกระบวนพิจารณาว่า โจทก์ร่วมยังติดใจหนี้อีกเพียง 381,699 บาท และจะถอนคำร้องทุกข์ต่อเมื่อจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ร่วมแล้วไม่มีข้อความว่าโจทก์ร่วมตกลงสละสิทธิในการดำเนินคดีต่อจำเลยในทันที การที่จำเลยจะต้องชำระเงินให้โจทก์ร่วมจนครบจึงถือเป็นเงื่อนไขในการถอนคำร้องทุกข์ เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตาม โจทก์ร่วมจึงไม่ถูกผูกพันที่ต้องถอนคำร้องทุกข์และถือไม่ได้ว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่เมื่อโจทก์ได้แสดงเจตนาสละสิทธิเรียกร้องในหนี้บางส่วน โดยยังติดใจในหนี้อีกเพียง 381,699 บาท การแสดงเจตนาดังกล่าวย่อมมีผลผูกพัน เมื่อจำเลยนำเงินมาชำระแก่โจทก์ร่วมเพียง 30,000 บาทจึงเหลือเงินจำนวน 351,699 บาท ที่จำเลยต้องคืนให้แก่โจทก์ร่วม จำเลยฎีกาว่า จำเลยทำผิดเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีเหตุอันจำเป็นบังคับ จำเลยใช้เงินคืนโจทก์ร่วมบางส่วนแล้ว การรับสารภาพเป็นส่วนหนึ่งของวิธีที่จำเลยจะใช้เงินแก่โจทก์แสดงว่าจำเลยไม่เคยรู้สึกสำนึกผิด ทั้งจำเลยได้ยักยอกเงินค่าเบี้ยประกันที่ผู้เอาประกันชำระให้แก่โจทก์ร่วมมีจำนวน 84 ราย เป็นเงินจำนวน 763,399 บาท โทษจำคุก6 เดือน จึงเหมาะสมและไม่มีเหตุรอการลงโทษจำเลย


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 484/2503


จำเลยเป็นผู้จัดการร้านขายรถจักรยานได้เขียนใบส่งสิ่งของขึ้นเองหรือสั่งให้คนในร้านทำขึ้นตามหน้าที่ของผู้จัดการไม่มีการปลอมลายมือชื่อของผู้ใด เพียงแต่จำเลยทำเป็นหนังสือของจำเลยเอง อันมีข้อความเป็นเท็จเท่านั้น ไม่ได้ปลอมเป็นหนังสือของผู้อื่นใดเลย จำเลยจึงยังไม่มีความผิดฐานปลอมหนังสือ (อ้างฎีกาที่ 399/2485,1411/2494)

ในคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัวผู้เสียหายได้ขอถอนคำร้องทุกข์แล้วเพราะผู้ต้องหาจะยอมใช้เงิน ภายหลังผู้เสียหายจะกลับมาแจ้งความในเรื่องนั้นอีกหาได้ไม่สิทธินำคดีมาฟ้องของผู้เสียหายย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)


ทั้งสอง ฎ.นี้ต่างกันตรงที่ว่า ฎ.ปี ๔๓ เป็นการยอมความโดยมีเงื่อนไข(จะถอนเมื่อจ่ายเงินครบถ้วน) แต่ ฎ.ปี ๐๓ เป็นการยอมความโดยไม่มีเงื่อนไข


ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนจะดูว่าคดีระงับหรือไม่ ท่านมาดูเจตนาของ ผตห.หน่อยว่าที่อ้างว่าสินค้าไม่มีคุณภาพ จึงไปห้าม ธ.จ่ายเงินตมเช็ค นั้น ฟังขึ้นไหม หากข้ออ้างว่าสินค้าไม่มีคุณภาพจริงตามที่ตกลงกัน ผตห.ก็มีสิทธิห้าม ธ.จ่ายเงินตามเช็ค จะเห็นได้ว่า ผตห.ไม่มีเจตนาชั่ว ก็ต้องสั่งไม่ฟ้อง ไม่ต้องไปดูเรื่องประนีประนอมกันเลย เพราะขาดเจตนาทุจริต
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 06/06/2009 9:26 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ความเห็น
........การประนีประนอม ให้ดูว่า ได้ตกลงให้หนี้เดิมระงับไปด้วยการผ่อนชำระให้หรือไม่ ถ้าหนี้เดิมระงับ ไปแล้ว ก็ต้องถือว่าเป็นการยอมความ ตาม ป.วิอาญา มาตรา ๓๙(๒) ซึ่งตามฎีกาที่คุณเทพธันเดอร์ ยก มา จะเห็นได้ว่า คู่กรณียังไม่ได้ตกลงให้หนี้เดิมระงับ ไป แต่อย่างใด
.......ถ้าพิจารณาตามที่ถามมา น่าจะเป็นเรื่องสัญญาซื้อขาย ครับ ต้องถือว่า กรรมสิทธิ์โอนไปตั้งแต่ทำสัญญาซื้อขายกัน แล้ว ส่วนเรื่องความรับผิดในความชำรุดบกพร่องฯลฯ เป็นเรื่องในทางแพ่ง ที่จต้องฟ้องร้องหรือดำเนินการต่างหาก เรื่องเช็คเป็นการชำหระหนี้กับเสร็จสิ้นไปแล้ว ......
กลับไปข้างบน
จารชน
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 27/05/2009
ตอบ: 606

ตอบตอบ: 06/06/2009 10:50 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เห็นจะไม่ถูกต้องกับความเห็นของท่านพี่ เทพธันเดอร์นครปฐม ในการเปรียบเทียบคำพิพากษาฎีกาทั้งสองดังกล่าว เพราะ
๑.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 484/2503 เป็นการถอนคำร้องทุกข์ไปแล้วสิทธิการดำเนินคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับโดยไม่ต้องไปดูเลยว่า จะมีเงื่อนไขหรือไม่อย่างใด ดังนั้นหากจะเปรียบเทียบต้องเปรียบเทียบกับฎีกาที่เป็นการยอมความโดยไม่มีการถอนคำร้องทุกข์จึงจะถูกต้องครับ
๒. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6916/2542 เป็นเพียงข้อตกลงที่มีเงื่อนไข ในการถอนคำร้องทุกข์ แต่ยังไม่มีการถอนคำร้องทุกข์แต่อย่างใด และเมื่อไม่ทำตามข้อตกลง จึงไม่ถือว่าเป็นการประณีประนอมยอมความ หรือที่เข้าใจกันว่าเป็นการยอมความแบบมีเงื่อนไข
ดังนั้นผมจึงเห็นว่า จะเอาเรื่องการถอนคำร้องทุกข์จริงๆ ไปเปรียบเทียบกับการยอมความโดยมีเงื่อนไข เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
30
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 06/06/2009 11:33 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ด้วยความเคารพพี่ๆทุกท่าน ผมเห็นว่า การประนีประนอมยอมความเป็นผลให้มูลหนี้ตามเช็คเดิมระงับไป เกิดมูลหนี้ใหม่ตามที่ประสงค์จะผ่อนชำระกัน ผลของมูลหนี้เดิมที่ระงับไปถือว่ามูลหนี้(ตามเช็ค)สิ้นผลผูกพันธ์ไปก่อนศาลพิพากษาถึงที่สุดและให้ถือว่าคดีเลิกกัน
พรบ.เช็คฯ ม. 7
กลับไปข้างบน
จารชน
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 27/05/2009
ตอบ: 606

ตอบตอบ: 06/06/2009 2:38 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มูลหนี้ใหม่ จากความเห็นของท่าน 30 คือหนี้อะไรครับ การที่คู่กรณีตกลงผ่อนชำระนั้น เป็นการชำระหนี้เดิมที่ยังเป็นหนี้กันอยู่ เพียงแต่มาตกลงวิธีการชำระหนี้ใหม่เท่านั้นเอง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เทพธันเดอร์นครปฐม
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 7601

