Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สุขภาพ l ศึกษา l กีฬา l เกม l อดิเรก l ข่าว l รัก l ความรู้ l ไอที l งาน l ซื้อขาย l ท่องเที่ยว l โรงแรม l การเงิน l ธุรกิจ l บันเทิง l บ้าน l บ้านจัดสรร l สังคม l สวย l กล้อง l มือถือ l รถ l กวี l บล็อก l ศิลป์ l สัตว์ l หน่วยงาน l หนังสือ l โหลด l อาหาร l เนต l โปรโมทเว็บฟรี l เนติบัณฑิต
อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> พรากผู้เยาว์
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
nobunara
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 13/08/2009
ตอบ: 99

ตอบตอบ: 18/04/2013 4:25 pm    ชื่อกระทู้: อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

น.ส. ก.อายุ 15 ปี ขี่ จจย. ไปหา นาย ข. ที่บ้าน
จากนั้นทั้งคู่คุยกัน ที่ห้องโถง
จากนั้น นาย ข. พา น.ส.ก. ไปคุยต่อในห้องนอน
จากนั้น นาย ข. กระทำชำเรา น.ส. ก.
อยากทราบว่า การที่นาย ข. พา น.ส.ก. จากห้องโถง ไปในห้องนอน
ผิดฐานพรากผู้เยาว์หรือไม่

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ของใหม่
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 10/07/2012
ตอบ: 16

ตอบตอบ: 18/04/2013 7:52 pm    ชื่อกระทู้: อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สอบให้ได้ความว่าโทรนัดแนะกันมาก่อนที่จะมา ส่วนที่จะไปคุยกันที่ใดในบ้าน ไม่ใช่สาระสำคัญ ผมทำมาแล้ว ผิดพรากผู้เยาว์ กระทำชำเราแน่นอน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
หนวด
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 29/08/2012
ตอบ: 155

ตอบตอบ: 18/04/2013 8:44 pm    ชื่อกระทู้: อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ไม่ใช่สอบให้ได้ความจริงหรือครับท่านของใหม่ อมยิ้ม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
hijack
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 03/05/2008
ตอบ: 1884

ตอบตอบ: 18/04/2013 9:13 pm    ชื่อกระทู้: อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

หาก น.ส. ก. มีร่างกายอวบใหญ่ ระวังนาย ข. จะต่อสู้ว่าสำคัญผิดในข้อเท็จจริงว่ามีอายุ 18 ปี
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 619

ตอบตอบ: 19/04/2013 8:02 am    ชื่อกระทู้: อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

http://www.google.co.th/url?sa=t&rct=j&q=%E0%B8%8F%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%8C&source=web&cd=2&cad=rja&ved=0CDsQrAIoAjAB&url=http%3A%2F%2Fwww.sobsuan.com%2Fmodules.php%3Fname%3DForums%26file%3Dviewtopic%26p%3D19555&ei=65RwUYmtL4LNrQfBs4C4CQ&usg=AFQjCNH3CWFraLpCrNe_ETf8RrtGyL7ZHg
ดูจากฏีกา 848/2548 ขั้นตอนแรกมารดาอนุญาตโดยปริยายให้บุตรเล่นอยู่ใต้ถุน เสมือนอนุญาตให้พาไปเฉพาะเรื่องที่อนุญาตเท่านั้น จึงถือว่ายังอยู่ในอำนาจปกครองของมารดา เมื่อพรากไม่คำนึงวิธีการ และระยะใกล้ไกล แล้วอุ้มเด็กไปในห้องนอน นำสืบให้เห็นเป็นขั้นเป็นตอนได้เช่นนี้ ก็เป็นผิดพรากฯได้ แต่ดูข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ มีข้อเท็จจริงแต่เพียงเด็กสาวไปยังบ้านฝ่ายชาย แล้วชำเรากันเท่านั้น หากไม่เป็นไปตามท่านของใหม่ เช่นนี้ก็จะไม่เป็น"พราก"ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 619

