Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ย้อนรอยฎีกาลิขสิทธิ์ภาพโดเรมอน
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ย้อนรอยฎีกาลิขสิทธิ์ภาพโดเรมอน
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลิขสิทธิ์ ร้านเกม
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
เทพธันเดอร์นครปฐม
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 8124

ตอบตอบ: 04/02/2011 7:35 pm    ชื่อกระทู้: ย้อนรอยฎีกาลิขสิทธิ์ภาพโดเรมอน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3045/2551

แม้ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 มาตรา 3 บัญญัติให้ยกเลิก พ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 และ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 3 บัญญัติให้ยกเลิก พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 แต่ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 78 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาล บัญญัติให้ความคุ้มครองงานอันมีลิขสิทธิ์อยู่แล้วตาม พ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 และ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ในวันที่ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ใช้บังคับ ให้ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ต่อไป เมื่องานสร้างสรรค์ประเภทศิลปกรรมลักษณะงานจิตรกรรมภาพการ์ตูนโดราเอมอนของผู้เสียหายตามฟ้องมีการโฆษณางานครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2512 และเป็นงานที่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 โดยครบกำหนดอายุความคุ้มครองลิขสิทธิ์ 30 ปี นับแต่วันโฆษณาตามพระราชบัญญัติดังกล่าวในวันที่ 1 ธันวาคม 2542 งานดังกล่าวจึงยังไม่สิ้นอายุความคุ้มครองลิขสิทธิ์ในวันที่ 21 มีนาคม 2538 อันเป็นวันที่ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ใช้บังคับ ย่อมได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 เมื่อพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองไว้ในหมวด 1 โดยแบ่งออกเป็น 6 ส่วน เป็นหมวดหมู่ในลักษณะเรียงลำดับต่อเนื่องกันไป การได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ของงานอันมีลิขสิทธิ์อยู่แล้วตาม พ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 จึงหมายความรวมถึงการได้รับความคุ้มครองภายใต้กำหนดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 19 ถึงมาตรา 26 ด้วย เมื่องานสร้างสรรค์ตามฟ้องเป็นกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคลและมีการโฆษณางานดังกล่าวแล้ว จึงมีอายุแห่งความคุ้มครองลิขสิทธิ์ 50 ปี นับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรกตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 19 วรรคท้าย
การวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 78 วรรคหนึ่ง มีความหมายเพียงว่า งานนั้นยังคงได้รับความคุ้มครองต่อไป แต่มิได้มีผลเป็นการขยายอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ให้แก่งานอันมีลิขสิทธิ์นั้น เป็นการตีความยกเว้นมิให้นำบทบัญญัติการให้ความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาใช้บังคับแก่งานอันมีลิขสิทธิ์อยู่แล้วตาม พ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 เพียงส่วนเดียว คือ อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะอายุแห่งความคุ้มครองลิขสิทธิ์เท่านั้นที่ยังคงใช้บทบัญญัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 โดยไม่ปรากฏว่ามีหลักเกณฑ์และเหตุผลพิเศษใดในการแบ่งแยกการให้ความคุ้มครองลิขสิทธิ์เป็นสองพระราชบัญญัติเช่นนั้น นอกจากนี้ยังมีผลเป็นการจำกัดสิทธิในการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ ซึ่งไม่สอดคล้องกับปรัชญาการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่มุ่งส่งเสริมให้มีการสร้างสรรค์งานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยมีค่าตอบแทนเป็นแรงจูงใจในการสร้างสรรค์งาน ทั้งยังไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการบัญญัติ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 และ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ที่เล็งเห็นว่าบทบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 นั้นล้าสมัยและไม่ให้ความคุ้มครองได้กว้างขวางเพียงพอ ส่วนบทบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศที่ได้เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับไม่สอดคล้องกับความใน พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 มาตรา 50 วรรคสอง และพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 78 วรรคสอง ที่บัญญัติโดยใช้ถ้อยคำทำนองเดียวกันกับความในวรรคหนึ่ง อันเป็นเหตุให้งานซึ่งไม่เคยได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติเดิมทั้งสองฉบับได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ภายใต้กำหนดอายุความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ย่อมแสดงให้เห็นว่า การตีความคำว่า "ให้ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้" ใน พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 78 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ต้องเป็นไปในทำนองเดียวกัน คือนำหลักเกณฑ์เรื่องอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามมาตรา 19 ถึงมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาใช้บังคับด้วย เพราะนอกจากจะเป็นการตีความไปตามบริบทของกฎหมายทั้งฉบับแล้ว ยังเป็นการตีความกฎหมายที่สอดคล้องกับหลักการเบื้องต้นเกี่ยวกับการกำหนดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในอนุสัญญากรุงเบอร์นว่าด้วยการคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรมที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกอยู่ด้วย

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เทพธันเดอร์นครปฐม
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 8124

ตอบตอบ: 04/02/2011 7:40 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อันนี้ก็อีกฎีกาหนึ่ง คำพิพากษาฎีกาที่ 3688/2551
http://www.4shared.com/document/Y54lLifc/_3688_2551.html
เป็นการพิพากษาในมิติของภาพจิตรกรรม

นอกจากนี้ยังมี คำพิพากษาฎีกาที่ 5341/2553 จะได้นำมาลงให้ศึกษากันต่อไป


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เทพธันเดอร์นครปฐม เมื่อ 04/02/2011 7:47 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เทพธันเดอร์นครปฐม
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 8124

ตอบตอบ: 04/02/2011 7:46 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5756/2551
พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสงคราม
โจทก์

นายครรชิตหรือแม็ก อุดมผล
จำเลย





พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 22



โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์งานที่นำภาพการ์ตูนโดราเอมอนมาดัดแปลงเป็นงานศิลปะ ใช้ประยุกต์กับวัสดุสิ่งของ เครื่องใช้ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มและนำมาใช้ในทางการค้าลักษณะงานตามฟ้องจึงเข้าลักษณะเป็นงานศิลปประยุกต์ กล่าวคือ เป็นงานที่นำเอางานภาพการ์ตูนไปใช้เพื่อประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือจากการชื่นชมในคุณค่าของตัวงานดังกล่าว โดยนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้าตามนิยามคำว่า “งานศิลปประยุกต์” ในมาตรา 4 แห่งพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ซึ่งมาตรา 22 บัญญัติไว้ว่าลิขสิทธิ์ในงานศิลปประยุกต์ให้มีอายุยี่สิบห้าปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก งานของผู้เสียหายมีการโฆษณางานเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2512 งานดังกล่าวจึงมีอายุการคุ้มครองอยู่ถึงเพียงวันที่ 1 ธันวาคม 2537 ขณะเกิดเหตุในคดีนี้ งานที่นำภาพตัวการ์ตูนโดราเอมอนมาดัดแปลงเป็นงานศิลปะ ใช้ประยุกต์กับวัสดุสิ่งของ เครื่องใช้ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มและนำมาใช้ประโยชน์ทางการค้าตามฟ้องจึงไม่มีลิขสิทธิ์อีกต่อไป

-------------------------------------------------------------------
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kobwis
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/12/2010
ตอบ: 458

ตอบตอบ: 04/02/2011 9:28 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ด้วยความเคารพ ความเห็นของท่านอาจารย์ มีแบบนี้ด้วยครับ

อ้างอิงเอกสารคำพิพากษาจาก
http://paiking.ipbfree.com/index.php?showtopic=5512

สรุปโดยย่อเพื่อความเข้าใจ
พ.ศ.2474 - ไทยออกพ.ร.บ.คุ้มครองลิขสิทธิ์งานวรรณกรรมและศิลปกรรมให้ผลงานมีอายุคุ้มครองลิขสิทธิ์30ปี

1 ธันวาคม 2512 - โดราเอมอน เผยแพร่ทางโฆษณาครั้งแรกที่ญี่ปุ่น นั่นหมายความว่า ในวันที่ 1 ธันวาคม 2542 โดราเอมอนจะหมดอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในประเทศไทย

21 มีนาคม 2538 มีการแก้กฏหมาย(เรียกว่าพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์พ.ศ.2537)โดยเพิ่มอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์จาก30ปีเป็น50ปี โดยให้มีผลย้อนหลังกับที่ได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ของพ.ร.บ.เมื่อปีพ.ศ.2474

1 ธันวาคม 2542 อายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์โดราเอมอน ควรจะหมดไปตามพ.ร.บ.ปี พ.ศ.2474

31 มีนาคม 2550 เวลา 18.30น. ตัวแทนจับลิขสิทธิ์โดราเอมอนได้จับกุมแม่ค้า โดยมีของกลางเป็นเสื้อยืด 11 ตัวและกางเกง 11 ตัว ที่มีสัญลักษณ์โดราเอมอนติดอยู่

29 พฤษภาคม 2550 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพิพากษายกฟ้อง โดยให้เหตุผล โดราเอมอนสิ้นอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพ.ร.บ.อายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์พ.ศ.2474

โจทย์(อัยการ)ยื่นคัดค้าน (ศาลทรัพย์สินทางปัญญาเป็นศาลมีลักษณะพิเศษ หากจำเลยยอมรับสารภาพในศาลชั้นต้น แต่ทางโจทย์ไม่พอใจคำตัดสินใจของศาลชั้นต้น โจทย์จะสามารถยื่นฏีกาได้ ซึ่งเป็นศาลระดับสุดท้าย โดยไม่มีการผ่านชั้นอุทธรณ์)