ตอบตอบ: 06/06/2009 9:42 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กรณี ม.๗ พรบ.เช็ค (หนี้สิ้นผลผูกพันฯ)


cheque.doc
 คำจำกัดความ:

ดาวน์โหลด
 ชื่อไฟล์:  cheque.doc
 ขนาดไฟล์:  28 กิโลไบต์
 ดาวน์โหลด:  287 ครั้ง



แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เทพธันเดอร์นครปฐม เมื่อ 06/06/2009 10:10 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ยาวไปนิด
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 06/06/2009 10:00 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

@ ประนอมหนี้คืออะไร ... ป.พ.พ.

มาตรา 850 อันว่าประนีประนอมยอมความนั้น คือสัญญาซึ่งผู้ เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่ หรือ จะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน


มาตรา 851 สัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ถ้ามิได้มี หลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือลายมือชื่อตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้ บังคับคดีหาได้ไม่


มาตรา 852 ผลของสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ย่อมทำ ให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายได้ยอมสละนั้นระงับสิ้นไป และทำให้แต่ ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญานั้นว่าเป็นของตน
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

@ สาระสำคัญของการประนีประนอมยอมความ มี3ประการ ดังนี้
1.สัญญาระหว่างคู่กรณีพิพาท

2. เป็นการระงับข้อพิพาทให้เสร็จสิ้นไป
ข้อพิพาท คือ ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลซึ่งยังไม่ยอมรับกันในระหว่างคู่กรณีซึ่งอาจเกี่ยวกับปัญหาข้อเท็จจริง
หรือกม.ก็ได้

ข้อพิพาทที่จะประนีประนอมฯนั้นต้องเป็น ข้อพิพาททางแพ่งเท่านั้น และเป็นเรื่องที่ชอบด้วยกม.
(เช่น หนี้ในการพนันนำมาประนีประนอมไม่ได้ เพราะไม่มีหนี้ให้มาระงับ)

ข้อพิพาทอาจเกิดอยู่หรือจะเกิดในอนาคตก็ได้

เช่น ข้อพิพาททางครอบครัว / ข้อพิพาทในทางมรดก / ข้อพิพาทในทางแรงงาน / ข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน /
และอื่นๆ เข่น เช็ค เป็นต้น

ดังนั้นสัญญานี้ต้องมีการระงับข้อพิพาทให้เสร็จสิ้นไป
หากไม่มีข้อพิพาทย่อมไม่เป็นการประนีประนอมยอมความ

ต้องมีการระงับข้อพิพาทของคู่กรณี
หากไม่มีการระงับก็ไม่เกิดสัญญาประนีประนอมยอมความ

3. คู่กรณีต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน หมายความว่า ต่างฝ่ายต่างสละข้อเรียกร้องเดิมที่มี โดยตกลงกันให้มีสิทธิเรียกร้องขึ้นใหม่
และต่างให้ประโยชน์แก่กัน ซึ่งอาจเป็นการเรียกร้องไม่เต็มตามจำนวนเดิมที่อาจได้ การผ่อนผันนี้อาจเกิดได้โดยผ่อนผันแก่กันเอง
หรืออาจมีบุคคลภายนอกเข้าไปไกล่เกลี่ย

หากไม่มีการผ่อนผันแก่กัน ก็ไม่เป็นการประนีประนอมฯ
เพราะการผ่อนผันถือเป็นสาระสำคัญอันหนึ่ง แต่อาจจะเป็นอย่างอื่นได้ เช่น การแปลงหนี้ใหม่

สรุป หากมีการกระทำครบองค์ประกอบ3 อย่างนี้แล้ว
ก็ถือว่าเป็นสัญญาประนีประนอมฯ

แม้จะใช้ชื่ออย่างอื่นก็ไม่มีผลอะไรไม่สำคัญ
สัญญานั้นก็ยังเป็นสัญญาประนีประนอมอยู่
เช่น ใช้ชื่อว่า หนังสือรับสภาพหนี้ เป็นต้น
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