ตอบตอบ: 19/04/2013 8:47 am    ชื่อกระทู้: อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ความเห็นประกอบเฉพาะความผิดพรากผู้เยาว์ต่อไปคือ หากเป็นดั่งท่านของใหม่ ฝ่ายชายเป็นผู้ริเริ่มโทรศัพท์ไปนัดฝ่ายหญิงให้มาพ้นอำนาจปกครองของมารดาหรือการกระทบกระเทือนอำนาจปกครอง(แต่แท้จริงไม่พ้นอำนาจมารดาจริงๆ ดั่งเช่น เด็กหนีออกจากบ้านไปแล้ว บิดามารดาไม่ติดตามใช้อำนาจปกครองในขณะนั้นใดๆ เช่นนี้ก็พ้นไปจากอำนาจปกครองคือไม่มีผู้ปกครอง ก็ไม่มีโอกาสผิดฐานนี้เพราะความผิดฐานพรากฯเด็กหรือผู้เยาว์ต้องยังอยู่ในอำนาจปกครองหรือมีผู้ปกครอง) เพียงเท่านี้ก็เป็นการลงมือกระทำผิดแล้ว หลังจากนั้นก็เพียงแต่รอให้ฝ่ายหญิงมาพบเท่านั้น ก็เป็น"พยายามพรากฯ"ได้ และเมื่อฝ่ายหญิงกระทำต่อไปตามนัดคือการเดินทางก็ผิดสำเร็จทันทีที่เดินทางออกจากบ้าน เพราะความผิดฐานพรากผู้เยาว์มิใช่ความผิดต่อเนื่องใดๆ ซึ่งเมื่อเด็กโทรศัพท์นัดแนะเป็นการลงมือ"พราก"แล้ว ประกอบกับไม่มีเหตุอันสมควร หรือเพื่อการหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร ก็เป็นความผิด และโดยจะมีการกระทำทำนองพรากกันต่อมาอีกก็เป็นผลที่ตามมา เพราะเพียงมีการพรากไปโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือเพื่อ... อันเป็นเจตนาพิเศษก็ผิดเสียแล้ว ต่อๆมาก็จะเป็นผลเท่านั้น ไม่เป็นการกระทำผิดพรากขึ้นใดๆอีก ไม่เหมือนความผิดฐาน"พาไปเพื่อการอนาจาร"ซึ่งเป็นความผิดต่อเนื่อง หรือผิดอยู่ตลอดเวลาระยะหนึ่งจนกว่าจะเสร็จสิ้นลง กรณีตามฏีกา 848/2548 เด็กจึงยังอยู่ในอำนาจปกครอง ซึ่งไปนั่งเล่นอยู่ใต้ถุนบ้าน เด็กก็ยังอยู่ในอำนาจปกครองอยู่ยังไม่เกิดความผิด ซึ่งการกระทำต่อๆมาจึงยังไม่ใช่เป็นส่วนของผลของการกระทำผิดใดๆในเรื่องพราก ซึ่งจะไม่เป็นความผิดพรากขึ้นได้อีก แต่ทว่า เมื่อมีการอุ้มเด็กไปจึงเป็นการกระทำผิดได้เมื่อเข้าองค์ประกอบความผิด ก็ผิดพรากเด็กหรือผู้เยาว์ได้ ดังนั้น ขั้นแรกต้องดูว่าเป็นความผิดฐานพรากเด็กหรือผู้เยาว์แล้วหรือยัง หากเป็นแล้วตอนหลังจะไม่ผิดพรากฯอีกได้ แต่ถ้าหากยังไม่เป็นก็มีโอกาสเกิดความผิดฐานพรากฯได้ต่อไป เช่น กรณีเด็กผู้หญิงไปหาเขาเองทั้งก็รู้อยู่ด้วยว่าจะไปเพื่อให้เขาชำเราซึ่งตนเองยินยอมให้ชำเรา ตำรากฎหมายบางเล่มกล่าวว่าเป็นกรณี พรากตนเอง ซึ่งมิใช่ผู้อื่นพราก ดังนี้หากภายหลังจึงไม่เกิดความผิดพรากฯในกรณียังไม่ขาดตอนนั้นขึ้นได้อีก กรณีกระทู้ เชื่อว่า ต้องการให้ชัดเจนตรงประเด็น จากห้องโถง ไปยัง ห้องนอน ว่าจะเป็นความผิดฐาน"พราก"ดั่งเช่น ฏีกาที่ยกขึ้นมานี้ใช่หรือไม่ ก็คงทำนองดั่งความเห็นข้างต้น ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nobunara
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 13/08/2009
ตอบ: 99

ตอบตอบ: 19/04/2013 9:41 am    ชื่อกระทู้: อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมนะครับ
น.ส.ก. ทะเลาะกับผู้ปกครอง จึงโทรศัพท์บอกให้ น.ส.แดง มารับออกจากบ้าน
จากนั้น น.ส.แดง กะนายดำ แฟน น.ส.แดง ขับขี่รถจ จยย. มารับ น.ส. ก. ไป
เที่ยว บ้าน น.ส.แดง หลังจากนั้นก็ชวนกันไปเที่ยวต่อที่บ้าน นายดำ ซึ่ง มีนาย ข.
รออยู่ ต่อจากนั้น ขณะ น.ส.แดง คุยอยู่กับนายดำ ที่ห้องโถง นาย ข. ได้ชวน น.ส.ก.
ไปคุยในห้องนอน และ มีเพศสัมพันธ์กัน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 619