3 มิถุนายน 2551ศาลฏีกา พิพากษากลับ ให้โดราเอมอนยังได้รับการคุ้มครองเพิ่มไปอีกตามพ.ร.บ.ปีพ.ศ.2537 นั่นหมายความว่า โดราเอมอนจะสิ้นอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ในวันที่ 1 ธันวาคม 2562

มีฎีกาใหม่ ที่ 5351/2553 ลง 1 กรกฎาคม 2553 ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์ กับ นางธัญยธรณ์ ประสานสามัคคี จำเลย พิพากษากลับว่า โดเรมอน ยังมีลิขสิทธิ์อยู่ครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เทพธันเดอร์นครปฐม
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 8124

ตอบตอบ: 04/02/2011 9:54 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ฎีกาที่ยกขึ้นมา นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ผู้ต้องหาเอา ภาพการ์ตูน "โดเรมอน" ไปใส่บนกระเป๋าสตางค์ , เสื้อยืด , กางเกง ทั้งสิ้น ไฉนไม่วินิจฉัยว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรมประเภทศิลปกรรมประยุกต์ แต่กลับไปบอกว่า ละเมิดลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรมประเภทจิตรกรรม

มันทำให้สับสนกันมากว่าอะไรคือศิลปกรรมประยุกต์

ทั้งๆที่คนเรียนกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ย่อมรู้อยู่เต็มอกและสามารถอธิบายได้เต็มปากว่า "ศิลปกรรมประยุกต์" มันหมายถึงอะไร แต่พอมาเจอฎีกาที่มันขัดกับฎีกาที่ 5756/2551(ผมเห็นพ้องกับฎีกานี้นะ) ผมเลยสับสนกับคำว่า "ศิลปกรรมประยุกต์" มากๆเลยครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
crow
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 17/09/2010
ตอบ: 307

ตอบตอบ: 04/02/2011 11:28 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แน่นอนครับว่าผลของคำพิพากษามันต่างกันทั้งๆ ที่องค์ประกอบในข้อเท็จจริงเหมือนกัน แต่มันจะขัดกันหรือไม่ หากดูเผินๆ ก็คงต้องเข้าใจว่ามันขัดกัน แต่ฎีกานี้จะขัดกันหรือไม่ ก็ยังไม่แน่ ดังนั้นผมของตั้งข้อสังเกตุดังนี้ครับ

วิเคราะห์จากฎีกา 5756/2551 จากคำฟ้องของโจกท์ """โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์งานที่นำภาพการ์ตูนโดราเอมอนมาดัดแปลงเป็นงานศิลปะ ใช้ประยุกต์กับวัสดุสิ่งของ เครื่องใช้ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มและนำมาใช้ในทางการค้า""""" ซึ่งโจทก์บรรยายฟ้องว่าเป็นการประยุกต์ใช้ จึงทำให้ศาลเห็นว่าเป็นศิลปะประยุกต์ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่าเป็นการประยุกต์ใช้ ย่อมพิจารณาว่าเป็นศิลปะประยุกต์ แต่เรื่องอายุความในคดีอาญาเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ ศาลก็ยกขึ้นกล่าวอ้างวินิจฉัยเองได้ จึงทำให้ศาลยกฟ้องในเรื่องอายุความของศิลปะประยุกต์

วิเคราะห์จากฎีกา 5451/2553 ซึ่งยังไม่ได้อ่านฎีกา แต่อ่านจากข้อความ
"""""""""สรุปโดยย่อเพื่อความเข้าใจ
พ.ศ.2474 - ไทยออกพ.ร.บ.คุ้มครองลิขสิทธิ์งานวรรณกรรมและศิลปกรรมให้ผลงานมีอายุคุ้มครองลิขสิทธิ์30ปี
1 ธันวาคม 2512 - โดราเอมอน เผยแพร่ทางโฆษณาครั้งแรกที่ญี่ปุ่น นั่นหมายความว่า ในวันที่ 1 ธันวาคม 2542 โดราเอมอนจะหมดอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในประเทศไทย
21 มีนาคม 2538 มีการแก้กฏหมาย(เรียกว่าพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์พ.ศ.2537)โดยเพิ่มอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์จาก30ปีเป็น50ปี โดยให้มีผลย้อนหลังกับที่ได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ของพ.ร.บ.เมื่อปีพ.ศ.2474
1 ธันวาคม 2542 อายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์โดราเอมอน ควรจะหมดไปตามพ.ร.บ.ปี พ.ศ.2474 """""""

ฎีกา 5351/2553 ศาลชั้นต้นยกฟ้องด้วยเหตุอะไร พิจารณากันให้ดีๆ ครับ .....จากข้อความดังกล่าวนั่นหมายความว่าศาลชั้นต้น ไม่ได้พิจารณาอายุความในเรื่องศิลปะประยุกต์อย่างใด เพียงแต่พิจารณาอายุความของงานจิตกรรมดังกล่าวจะคุ้มครองในอายุความ 30 ปี หรือ 50 ปี เหตุที่เป็นเช่นนี้อาจจะเป็นเพราะว่าโจทก์บรรยายฟ้องเป็นอย่างอื่น โดยเจตนาไม่ให้เข้าหลักการพิจารณาว่าเป็นศิลปะประยุกต์ ซึ่งทำให้อายุการคุ้มครองเกิน 25 ปี เพื่อให้ไม่ขาดอายุความ และผู้ต้องหาก็ดันให้การรับสารภาพ ซึ่งเท่ากับว่าจำเลยให้การรับสารภาพทั้งในปัญหาข้อกฎหมายและปัญหาข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์ จึงทำให้ทั้งศาลชั้นต้นและศาลฎีกาพิจารณาว่า งานดังกล่าวเป็นจิตกรรม โดยไม่ได้วินิจฉัยเรื่องศิลปะประยุกต์ ซึ่งผมเห็นว่าฎีกา 5351/2553 เหตุที่ผลของคำพิพากษาศาลฎีกาต่างกันน่าจะมาจากบรรยายฟ้องของโจทก์ประกอบกับคำรับสารภาพของจำเลย มากกว่าการวินิจฉัยว่า งานดังกล่าวเป็นศิลปะประยุกต์หรือไม่ ถ้าจำเลยปฏิเสธ ผมเชื่อว่า ต้องมีการวินิจฉัยเรื่องศิลปะประยุกต์ และผลของคำพิพากษาศาลฎีกาคงไม่เป็นเช่นนี้
ข้อสังเกตุ จากข้อความของท่านkobwis ทั้งศาลชั้นต้นและศาลฎีกา ไม่มีการวินิจฉัยเรื่อง ศิลปะประยุกต์ แต่อย่างใด มีการแต่วินิจฉัยเรื่องการคุ้มครองมีผลย้อนหลังให้ขยายอายุความตามกฎหมายใหม่เท่านั้นเอง
ดังนั้นผมจึงเห็นว่า หลักการวินิจฉัยเรื่องศิลปะประยุกต์ ผมเห็นว่ายังเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใดครับ แม้ผลของคำพิพากษาต่างกัน แต่ฎีกาจะขัดกันหรือไม่ คงต้องนำฎีกา5351/2553 มาให้ชมก่อนครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
สบ๔อีสาน
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ


เข้าร่วมเมื่อ: 24/02/2008
ตอบ: 5073

ตอบตอบ: 05/02/2011 4:36 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านผู้รู้หลายท่านอธิบายไปแล้ว มีเหตุผลตามฎีกาที่รับฟังได้ทั้งสอง อยู่กับการเตรียมคดี การร่างฟ้อง การต่อสู้คดี ผลจึงต่างกัน ไม่ได้ขัดกันแต่อย่างใด สรุปว่า หากภาพตุ๊กตาโดเรม่อนถูกนำไปใช้ประกอบกับวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ลักษณะประยุกต์เล็กๆ น้อย ผู้ซื้อไม่ได้เลือกซื้อเพราะต้องการชื่มชมในคุณค่าของตัวเรม่อน แต่ต้องการซื้อสินค้านั้นเพราะ ปย.ใช้งานอื่น แม้ไม่มีตราโดเรม่อนก็จะซื้อเพื่อนำไปใช้งานจริง ไม่เกี่ยวกับการชื่มชมโดเรม่อนโดยตรง ก็เข้าข่ายศิลปประยุกต์...เช่น แม่ๆ หนูอยากได้หมวกคลุมผมอาบน้ำใหม่ มีหลายหลายลายที่สกรีนไว้ให้เลือกซื้อ เช่น กบเคโระ อุลตร้าแมน คิตตี้ ปิกกาจู ลีโล่สติทซ์ และ โดเรม่อน ลูกชื่นชมภาพโดเรม่อน ผู้ขายผิดหรือไม่ หากผิดเป็นละเมิดลิขสิทธิ์จิตรกรรม ซึ่งมีอายุคุ้มครอง ๕๐ ปี หรือ เป็นศิลปประยุกต์ เกิน ๒๕ ปี หมดอายุคุ้มครองแล้ว เรื่องนี้ ตามฎีกา ๕๑ ก็วินิจฉัยว่า มันเป็นแต่หมวกคลุมผมอาบน้ำ แม้เจาะจงซื้อก็ไม่ใช่มุ่งเน้นคุณค่าในรูปโดเรม่อนโดยตรง เพราะต้องการนำไปใช้เพื่อคลุมผมอาบน้ำจริง ไม่ใช่เอาไปใส่กรอบ ติดฝาผนังบ้านเพื่อโชว์แบบ งานจิตรกรรมโดเรม่อน...แต่ก็จะขัดกับฎีกา ๕๓ ก็เป็นประเภทเสื้อผ้าติดลายการ์ตูนโดเรม่อนเช่นกัน ไม่น่าต่างกันแต่ก็วินิจฉัยต่างกัน เพราะอยู่กับข้อเท็จจริงในการร่างฟ้อง การสู้คดี การนำสืบ ต่างหาก ก็น่าศึกษาถึงแนวทางการต่อสู้ครั้งต่อไปหากมีการจับกุมกันอีก เพราะหาฎีกาอีกสักฎีกามาเป็นแนวทางการทำงาน
.....ข้อเตือนใจ เวลาสอบ บ.ลิขสิทธิ์ต่างๆ ให้ตั้งคำถามเลยว่า
ถาม.....ท่านทราบหรือไม่ว่า งานอันมีลิขสิทธิ์ตามที่ท่านได้รับมอบอำนาจมาแจ้งความร้องทกข์ในคดีนี้นั้น เป็นงานประเภทใด มีอายุคุ้มครองกี่ปี นับแต่เมื่อใด (โฆษณางานครั้งแรกเมื่อไร ที่ใด ขอรับหลักฐานประกอบสำนวน)
ตอบ.....ข้าฯ ไม่ทราบว่าจะเป็นลิขสิทธิ์ประเภทจิตรกรรม หรือ ศิลปประยุกต์กันแน่ ต้องสอบถาม บ.แม่ ที่มอบอำนาจอีกครั้ง
...ส่วนผู้ต้องหา ก็ถามว่า
ถาม.....รู้หรือไม่ว่า ภาพโดเรม่อนเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ และที่นำมาขายนั้น ผู้ซื้อต้องการซื้ออะไร คือ ซื้อสินค้าหมวกคลุม หรือ ซื้อภาพโดเรม่อน
ตอบ....ลูกค้าถามซื้อหมวกคลุมผมอาบน้ำ แบบน่ารักๆ ลายอะไรก็ได้ เมื่อเห็นลายโดเรม่อน ก็ซื้อไปใช้ แต่หากไม่มีก็เลือกลายอื่นให้ได้
....แต่ถ้าข้อเท็จจริงร้านนี้ละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งร้านเลยเช่น สินค้าหมดทั้งร้านมีแต่ลายโดเรม่อน ติดไว้ทุกรายการ แถมป้ายชื่อร้านยังเป็น ร้านโดเรม่อนอีก หรือแม้จะเป็นชื่อร้านตัวเองก็ตาม แต่เข้าไปในร้านแล้ว เพียบเลย อย่างนี้เจตนาชัดเจนว่า ต้องการเอาคุณค่าของตุ๊กตาโดเรม่อนลักษณะชื่มชมคุณค่าในงานโดยตรงมาเพื่อประโยชน์การค้าของตนเองแน่ๆ อายุ ๕๐ ปี แน่นอน
....ส่วนมากที่ถูกจับกุมก็จะเป็นแค่ กิ๊ปติดผมเล็กๆ ๒๐ บาท มีหัวโดเรม่อนเล็กๆ ติดอยู่เท่านั้น ก็ถูกจับแล้ว อย่างนี้ ต้องตีความว่าเป็นแค่ศิลปประยุกต์ครับ ไม่ใช่ ประติมากรรมโดเรม่อน แน่ แม้จะมีรูปนูน สามมิติ เหมือนการปั้นแต่งก็ตาม....ไม่รู้ร้านระบายสีที่ หล่อปูนพลาสเตอร์ตัวโดเรม่อน ให้เด็กฝึกหัดระบายสี ตามงานวัด งานไหม นั้นผิดหรือไม่ น่าสู้คดีเหมือนกันว่า ทั้งร้านก็มีหลายตัว หลายชนิด แล้วแต่ เด็กจะต้องการเลือกการ์ตูนอะไร มาหัดระบายสี ดูเจตนารมณ์แล้ว ก็ไม่น่าจะใช่ว่า เด็กต้องการชื่นชมงานประติมากรรมโดเรม่อนอย่างแท้จริง แต่เขาต้องการชื่นชมการระบายสีน้ำบนตัวตุ๊กตาต่างหาก เผอิญเห็นว่ามีการ์ตูนฉายอยู่ทุกวัน น่ารักดี เสร็จแล้วก็เอาไปตั้งโชว์ที่บ้านอวดพ่อแม่ว่า ระบายสีเก่ง เหมือนของจริงก็เท่านั้นเอง
....สายสืบบางแห่ง จับแม้กระทั่ง ว่าวที่ขายริมทาง แต่วาดรูปโดเรม่อนติดไว้ที่ว่า แล้วตีความว่า เป็นงานอันเป็นจิตรกรรม ดำเนินคดีไป ก็ให้ท่านช่วยกันตัดสินเอาเองว่า น่าจับ น่าฟ้องหรือไม่ ถ้าร้านนั้นมีว่าวที่ว่าเพียง ๒ ตัวกับ ทั้งร้าน มีว่าวนับ ๑๐๐๐ ตัว เน้นขายโดเรม่อนติดว่าว อย่างเดียว ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ๒ เคสนี้ เจตนาต่างกันแน่นอนครับ เพราะกรณีหลังสุด เจ้าของร้านมีเจตนาชื่มชมในคุณค่าของงานจิตรกรรมโดเรม่อนเนื้อๆ แต่ ว่าว ๒ ตัว เจตนาขายว่าว มีลายการ์ตูนน่ารักเป็นหลัก รวมๆ กับ เคโระ สไปเดอร์แมน คิตตี้
....จึงทำให้เห็น ๒ ฎีกา วินิจฉัยต่างกันได้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.ยุดยา
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 07/10/2009
ตอบ: 200

ตอบตอบ: 06/02/2011 9:42 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

นับเป็นคุณูปการจริงๆ ท่านอาจารย์ผู้รู้ทั้งหลาย หากใครได้เข้ามาอ่านได้ความรู้แนวคิด รวมทั้งกึ๋น ด้วย ผมอ่านและคิดเองแล้วงงมาก แต่เมื่อได้อ่านความเห็น และ ข้อสังเหตุของผู้รู้แล้ว รู้สึกภูมิใจแทน พงส.ฯมากครับ
แต่ลองคิดเล่นๆ ถ้าข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้แล้วพนักงานสอบสวนแต่ละที่ วินิฉัยต่างกัน พ่อเจ้าประคูณ....ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น....
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บัณฑิตน้อย
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 23/04/2009
ตอบ: 363

ตอบตอบ: 06/02/2011 12:25 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอมคุณพี่ๆทั้งหลายที่ให้ความรู้เพิ่ม ซึ้ง ซึ้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เทพธันเดอร์นครปฐม
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 8124

ตอบตอบ: 07/02/2011 8:46 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เชิญเสพกับฎีกาเต็มๆปี 2551 และ 2553 ที่ศาลฎีกาวินิจฉัยแต่เฉพาะ"งานจิตรกรรม" โดยไม่เอ่ยถึง "งานศิลปประยุกต์" เลย

http://www.4shared.com/document/xD6hXzXu/_2553.html
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
boxxcatt
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/05/2011
ตอบ: 16

ตอบตอบ: 27/11/2011 2:02 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

งานศิลปประยุกต์ จะแฝงงานจิตรกรรมไว้ด้วย รูปการ์ตูนโดราเอมอน เป็นงานจิตรกรรม เมื่อเจ้าของลิขสิทธิ์นำไปใช้เป็นลวดลายบนกางเกง อันเป็นการนำเอางานจิตรกรรมไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า กางเกงลายการ์ตูนดังกล่าว จึงเป็นงานศิลปประยุกต์

ผู้ที่จะกล่าวอ้างว่าเป็นศิลปประยุต์ คือ เจ้าของลิขสิทธิ์ ถ้าเจ้าของลิขสิทธิ์ ไม่เคยผลิตงานศิลปประยุกต์(กางเกงลายการ์ตูนโดราเอมอน)ออกจำหน่าย จึงไม่มีงานศิลปประยุกต์ ที่จะถูกละเมิด

การที่ผู้อื่นเอารูปการ์ตูนโดราเอมอน ไปใช้เป็นลวดลายบนกางเกง (โดยทำขึ้นเองไม่ใช่โดยเจ้าของลิขสิทธิ์) งานดังกล่าว (กางเกงลายการ์ตูนโดราเอมอน) ไม่ใช่งานศิลปประยุกต์ แต่เป็นงานที่ทำซ้ำหรือดัดแปลงงานจิตรกรรมรูปการ์ตูนโดราเอมอน ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์งานจิตรกรรมรูปการ์ตูนโดราเอมอนไม่ใช่ละเมิดลิขสิทธิ์งานศิลปประยุกต์

เมื่อโจทก์ตั้งรูปคดีว่าละเมิดงานจิตรกรรม จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลต้องพิพากษาลงโทษตามที่ฟ้องเพราะงานยังอยู่ในอายุการคุ้มครอง

ถ้าโจทก์ตั้งรูปคดีว่าละเมิดงานศิลปประยุกต์ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลต้องยกฟ้องเพราะขาดอายุการคุ้มครองแล้ว และจะฟังลงโทษฐานละเมิดงานจิตรกรรม ไม่ได้เพราะโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องไว้

คำพิพากษาศาลฎีกาทั้งสองเรื่องไม่ขัดแย้งกัน

จำเลยส่วนมากจะเข้าใจผิดว่าเป็น งานศิลปประบุกต์ เป็นความเข้าใจที่ผิด ถ้าจะต่อสู้คดีว่า งานที่ตนเองละเมิดนั้นเป็นงานศิลปประยุกต์

