Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ดาวน์โหลด คำสัง ตร. 774/2537 ลง 7 ก.ค.2537
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สุขภาพ l ศึกษา l กีฬา l เกม l อดิเรก l ข่าว l รัก l ความรู้ l ไอที l งาน l ซื้อขาย l ท่องเที่ยว l โรงแรม l การเงิน l ธุรกิจ l บันเทิง l บ้าน l บ้านจัดสรร l สังคม l สวย l กล้อง l มือถือ l รถ l กวี l บล็อก l ศิลป์ l สัตว์ l หน่วยงาน l หนังสือ l โหลด l อาหาร l เนต l โปรโมทเว็บฟรี l เนติบัณฑิต
ดาวน์โหลด คำสัง ตร. 774/2537 ลง 7 ก.ค.2537
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
webmaster
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: Aug 17, 2007
ตอบ: 1345

ตอบตอบ: 08/01/2008 11:54 am    ชื่อกระทู้: ดาวน์โหลด คำสัง ตร. 774/2537 ลง 7 ก.ค.2537 ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำสั่ง ตร.ที่ 774/2537 ลง 7 ก.ค.2537 ยกเลิกโดยคำสั่ง ตร.ที่ 655/2550 656/2550 แต่มีบางท่านยังต้องการ โหลดได้ที่ลิงค์ล่างนี้ครับ


http://www.ziddu.com/download.php?uid=Z6yilZalYaqZ4palYbKWlJWiYbKelJs%3D1

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 09/01/2008 2:55 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำสั่งกรมตำรวจ
ที่ 774/2537
เรื่อง การกำหนดหน้าที่การงานของตำแหน่งในสถานีตำรวจ
(เฉพาะหน้าที่สอบสวน)

ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2536 ปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการของกรมตำรวจ โดยยุบเลิกกองบัญชาการตำรวจภูธร 1 – 4 กองบังคับการตำรวจภูธร 1 – 12 ตำรวจภูธรจังหวัดเขตทุกแห่ง และกองกำกับการตำรวจนครบาล 1 – 19 และได้มีการปรับปรุงอัตรากำลังในสถานีตำรวจให้เหมาะสมกับโครงสร้างใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ฉะนั้น เพื่อให้การปฏิบัติงานในสถานีตำรวจเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุวัตถุประสงค์ของทางราชการ กรมตำรวจจึงกำหนดหน้าที่การงานและหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติงานในสถานีตำรวจให้สอดคล้องกับโครงสร้างและอัตรากำลังตามรูปแบบใหม่ ดังต่อไปนี้
1. ให้ยกเลิกคำสั่งกรมตำรวจที่ 507/2538 เรื่อง การกำหนดหน้าที่การงานของข้าราชการตำรวจในสถานี
ตำรวจนครบาลตามโครงการปรับปรุงสถานีตำรวจ ลงวันที่ 30 เมษายน 2528 และคำสั่งกรมตำรวจที่ 693/2528 เรื่องการกำหนดหน้าที่การงานของข้าราชการตำรวจในสถานีตำรวจภูธร ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2528 โดยให้สถานีตำรวจนครบาลและภูธรถือปฏิบัติตามคำสั่งนี้
2. ให้หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรตำบลอยู่ในความปกครองของหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอหรือหัว
หน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอแล้วแต่กรณี ให้หัวหน้าหน่วยงานแต่ละชั้นควบคุมบริหารงานหน่วยงานที่อยู่ในความปกครองของตน เว้นแต่หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรตำบลมีระดับตำแหน่งเท่ากันหรือสูงกว่า
ฯลฯ
4.1 หัวหน้าสถานีตำรวจ
4.1.2 ทำหน้าที่หัวหน้าพนักงานสอบสวน เว้นแต่หัวหน้าสถานีตำรวจเป็นระดับรองสารวัตร โดย
ปฏิบัติตามที่กฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับกำหนด
4.1.3 งานที่มีกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าสถานี
ตำรวจโดยเฉพาะ โดยปฏิบัติตามที่กฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และข้อบังคับกำหนด
4.1.4 งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
4.1.5 งานอื่น ๆ ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย

ฯลฯ
4.6 หัวหน้างานสอบสวน
4.6.1 ทำหน้าที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบงานสอบสวน
4.6.1.1 ปฏิบัติงานที่เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของงานสอบสวนตามความเหมาะสม
4.6.1.2 วางแผนการปฏิบัติงาน
4.6.1.3 พิจารณาจัดและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจามความเหมาะสม
4.6.1.4 พิจารณาวินิจฉัยสั่งการในงานที่เป็นปัญหา
4.6.1.5 ควบคุม ตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
4.6.1.6 ให้คำปรึกษา แนะนำ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
4.6.1.7 ติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
4.6.1.8 ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานอื่น
4.6.1.9 ฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่มีความรู้ ความสามารถ ความประพฤติ ระเบียบ วินัยเหมาะ
สมกับการปฏิบัติหน้าที่
4.6.1.10 เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการต่าง ๆ ตามที่ได้รับการแต่งตั้ง
4.6.1.11 ร่วมประชุมกับหน่วยงานอื่น ๆ ในงานที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย
4.6.1.12 แก้ไขปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติ
4.6.1.13 ตอบปัญหาและชี้แจงเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับงานในหน้าที่
4.6.2 การศึกษา เก็บรวบรวมสถิติข้อมูลเกี่ยวข้องกับงานสอบสวน และการดำเนินคดีและการนำ
วิทยาการต่าง ๆ มาใช้ในงานสอบสวน
4.6.2.1 รวบรวมสถิติข้อมูลเกี่ยวข้องจัดทำเป็นแฟ้มข้อมูลต่าง ๆ โดยอย่างน้อยต้องมีข้อมูล
ดังต่อไปนี้
4.6.2.1.1 คดีที่เกิดขึ้นและผลของการดำเนินคดีนับตั้งแต่ผลการจับกุม ความ
เห็นชอบของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ความเห็นของพนักงานอัยการและคำพิพากษาของศาล
4.6.2.1.2 หมายจับ
4.6.2.1.3 บัญชีทรัพย์ที่ถูกประทุษร้ายและยังไม่ได้คืนพร้อมกำหนดรูปพรรณ
4.6.2.1.4 คดีที่งดการสอบสวนเนื่องจากยังไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด หรือรู้แล้ว
แต่ยังจับกุมไม่ได้และยังไม่ขาดอายุความ
4.6.2.1.5 แนวทางและวิธีการสอบสวนที่เคยปฏิบัติ รวมตลอดทั้งผล และ
ปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้อง