ตอบตอบ: 20/04/2013 8:52 am    ชื่อกระทู้: อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เมื่อข้อเท็จจริงมีเพียงเท่านี้ เด็กน่าเชื่อว่าอายุเกิน 15 ปีแล้ว เมื่อเด็กเต็มใจไปด้วย ก็ต้องปรับกับมาตรา 319 ดูต่อไปว่าเป็นการ"พราก"หรือไม่ พราก หมายความว่า เอาไป พาไปหรือแยกเด็กออกจากความชอบธรรมของผู้อื่นที่ปกครองดูแลเด็กนั้น การชักชวนและเด็กไปด้วยโดยสมัครใจก็เป็นการพรากอย่างหนึ่ง การพรากไม่จำกัดวิธี เมื่อข้อเท็จจริง แม้เด็กโทรศัพท์ในตอนนี้ จึงยังไม่มีการลงมือพราก แต่ต่อมา น.ส.แดง และนายดำ มารับไป จึงเป็นการพาไป โดยไม่รับอนุญาตจากบิดามารดา จึงเป็นการพรากแล้ว แต่เพียงไปเที่ยวกัน ไม่ใช่เพื่อการค้ากำไร เพื่อการอนาจาร ขณะพราก จึงไม่มีความผิด เมื่อยังไม่เกิดความผิด การกระทำต่อมาจึงไม่ใช่ผลของการพราก การพรากก็ย่อมเกิดขึ้นได้เพราะเด็กยังอยู่ในอำนาจปกครองของบิดามารดา แต่ต่อมาได้ความว่า "หลังจากนั้นก็ชวนกันไปเที่ยวต่อที่บ้าน นายดำ ซึ่ง มีนาย ข. รออยู่ ต่อจากนั้น ขณะ น.ส.แดง คุยอยู่กับนายดำ ที่ห้องโถง นาย ข. ได้ชวน น.ส.ก. ไปคุยในห้องนอน และ มีเพศสัมพันธ์กัน" พฤติการณ์คราวนี้ส่อว่า น.ส.แดง นายดำ และนาย ข.ซึ่งมีข้อเท็จจริงว่า รออยู่ รู้เห็นเป็นใจกันมาตลอดว่า พรากไปเพื่อการอนาจาร ซึ่งข้อเท็จจริงต่อมาว่ามีการชวนเข้าไปพูดคุยกันถึงห้องนอนที่ลับตา เสมือนพากันมาโดยรู้ว่านาย ข ต้องล่วงล้ำก่ำเกินล่วงเกินกันทางเพศ โดยทีทั้งน.ส.แดง และนายดำ ก็ยังอยู่ในบ้านนั้นซึ่งไม่ปรากฎว่าพากันมาเที่ยวเท่านั้นเสียแล้ว ทั้งน.ส.แดง นายดำ และนาย ข.จึงมีความผิด ร่วมกันพรากผู้เยาว์ซึ่งเต็มใจมาด้วยเพื่อการอนาจาร แต่ถ้าน.ส.แดง นายดำ ให้การปฏิเสธโดยมีเหตุผลหรือพยานหลักฐานฟังได้ว่า ร่วมกันพรากมาเท่านั้น โดยยังมีข้อเท็จจริงว่า นาย ข.รออยู่ ซึ่งฟังว่า น.ส.แดง นายดำ และนาย ข.ร่วมกันพรากมา ซึ่งเฉพาะน.ส.แดง และนายดำ การกระทำยังไม่ครบองค์ประกอบความผิด คือเพื่อการอนาจาร ซึ่งไม่รู้เห็นเป็นใจในเรื่องเพื่อการอนาจาร เช่นนี้ คงมีแต่นาย ข.เสมือนกระทำผิดพรากผู้เยาว์มาด้วยตนเอง โดยมี น.ส.แดง และนายดำ เป็นเครื่องมือ เป็นการกระทำผิดโดยอ้อม(Innocent Agent) เมื่อนาย ข.พรากมาเพื่อการอนาจาร นาย ข.ก็เป็นผู้กระทำผิด ดังนั้น ทุกเรื่องสำคัญที่ข้อเท็จจริง จึงต้องฟังข้อเท็จจริงซึ่งต้องใช้พยานหลักฐานมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงเหล่านี้ ให้ฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติเสียก่อน แล้วจึงจะปรับเข้าข้อกฎหมายได้ เป็นความเห็น ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เดาตามกฎหมาย
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2011
ตอบ: 517

ตอบตอบ: 20/04/2013 9:38 am    ชื่อกระทู้: อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อสอบอัยการตกสนาม ฏีกาที่ 2492/2552 การที่หญิงมาหาชายเองแล้วชายได้ร่วมประเวณีกับหญิงโดยสม้ครใจ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบิดามารดาของหญิงผู้เยาว์ ย่อมทำให้อำนาจปกครองดูแลบุตรผู้เยาว์ถูกพรากจากไปโดยปริยาย ผิดแล้ว
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เดาตามกฎหมาย
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2011
ตอบ: 517

ตอบตอบ: 20/04/2013 9:42 am    ชื่อกระทู้: อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ฉะนั้น ตามฏีกานี้ คำว่าพรากไม่น่ามีความหมายว่า พาไปอย่างเดียว หมายรวมถึงการที่ร่วมประเวณีกัน โดยมารดา ฯ ไม่ยินยอมก็ถือว่าเป็นการล่วงละเมิดต่ออำนาจการปกครองของมารดาแล้ว ก็ถือว่า"พราก"จึงเป็นความผิด
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 619

ตอบตอบ: 20/04/2013 7:40 pm    ชื่อกระทู้: อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