งานศิลปประยุกต์จะเกิดขึ้นต่อเมื่อ "เจ้าของลิขสิทธิ์" เอางานศิลปกรรมไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า แล้วจำเลยก็อปปี้งานนั้น อย่างนี้เรียกว่า ละเมิดศิลปประยุกต์

แต่ถ้า เจ้าของลิขสิทธิ์ ไม่เคยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานศิลปประยุกต์มาก่อน หรือไม่เคยมีการออกจำหน่ายในรูปแบบนั้น จึงไม่ใช่การละเมิดลิขสิทธิ์งานศิลปประยุกต์

การที่จำเลยเอารูปการ์ตูน(งานจิตรกรรม)ไปใช้เป็นลวดลายบนกางเกงนั้น ไม่ได้ทำให้ กางเกงลายการ์ตูนโดราเอมอนที่จำเลยกระทำขึ้น กลายเป็นงานศิลปประยุกต์ไปได้ เพราะไม่ใช่งานที่เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นผู้ทำขึ้นมาก่อน แต่เป็นการเอางานจิตรกรรม(รูปการ์ตูนโดราเอมอน)ไปทำซ้ำหรือดัดแปลง งานดังกล่าวจึงเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์งานจิตรกรรม เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่าละเมิดลิขสิทธิ์งานจิตรกรรม จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลฟังลงโทษจำเลยได้

อย่าลืมว่า งานศิลปประยุกต์ มีงานจิตรกรรมแฝงอยู่ด้วยเสมอ ฉะนั้น จึงอยู่ที่โจทก์จะเลือกตั้งรูปคดีอย่างใดด้วย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๗๕๖/๒๕๕๑ โจทก์เลือกใช้ งานศิลปประยุกต์ ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๖๙๒/๒๕๕๑ และที่ ๕๓๔๑/๒๕๕๓ โจทก์เลือกใช้ งานจิตรกรรม คำพิพากษาทั้งสองจึงไม่ได้ขัดแย้งกันแต่อย่างใด
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 06/10/2014 3:16 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรียนสอบถาม เกี่ยวกับแนวคำพิพากษาของศาลฎีกาให้การคุ้มครองสิทธิ กรณีมีการก่อสร้างอาคารสูงซึ่งส่งผลกระทบต่อสุนทรียภาพของการดำรงชีวิตของประชาชนและครอบครัวชุมชน ผู้ได้รับผลกระทบสามารถใช้สิทธิทางศาลเพื่อฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทน
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 26/09/2015 9:41 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านสบ 4 อิสาน แน่ใจหรือว่าท่านตีความอย่างนั้นถูกต้อง

โดเรม่อน เป็นภาพวาด เป็นจิตรกรรม. การที่ผู้อื่นเอาภาพวาดที่มีลิขสิทธิ์จิตรกรรม. ไปติดเสือ กระเป๋า ออกขาย. ก็คือการเอาลิขสิทธ์จิตรกรรมโดเรม่อน. ไปทำซ้ำ โดยเจ้าของลิขสิทธิไม่อนุญาติ เพื่อการค้า. มันก็เป็นการละเมิด ลิขสิทธ์จิตรกรรมโดเรม่อน. ไม่ใช่ละเมิดลิขสิทธ์ศิลปะกรรมประยุกต์.

เพราะเจ้าของลิขสิทธ์ภาพโดเรม่อนอันเป็นจิตรกรรม. ไม่ได้ทำเสื้อ ทำกางเกงรูปโดเรม่อน อันเป็นศิลปประยุกต์ออกขาย. จึงไม่มีการละเมิดลิขสิทธ์ศิลปประยุกต์
กลับไปข้างบน
สบ๔อีสาน
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ


เข้าร่วมเมื่อ: 24/02/2008
ตอบ: 5073

ตอบตอบ: 27/09/2015 12:41 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เมื่อ ๕ กพ.๒๐๑๑...เคยแยกแยะอธิบายไว้แล้ว
อยากให้ พงส.สนใจ ใส่ใจกับอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ศิลปกรรมประเภทจิตรกรรม กับ ประเภทศิลปประยุกต์ เท่านั้นเอง...ซึ่งสำคัญในการวินิจฉัยแยกแยะเบื้องต้น..โจทย์ลอกเอาลักษณะของกลางทั้งสองคดี สองฎีกา ไปถาม ไม่ได้ตกแต่งให้ผิดเพี้ยนแต่อย่างใด
....ถือว่าข้อสอบข้อนี้ พวกเราชาวเวปสอบสวน ๕๙๙ ได้เสวนากันมาแตกฉานแล้วถึง ๔ ปี ล่วงหน้า.....เฉกเช่นฎีกาเก็งๆ กันทั่วไปในการสอบ เนติบัณฑิต อัยการ ผู้พิพากษา..ก็ล้วนเก็ง ล้วนคุยกันมาก่อนสอบอยู่เนืองๆ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 27/09/2015 8:12 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อนี้แค่ 20 คะแนน
ไม่มีใครเขาทักท้วง หรอกครับ
เพราะมันเป็นฎีกา อ้างอิงที่มาที่ไปได้
จริงๆ ไม่สนใจ ไม่ทำข้อสอบข้อนี้ ก็ยังสอบผ่าน
แต่เรื่อง ระเบียบเกี่ยวกับของกลาง 60 คะแนน
แล้ว มโน ว่าเป็นเรื่องการบริหารการสอบสวน
เรื่องนี้ต่างหากที่เขาโต้แย้งกัน
ทั้งที่เป็นระเบียบ และเก่ามากๆ
บางอย่างก็ใช้บังคับในทางปฏิบัติไม่ได้
เพราะมีกฎหมาย เช่น ป.วิ อาญาม 85/1
แก้ไขใหม่ ออกมาบังคับใช้
กลับไปข้างบน
plein6147
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 24/08/2010
ตอบ: 435

ตอบตอบ: 27/09/2015 10:10 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การเดินแบบเสื้อผ้าไม่ใช่งานอันมีลิขสิทธิ์(คดีลูกเกตุเมทินี)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3332/2555

โจทก์ นางสาวเมทินี กิ่งโพยม กับพวก

จำเลย บริษัทแดพเพอร์เจ็นเนอรัลอะแพเร็ล จำกัด กับพวก

พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ฯ (มาตรา 4, 6, 15, 32, 33, 34, 36, 42, 43, 44, 52, 53, 69)



โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดสิทธิของนักแสดงของโจทก์ทั้งสองเพื่อประโยชน์ทางการค้าของจำเลยที่ 1 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ทั้งสอง ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย เป็นค่าขาดประโยชน์หรือค่าตอบแทนจากการถ่ายแบบรวมทั้งค่าเสียหายต่อชื่อเสียงเกียรติคุณและภาพพจน์โจทก์ทั้งสองเป็นเงินคนละ 1,000,000 บาท ค่าขาดโอกาสในการรับงานแสดงแบบคนละ 500,000 บาท และจำเลยที่ 2 กับที่ 3 ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 ทั้งรู้เห็นหรือเห็นชอบในการกระทำของจำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดด้วยโจทก์ทั้งสองได้มีหนังสือทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสาม

ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสองคนละ 1,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยที่ 1 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินแก่โจทก์ทั้งสองคนละ 80,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนักถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปตามที่โจทก์ทั้งสองขอไปจนกว่าจะชำระเสร็จกับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง และให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า"ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังได้ยุติว่า จำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด โดยมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นกรรมการ โจทก์ทั้งสองประกอบอาชีพเป็นนางแบบ นักแสดง และผู้นำเสนอสินค้า เมื่อระหว่างวันที่ 6 ถึง 9 พฤศจิกายน 2546 โจทก์ทั้งสองรับจ้างบริษัทโปรดั๊กชั่น สตอรี่ จำกัด เดินแบบแฟชั่นในงานแอล บางกอก แฟชั่น วีค 2003 ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม กรุงเทพมหานครโจทก์ทั้งสองเดินแบบเสื้อผ้าหลายยี่ห้อ รวมทั้งของจำเลยที่ 1 ยี่ห้อ "แด็พเพอร์" ด้วย ต่อมาเดือนมกราคม 2547 โจทก์ทั้งสองทราบว่าจำเลยที่ 1 นำภาพถ่ายการเดินแบบ

ของโจทก์ทั้งสองไปลงโฆษณาในนิตสารแอล หน้า 226, 227 นิตยสารดิฉันหน้า 196, 197 นิตยสารเปรียว หน้า 114, 115 นิตยสารไฮ หน้า 202, 203 โดยมีการโฆษณาชื่อร้าน จำนวน สาขา และระบุสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของจำเลยที่ 1 ด้วย

พิเคราะห์แล้ว เห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 เป็นประการแรกว่า การที่โจทก์ทั้งสองแสดงการเดินแบบเสื้อผ้าตามคำฟ้องทำให้โจทก์ทั้งสองมีสิทธิของนักแสดงหรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า นักแสดงหรือผู้แสดงต้องแสดงในสิ่งซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์เท่านั้นจึงจะได้สิทธิของนักแสดงที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 44 เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 บัญญัติคุ้มครองสิทธิของนักแสดงไว้ในมาตรา 44 ว่า"นักแสดงย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวในการกระทำอันเกี่ยวกับการแสดงของตน ดังต่อไปนี้