4.6.3 สอบสวนคดีอาญาทุกประเภท
4.6.3.1 ดำเนินการสอบสวนคดีอุกฉกรรจ์ หรือคดีสำคัญด้วยตนเอง ตามระเบียบคำสั่งที่
กรมตำรวจได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบแต่ละระดับตำแหน่งโดยเฉพาะ
4.6.3.2 เข้าร่วมทำการสอบสวนกับพนักงานสอบสวนในคดีที่พิจารณาเห็นสมควร
4.6.4 จัดให้สารวัตรสอบสวนและหรือรองสารวัตรสอบสวนทำหน้าที่สอบสวนและเปรียบเทียบ
โดยระหว่างเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ให้เรียกว่า ร้อยเวรสอบสวน และมีหลักการสำคัญในการจัด ดังนี้
4.6.4.1 ให้มีสารวัตรสอบสวนหรือรองสารวัตรสอบสวนเข้าเวรรับผิดชอบงานด้านการรับ
แจ้งความ รับคำร้องทุกข์หรือกล่าวโทษและดำเนินการสอบสวนเบื้องต้นหรือเปรียบเทียบปรับในจำนวนที่เหมาะสมที่จะให้บริการแก่ประชาชนได้โดยสะดวกและรวดเร็ว
4.6.4.2 ให้สารวัตรสอบสวนและหรือรองสารวัตรสอบสวนดำเนินการ และรับผิดชอบ
เกี่ยวกับการผัดฟ้องฝากขัง
4.6.4.3 ให้สารวัตรสอบสวนและหรือรองสารวัตรสอบสวน ทำการสอบสวนในเวลาอื่น
นอกเหนือจากเวลาที่ปฏิบัติงานจามความเหมาะสม
4.6.4.4 ให้สารวัตรสอบสวนและหรือรองสารวัตรสอบสวน มีเวลาปฏิบัติงานและเวลาพัก
ผ่อนตามมาตรฐานการทำงานเท่าที่จะสามารถทำได้
4.6.5 พิจารณามอบหมายคดีให้สารวัตรสอบสวนและหรือรองสารวัตรสอบสวน รับผิดชอบ
ดำเนินการตามความเหมาะสม เช่น ความรู้ ความสามารถ ปริมาณงาน โดยถ้าคดีใดสมควรทำการสอบสวนเป็นหมู่หรือคณะ ก็ให้สั่งการตามสมควร
4.6.6 ปกปิดให้ความคุ้มครองพยาน ให้กระทำและกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติโดยเคร่งครัด
4.6.7 เปรียบเทียบการกระทำผิดตามกฎหมาย
4.6.8 ร่วมกับกำลังป้องกันปราบปรามทำการตรวจค้นจับกุม
4.6.9 ประสานการปฏิบัติ กับหน่วยงานอื่น ๆ ในสถานีตำรวจและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
อย่างใกล้ชิดจริงจัง เพื่อผลในการป้องกัน ระงับ ปราบปราม
4.6.10 การให้ความรู้และการฝึกอบรมแก่ข้าราชการตำรวจ
4.6.10.1 จัดให้มีและเก็บรวบรวมกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับและเอกสารอื่นที่เป็น
ประโยชน์ต่องานสอบสวน
4.6.10.2 ดำเนินการให้ผู้ทำหน้าที่สอบสวนมีความรู้ทางสอบสวน เทคนิคการสอบสวน
กฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน
4.6.10.3 ฝึกอบรมให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถ ความประพฤติ ระเบียบ วินัย
เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่โดยการจัดฝึกอบรมเอง หรือขอสนับสนุนจากบุคคลหรือหน่วยอื่น
4.6.11 งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานสอบสวน
4.6.12 ในช่วงเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่หากมีความจำเป็นเร่งด่วน ให้มีอำนาจมอบหมายให้ผู้ใต้บังคับ
บัญชาปฏิบัติหน้าที่อื่นได้ตามความเหมาะสม แต่ทั้งนี้ต้องไม่เสียหายต่อหน้าที่การงานประจำ
4.6.13 งานอื่น ๆ ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย
4.7 ผู้ปฏิบัติงานสอบสวน
4.7.1 สารวัตรสอบสวน (ทำหน้าที่หัวหน้างานสอบสวน) และรองสารวัตรสอบสวน
4.7.1.1 ปฏิบัติงานตามที่หัวหน้าพนักงานสอบสวนจัดและมอบหมาย
4.7.1.2 สอบสวนคดีอาญาทุกประเภท
4.7.1.2.1 ปฏิบัติในฐานะพนักงานสอบสวนอาวุโส
4.7.1.2.2 ดำเนินการสอบสวนคดีอาญาอุกฉกรรจ์หรือคดีสำคัญด้วยตนเอง เช่น
คดีอาญาที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป, คดีชิงทรัพย์ที่มีตัวผู้ต้องหา, คดีวิ่งราวทรัพย์โดยใช้รถจักรยานยนต์และมีตัวผู้ต้องหา, คดีลักทรัพย์ที่มีตัวผู้ต้องหาและขยายผลได้ตั้งแต่ 2 คดีขึ้นไป, คดียักยอกทรัพย์ ฉ้อโกงทรัพย์ที่มีมูลค่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท) ขึ้นไป, คดีประทุษร้ายต่อร่างกายโดยใช้อาวุธปืนและอาวุธสงคราม, คดีความผิดจราจรที่มีผู้บาดเจ็บครั้งละ 10 คนขึ้นไป หรือมีผู้ถึงแก่ความตาย เป็นต้น หรือคดีตามที่ได้รับมอบหมาย
4.7.1.2.3 ร่วมทำการสอบสวนกับรองสารวัตรสอบสวนในคดีที่พิจารณาเห็น
สมควร
4.7.1.2.4 ในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรสอบสวน
4.7.1.2.4.1 เมื่อได้รับแจ้งว่าได้มีเหตุเกิดขึ้นให้ทำการสอบสวน
โดยเร่งด่วน
4.7.1.2.4.2 ในกรณีที่ได้รับแจ้งเหตุทางโทรศัพท์หรือทางอื่นซึ่งผู้แจ้งมิ
ได้มาสถานีตำรวจด้วยตนเอง และเป็นกรณีที่จำเป็นจะต้องตรวจสถานที่เกิดเหตุหรือกรณีที่ผู้แจ้งเหตุจำเป็นซึ่งไม่สามารถมาสถานีตำรวจด้วยตนเองได้ เช่น เจ็บป่วย ให้ออกไปทำการสอบสวนโดยรีบด่วน ในกรณีเช่นนี้การลงบันทึกประจำวันรับแจ้งโดยไม่ต้องให้ผู้แจ้งลงลายมือชื่อเป็นหลักฐาน
4.7.1.2.4.3 เมื่อได้รับแจ้งว่ามีเหตุเกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้น ถ้าเป็นกรณีมี
ระเบียบข้อบังคับกำหนดให้ต้องรายงานหรือพิจารณาเห็นสมควรรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก็ให้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
4.7.1.2.4.4 เมื่อได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว ให้มอบบัตรรับคำร้องทุกข์ให้
กับผู้ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษเพื่อสะดวกในการติดต่อกับพนักงานสอบสวนภายหลัง
4.7.1.2.4.5 เมื่อพ้นจากหน้าที่เข้าเวรสอบสวน ให้รายงานการปฏิบัติให้
หัวหน้าพนักงานสอบสวนทราบ
4.7.1.2.4.6 ในขณะปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรสอบสวน ถ้าจะนัดผู้เสียหายหรือ
พยานในคดีที่เกิดขึ้นในระหว่างเข้าเวรเป็นครั้งคราวนั้น ต้องพิจารณาไม่ให้เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานขณะเข้าเวรสอบสวน และต้องคำนึกถึงความสะดวกของผู้เสียหายหรือพยานที่นัดมา