1.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2492/2552

ความผิดฐานพรากผู้เยาว์ตาม ป.อ. มาตรา 317 ถึงมาตรา 319 กฎหมายมุ่งคุ้มครองอำนาจปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล มิใช่ตัวผู้เยาว์ผู้ถูกพราก ทั้งนี้เพื่อมิให้ผู้ใดมาก่อการรบกวนหรือกระทำการใดๆ อันเป็นการกระทบกระทั่งต่ออำนาจปกครองไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยปริยาย ไม่ว่าผู้เยาว์จะไปอยู่ที่แห่งใด หากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลยังเอาใจใส่อยู่ ผู้เยาว์ย่อมอยู่ในอำนาจปกครองดูแลของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลตลอดเวลา นอกจากนี้กฎหมายมิได้จำกัดว่าพรากโดยวิธีการอย่างใดและไม่ว่าผู้เยาว์จะเป็นฝ่ายออกจากบ้านไปเองโดยมีผู้ชักนำ หรือไม่มีผู้ชักนำก็ตาม ก็ย่อมเป็นความผิดทั้งสิ้น การที่ผู้เยาว์ไปหาจำเลยที่บ้าน ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายนัดหมายชักชวนกันก่อนแล้วจำเลยร่วมประเวณีกับผู้เยาว์ โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือความยินยอมจากบิดามารดาของผู้เยาว์ย่อมทำให้อำนาจปกครองดูแลบุตรผู้เยาว์ถูกพรากจากไปโดยปริยาย และการที่ผู้เยาว์โทรศัพท์หาจำเลยว่าจะหนีออกจากบ้านไปพัทยาและนัดพบจำเลย เมื่อพบกันจำเลยไม่ยอมให้ผู้เยาว์ไปตามลำพัง แต่จำเลยขอไปด้วย โดยเปิดห้องพักอยู่ด้วยกัน 2 คืน ผู้เยาว์เป็นคนชำระค่าห้องพักและค่าใช้จ่าย ทั้งผู้เยาว์ยังให้เงินจำเลยเป็นค่าใช้จ่ายในการหลบหนีด้วยก็ตาม แต่จำเลยได้ร่วมประเวณีกับผู้เสียหายทุกคืน พฤติการณ์จำเลยมิใช่การไปเป็นเพื่อนแต่เป็นการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารทั้งสองกรณี

ดูฏีกา แล้วก็ยังไม่กลับหลักเดิมที่ว่า การพรากไม่จำกัดวิธีนั่นเอง ซึ่งข้อเท็จจริงมีต่อไปว่าเมื่อพบกันจำเลยไม่ยอมให้ผู้เยาว์ไปตามลำพัง แต่จำเลยขอไปด้วย โดยเปิดห้องพักอยู่ด้วยกัน 2 คืน ผู้เยาว์เป็นคนชำระค่าห้องพักและค่าใช้จ่าย ทั้งผู้เยาว์ยังให้เงินจำเลยเป็นค่าใช้จ่ายในการหลบหนีด้วยก็ตาม ตรงส่วนนี้จึงเป็น"พราก" แต่จำเลยได้ร่วมประเวณีกับผู้เสียหายทุกคืน พฤติการณ์จำเลยมิใช่การไปเป็นเพื่อนแต่เป็นการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารทั้งสองกรณี ตรงนี้ จึงเป็นการ "เพื่อการอนาจาร" เพราะมิฉะนั้น คำว่า"พราก"กับ"เพื่อการอนาจาร" ก็ไม่ต้องมีคำว่า"พราก"คงมีแต่เพื่อการอนาจาร ก็เป็นความผิดเลย ต่อไปการวางหลักก็จะลำบากกันล่ะ ครับ... ส่วนของท่านของใหม่ก็เป็นวิธี"พราก"รูปแบบหนึ่ง เช่น เดียวกับ ฏีกานี้ ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง คือ ใครจะชักชวนก็ชั่ง เพียงหากฝ่ายหญิงชักชวน ก็ทำให้ยังไม่เป็นการลงมือกระทำผิด ความผิดยังไม่เกิดขึ้น จึงอาจเกิดความผิดพรากต่อมาได้ คือ เมื่อพบกันจำเลยไม่ยอมให้ผู้เยาว์ไปตามลำพัง แต่ขอไปด้วย ก็คือแม้ผู้เยาว์สมัครใจ ก็เป็นเรื่อง"พราก"แล้ว ดังนั้นต่อไปก็ควรให้เขาไปเอง อย่าไปด้วย และอย่านัดพบ ดั่งเช่นกรณี หญิงมาหาที่บ้านฝ่ายชายเองเช่นนี้ยังจะเป็น"พราก"อยู่หรือไม่ มิฉะนั้นต้องดูว่าเป็นการแยกเด็กออกจากอำนาจปกครองของบิดามารดาแล้วหรือไม่ ซึ่งเมื่อเป็น"พราก"แล้ว และก็ต้องไปดูองค์ประกอบอื่นต่อไป เช่น เพื่อการอนาจาร นั่นเอง ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nobunara
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 13/08/2009
ตอบ: 99

ตอบตอบ: 21/04/2013 10:26 am    ชื่อกระทู้: อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สรุปว่า การกระทำชำเรา คือการพราก วิธีหนึ่งใช่ไหม
ดังนั้น หาก เด็กหญิง มาหาเด็กชายที่บ้าน โดยไม่ได้นัด เด็กชายไม่ผิดเลย
แต่หากเด็กชายกระทำชำเรากับเด็กหญิง ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ ผิดฐานพราก ด้วยทันทีใช่ไหม

