Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - เป็นความผิด ลักทรัพย์นายจ้างหรือ ยักยอก ฉ้อโกง ครับ
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

เป็นความผิด ลักทรัพย์นายจ้างหรือ ยักยอก ฉ้อโกง ครับ
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
ชาติชาย599
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 26/04/2008
ตอบ: 38

ตอบตอบ: 23/03/2016 4:34 pm    ชื่อกระทู้: เป็นความผิด ลักทรัพย์นายจ้างหรือ ยักยอก ฉ้อโกง ครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ธนาคารกสิกร มาแจ้งความร้องทุกข์ ต่อ พงส.ว่า นาย ก ข และ ค. ซึ่งเป็นพนักงานของธนาคาร มีหน้าที่รับฝากเงิน ของลูกค้า วันศุกร์ นายเอ ลูกค้า นำเงิน หนึ่งแสนบาทมาฝากกับ นาย ก. นาย ก.นำเงินหนึ่งแสนเข้าบัญชีของ นาย เอ หลังจากนาย เอ กลับบ้านไป นาย ก. ข และ ค. ได้ร่วมกัน ทำว่าเงินที่ นาย เอ นำมาฝากจำนวน หนึ่งแสนบาทนั้น เออเลอร์ (หมายถึงทำให้ทางธนาคารเห็นว่า ไม่มีเงินเข้าไป ในบัญชีของ นาย ก. แต่ขณะเดียวกันนั้น สมุดบัญชีของ นาย เอ ก็ยังโชว์ ว่่ามีเงินเข้า หนึ่งแสนบาท ) ต่อมาวันจันทร์ ธนาคารตรวจสอบพบพิรุธ และเรียกทั้งสามคนไปสอบถาม ทั้งสามคนยอมรับว่า เอาเงินที่นาย เอ มาฝาก ไปแทงพนันฟุตบอล แต่ได้นำเงินมาคืนเข้าบัญชี นาย เอ ครบจำนวนแล้ว ธนาคาร เห็นว่า ทั้งสามคนกระทำผิด จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ ต่อ พงส.ให้ดำเนินคดีกับ นาย ก.ข และ ค ในความผิดฐานยักยอก
ขอทราบว่า คดีนี้ ใครเป็นผู้เสียหาย ธนาคาร หรืิอ นาย เอ
จากข้อเท็จจริงข้างต้นนั้น ธนาคารเป็นผู้เสียหาย หรือไม่อย่างไร เพราะเหตุใด
และ จากข้อเท็จจริงข้่างต้น เป็นความผิดในข้อหาใดครับ
ขอถามท่านผู้รู้ครับ

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นายธนาคารใหญ่
บุคคลทั่วไป





ตอบตอบ: 23/03/2016 8:14 pm    ชื่อกระทู้: เป็นความผิด ลักทรัพย์นายจ้างหรือ ยักยอก ฉ้อโกง ครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ธนาคารผู้เสียหาย / ลักทรัพย์นายจ้าง /จัดไป /ผิดสำเร็จแล้ว
กลับไปข้างบน
สากกะเบือ3
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 25/09/2009
ตอบ: 1843

ตอบตอบ: 24/03/2016 10:58 am    ชื่อกระทู้: เป็นความผิด ลักทรัพย์นายจ้างหรือ ยักยอก ฉ้อโกง ครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เห็นด้วย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 1060

ตอบตอบ: 26/03/2016 7:59 am    ชื่อกระทู้: เป็นความผิด ลักทรัพย์นายจ้างหรือ ยักยอก ฉ้อโกง ครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กรณี กขค เป็นพนักงานของธนาคารกสิกร มีหน้าที่รับฝากเงินของลูกค้า ต้องวินิจฉัยว่า เป็นตัวแทนของใคร หรือการกระทำของกขค กระทำในนามของใครหรือไม่ เช่นนี้ กขค กระทำในนามของธนาคาร จึงเป็นตัวแทนของธนาคาร เมื่อรับเงินจากลูกค้า เพื่อฝากเงิน จึงกระทำเป็นตัวแทนหรือในนามของธนาคาร เงินที่รับฝากจึงเป็นของธนาคารที่ตนมีไว้ในครอบครอง เมื่อเบียดบังไปโดยทุจริต เห็นว่า น่าจะเป็นความผิดฐาน"ยักยอก" เช่นนี้ ธนาคารฯ เป็นผู้เสียหาย ไม่ใช่ผู้ฝาก ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 26/03/2016 8:56 am    ชื่อกระทู้: เป็นความผิด ลักทรัพย์นายจ้างหรือ ยักยอก ฉ้อโกง ครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7295/2554