(1) แพร่เสียงแพร่ภาพ หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งการแสดง เว้นแต่จะเป็นการแพร่เสียง แพร่ภาพหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนจากสิ่งบันทึกการแสดงที่มีการบันทึกไว้แล้ว (2) บันทึกการแสดงที่ยังไม่มีการบันทึกไว้แล้ว (3) ทำซ้ำซึ่งสิ่งบันทึกการแสดงที่มีผู้บันทึกไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนักแสดงหรือสิ่งบันทึกการแสดงที่ได้รับอนุญาตเพื่อวัตถุประสงค์อื่นหรือสิ่งบันทึกการแสดงที่เข้าข้อยกเว้นการละเมิดสิทธิของนักแสดงตามมาตรา 53 " และมาตรา 4 บัญญัติบทนิยายคำว่า "นักแสดง" หมายความว่า ผู้แสดง นักดนตรี นักร้อง นักเต้น นักรำ และผู้ซึ่งแสดงท่าทาง ร้อง กล่าว พากย์ แสดงตามบทหรือในลักษณะอื่นใด จากบทบัญญัติ 2 มาตราดังกล่าวนี้ เห็นได้ว่า

กฎหมายบัญญัติไว้โดยชัดเจนเฉพาะความหมายว่า บุคคลเช่นใดบ้างที่ถือว่าเป็นนักแสดงและบัญญัติคุ้มครองโดยให้สิทธิในส่วนการกระทำเกี่ยวกับการแสดงของตน โดยมิได้บัญญัติให้ชัดเจนว่าสิ่งที่แสดงและได้รับความคุ้มครองคืออะไร อย่างไรก็ตามในเรื่องการกระทำอันเกี่ยวกับการแสดงของนักแสดงนี้ย่อมถือเป็นสาระสำคัญแห่งสิทธิของนักแสดงดังกล่าว และเป็นไปไม่ได้ที่จะแปลความเป็นว่า ไม่ว่านักแสดงจะกระทำอะไรก็ได้สิทธิของนักแสดงในส่วนเกี่ยวกับการกระทำนั้นทั้งหมดโดยไร้ขอบเขต ดังนี้ จึงต้องตีความถึงลักษณะของการกระทำอันเกี่ยวกับการแสดงของนักแสดงนี้ให้ต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมายในการให้ความคุ้มครองสิทธิของนักแสดงและการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ ซึ่งสามารถพิจารณาได้จากบทกฎหมายและเหตุผลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

โดยในเบื้องต้นเมื่อพิจารณาบทกฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่เคยมีมาแต่เดิมไม่ได้บัญญัติให้การคุ้มครองแก่สิทธิของนักแสดงไว้ เพิ่งนำมาบัญญัติให้การคุ้มครองครั้งแรกภายใต้พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันนี้ ส่อแสดงให้เห็นว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่จะให้การคุ้มครองสิทธิของนักแสดงในลักษณะที่เกี่ยวกับลิขสิทธิ์นั่นเอง โดยในส่วนการคุ้มครองลิขสิทธิ์นั้นมีบทบัญญัติที่สำคัญในมาตรา 15 ที่บัญญัติให้เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิแต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภายยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์

อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ และในมาตรา 6 วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติจำกัดขอบเขตของลิขสิทธิ์ให้มีเฉพาะในงานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ ของผู้สร้างสรรค์ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบอย่างใด ซึ่งย่อมเห็นได้ว่ากฎหมายนี้ มีเจตนารมณ์ให้การคุ้มครองลิขสิทธิ์เพื่อส่งเสริมให้บุคคลคิดสร้างสรรค์งานประเภทต่างๆ ดังกล่าวเพื่อประโยชน์แก่สังคมที่จะได้ใช้ประโยชน์จากงานสร้างสรรค์อันมีลิขสิทธิ์

เหล่านี้ได้ แต่ก็ต้องให้ประโยชน์โดยคุ้มครองผู้สร้างสรรค์งานหรือผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิแต่ผู้เดียวในการกระทำการ เพื่อหาประโยชน์เท่าที่กฎหมายระบุไว้ในมาตรา 15 และมีขอบเขตจำกัดเฉพาะงานต่างๆ เท่าที่ระบุไว้ในมาตรา 6 เท่านั้น ทั้งนี้เพื่อมิให้กระทบสิทธิของสาธารณชนอื่นเกินสมควร ส่วนกรณีสิทธิของนักแสดงนั้น เมื่อพิจารณาจากบทนิยามตามมาตรา 4 ดังกล่าวจะเห็นได้ว่าบุคคลที่จะได้สิทธิของนักแสดงแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกได้แก่ ผู้แสดง นักดนตรี นักร้อง นักเต้น และนักรำ ส่วนกลุ่มที่สองได้แก่ ผู้ซึ่งแสดงท่าทาง ร้อง กล่าว พากย์ แสดงตามบทหรือลักษณะอื่นใด ซึ่งในกลุ่มแรกนั้นบุคคลผู้เป็นนักดนตรีก็ดี นักร้องก็ดี ย่อมเห็นได้ชัดว่า

โดยสภาพแล้วสิ่งที่นักดนตรีและนักร้องจะแสดงออกให้ปรากฏต่อผู้อื่นก็คือการเล่นดนตรีและการร้องเพลงอันเป็นงานดนตรีกรรมตามบทบัญญัตินิยามในมาตรา 4 คำว่า "ดนตรีกรรม" นั่นเอง ส่วนนักเต้นและนักรำเมื่อพิจารณาประกอบกับบทนิยามในมาตรา 4 คำว่า "นาฏกรรม" หมายความว่า งานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่าหรือการแสดงที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว และให้หมายความรวมถึงการแสดง โดยวิธีใบ้ด้วย ก็เห็นได้ว่า งานนาฏกรรมนี้เป็นงานที่นักเต้นและนักรำใช้สำหรับการแสดงของตนนั่นเอง คงมีแต่ในส่วนบุคคลซึ่งผู้แสดงในกลุ่มแรก รวมทั้งผู้ซึ่งแสดง

ในกลุ่มที่สองด้วยที่ยังอาจไม่ชัดเจนว่าต้องแสดงสิ่งใด แต่เมื่อพิจารณาเทียบเคียงกับกรณีนักดนตรี นักร้อง นักเต้นและนักรำดังกล่าว ก็น่าจะมีลักษณะเป็นทำนองเดียวกันทั้งหากพิจารณาถึงเหตุผลที่ควรให้การคุ้มครองลิขสิทธิของนักแสดงภายใต้กฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์แล้วจะเห็นได้ว่านักแสดงนั้นหากปรากฏว่าเป็นผู้สร้างสรรค์หรือเจ้าของงานอันมีลิขสิทธิ์ เช่น งานดนตรีกรรม งานนาฏกรรม หรืองานวรรณกรรมบทละคร ก็ย่อมเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ได้รับความคุ้มครองในส่วนงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ตนสร้างสรรค์หรือเป็นเจ้าของอยู่แล้ว แต่หากนักแสดงนั้นมิใช่ผู้สร้างสรรค์งาน

หรือเจ้าของลิขสิทธิ์เองโดยเป็นเพียงผู้นำงานอันมีลิขสิทธิ์เช่นว่านั้นมาแสดง เช่นการเล่นดนตรีหรือร้องเพลงที่เป็นงานดนตรีกรรม หรือเต้นหรือรำจากท่าเต้นท่ารำที่เป็นงานนาฏกรรม ย่อมเป็นผู้นำเสนองานดังกล่าวให้ปรากฏต่อผู้อื่น หรืออาจถือได้ว่า เป็นผู้นำคุณค่าของงานดังกล่าวมาแสดงให้บุคคลอื่นได้ชื่นชม นับได้ว่าเป็นบุคคลที่ทำหน้าที่อันสำคัญเพื่อประโยชน์ในการแสดงออกซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์ จึงมีเหตุผลอันสมควรให้การคุ้มครองแก่นักแสดงเช่นว่านี้ต่อเนื่องเพิ่มขึ้นจากการคุ้มครองผู้สร้างสรรค์หรือเจ้าของงานอันมีลิขสิทธิ์ นอกจากนี้เมื่อพิจารณาบทมาตราในการให้การคุ้มครองสิทธิของนักแสดงตามมาตรา 44 ดังกล่าวข้างต้นตามมาตรา 44 (1) นักแสดงมีสิทธิแต่ผู้เดียวในการกระทำเกี่ยวกับการแสดงของตนในการแพร่เสียง แพร่ภาพหรือเผยแพร่ต่อาธารณชนซึ่งการแสดง ไม่รวมถึงการแพร่เสียงแพร่ภาพหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนจากสิ่งบันทึกการแสดงที่มีการบันทึกไว้แล้ว ส่วนตามมาตรา 44 (2) และ (3) เป็นสิทธิเกี่ยวกับการบันทึกการแสดงที่ยังไม่มีการบันทึกการแสดงไว้แล้ว และการทำซ้ำสิ่งบันทึกการแสดง ซึ่งโดยเฉพาะกรณีตามมาตรา 44 (3) สิทธิการทำซ้ำซึ่งสิ่งบันทึกการแสดงเข้าข้อยกเว้นการละเมิดสิทธิของนักแสดงตามมาตรา 53 นั้น เมื่อพิจารณามาตรา 53 ก็จะเห็นได้ว่า เป็นบทบัญญัติให้นำเหตุยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 36 มาตรา 42 และมาตรา 43 มาใช้บังคับแก่สิทธิของนักแสดงโดยอนุโลม ก็เป็นบทบัญญัติที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันระหว่างสิทธิของนักแสดงกับงานอันมีลิขสิทธิ์ เช่น กรณีตามมาตรา 32 วรรคสอง บัญญัติไว้ใน (5) และ (6) กรณีมีการนำงานอันมีลิขสิทธิ์มานำออกแสดงที่มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือกรณีตามที่มาตรา 36 บัญญัติถึงการนำงานนาฏกรรมหรือดนตรีกรรมออกแสดงเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชนตามความเหมาะสม โดยมิได้จัดทำขึ้นหรือดำเนินการเพื่อหากำไรเนื่องจากการจัดให้มีการเผยแพร่ต่อสาธารณชนนั้นและมิได้จัดเก็บค่าเข้าชม และนักแสดงไม่ได้รับค่าตอบแทนในการแสดงนั้น มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หากเป็นการดำเนินการโดยสมาคม มูลนิธิ หรือองค์การอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสาธารณากุศล การศึกษา การศาสนา หรือสังคมสงเคราะห์ และได้ปฏิบัติตามมาตรา 32 วรรคหนึ่ง นั้น หากมีการบันทึกการแสดงนี้ไว้ ก็ไม่ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของนักแสดงตามมาตรา 44 (1) และ (2) แต่นักแสดงยังคงมีสิทธิแต่ผู้เดียวในการทำซ้ำสิ่งบันทึกการแสดงที่ได้รับยกเว้นไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และสิทธิของนักแสดงดังกล่าว ซึ่งเห็นถึงความเกี่ยวเนื่องกันของงานอันมีลิขสิทธิ์และสิทธิของนักแสดงได้ชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้นพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง ยังบัญญัติให้การกระทำที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของนักแสดงตามมาตรา 52 เป็นความผิดและมีโทษทางอาญาที่ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และหากเป็นกรณีตามวรรคสองเมื่อเป็นการกระทำเพื่อการค้าต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปีหรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงจำเป็นต้องตีความการมีสิทธิของนักแสดงโดยต้องคำนึงถือสิทธิที่ควรเป็นเรื่องอันสำคัญอันมีเหตุผล