@ ประเภทของการประนีประนอมยอมความ แบ่งได้ 2ประเภท คือ
1. การประนีประนอมฯนอกศาล - เป็นการระงับข้อพิพาทโดยมีเรื่องพิพาทเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังมิได้นำเข้าฟ้องศาล
หรือฟ้องแล้ว คดียังไม่ถึงที่สุด แล้วคู่กรณียอมความกันโดยศาลมิรู้ หรือแม้คดีจะถึงที่สุดแล้ว ก็ยอมความกันได้
การยอมความนอกศาลนี้อยู่ในบังคับม.850-852 และเรื่องนิติกรรม หนี้ สัญญา

2. การประนีประนอมฯในศาล กรณีนี้คดีกำลังอยู่ในศาล โดยมีการยอมความ ให้ศาลมีการรับรู้และมีส่วนร่วมด้วย
ใช้บทกม.เช่นเดียวกับการยอมความนอกศาล และมีกม.เพิ่มจาก ป.วิ.แพ่งม.20และม.138 อันเป็นบทเฉพาะในการยอมความในศาล
ซึ่งสนับสนุนการยอมความมาก ช่วงที่เหมาะแก่การไกล่เกลี่ยยอมความคือ ช่วงชี้สองสถานหรือวันนัดสืบพยานครั้งแรกในศาลชั้นต้น
หากมีการยอมความในศาลจะมีการเสียค่าธรรมเนียมต่ำกว่าการฟ้องมาก

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

@ ความเห็นส่วนตัว...

1) เมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์คดีเช็คแล้ว ตราบใดที่ยังไม่มีการถอนคำร้องทุกข์
คดีอาญาก็ไม่เลิกกันตาม ป.วิ ม.37

2) การประนีประนอมหนี้ ก่อนการร้องทุกข์ในความผิดต่อส่วนตัว
จะตัดสิทธิการนำคดีอาญาไปฟ้อง ให้ระงับไป ตาม ป.วิ ม.37

3) ประนอมนี้เดิม เท่ากับระงับข้อพิพาทเดิม
และเมื่อบิดพลิ้วตามข้อประนอม หนี้ทางแพ่งในการประนอม ก็ยังคงอยู่
และบังคับได้ในทางแพ่งต่อไป

4) มิต้องหวั่น.. เมื่อรับคำร้องทุกข์แล้ว และยังไม่ถอน ก็จะต้องต่อไปที่ ควรสั่งฟ้อง หรือควรสั่งไม่ฟ้อง..
ส่วนเรื่อง ฟ้อง ไม่ฟ้อง สู่ศาล เป็นเรื่องของ อัยการ..
(คือ ยังมีของ อัยการ อีกแก๊ก ที่ต้องร่วมพิจารณา/สั่งสำนวน)
สบายสบาย
กลับไปข้างบน
จารชน
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 27/05/2009
ตอบ: 606

ตอบตอบ: 06/06/2009 10:43 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กรณีตามกระทู้จะสรุปไปในทางไหนดีหนอ ท่านพี่เทพฯ คงเดาธงคำตอบผมออกอยู่แล้วนะครับ ว่าผมฟันธงไปตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่าเป็นการผ่อนชำระตามมูลหนี้เดิม โดยผมดูจากคำว่า "โดยให้ผู้ต้องหาเริ่มผ่อนชำระหนี้ใหม่" ส่วนท่านพี่เทพฯ สรุปไปในแนวไหนครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ เพราะเอามาหลายฎีกาเลยไม่รู้ว่าธงท่านพี่เป็นแบบไหน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นิคเนม
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 09/06/2009 2:47 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอขอบคุณทุกความเห็นมากครับ
กลับไปข้างบน
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง เศร้า ร้องไห้ เหงาหงอย โกรธ ลังเล เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ชมรม พงส. ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




ยิ้มซิ | เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ


การสร้างหน้าเอกสาร: 0.14 วินาที