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมประการแรกว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายและมีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลอมใบถอนเงินของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) อันเป็นเอกสารสิทธิขึ้นทั้งฉบับโดยนำแบบฟอร์มใบถอนเงินของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) มาเขียนข้อความและลงลายมือชื่อปลอมของนายสถิตย์ และนายวิโรจน์ เบิกถอนเงินเพื่อให้พนักงานธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเลย หลงเชื่อว่าเป็นเอกสารสิทธิที่แท้จริงที่ผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายและมอบฉันทะให้จำเลยเป็นผู้เบิกถอนเงิน รับเงิน และรับสมุดบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายจากธนาคาร โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเลย และจำเลยใช้และอ้างเอกสารใบถอนเงินที่จำเลยปลอมขึ้น พร้อมสมุดเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเลยของผู้เสียหาย และบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยต่อพนักงานธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเลย เพื่อให้พนักงานธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเลย หลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงที่นายสถิตย์และนายวิโรจน์ ทำขึ้นเพื่อขอเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดเลย โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ดังนี้ การกระทำของจำเลยในการปลอมใบถอนเงินของโจทก์ร่วมย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ร่วมแล้ว และผลการใช้ใบถอนเงินปลอมของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมต้องจ่ายเงินตามใบถอนเงินปลอมให้แก่จำเลย โจทก์ร่วมจึงเป็นบุคคลที่ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และมีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในความผิดฐานดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 30 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ของโจทก์ร่วมนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังขึ้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมประการต่อไปว่า โจทก์ร่วมมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยได้หรือไม่ เพียงใด เห็นว่า เมื่อโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายและได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม โจทก์ร่วมย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 วรรคหนึ่ง คดีนี้โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วม แต่ศาลชั้นต้นมิได้พิจารณาพิพากษาว่าจำเลยต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ร่วมเพียงใด เป็นการไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณาอันเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ แต่เพื่อไม่ให้คดีล่าช้า ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาก่อน เห็นว่า จำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงว่าโจทก์ร่วมได้รับความเสียหายตามคำร้อง ตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551 จึงเห็นควรให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ร่วมตามคำขอ ฎีกาของโจทก์ร่วมข้อนี้ฟังขึ้นเช่นกัน

อนึ่ง การที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์และเอาไปเสียซึ่งเอกสารกับความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมกระทงแรกเป็นความผิดสองกรรม โดยลงโทษฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารและลักทรัพย์กระทงหนึ่งกับลงโทษฐานปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมอีกกระทงหนึ่งนั้น เห็นว่า ยังไม่ถูกต้องเพราะตามพฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยในการลักสมุดบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายและเอาไปเสียซึ่งสมุดบัญชีเงินฝากดังกล่าวแล้วปลอมลายมือชื่อของนายสถิตย์ และนายวิโรจน์ ในใบถอนเงินของโจทก์ร่วม จากนั้นนำใบถอนเงินพร้อมสมุดบัญชีเงินฝากไปแสดงต่อพนักงานของธนาคารโจทก์ร่วมเพื่อขอเบิกถอนเงิน เป็นการกระทำที่มีเจตนามุ่งหมายเพื่อจะให้ได้เงินจากธนาคารโจทก์ร่วมเป็นหลัก ซึ่งแม้การกระทำนั้นๆ จะเป็นความผิด แต่ก็เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท หาได้เป็นความผิดสองกรรมต่างกันดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยไม่ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบด้วยมาตรา 195 วรรคสอง ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง และที่โจทก์ร่วมเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามานั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 253 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ คำขอของผู้เสียหายขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนมิให้เรียกค่าธรรมเนียม จึงเห็นควรคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้แก่โจทก์ร่วม

พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยในความผิดฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารและลักทรัพย์ กับความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมกระทงแรก เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษในความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอม 8 กระทงแล้ว เป็นจำคุก 4 ปี 6 เดือน ให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 273,264.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2550 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้โจทก์ร่วม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4


https://thamaaya.wordpress.com/2015/08/11/%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88/
กลับไปข้างบน
พงส.shadow
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 1060

ตอบตอบ: 26/03/2016 9:15 am    ชื่อกระทู้: เป็นความผิด ลักทรัพย์นายจ้างหรือ ยักยอก ฉ้อโกง ครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ยังสงสัยอยู่ ว่า พนักงานของธนาคารที่มีหน้าที่รับฝากเงิน สมุห์บัญชีธนาคาร ผู้จัดการธนาคาร ตำแหน่งเหล่านี้ อาจยักยอกทรัพย์ได้ ตาม ม.354 ตรวจสอบจากฎีกาดูอีกที ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 1060

ตอบตอบ: 26/03/2016 9:28 am    ชื่อกระทู้: เป็นความผิด ลักทรัพย์นายจ้างหรือ ยักยอก ฉ้อโกง ครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตามนัยฎีกาที่ 496-497/2542 ซึ่งต้องดูข้อเท็จจริง เทียบกับฎีกาที่ 1104/2545 น่าคิด ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 1060