ที่จะให้การคุ้มครองโดยมาตรการทางอาญาดังกล่าว และต้องตีความโดยเคร่งครัด ดังนี้

ย่อมไม่มีเหตุผลที่จะตีความว่านักแสดง แสดงสิ่งใดก็ได้สิทธิอย่างไม่มีข้อจำกัด และย่อม

เป็นไปไม่ได้ที่กฎหมายจะไม่มีบัญญัติถึงลักษณะของการกระทำอันเกี่ยวกับการแสดงของนักแสดงอันเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งที่กฎหมายให้ความคุ้มครองไว้ตามมาตรา 44 เว้นแต่จะถือว่าเป็นกรณีที่มีบทบัญญัติอื่นบัญญัติไว้แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การที่พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ไม่ได้บัญญัติลักษณะการกระทำอันเกี่ยวกับการแสดงของนักแสดงตามมาตรา 44 ไว้ให้ชัดเจนโดยเฉพาะ ก็เป็นเพราะพระราชบัญญัติฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่ถือว่าการกระทำอันเกี่ยวกับการแสดงของนักแสดงนั้น ต้องเป็นการกระทำที่เป็นการแสดงงานอันมีลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะงาน

ดนตรีกรรม งานนาฏกรรมและงานวรรณกรรมที่มีลักษณะทำนองเป็นบทพากย์ บทละครหรือบทที่ใช้แสดงอื่นใดอันอาจสำมาให้บุคคลที่ถือเป็นนักแสดงตามบทนิยามมาตรา 4 แสดงนั่นเอง เพราะลักษณะหรือหลักเกณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับงานเหล่านี้ ล้วนมีบัญญัติไว้ในส่วนที่เกี่ยวกับงานอันมีลิขสิทธิ์แล้วทั้งสิ้น จึงไม่จำเป็นต้องบัญญัติซ้ำสำหรับใช้กับกรณีสิทธิของนักแสดงอีก จากบทกฎหมายและเหตุดังวินิจฉัยมาข้างต้น จึงเห็นได้ว่า การได้สิทธิของนักแสดงที่จะได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 นั้น ต้องมีองค์ประกอบที่บุคคลที่จะแสดงนั้นเป็นไปตามบทนิยาม คำว่า นักแสดงในมาตรา 4 สิ่งที่แสดงหรือการกระทำอันเกี่ยวกับการแสดง

ของนักแสดงที่จะได้รับความคุ้มครองนั้นต้องเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ด้วยเท่านั้น แต่คดีนี้ตามคำฟ้องโจทก์ทั้งสองมิได้บรรยายฟ้องแสดงให้เห็นเป็นประเด็นให้วินิจฉัยว่า การแสดงการเดินแบบเสื้อผ้าตามฟ้องมีการทำท่าที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราวในลักษณะงานอันมีลิขสิทธิ์ประเภทนาฏกรรมอย่างไร จึงไม่อาจพิจารณาวินิจฉัยและฟังว่าการแสดงการเดินแบบนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ประเภทนาฏกรรมโดยตัวเองหรือเป็นการแสดงงานอันมีลิขสิทธิ์ประเภทนาฏกรรมอยู่แล้ว ดังนี้แม้โจทก์ทั้งสองจะเป็นนักแสดงหรือผู้แสดงท่าทางในการเดินแบบ ก็ยังไม่อาจถือได้ว่าได้สิทธิของนักแสดง จึงไม่อาจฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ละเมิดสิทธิของนักแสดงของโจทก์ทั้งสอง และไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์

ข้ออื่นของจำเลยที่ 1 และอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองอีกต่อไป ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาพิพากษาให้จำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ทั้งสองศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำหรับจำเลยที่ 1 เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

(ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร - อร่าม เสนามนตรี - ปริญญา ดีผดุง)

หมายเหตุ

เกี่ยวกับนักแสดงนั้น น่าจะกล่าวได้ว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดหรือนำเสนองานสร้างสรรค์อันมีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นการนำเสนอในรูปแบบของการแสดง การร้อง การเต้น การรำ การแสดงท่าทางตามบทหรือแสดงออกในลักษณะอื่นใด ตลอดจนนักดนตรีก็ถือว่าเป็นนักแสดงเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สิทธิของนักแสดงก็เพิ่งได้รับการยอมรับ และมีการคุ้มครองหลังจากมีการพัฒนากฎหมายลิขสิทธิ์มากขึ้นในช่วงหลัง โดยมีการบัญญัติไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธินักแสดงไว้ในฐานะเป็นสิทธิข้างเคียง (neighbouring right) เพื่อให้มีการคุ้มครองสิทธิประโยชน์นักแสดง แม้จะมีการนิยามความหมายของนักแสดงไว้ แต่ในความรู้สึกหรือความเข้าใจของคนทั่วไปหรือแม้แต่ผู้แสดงหรือนักแสดงเองก็ยังเข้าใจไปในทำนองที่ว่า เมื่อมีการแสดงออกท่าทาง

อย่างไรออกไป สิ่งที่แสดงออกไปก็เป็นงานสร้างสรรค์อันมีลิขสิทธิ์ หรืออย่างน้อยก็มีสิทธินักแสดง ซึ่งกรณีจะเป็นไปดังกล่าวหรือไม่นั้นต้องพิจารณารายละเอียดต่างๆ ที่กฎหมายบัญญัติไว้ หากนักแสดงคิดท่าทางการแสดงไม่ว่าจะเป็นการเดิน การรำ การร้อง ทำท่าทางแสดงออกที่มีลักษณะเฉพาะพิเศษไม่เหมือนใคร งานสร้างสรรค์ที่จะนำเข้ามาจับหรือบ่งชี้ว่าจะมีความใกล้เคียงกับการมีลิขสิทธิ์หรือไม่ก็คือ งานดนตรีกรรม กับงานนาฏกรรม จึงต้องไปพิจารณาดูความหมายโดยรวมทั้งสองงานดังกล่าว ซึ่งในแง่ของงานดนตรีกรรมอาจจะเข้าใจได้ไม่ยากนัก ส่วนงานนาฏกรรมนั้น มีเงื่อนไขสำคัญอยู่ที่การแสดงนั้นต้องเป็นการแสดงที่ประกอบซึ่งเป็นเรื่องราว ไม่ใช่ทำท่าทางแสดงออกอย่างไรก็เป็นการแสดงไปเสียทั้งหมด ดังนั้น หากจะกล่าวถึงสิทธิของนักแสดงล้วนๆ ไม่ใช่นักแสดงในฐานะผู้สร้างสรรค์งานด้วย ก็คงต้องพิจารณาดูที่ว่า เป็นการแสดงออก

หรือถ่ายทอดงานอันมีลิขสิทธิ์หรือไม่ แต่ถ้าหากเป็นผู้แสดงด้วย เป็นผู้สร้างสรรค์งานที่แสดงออกมาด้วย ก็ต้องพิจารณาดูที่ว่างานนั้นอยู่ในสถานะของงานที่มีลิขสิทธิ์หรือไม่ เป็นงานสร้างสรรค์ประเภทใด ลำพังเพียงการเดินแบบเสื้อผ้าโดยไม่ปรากฏว่ามีการแสดงประกอบเป็นเรื่องราวอย่างไรตามข้อเท็จจริงในฎีกานี้ จึงยังไม่เข้าข่ายงานอันมีลิขสิทธิ์และก่อให้เกิดสิทธินักแสดงของผู้เดินแบบแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงตามฎีกานี้ โจทก์ฟ้องอ้างว่าเป็นผู้เดินแบบแฟชั่นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย การเดินแบบเป็นสิทธิของนักแสดง จำเลยนำภาพการเดินแบบของโจทก์