มีไหม ที่ฝ่ายชาย ผิดแต่ฐานข่มขืน หรือกระทำชำเรา โดย ไม่ผิดพรากผู้เยาว์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 619

ตอบตอบ: 21/04/2013 11:36 am    ชื่อกระทู้: อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่าน nobunara ลองอ่านฏีกา 2492/2552 ให้ดีๆ เห็นว่าจะแปลว่า กระทำชำเรา คือการพรากวิธีหนึ่งไม่ได้ ดั่งข้อสังเกตุที่ให้ไว้นั้น การกระทำชำเรา เพียงแต่ประกอบว่า ปราศจากเหตุอันสมควร ส่วนมาตราอื่นๆ ก็เป็นเพียงเจตนาพิเศษ คือ เพื่อการอนาจาร ซึ่งคำว่า"พราก"เป็นการกระทำซึ่งไม่จำกัดวิธี แล้วแต่เป็นเรื่องๆไปว่าจะใช้วิธีใด ส่วนในฏีกานี้ ก็คือ"เมื่อพบกันจำเลยไม่ยอมให้ผู้เยาว์ไปตามลำพัง แต่จำเลยขอไปด้วย โดยเปิดห้องพักอยู่ด้วยกัน 2 คืน ผู้เยาว์เป็นคนชำระค่าห้องพักและค่าใช้จ่าย ทั้งผู้เยาว์ยังให้เงินจำเลยเป็นค่าใช้จ่ายในการหลบหนีด้วยก็ตาม" ส่วนการชำเราทุกคืน ก็เป็นการประกอบคำว่า"พราก"ในฏีกานี้ให้เห็นถึงว่าทำไมต้องไปกับหญิง ยิ่งมองเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นการ"พราก"อันเป็นการกระทำแยกเด็กหรือผู้เยาว์ออกจากอำนาจปกครองดูแลของบิดามารดา ก็เป็นการ"พราก"ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของความผิดฐานพรากผู้เยาว์ ส่วนข้อเท็จจริงว่า"แต่จำเลยได้ร่วมประเวณีกับผู้เสียหายทุกคืน พฤติการณ์จำเลยมิใช่การไปเป็นเพื่อนแต่เป็นการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารทั้งสองกรณี" ตรงนี้ จึงเป็นการ "เพื่อการอนาจาร"ลองอ่านคำอธิบายกฎหมายของอาจารย์หลายๆท่านดู ก็จะเห็นและเข้าใจหลักได้เอง ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 619

ตอบตอบ: 21/04/2013 12:36 pm    ชื่อกระทู้: อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

1.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2492/2552 แจ้งแก้ไขข้อมูล

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 319

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้จำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 3 กระทง จำคุก 6 ปี ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลย 3 ปี 18 เดือน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องทั้งสามกรรมหรือไม่ เห็นว่า ความผิดฐานพรากผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 ถึงมาตรา 319 การพรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล จะต้องเป็นการกระทำที่ปราศจากเหตุอันสมควรตามมาตรา 317 วรรคแรก และถ้ามีเจตนาพิเศษเพื่อหากำไรหรือ เพื่อการอนาจารก็ต้องรับโทษหนักขึ้น ตามมาตรา 317 วรรคสาม และถ้ากรณีผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยตามมาตรา 318 ย่อมมีโทษหนักกว่ากรณีผู้เยาว์เต็มใจไปด้วยตามมาตรา 319 กฎหมายมุ่งคุ้มครองอำนาจปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลนั่นเอง มิใช่ตัวผู้เยาว์ผู้ถูกพราก ทั้งนี้เพื่อมิให้ผู้ใดมาก่อการรบกวนหรือกระทำการใดๆ อันเป็นการกระทบกระทั่งต่ออำนาจปกครองไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยปริยาย ไม่ว่าผู้เยาว์จะไปอยู่ที่แห่งใด หากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลยังเอาใจใส่อยู่ ผู้เยาว์ย่อมอยู่ในอำนาจปกครองดูแลของบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลตลอดเวลา นอกจากนี้กฎหมายมิได้จำกัดว่าพรากไปโดยวิธีการอย่างใด และไม่ว่าผู้เยาว์จะเป็นฝ่ายออกจากบ้านไปเองโดยมีผู้ชักนำ หรือไม่มีผู้ชักนำก็ตามก็ย่อมเป็นความผิดทั้งสิ้น ดังนั้น ในวันที่ 19 และวันที่ 21 พฤศจิกายน 2545 ที่ผู้เยาว์ไปหาจำเลยที่บ้านของจำเลย ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายนัดหมายชักชวนกันก่อน และจำเลยได้ร่วมประเวณีกับผู้เยาว์ โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือความยินยอมจากบิดามารดาของผู้เยาว์ ย่อมทำให้อำนาจปกครองดูแลบุตรผู้เยาว์ของบิดามารดาที่มีต่อผู้เยาว์ย่อมถูกพรากจากไปโดยปริยาย โดยปราศจากเหตุอันสมควร เพราะตามทางนำสืบของโจทก์ได้ความว่า มารดาของผู้เยาว์ห้ามปรามมิให้ผู้เยาว์คบหากับจำเลย ทั้งจำเลยเคยมีความสัมพันธ์กับเพื่อนพี่สาวผู้เยาว์จนตั้งครรภ์ การร่วมประเวณีกับผู้เยาว์จึงมิใช่การอยู่กินเป็นสามีภริยากันโดยสุจริต แม้ผู้เยาว์จะสมัครใจก็เป็นความผิด สำหรับวันที่ 24 พฤศจิกายน 2545 แม้ผู้เยาว์จะเป็นฝ่ายโทรศัพท์ไปหาจำเลยบอกว่าไม่อยากอยู่บ้านแล้ว จะหนีออกจากบ้านไปพัทยาและบอกจำเลยให้ไปพบที่ท่าน้ำพระประแดง และเมื่อพบกันจำเลยไม่ยอมให้ผู้เยาว์ไปตามลำพัง แต่ขอไปด้วย โดยเปิดห้องพักอยู่ด้วยกัน 2 คืน โดยผู้เยาว์เป็นคนจ่ายค่าห้องและค่าใช้จ่ายต่างๆ เพียงผู้เดียว ทั้งเมื่อกลับถึงจังหวัดสมุทรปราการ ก็ได้ไปเปิดห้องพักที่โรงแรม และผู้เยาว์ทราบจากจำเลยว่ามารดาของผู้เยาว์แจ้งความเรื่องผู้เยาว์หายไป ผู้เยาว์จึงให้เงินจำเลยอีก 10,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการหลบหนี ดังจำเลยต่อสู้ก็ตาม แต่ก็ปรากฏว่าจำเลยได้ร่วมประเวณีกับผู้เยาว์ทุกคืน พฤติการณ์ของจำเลยจึงมิใช่ตามไปเป็นเพื่อนในกรณีผู้เยาว์หนีออกจากบ้าน แต่เป็นการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารเช่นเดียวกับเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น การที่มารดาผู้เยาว์ไปแจ้งความ แสดงว่ามารดาผู้เยาว์ยังเอาใจใส่ดูแลผู้เยาว์อยู่ ไม่ทำให้อำนาจปกครองของมารดาผู้เยาว์สิ้นไปในระหว่างผู้เยาว์หนีไปเที่ยวพัทยา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.