4.7.1.2.5 ให้ทำสำนวนการสอบสวนที่รับผิดชอบให้แล้วเสร็จตามกำหนด ส่วน
การดำเนินการสอบสวนจะทำในวัน เวลา สถานที่ใดให้เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการสอบสวน โดยพิจารณาถึงความสะดวกของผู้ถูกสอบสวน ไม่ว่าจะเป็นผู้เสียหายหรือพยานด้วยเท่าที่จะสามารถกระทำได้
4.7.1.2.6 การสอบสวนในกรณีที่ต้องมีการสืบสวนหลังเกิดเหตุควบคูไปด้วย
ให้ประสานการปฏิบัติกับผู้มีหน้าที่สืบสวนใกล้ชิดจริงจัง
4.7.1.3 ศึกษาเก็บรวบรวมสถิติข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานสอบสวนและดำเนินคดีและนำ
วิทยาการต่าง ๆ มาใช้ในการสอบสวน
4.7.1.3.1 เก็บรวบรวมสถิติข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รายงานข้อมูลที่ได้ต่อหน้า
พนักงานสอบสวนหรือตามสั่ง
4.7.1.3.2 ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือพนักงานสอบสวน ในการศึกษาเก็บรวบ
รวมข้อมูลและนำวิทยาการต่าง ๆ มาใช้ในการสอบสวนตามที่ได้รับมอบหมาย
4.7.1.4 ร่วมกับกำลังป้องกันปราบปรามทำการตรวจค้น จับกุม
4.7.1.5 การประสานการปฏิบัติงานกับงานอื่น ๆ ในสถานีตำรวจและหน่วยงานอื่น ๆ ที่
เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อผลในการป้องกันปราบปราม
4.7.1.5.1 ประสานกับเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ในสถานี ตำรวจหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยว
ข้องอย่างใกล้ชิดจริงจัง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด
4.7.1.5.2 แจ้งข่าวสารข้อมูลที่พิจารณาเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน
ด้านป้องกันปราบปรามให้กับผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องทราบ หรือรายงานให้หัวหน้าพนักงานสอบสวนทราบตามความเหมาะสม
4.7.1.6 ดำเนินการเพื่อให้ประชาชนให้ความร่วมมือต่อการดำเนินคดี
4.7.1.6.1 สร้างความสัมพันธ์กับประชาชน เพื่อประโยชน์ในการให้ประชาชน
ร่วมมือเป็นพยานในคดีที่เกิดขึ้น
4.7.1.6.2 ให้ความสะดวกแก่ประชาชนที่ให้ความร่วมมือเป็นพยานในคดี
4.7.1.6.3 ปกปิดและให้ความคุ้มครองแก่ประชาชนผู้เป็นพยาน
4.7.1.7 เปรียบเทียบการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท
4.7.1.8 ในช่วงเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่หากมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ให้มีอำนาจมอบหมายให้ผู้ใต้
บังคับบัญชาปฏิบัติหน้าที่อื่นได้ตามความเหมาะสม แต่ทั้งนี้ต้องไม่เสียหายต่อหน้าที่การงานประจำ
4.7.1.9 งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานสอบสวน
4.7.1.10 งานอื่น ๆ ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย
4.7.2 รองสารวัตรสอบสวน
ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกันกับสารวัตรสอบสวน ยกเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ 4.7.1.2.1 –
4.7.1.2.3
ฯลฯ

4.8 สารวัตรสถานีตำรวจ
สถานีตำรวจภูธรใดที่มีสารวัตรสถานีตำรวจเพียงตำแหน่งเดียว ให้สารวัตรสถานีตำรวจมีหน้าที่รับผิด
ชอบงานในสถานีตำรวจ โดยปฏิบัติหน้าที่ของหัวหน้าสถานีตำรวจตามที่กำหนดไว้ในคำสั่งนี้
ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2537

(ลงชื่อ) พลตำรวจเอก ประทิน สันติประภพ
(ประทิน สันติประภพ)
อธิบดีกรมตำรวจ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.ผู้เฒ่า
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 09/01/2008 4:05 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตกใจ คำสั่งสำนักง่านตำรวจแห่งชาติ ที่ 147/2545 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมการกำหนดหน้าที่การงานของตำแหน่งในสถานีตำรวจ
.......................................................................