ไปลงโฆษณาในนิตยสารจึงเป็นการละเมิดสิทธิของนักแสดง ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การเดินแบบไม่ใช่เป็นสิทธินักแสดง โจทก์ไม่ใช่นักแสดง ซึ่งทางแก้ในเรื่องนี้ หากโจทก์ไม่ต้องการให้มีการนำภาพของโจทก์ไปใช้ประโยชน์หลายครั้งหรือใช้ประโยชน์ทางอื่นก็คงต้องตกลงรายละเอียดกันตามหลักสัญญาทั่วไปในการรับจ้างเดินแบบจึงจะเป็นการสมประโยชน์หรือตรงกับความต้องการของทุกฝ่าย เช่นเดียวกับเงื่อนไขข้อตกลงในการจำหน่ายบัตรเข้าชมกีฬาต่างๆ ซึ่งไม่ใช่การแสดง ผู้จัดจะกำหนดเงื่อนไขอนุญาตให้ผู้เข้าชมถ่ายภาพได้เฉพาะภายนิ่งเท่านั้น ถ่ายภาพเคลื่อนไหวหรือถ่ายวิดีโอไม่ได้หากจะมาหวังพึ่งการคุ้มครองในขอบเขตของกฎหมายลิขสิทธิ์ก็ต้องเป็นกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงครบถ้วนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่าเป็นกรณีอยู่ในขอบข่ายของสิทธินักแสดงอย่างแท้จริง



สุพิศ ปราณีตพลกรัง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 27/09/2015 11:18 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สบ๔อีสาน บันทึก:
ท่านผู้รู้หลายท่านอธิบายไปแล้ว มีเหตุผลตามฎีกาที่รับฟังได้ทั้งสอง อยู่กับการเตรียมคดี การร่างฟ้อง การต่อสู้คดี ผลจึงต่างกัน ไม่ได้ขัดกันแต่อย่างใด สรุปว่า หากภาพตุ๊กตาโดเรม่อนถูกนำไปใช้ประกอบกับวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ลักษณะประยุกต์เล็กๆ น้อย ผู้ซื้อไม่ได้เลือกซื้อเพราะต้องการชื่มชมในคุณค่าของตัวเรม่อน แต่ต้องการซื้อสินค้านั้นเพราะ ปย.ใช้งานอื่น แม้ไม่มีตราโดเรม่อนก็จะซื้อเพื่อนำไปใช้งานจริง ไม่เกี่ยวกับการชื่มชมโดเรม่อนโดยตรง ก็เข้าข่ายศิลปประยุกต์...เช่น แม่ๆ หนูอยากได้หมวกคลุมผมอาบน้ำใหม่ มีหลายหลายลายที่สกรีนไว้ให้เลือกซื้อ เช่น กบเคโระ อุลตร้าแมน คิตตี้ ปิกกาจู ลีโล่สติทซ์ และ โดเรม่อน ลูกชื่นชมภาพโดเรม่อน ผู้ขายผิดหรือไม่ หากผิดเป็นละเมิดลิขสิทธิ์จิตรกรรม ซึ่งมีอายุคุ้มครอง ๕๐ ปี หรือ เป็นศิลปประยุกต์ เกิน ๒๕ ปี หมดอายุคุ้มครองแล้ว เรื่องนี้ ตามฎีกา ๕๑ ก็วินิจฉัยว่า มันเป็นแต่หมวกคลุมผมอาบน้ำ แม้เจาะจงซื้อก็ไม่ใช่มุ่งเน้นคุณค่าในรูปโดเรม่อนโดยตรง เพราะต้องการนำไปใช้เพื่อคลุมผมอาบน้ำจริง ไม่ใช่เอาไปใส่กรอบ ติดฝาผนังบ้านเพื่อโชว์แบบ งานจิตรกรรมโดเรม่อน...แต่ก็จะขัดกับฎีกา ๕๓ ก็เป็นประเภทเสื้อผ้าติดลายการ์ตูนโดเรม่อนเช่นกัน ไม่น่าต่างกันแต่ก็วินิจฉัยต่างกัน เพราะอยู่กับข้อเท็จจริงในการร่างฟ้อง การสู้คดี การนำสืบ ต่างหาก ก็น่าศึกษาถึงแนวทางการต่อสู้ครั้งต่อไปหากมีการจับกุมกันอีก เพราะหาฎีกาอีกสักฎีกามาเป็นแนวทางการทำงาน
.....ข้อเตือนใจ เวลาสอบ บ.ลิขสิทธิ์ต่างๆ ให้ตั้งคำถามเลยว่า
ถาม.....ท่านทราบหรือไม่ว่า งานอันมีลิขสิทธิ์ตามที่ท่านได้รับมอบอำนาจมาแจ้งความร้องทกข์ในคดีนี้นั้น เป็นงานประเภทใด มีอายุคุ้มครองกี่ปี นับแต่เมื่อใด (โฆษณางานครั้งแรกเมื่อไร ที่ใด ขอรับหลักฐานประกอบสำนวน)
ตอบ.....ข้าฯ ไม่ทราบว่าจะเป็นลิขสิทธิ์ประเภทจิตรกรรม หรือ ศิลปประยุกต์กันแน่ ต้องสอบถาม บ.แม่ ที่มอบอำนาจอีกครั้ง
...ส่วนผู้ต้องหา ก็ถามว่า
ถาม.....รู้หรือไม่ว่า ภาพโดเรม่อนเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ และที่นำมาขายนั้น ผู้ซื้อต้องการซื้ออะไร คือ ซื้อสินค้าหมวกคลุม หรือ ซื้อภาพโดเรม่อน
ตอบ....ลูกค้าถามซื้อหมวกคลุมผมอาบน้ำ แบบน่ารักๆ ลายอะไรก็ได้ เมื่อเห็นลายโดเรม่อน ก็ซื้อไปใช้ แต่หากไม่มีก็เลือกลายอื่นให้ได้
....แต่ถ้าข้อเท็จจริงร้านนี้ละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งร้านเลยเช่น สินค้าหมดทั้งร้านมีแต่ลายโดเรม่อน ติดไว้ทุกรายการ แถมป้ายชื่อร้านยังเป็น ร้านโดเรม่อนอีก หรือแม้จะเป็นชื่อร้านตัวเองก็ตาม แต่เข้าไปในร้านแล้ว เพียบเลย อย่างนี้เจตนาชัดเจนว่า ต้องการเอาคุณค่าของตุ๊กตาโดเรม่อนลักษณะชื่มชมคุณค่าในงานโดยตรงมาเพื่อประโยชน์การค้าของตนเองแน่ๆ อายุ ๕๐ ปี แน่นอน
....ส่วนมากที่ถูกจับกุมก็จะเป็นแค่ กิ๊ปติดผมเล็กๆ ๒๐ บาท มีหัวโดเรม่อนเล็กๆ ติดอยู่เท่านั้น ก็ถูกจับแล้ว อย่างนี้ ต้องตีความว่าเป็นแค่ศิลปประยุกต์ครับ ไม่ใช่ ประติมากรรมโดเรม่อน แน่ แม้จะมีรูปนูน สามมิติ เหมือนการปั้นแต่งก็ตาม....ไม่รู้ร้านระบายสีที่ หล่อปูนพลาสเตอร์ตัวโดเรม่อน ให้เด็กฝึกหัดระบายสี ตามงานวัด งานไหม นั้นผิดหรือไม่ น่าสู้คดีเหมือนกันว่า ทั้งร้านก็มีหลายตัว หลายชนิด แล้วแต่ เด็กจะต้องการเลือกการ์ตูนอะไร มาหัดระบายสี ดูเจตนารมณ์แล้ว ก็ไม่น่าจะใช่ว่า เด็กต้องการชื่นชมงานประติมากรรมโดเรม่อนอย่างแท้จริง แต่เขาต้องการชื่นชมการระบายสีน้ำบนตัวตุ๊กตาต่างหาก เผอิญเห็นว่ามีการ์ตูนฉายอยู่ทุกวัน น่ารักดี เสร็จแล้วก็เอาไปตั้งโชว์ที่บ้านอวดพ่อแม่ว่า ระบายสีเก่ง เหมือนของจริงก็เท่านั้นเอง
....สายสืบบางแห่ง จับแม้กระทั่ง ว่าวที่ขายริมทาง แต่วาดรูปโดเรม่อนติดไว้ที่ว่า แล้วตีความว่า เป็นงานอันเป็นจิตรกรรม ดำเนินคดีไป ก็ให้ท่านช่วยกันตัดสินเอาเองว่า น่าจับ น่าฟ้องหรือไม่ ถ้าร้านนั้นมีว่าวที่ว่าเพียง ๒ ตัวกับ ทั้งร้าน มีว่าวนับ ๑๐๐๐ ตัว เน้นขายโดเรม่อนติดว่าว อย่างเดียว ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ๒ เคสนี้ เจตนาต่างกันแน่นอนครับ เพราะกรณีหลังสุด เจ้าของร้านมีเจตนาชื่มชมในคุณค่าของงานจิตรกรรมโดเรม่อนเนื้อๆ แต่ ว่าว ๒ ตัว เจตนาขายว่าว มีลายการ์ตูนน่ารักเป็นหลัก รวมๆ กับ เคโระ สไปเดอร์แมน คิตตี้
....จึงทำให้เห็น ๒ ฎีกา วินิจฉัยต่างกันได้