--------------------------------------------------------------------------------
ดูฉบับย่อ
--------------------------------------------------------------------------------

ฎีกาอื่นที่เกี่ยวข้องแยกตามกฎหมายและมาตรา

ป.อ. ม. 317, 318, 319
แหล่งที่มา

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ชื่อคู่ความ

โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ
จำเลย - นายกิตติหรือเอกหรือกอล์ฟ รัตน์ไทรแก้ว
ชื่อองค์คณะ

ประพันธ์ ทรัพย์แสง
มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด
วีระวัฒน์ ปวราจารย์

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน

ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายวิฑูรย์ วิริยะวิธสัจจา
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวิชัย ตัญศิริ

เพิ่มเติมส่วนกรณีที่ผู้เยาว์ไปหาที่บ้านจำเลยในวันที่ 19 และ 21 พ.ย.2545 จะเป็น"พราก" ก็ดูส่วนนี้
"ที่ผู้เยาว์ไปหาจำเลยที่บ้านของจำเลย ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายนัดหมายชักชวนกันก่อน และจำเลยได้ร่วมประเวณีกับผู้เยาว์ โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือความยินยอมจากบิดามารดาของผู้เยาว์ ย่อมทำให้อำนาจปกครองดูแลบุตรผู้เยาว์ของบิดามารดาที่มีต่อผู้เยาว์ย่อมถูกพรากจากไปโดยปริยาย โดยปราศจากเหตุอันสมควร เพราะตามทางนำสืบของโจทก์ได้ความว่า มารดาของผู้เยาว์ห้ามปรามมิให้ผู้เยาว์คบหากับจำเลย ทั้งจำเลยเคยมีความสัมพันธ์กับเพื่อนพี่สาวผู้เยาว์จนตั้งครรภ์ การร่วมประเวณีกับผู้เยาว์จึงมิใช่การอยู่กินเป็นสามีภริยากันโดยสุจริต แม้ผู้เยาว์จะสมัครใจก็เป็นความผิด" น่าจะเพราะมีการห้ามปรามจากมารดาชัดเจนแล้วไม่ให้คบหาจำเลย หากไปฝ่าฝืนกระทำก็น่าจะชัดเจนว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามอันเป็นอำนาจปกครองโดยปริยาย แม้เพราะวันนั้นไม่ได้กระทำโดยตรงจากคำพูดห้ามโดยมารดาก็ตาม ดังนั้นจึงต้องดูว่า วิธีใด ทำให้เกิดการแยกเด็กออกจากความปกครองดูแลเด็กหรือผู้เยาว์หรือไม่ ลำพังกระทำชำเรา หากไม่มีการห้ามปรามไว้ ก็อาจยังไม่ชัดเจนต้องนำสืบให้เห็น เพราะยังสงสัยอยู่ว่า ให้ชำเราได้หรือไม่ เช่น อนุญาตให้คบหาเป็นแฟนกันไปไหนลำพังได้ ก็ย่อมล่วงเกินทางเพศเป็นธรรมดา จดจำฏีกาไม่ได้แล้ว ต่อไปพบหรือผู้ใดพบ กรุณานำมาโพสเปรียบเทียบด้วย แต่อย่าว่าเลย แม้แต่ศาลชั้นต้น ยังยกฟ้องเรื่องนี้ ฏีกาของท่าน เดาตามกฎหมาย มีประโยชน์จริงๆ ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 619