ตามคำสั่งกรมตำรวจ ที่ 774/2537 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2537
เรื่อง การกำหนดหน้าที่การงานของตำแหน่งในสถานีตำรวจ นั้น
เนื่องจาก คณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจเกี่ยวกับตำแหน่ง ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 6/2541 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2541 อนุมัติให้ตำแหน่งพนักงาน
สอบสวนเป็นตำแหน่งควบปรับเพิ่ม-ลด ได้ในตัวเอง ระดับ (สบ 1) – (สบ 3) และให้ใช้ชื่อตำแหน่ง พนักงานสอบสวน (สบ 1) –(สบ 3)
ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องเหมาะสมกับชื่อตำแหน่งพนักงานสอบสวน
(สบ 1) – (สบ 3) และการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สำนักงานตำรวจ
แห่งชาติ จึงให้เรียกพนักงาน “พนักงานสอบสวนเวร” แทน ร้อยเวรสอบสวน” ที่ใช้อยู่เดิมและให้ยกเลิกความข้อ 4.6.4-4.7.2 ของคำสั่งกรมตำรวจ ที่ 774/2537 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 เรื่อง การกำหนดหน้าที่การงานของตำแหน่งในสถานีตำรวจ เสียทั้งหมดและให้ใช้ข้อความใหม่ดังต่อไปนี้
4.6.4 จัดให้มีพนักงานสอบสวน (สบ 1) – (สบ 3) ทำหน้าที่สอบสวนและเปรียบเทียบโดยระหว่างเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ให้เรียกว่า พนักงานสอบสวนเวร และมีหลักการสำคัญในการจัดดังนี้
4.6.4.1 ให้มีพนักงานสอบสวน (สบ 1) –(สบ 3) เข้าเวรรับผิดชอบงานด้านการรับแจ้งความรับคำร้องทุกข์ หรือกล่าวโทษและดำเนินการสอบสวนเบื้องต้นหรือเปรียบเทียบปรับในจำนวนที่เหมาะสมที่จะให้บริการแก่ประชาชนได้สะดวกรวดเร็ว
4.6.4.2 ให้พนักงานสอบสวน (สบ 1)-(สบ 2) ดำเนินการและรับผิดชอบเกี่ยวกับการผัดฟ้องฝากขัง
4.6.4.3 ให้พนักงานสอบสวน (สบ 1)-(สบ 3) ทำการสอบสวนในเวลาอื่นนอกเหนือจากเวลาที่ปฏิบัติงานตามความเหมาะสม
4.6.4.4 ให้พนักงานสอบสวน (สบ 1)-(สบ 3) มีเวลาปฏิบัติงานและเวลาพักผ่อนตามมาตรฐานการทำงานเท่าที่จะสามารถทำได้
4.6.5 พิจารณามอบหมายคดีให้พนักงานสอบสวน (สบ 1)-(สบ 3) รับผิดชอบดำเนินการตามความเหมาะสม เช่น ความรู้ ความสามารถ ปริมาณงาน โดยถ้าคดีใดสมควรทำการสอบสวนเป็นหมู่หรือคณะก็ให้สั่งการตามสมควร
4.6.6 ปกปิดให้ความคุ้มครองพยาน โดยให้ดำเนินการและกำกับดูแลให้
การปฏิบัติโดยเคร่งครัด
4.6.7 เปรียบเทียบการกระทำความผิดตามกฎหมาย
4.6.8 ร่วมกับกำลังป้องกันปราบปรามทำการตรวจค้นจับกุม
4.6.9 ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานอื่น ๆ
4.6.10 การให้ความรู้และการฝึกอบอมแก่ข้าราชการตำรวจ
4.6.10.1 จัดให้มีและเก็บรวบรวมกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง
ข้อบังคับ และเอกสารที่เป็นประโยชน์ต่องานสอบสวน
4.6.10.2 ดำเนินการให้ผู้ทำหน้าที่สอบสวนมีความรู้ทางการสอบสวน เทคนิค การสอบสวน กฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน
4.6.10.3 ฝึกอบรมให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ ความสามารถ
ความประพฤติระเบียบวินัย เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ โดยการจัดฝึกอบรมเอง หรือขอสนับสนุนจากบุคคลหรือหน่วยงานอื่น
4.6.11 งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานสอบสวน
4.6.12 ในช่วงเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่หากมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ให้มีอำนาจ
มอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติหน้าที่อื่นได้ตามความเหมาะสม แต่ทั้งนี้ต้องไม่เสียหายต่อหน้าที่การงานประจำ
- 3 -
4.6.13 งานอื่น ๆ ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย
4.7 ผู้ปฏิบัติงานสอบสวน
4.7.1 พนักงานสอบสวน (สบ 3)
4.7.1.1 ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนเวร โดยสอบสวนคดี
อาญาทุกประเภท และปฏิบัติงานตามที่หัวหน้างานสอบสวนจัดและมอบหมาย
4.7.1.1.1 ปฏิบัติงานในฐานะพนักงานสอบสวนอาวุโส