ตอบตอบ: 26/03/2016 9:34 am    ชื่อกระทู้: เป็นความผิด ลักทรัพย์นายจ้างหรือ ยักยอก ฉ้อโกง ครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 496/2542
จำเลยเป็นพนักงานของธนาคารผู้เสียหาย ตำแหน่งเจ้าหน้าที่อำนวยการบริการมีหน้าที่รับฝาก-ถอนเงินให้แก่ลูกค้าของผู้เสียหายตามวันเกิดเหตุโจทก์ร่วมได้นำเงินมอบให้จำเลยเพื่อฝากเข้าบัญชีกระแสรายวันของโจทก์ร่วมที่ธนาคารผู้เสียหาย รวม 9 ครั้งเป็นเงิน 487,810 บาท ในการฝากเงินของโจทก์ร่วม เมื่อโจทก์ร่วมมอบเงินฝากให้จำเลย จำเลยจะเป็นผู้เขียนกรอกข้อความลงในต้นฉบับชุดฝากเงินสด-เช็ค โดยใช้กระดาษคาร์บอนอัดสำเนาแล้วฉีกต้นฉบับไว้และมอบสำเนาให้โจทก์ร่วมเป็นหลักฐานต่อมาจำเลยได้แก้ไขจำนวนเงินที่เป็นตัวเลขและตัวอักษรในต้นฉบับชุดฝากเงินสด-เช็ครวม 5 ฉบับ ให้น้อยลงกว่าจำนวนเงินที่โจทก์ร่วมนำมาฝากจริงแล้วจำเลยนำเอกสารที่จำเลยแก้ไขดังกล่าวพร้อมจำนวนเงินตามเอกสารที่แก้ไขใหม่ให้หัวหน้าหน่วยการเงินตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งเงินเก็บรักษา การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการแก้ไขต้นฉบับชุดฝากเงินสด-เช็คที่แท้จริงเพื่อแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธนาคารผู้เสียหายแล้ว จึงเป็นการปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมทั้ง 5 ฉบับและการที่จำเลยเขียนต้นฉบับชุดฝากเงินสด-เช็คขึ้นใหม่รวม 3 ฉบับ ระบุจำนวนเงินที่เป็นตัวเลขและตัวอักษรให้น้อยลงกว่าจำนวนเงินที่โจทก์ร่วมนำมาฝากแล้วนำเอกสารที่จำเลยแก้ไขดังกล่าวพร้อมจำนวนเงินตามเอกสารที่ทำขึ้นใหม่ให้หัวหน้าหน่วยการเงินตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งเงินเก็บรักษาต่อไป เป็นการทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธนาคารผู้เสียหายแล้ว จึงเป็นการปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมทั้ง 3 ฉบับเช่นเดียวกัน ไม่ใช่เป็นเพียงการปลอมเอกสารธรรมดาเพราะต้นฉบับชุดฝากเงินสด-เช็คมีข้อความแสดงว่าได้รับเงินเพื่อฝากเข้าบัญชีกระแสรายวันของโจทก์ร่วม ย่อมเป็นหลักฐานแห่งการก่อตั้งสิทธิแก่โจทก์ร่วมที่จะเรียกถอนเงินฝากคืนได้เอกสารดังกล่าวจึงเป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(9) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 และฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 จำเลยทำลายต้นฉบับชุดฝากเงินสด-เช็ค 4 ฉบับ อันเป็นหลักฐานของธนาคารผู้เสียหายซึ่งจำเลยจะต้องนำไปลงบัญชีในเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อแสดงยอดเงินฝากของโจทก์ร่วม โดยจำเลยไม่มีสิทธิจะทำลายต้นฉบับดังกล่าว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานทำลายเอกสารของผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 จำเลยได้ยักยอกเงินฝากของโจทก์ร่วมรวม 9 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 140,000 บาท โดยจำเลยได้แก้ไขจำนวนเงินในต้นฉบับชุดฝากเงินสด-เช็ครวม 5 ฉบับ ให้จำนวนเงินน้อยลงกว่าความเป็นจริง และจำเลยได้เขียนต้นฉบับชุดฝากเงินสด-เช็คขึ้นมาใหม่รวม 3 ฉบับ ระบุจำนวนเงินฝากน้อยกว่าจำนวนเงินที่โจทก์ร่วมนำมาฝาก แล้วจำเลยนำเงินลงบัญชีกระแสรายวันของโจทก์ร่วมตามจำนวนเงินในต้นฉบับชุดฝากเงินสด-เช็คที่จำเลยแก้ไขและทำขึ้นใหม่ และการฝากเงินในวันที่เกิดเหตุมีแต่สำเนาชุดฝากเงินสด-เช็คระบุจำนวนเงินฝาก 20,000 บาท แต่จำเลยไม่นำเงินฝากเข้าบัญชีกระแสรายวันของโจทก์ร่วมการที่จำเลยได้เบียดบังเงินจำนวนดังกล่าวไป 9 ครั้งเป็นจำนวนเงิน 140,000 บาท โดยทุจริตจึงเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ การที่จำเลยเป็นพนักงานธนาคารมีหน้าที่รับฝาก-ถอนเงินให้แก่ลูกค้าของธนาคารผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้มีอาชีพอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน จึงต้องรับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 ฎีกาจำเลยที่ว่า โจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์นั้น ไม่ว่าโจทก์ร่วมจะเป็นผู้เสียหายตามที่จำเลยฎีกาหรือไม่เมื่อไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปศาลฎีกาจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.05 วินาที