ผมเห็นต่างดังนี้ครับ

ทั้งสองฎีกาใช้หลักกฎหมายตัวเดียวเท่านั้น. คือ ภาพวาดเป็นงานจิตรกรรม. แต่ถ้าเอาภาพวาดไปประกอบสินค้า ติดเสื้อ กางเกง กระเป๋า. อย่างนี้เป็นศิลปประยุกต์ เมื่อเอาศิลปประยุกต์ออกขาย ก็คือ ทำเพื่อการค้า

โดเรม่อน เป็นลิขสิทธด้านเดียวคือจิตรกรรม การฟ้องว่า เสื้อผ้าติดโดเรม่อนที่ได้จากผู้ต้องหาเป็นการละเมิดศิลปประยุกต์เป็นการฟ้องผิด. เมื่อฟ้องผิดศาลท่านพิจารณาตามคำฟ้องศาล ก็ตัดสินตามฟ้องในคดีความผิดต่อส่วนตัว ฟ้องว่าละเมิดศิลปประยุกต์เสื้อผ้าติดโดเรม่อน จึงหมดอายุคุ้มครอง

แต่เมื่อเอามาออกข้อสอบ ผู้ตอบต้องเอาฏีกาสองอันมาปรับกับข้อกฎหมายตามหลักวิชาการ. จะได้ข้อยุติทางเดียวว่า โดเรม่อนคือ จิตรกรรม มีลิขสิทธิ. ส่วนเสื้อผ้าติดโดเรม่อนเป็นศิลปประยุกต์( ไปดูคำนิยามประกอบ ) เจ้าของลิขสิทธืโดเรม่อนไม่ได้มีลิขสิทธิศิลปประยุกต์นี้ แต่มีลิขสิทธิจิตรกรรม. การเอารูปโดเรม่อนมาใข้อย่างนี้ เป็นการทำซ้ำลิขสิทธิจิตรกรรม. เพื่อการค้า.

มันไปได้ทางเดียว.
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 27/09/2015 3:50 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

boxxcatt บันทึก:
งานศิลปประยุกต์ จะแฝงงานจิตรกรรมไว้ด้วย รูปการ์ตูนโดราเอมอน เป็นงานจิตรกรรม เมื่อเจ้าของลิขสิทธิ์นำไปใช้เป็นลวดลายบนกางเกง อันเป็นการนำเอางานจิตรกรรมไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า กางเกงลายการ์ตูนดังกล่าว จึงเป็นงานศิลปประยุกต์

ผู้ที่จะกล่าวอ้างว่าเป็นศิลปประยุต์ คือ เจ้าของลิขสิทธิ์ ถ้าเจ้าของลิขสิทธิ์ ไม่เคยผลิตงานศิลปประยุกต์(กางเกงลายการ์ตูนโดราเอมอน)ออกจำหน่าย จึงไม่มีงานศิลปประยุกต์ ที่จะถูกละเมิด

การที่ผู้อื่นเอารูปการ์ตูนโดราเอมอน ไปใช้เป็นลวดลายบนกางเกง (โดยทำขึ้นเองไม่ใช่โดยเจ้าของลิขสิทธิ์) งานดังกล่าว (กางเกงลายการ์ตูนโดราเอมอน) ไม่ใช่งานศิลปประยุกต์ แต่เป็นงานที่ทำซ้ำหรือดัดแปลงงานจิตรกรรมรูปการ์ตูนโดราเอมอน ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์งานจิตรกรรมรูปการ์ตูนโดราเอมอนไม่ใช่ละเมิดลิขสิทธิ์งานศิลปประยุกต์

เมื่อโจทก์ตั้งรูปคดีว่าละเมิดงานจิตรกรรม จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลต้องพิพากษาลงโทษตามที่ฟ้องเพราะงานยังอยู่ในอายุการคุ้มครอง

ถ้าโจทก์ตั้งรูปคดีว่าละเมิดงานศิลปประยุกต์ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลต้องยกฟ้องเพราะขาดอายุการคุ้มครองแล้ว และจะฟังลงโทษฐานละเมิดงานจิตรกรรม ไม่ได้เพราะโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องไว้

คำพิพากษาศาลฎีกาทั้งสองเรื่องไม่ขัดแย้งกัน ......,,
กลับไปข้างบน
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: 27/09/2015 8:36 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

โดเรม่อน เป็นภาพวาดการ์ตูน เป็น งานจิตรกรรม อายุการคุ้มครอง 50 ปี นับแต่โฆษณาครั้งแรกในประเทศภาคีของอนุสัญญาลิขสิทธ

วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2512 เป็นวันที่เริ่มต้นพิมพ์หนังสือการ์ตูนเรื่อง "Doraemon" ในประเทศญี่ปุ่น โดยจินตนาการของนักเขียนชาวญี่ปุ่นสองคน ที่ใช้นามปากการ่วมกัน ว่า ฟูจิโกะ ฟุจิโอะ โดยตัวการ์ตูนจะเป็นเรื่องราวของหุ่นยนต์ในโลกอนาคต ศตวรรษที่ 22 ซึ่งจินตนาการให้เป็นแมวตัวกลมๆ มีความสามารถพิเศษ และกระเป๋าวิเศษที่บรรจุของมากมาย จุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือเด็กผู้ชาย ที่ขี้แย ไม่เอาไหน คนนึง และสอดแทรกคติธรรมเข้าไป ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก

ชื่อโดราเอมอน มาจากคำว่า...โดราเนโกะ แปลว่า แมวหลงทาง เอมอน เป็นคำเรียกต่อท้ายชื่อของเด็กชายในสมัยก่อน โดราเอมอน เกิดขึ้นโดยความบังเอิญในขณะที่ 2 นักเขียนการ์ตูนชื่อฮิโรชิ ฟูจิโมโต และโมโตโอะ อาบิโกะขณะที่กำลังจินตนาการ สร้างการ์ตูนตัวใหม่ด้วยความลำบาก และกดดัน เนื่องจากเหลือเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงจะถึงกำหนดส่งต้นฉบับ บังเอิญเหลือบเห็นตุ๊กตาของลูกสาว ทำให้นึกต่อไปถึงตุ๊กตา แมว ล้มลุก และกลายเป็นโดราเอมอนในที่สุด
การ์ตูนเรื่องโดเรม่อน มีจุดเด่นในเรื่องของจินตนาการ สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ในโลกอนาคต ที่ผู้อ่านทั่วไปคาดไม่ถึง จากปลายปากกาของ อ. ทั้งสอง ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมทั้งสอดแทรกศิลปะวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเข้าไปในตัวการ์ตูน แบ่งลักษณะนิสัยของคนออกมาในแต่คาแร็คเตอร์ได้อย่างลงตัว เหมือนกับนำเอาชีวิตจริงของผู้อ่านเข้าไปเกี่ยวข้องกับการ์ตูนด้วย ดังนั้นการ์ตูนเรื่องนี้จึงเป็นที่นิยม อ่านได้ทุกเพศทุกวัย จนทำให้มีการพิมพ์การ์ตูนเรื่องนี้มากมาย สามารถขายได้ถึง 100 ล้านเล่มใน ญี่ปุ่น และแปลเป็นภาษาต่างๆ ทั่วโลก ถึง 9 ภาษา รวมทั้งภาษาไทยอีกด้วย นอกจากการ์ตูนแล้ว โดเรม่อน ถูกสร้างออกมาเป็นภาพยนต์ทางจอเงิน และจอแก้วมากมายหลายตอน โดยฉายครั้งแรกที่ฮ่องกง เมื่อปี พ.ศ. 2524 และฉายที่ประเทศไทยเราครั้งแรก วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2525

ส่วนฟูจิโกะ ฟูจิโอะ. คนวาดการ์ตูนโดเรม่อนเจ้าของลิขสิทธิ. ภาพจิตรกรรมโดเรม่อนนั้น. จะสร้างศิลปประยุกต์โดยการเอาภาพการตูนของตนมาประกอบเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ออกขายเป็นศิลปประยุกต์ เป็นเจ้าของลิขสิทธิศิลปประยุกต์นี้อีกด้วยหรือไม่ ไม่ทราบนะครับ. ถ้าเขาทำ เขาก็มีลิขสิทธศิลปประยุกต์นี้ด้วย อายุคุ้มครอง 25 ปีนับแต่โฆษงานสร้างสรรค์นี้ในประเทศภาคี

แต่แน่ๆ ไม่มีมือถือโดเรม่อน. ถ้าใครสร้างมือถือแล้วเอารูปโดเรมอนมาติดมือถือเป็นแบรนด์ ตัวชิ้นงานมือถือติดโดเรม่อนเป็นศิลปประยุกต์ ซึ่งเจ้าของลิขสิทธิภาพโดเรมอน ไม่เคยทำศิลปประยุกต์มือถือมาก่อน. การกระทำซ้ำภาพโดเรม่อนที่มือถือจึงเป็นการละเมิดลิขสิทธิจิตรกรรมถาพวาดโดเรม่อน ไม่ใช่ละเมิดศิลปประยุกต์. ภาพวาดจิตรกรรมคุ้มครอง 50 ปีในปี 2562. เจ้าของลิขสิทธ์ภาพวาดโดเรม่อนยังดำเนินคดีได้ เพราะยังไม่หมดการคุ้มครอง
กลับไปข้างบน
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลิขสิทธิ์ ร้านเกม ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.11 วินาที