4.7.1.1.2 ดำเนินการสอบสวนคดีอุกฉกรรจ์ หรือคดี
สำคัญดังต่อไปนี้ด้วยตนเอง
(1) คดีการลักพาตัวเรียกค่าไถ่
(2) คดีข่มขืนกระทำชำเราและฆ่า
(3) คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษสำหรับยาเสพติด
ให้โทษประเภทที่ 1 และ 2 น้ำหนักตั้งแต่ 1,000 กรัมขึ้นไป ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 3,4 และ 5 น้ำหนักตั้งแต่ 1,000 กิโลกรัม ขึ้นไป
(4) คดีเกี่ยวกับการก่อวินาศกรรม การจลาจลหรือการจารกรรม
(5) คดีเกี่ยวกับพระบรมวงศานุวงศ์ ตั้งแต่ชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไป
ต้องหาคดีอาญา
(6) คดีที่บุคคลในคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ
สมาชิกวุฒิสภาต้องหาคดีอาญา เว้นแต่เป็นคดีลหุโทษหรือคดีที่กระทำโดยประมาท
(7) คดีที่บุคคลใน คณะทูต กงสุล และบุคคลในองค์การสหประชาชาติ
หรือองค์การรัฐต่างประเทศเข้ามาช่วยเหลือราชการในประเทศไทยเป็นผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาคดีอาญา
(Cool คดีผู้พิพากษา ข้าราชการพลเรือนระดับ 8 หรือเทียบเท่าขึ้นไป
หรือข้าราชการทหาร ตำรวจ ตั้งแต่ชั้น พันเอก (พิเศษ) นาวาอากาศเอก (พิเศษ) นาวาเอก (พิเศษ)
พันตำรวจเอก (พิเศษ) ขึ้นไป ถูกจับหรือต้องหาคดีอาญาเว้นแต่เป็นคดีลหุโทษหรือคดีที่กระทำ
โดยประมาท
(9) คดีที่กล่าวหานายตำรวจชั้นสารวัตร มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสีย
(10) ความผิดเกี่ยวกับการใช้อาวุธสงคราม วัตถุระเบิดประกอบ
อาชญากรรมโดยมีผู้ร่วมกระทำผิดตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
- 4 -
(11) คดีก่อความไม่สงบอันเกิดจากคนต่างด้าวจำนวนมาก
(12) คดีที่ทำให้เกิดความเสียหาย ต่อสาธารณูปโภคของประชาชน
เช่นทำลายทางรถไฟ ทำลายโทรเลข โทรศัพท์ ไฟฟ้าหรือประปา เป็นต้น ถ้าการกระทำนั้นรุนแรงเป็นเหตุให้ประชาชนขาดความสะดวกหรือน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ประชาชน
(13) คดีวางเพลิงหรือทำให้ระเบิด เพื่อหวังเงินประกัน หรือที่ก่อ
ให้เกิดความเสียหายตั้งแต่สิบล้านบาทขึ้นไป
(14) คดีที่บุคคลรวมกลุ่มในลักษณะเป็นแก๊งประกอบมิจฉาชีพใน
รูปแบบต่าง ๆ เช่น กลุ่มมือปืนรับจ้าง กลุ่มคนอันธพาล กลุ่มจับคนไปเรียกค่าไถ่ กลุ่มขู่เข็ญเรียกค่าคุ้มครอง กลุ่มค้าอาวุธผิดกฎหมาย กลุ่มค้ายาเสพติดให้โทษ กลุ่มโจรกรรมรถยนต์ กลุ่มลักพระพุทธรูป กลุ่มลักทรัพย์ในอาคาร กลุ่มลักโค กระบือ ช้าง ม้า เครื่องมือการเกษตร หรือกลุ่มบุคคลที่ประกอบการอันเป็นภัยต่อสังคม เช่น กลุ่มจัดหางานโดยหลอกลวงคนทำงาน หรือ หลอกลวงคนไปทำงานต่างประเทศเหล่านี้ เป็นต้น
4.7.1.1.3 ร่วมทำการสอบสวนกับพนักงานสอบสวน (สบ 2) หรือ
พนักงานสอบสวน (สบ 1) คดีที่พิจารณาเห็นสมควร
4.7.1.1.4 ในขณะปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรสอบสวน
(1) เมื่อได้รับแจ้งว่าได้มีเหตุเกิดขึ้น ให้ทำการสอบสวน
โดยเร่งด่วน
(2) ในกรณีที่ได้รับแจ้งเหตุทางโทรศัพท์หรือทางอื่นซึ่งผู้
แจ้งมิได้มาที่สถานีตำรวจด้วยตนเองและเป็นกรณีที่จำเป็นจะต้องตรวจสถานที่เกิดเหตุหรือ กรณี ที่ผู้แจ้งมีเหตุจำเป็นซึ่งไม่สามารถมาสถานีตำรวจด้วยตนเองได้ เช่น เจ็บป่วย ให้ออกไปทำการสอบสวนโดยรีบด่วนในกรณีเช่นนี้ การลงบันทึกประจำวันรับแจ้งโดยให้ผู้แจ้งลงลายมือชื่อเป็นหลักฐาน
(3) เมื่อได้รับแจ้งว่ามีเหตุเกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้น ถ้าเป็น
กรณีที่มีระเบียบข้อบังคับกำหนดให้ต้องรายงาน หรือพิจารณาเห็นสมควรรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก็ให้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
(4) เมื่อได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้วให้มอบบัตรรับคำร้อง
ทุกข์ให้กับผู้ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษเพื่อสะดวกในการติดต่อกับพนักงานสอบสวนภายหลัง
(5) เมื่อพ้นจากหน้าที่เข้าเวรสอบสวนให้รายงานการ
ปฏิบัติให้หัวหน้างานสอบสวนทราบ