ตอบตอบ: 21/04/2013 1:26 pm    ชื่อกระทู้: อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

พบแล้วครับ
ฎีกาที่ 5880/2546 จำเลยกับผู้เสียหายซึ่งมีอายุ 14 ปีเศษรักใคร่กันอย่างชู้สาว มารดาผู้เสียหายก็ทราบและอนุญาตให้จำเลยพาผู้เสียหายออกจากบ้านไปรับประทานอาหารเที่ยวชมภาพยนตร์กันบ้างเพื่อให้จำเลยและผู้เสียหายได้มีโอกาสอยู่ด้วยกัน และทำความรู้จักคุ้นเคยกันเพื่อประโยชน์ของการอยู่กินเป็นสามีภริยากันในวันข้างหน้า และทุกครั้งจำเลยก็จะพากลับมาส่งที่บ้าน อันเป็นการยอมรับในอำนาจการปกครองของบิดามารดาผู้เสียหายอยู่ การที่จำเลยได้ล่วงเกินทางเพศแก่ผู้เสียหายด้วยการกอดจูบรวมทั้งกระทำชำเราผู้เสียหายก็เป็นไปตามโอกาสและตามวิสัยคนรักใคร่ชอบพอกัน ซึ่งจำเลยต้องรับผิดทางอาญาในการกระทำของตนในแต่ละครั้งอยู่แล้ว หากการกระทำนั้นเป็นความผิดต่อกฎหมาย แต่ยังไม่พอถือได้ว่าจำเลยพรากผู้เสียหายไปเสียจากบิดามารดาโดยปราศจากเหตุอันสมควรเพื่อการอนาจาร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 619

ตอบตอบ: 21/04/2013 2:01 pm    ชื่อกระทู้: อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

1.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1102/2541

ผู้เสียหายอายุ 9 ปี บ้านจำเลยกับบ้านผู้เสียหายอยู่ใกล้กันก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายโดยสารรถของจำเลยไปและกลับจากโรงเรียนเป็นประจำทุกวัน เมื่อกลับจากโรงเรียนแล้วมีบ่อยครั้งที่ผู้เสียหายเล่นอยู่กับบุตรสาวจำเลยก่อนจะกลับบ้านหรือบางครั้งกลับมาถึงบ้านแล้วก็ไปเล่นกับบุตรสาวจำเลยที่บ้านจำเลย พฤติการณ์เช่นนี้แม้ขณะที่ผู้เสียหายเล่นอยู่ที่บ้านจำเลยก็ถือว่าผู้เสียหายยังอยู่ในความปกครองดูแลของ ช.ผู้ปกครองของผู้เสียหายเองก็ตาม แต่การที่จำเลยเรียกผู้เสียหายให้เข้าไปในบ้านจำเลยแล้วพาไปข่มขืนกระทำชำเราในห้องนอนของจำเลย เมื่อเป็นการกระทำในบริเวณบ้านจำเลยนั้นเอง จำเลยมิได้พาผู้เสียหายไปยังสถานที่อื่น กรณีจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยพรากผู้เสียหายไปเสียจากความปกครองดูแลของ ช. การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ตาม ป.อ.มาตรา 317 วรรคสาม

2.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4308/2545

จำเลยที่ 2 ชวนผู้เสียหายที่ 1 ค. และ ซ. ซึ่งเป็นเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเที่ยว จำเลยที่ 1 มาพบระหว่างทาง จึงตามไปด้วย โดยจำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นผู้ชักชวนหรือให้ ค. ชักชวนผู้เสียหายที่ 1 ไปเที่ยว โจทก์มีแต่คำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 ในชั้นสอบสวนเท่านั้นว่าร่วมกันพรากผู้เสียหายที่ 1 ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร แต่คำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 เป็นเพียงพยานบอกเล่าการกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317