- 5 -

(6) ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรสอบสวน ถ้าจะนัดผู้เสีย
หายหรือพยานในคดีที่เกิดขึ้นในระหว่างเข้าเวรเป็นครั้งคราวนั้น ต้องพิจารณามิให้เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในขณะเข้าเวรสอบสวน และต้องคำนึงถึงความสะดวกของผู้เสียหาย หรือพยานที่นัดมา
(7) ให้ทำสำนวนการสอบสวนที่รับผิดชอบ ให้แล้วเสร็จ
ตามกำหนด ส่วนการดำเนินการสอบสวนจะทำในวัน เวลา สถานที่ใดให้เป็นไปตามระเบียบ
ข้อบังคับเกี่ยวกับการสอบสวน โดยพิจารณาถึงความสะดวกของผู้ถูกสอบสวน ไม่ว่าจะเป็นผู้
เสียหาย หรือพยานด้วยเท่าที่จะสามารถกระทำไป
(Cool การสอบสวนในกรณีที่ต้องมีการสืบสวนหลังเกิดเหตุ
ควบคู่ไปด้วย ให้ประสานการปฏิบัติกับผู้มีหน้าที่สืบสวนอย่างใกล้ชิดจริงจัง
4.7.1.2 ศึกษาเก็บรวบรวมสถิติข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานสอบสวน และดำเนิน
คดีและนำวิทยาการต่าง ๆ มาใช้ในการสอบสวน
4.7.1.2.1 เก็บรวบรวมสถิติข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รายงานข้อมูลที่ได้ต่อ
หัวหน้างานสอบสวนหรือตามสั่ง
4.7.1.2.2 ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือหัวหน้างานสอบสวน ในการศึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลและนำวิทยาการต่าง ๆ มาใช้ในการสอบสวนตามที่ได้รับมอบหมาย
4.7.1.3 ร่วมกับกำลังป้องกันปราบปรามทำการตรวจค้น จับกุม
4.7.1.4 การประสานการปฏิบัติงานับงานอื่น ๆ ในสถานีตำรวจและหน่วยงาน
อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดเพื่อผลในการป้องกันปราบปราม
4.7.1.4.1 ประสานกับเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ในสถานีตำรวจหรือหน่วยงาน
อื่นที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดจริงจัง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด
4.7.1.4.2 แจ้งข่าวสารข้อมูลที่พิจารณาเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการ
ปฏิบัติงานด้านป้องกันปราบปราม ให้กับผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องทราบหรือรายงานให้หัวหน้างาน
สอบสวนทราบตามความเหมาะสม
4.7.1.5 ดำเนินการเพื่อให้ประชาชนให้ความร่วมมือต่อการดำเนินคดี
4.7.1.5.1 สร้างความสัมพันธ์กับประชาชน เพื่อประโยชน์ในการให้
ประชาชน ร่วมมือเป็นพยานในคดีที่เกิดขึ้น
- 6 -

4.7.1.5.2 ให้ความสะดวกแก่ประชาชนที่ให้ความร่วมมือเป็นพยานในคดี
4.7.1.5.3 ปกปิดและให้ความคุ้มครองแก่ประชาชนผู้เป็นพยาน
4.7.1.6 เปรียบเทียบการกระทำผิดกฎหมาย
4.7.1.7 ในช่วงเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ หากมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนให้มีอำนาจมอบ
หมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติหน้าที่อื่นได้ตามความเหมาะสม แต่ทั้งนี้ต้องไม่เสียหายต่อหน้าที่การงานประจำและต้องรีบรายงานให้หัวหน้างานสอบสวนทราบในทันที
4.7.1.8 งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานสอบสวน
4.7.1.9 งานอื่น ๆ ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย
4.7.2 พนักงานสอบสวน (สบ 2)
4.7.2.1 ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนเวร โดยสอบสวนคดีอาญาทุก
ประเภทและปฏิบัติงานตามที่หัวหน้างานสอบสวนจัดและมอบหมาย
4.7.2.1.1 ดำเนินการสอบสวน คดีอุกฉกรรจ์หรือคดีสำคัญดังต่อไปนี้
ด้วยตนเอง
(1) คดีอาญาที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป, คดีชิงทรัพย์ที่มี
ตัวผู้ต้องหา, คดีวิ่งราวทรัพย์โดยใช้จักรยานยนต์และมีตัวผู้ต้องหา, คดีลักทรัพย์ที่มีตัวผู้ต้องหาและขยายผลได้ตั้งแต่ 2 คดีขึ้นไป, คดียักยอกทรัพย์ ฉ้อโกงทรัพย์สินที่มูลค่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท) ขึ้นไป, คดีประทุษร้ายต่อร่างกายโดยใช้อาวุธปืนและอาวุธสงคราม, คดีความผิดจราจรที่มีผู้บาดเจ็บครั้งละ 10 คนขึ้นไป หรือมีผู้ถึงแก่ความตายเป็นต้น
(2) คดีอุกฉกรรจ์ หรือคดีสำคัญนอกเหนือจากที่กำหนดให้เป็น
คดีที่ผู้บังคับบัญชา ระดับผู้บังคับการ หรือ รองผู้บังคับการ หรือ ผู้กำกับการ หรือรองผู้กำกับการ ต้องรับผิดชอบทำการสอบสวนด้วยตนเอง
(3) คดีอื่น ๆ ที่ผู้บังคับบัญชาระดับผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ
และผู้กำกับการ สั่งการให้ทำการสอบสวนด้วยตนเอง ซึ่งต้องเป็นคดีนอกเหนือจากที่กำหนดให้เป็นคดีที่ผู้บังคับบัญชาระดับ ผู้บังคับการ หรือ รองผู้บังคับการ หรือ ผู้กำกับการ หรือรองผู้กำกับการ ต้องรับผิดชอบทำการสอบสวนด้วยตนเอง
4.7.2.2 ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกันกับ พนักงานสอบสวน (สบ 3) ในฐานะ

- 7 -

พนักงานสอบสวนเวร ยกเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม ข้อ 4.7.1.1.2(1) –(15) เว้นแต่ในกรณีสถานีตำรวจที่ไม่มีพนักงานสอบสวน (สบ 3) ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ก็ให้พนักงานสอบสวน (สบ 2) ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวแทน
4.7.3 พนักงานสอบสวน (สบ 1)
ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกันกับ พนักงานสอบสวน (สบ 3) และพนักงานสอบสวน (สบ 2) ในฐานะพนักงานสอบสวนเวร ยกเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามข้อ 4.7.1.1.2 (1) – (15) และ ข้อ 4.7.2.1.1(1) – (3)
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545

พลตำรวจเอก
( สันต์ ศรุตานนท์ )
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
กลับไปข้างบน
daddyjiam
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 19/07/2007
ตอบ: 28

ตอบตอบ: 10/01/2008 10:30 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Poke Tounge แต่ว่าคำสั่งที่ 774/2537 ลง 7 ก.ค. 2537และคำสั่งที่ 147/2545 ลง 6 ก.พ. 2545 ก็ถูกยกเลิกหมดแล้วด้วย
คำสั่งสตช.ที่ 655/2550 ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2550
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง เศร้า ร้องไห้ เหงาหงอย โกรธ ลังเล เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




ยิ้มซิ | เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ


การสร้างหน้าเอกสาร: 0.18 วินาที