3.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7855/2549

ฎีกาจำเลยกล่าวถึงข้อเท็จจริงมีใจความว่า ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์ ซึ่งแม้ความผิดฐานดังกล่าวจะยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 โดยต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแต่เนื่องจากโจทก์จำเลยนำสืบมีสาระตรงกันข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้เสียหายรู้จักกับจำเลยจากการแนะนำของนางสาว ศ. ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้เสียหาย เพราะจำเลยต้องการร่วมประเวณีกับผู้เสียหาย และในวันเกิดเหตุผู้เสียหายกับนางสาว ศ. พากันไปบ้านจำเลย โดยผู้เสียหายทราบแต่แรกแล้วว่าการไปบ้านจำเลยเพราะจำเลยประสงค์จะขอร่วมประเวณี เมื่อมีโอกาสอยู่ด้วยกันสองคนขณะนางสาว ศ. ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านจำเลยไป จำเลยบอกให้ผู้เสียหายถอดเสื้อผ้าผู้เสียหายก็ถอดเอง หลังจากร่วมประเวณีแล้วผู้เสียหายก็ยอมรับเงินจากจำเลยโดยไม่ได้แสดงอาการปฏิเสธ และเมื่อนางสาว ศ. กลับมารับผู้เสียหาย จำเลยก็ไม่ได้ขัดขวาง กอปรกับขณะเกิดเหตุผู้เสียหายอายุ 14 ปี มีการศึกษาถึงระดับมัธยมและไม่ถึงกับไร้เดียงสา เพราะผู้เสียหายได้ยอมรับในการเบิกความตอบคำถามค้านว่า ผู้เสียหายเคยร่วมประเวณีกับชายอื่นมาก่อน แสดงว่าขณะผู้เสียหายอยู่ที่บ้านจำเลย ผู้เสียหายมีความอิสระในการเคลื่อนไหวไม่ได้อยู่ในความควบคุมของจำเลย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการตัดอำนาจการปกครองของบิดามารดาผู้เสียหาย จึงไม่มีความผิดฐานพรากผู้เยาว์ ดังนั้น ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานพรากผู้เยาว์ได้แม้ว่าความผิดฐานนี้จะต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225 เพราะเป็นข้อเท็จจริงอันเดียวเกี่ยวพันกัน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 619

ตอบตอบ: 21/04/2013 2:40 pm    ชื่อกระทู้: อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ล้วนมาแต่การแปลข้อเท็จจริงคำว่า"พราก"ตามพจนานุกรม ซึ่งแปลว่า จากไป, พาเอาไปเสียจาก, แยกออกจากกัน, เอาออกจากกัน, ซึ่งการ พรากผู้เยาว์ แม้เด็กยินยอม แต่บิดามารดาเด็กไม่ยินยอม ก็ผิด บางฏีกา เช่น 7855/2549 ลำพังเด็กยินยอม บิดามารดาไม่ยินยอมด้วย แต่ที่ไม่ผิดเนื่องมาจาก เด็กพรากตนเองมิใช่ผู้ต้องหาพรากมา ดังนั้น ต้องให้ได้ความว่า"พราก" นอกจากนี้ยังมีวิธีอื่นๆตามพจนานุกรม เช่น แยกออกจากกัน หรือแยกเด็กออกจากความชอบธรรมของผู้อื่นที่ปกครองดูแลเด็กนั้น การกระทำอย่างไรที่เป็นการแยกเด็ก ถ้าฟังว่าอำนาจปกครองดูแลถูกกระทบกระเทือนให้เสื่อมเสียไป เป็นการกระทำต่อสิทธิที่มีอยู่ในทางปกครองดูแลของผู้ปกครอง อันเสมือนเป็นการแยกเด็กไปให้พ้นผู้ปกครองซึ่งมีอำนาจปกครองดูแลอยู่ตลอดทุกที่ ทุกเวลา ไม่คำนึงระยะทางใกล้ไกล ตราบใดที่ยังไม่พ้นไปจากอำนาจปกครองนั้น ย่อมเป็นความผิดได้ ดังนั้นจึงเห็นว่าต้องมีพฤติการณ์ให้พอสมควรอย่าให้การแปลคำว่า"พราก"ซึ่งมาจากพจนานุกรมเดียวกันนั้นขัดกันเอง สังเกตุข้อเท็จจริงในฏีกามิได้มีข้อเท็จจริงว่ากระทำชำเราอยู่โดดๆ ต้องมีพฤติการณ์อื่นๆมาประกอบให้เห็นชัดเจนว่าสิทธิในทางปกครองถูกกระทบกระเทือน สิทธิในทางปกครองดูแลมีอยู่อย่างไร ตาม ป.พ.พ.บรรพ 5 ครอบครัว เช่น มาตรา 1564 เรื่องอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ เชื่อว่าถ้าพรากมาจากพจนานุกรมตรงจุดนี้แปลยากพอสมควร เพราะเป็นการกระทำกับสิทธิทางปกครองโดยตรง ตามความหมายของนักกฎหมายที่ให้คำจำกัดความว่า"พราก"คือ เอาไป พาไป หรือแยกเด็กออกจากความชอบธรรมของผู้อื่นที่ปกครองดูแลเด็กนั้น การชักชวนและเด็กไปโดยสมัครใจก็เป็นการพรากอย่างหนึ่ง การพรากไม่จำกัดวิธี ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 619

ตอบตอบ: 21/04/2013 7:46 pm    ชื่อกระทู้: อย่างนี้ผิดพรากผู้เยาว์ไหมครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ยืนยันตามหลัก หนังสือกฎหมายอาญา ภาคความผิด เล่ม 2 ของ อ.เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ และคำอธิบายประมวลกฎหมายอาญาภาคความผิด มาตรา 288 ถึง 366 ศาสตราจารย์พิเศษหม่อมหลวงไกรฤกษ์ เกษมสันต์ จัดพิมพ์โดยสำนักอบรมการศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา หากใครมีความเห็นเพิ่มเติม จะได้ช่วยกันทำความเข้าใจ ครับ...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง เศร้า ร้องไห้ เหงาหงอย โกรธ ลังเล เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> พรากผู้เยาว์ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




ยิ้มซิ | เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ


การสร้างหน้าเอกสาร: 1.09 วินาที