Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ผู้รับมมอบอำนาจพ่วงคดีลิขสิทธิ์ ร้องทุกข์แล้วไม่มาให้การเพิ่ม
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ผู้รับมมอบอำนาจพ่วงคดีลิขสิทธิ์ ร้องทุกข์แล้วไม่มาให้การเพิ่ม
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลิขสิทธิ์ ร้านเกม
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
spata
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 20/07/2009
ตอบ: 238

ตอบตอบ: 03/01/2013 9:56 am    ชื่อกระทู้: ผู้รับมมอบอำนาจพ่วงคดีลิขสิทธิ์ ร้องทุกข์แล้วไม่มาให้การเพิ่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กรณีผู้มอบอำนาจพ่วงกับพวกมาทำการล่อซื้อ ซีดี จากร้านค้า และนำมาแจ้งความร้งทุกข์ต่อ พงส. ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ บอกเพียงว่าซื้อจากร้าน..ก...ผู้ขายให้ อายุประมาณ 40-45 ปี พร้อมตำหนิรูปพรรณ ไม่ทราบชื่อสกุลจริง
พงส.ออกหมายเรียก เจ้าของร้าน แต่เจ้าของร้านไม่สนใจ พงส.จึงไม่แน่ใจว่า ซื้อ ซีดีจากใคร สืบสวนทราบชื่อสกุล บุคคลตามตำหนิรูปพรรณแล้ว....ทำหนังสือเรียก ผู้กล่าวหามาชี้รูป และให้การเพิ่มเติม เพื่อยันยันตัวผู้ต้องหา แต่ผู้กล่าวหาไม่มา
พงส...จะสั่งไม่ฟ้อง หรือ ขอให้งดการสอบสวน ได้หรือไม่ ตาม กฎหมายใด หรือจะดำเนินการอย่างไร

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 1059

ตอบตอบ: 03/01/2013 7:43 pm    ชื่อกระทู้: ผู้รับมมอบอำนาจพ่วงคดีลิขสิทธิ์ ร้องทุกข์แล้วไม่มาให้การเพิ่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 123 วรรคสอง"คำร้องทุกข์นั้นต้องปรากฎชื่อและที่อยู่.....และชื่อหรือรปพรรณของผู้กระทำผิดเท่าที่จะบอกได้"และมาตรา 2(7)"คำร้องทุกข์"หมายความถึง.....และการกล่าวหาเช่นนั้น ได้กล่าวโดยมีเจตนาที่จะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ นี่แหละเป็นปัญหาว่าผู้ที่จะให้ดำเนินคดีเป็นใคร หากไม่กำหนดให้ชัดเจน ถ้าเป็นความผิดต่อส่วนตัว ต้องชัดเจนน่ะว่าจะร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับใคร เจ้าของร้านหรือไม่ ถ้าให้ดำเนินคดีกับผู้ขายที่ไม่ใช่เจ้าของร้านฯซึ่งอาจเป็นลูกจ้าง ตัวแทนทำในนามของเจ้าของร้าน ก็อาจปฏิเสธว่าเป็นแต่คนขายของ ไม่รู้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ตนเป็นเพียงลูกจ้างหรือเป็นเครื่องมือของเจ้าของร้านเท่านั้น ในกรณีมีเจ้าของร้าน หรือไปซื้อกับร้านค้า ก็น่าจะบ่งให้ชัดเจนเลยว่าให้ดำเนินคดีกับเจ้าของร้าน กรณีนี้ใช่ความผิดตาม มาตรา 31 หรือไม่ ซึ่งต้องครบองค์ประกอบว่า"รู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น..."ถ้าได้พยานหลักฐานเช่นนั้นจริงๆหรือไม่อาจรับฟังได้ว่ารู้หรือมีเหตุอันควรรู้ หรือร่วมกระทำผิดด้วยกับเจ้าของร้านเพราะเป็นผู้ลงมือ สำหรับผู้ขายหากไม่รู้หรือมีเหตุอันควรรู้ก็ไม่เป็นความผิด เพราะขาดองค์ประกอบความผิด และมิใช่ผู้กระทำผิดเพราะเป็นเพียงเครื่องมือหรือเป็นการกระทำผิดโดยทางอ้อมของเจ้าของร้าน และมิใช่กรณีตาม มาตรา 74 "ในกรณีที่นิติบุคคลกระทำผิด....ให้ถือว่ากรรมการหรือผู้จัดการทุกคนของนิติบุคคลนั้นเป็ฯผู้ร่วมกระทำผิดกับนิติบุคคลนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า......"แต่ก็เป็นคนละกรณีท่มอบอำนาจให้ดำเนินคดีกับเฉพาะใครบางคน ซึ่งก็ดำเนินคดีได้แต่เฉพาะคนนั้นเท่านั้น หรือจะหาพยานหลักฐานว่าเขารู้ว่าสิ่งของนั้นละเมิดลิขสิทธิ์ หรือจะเป็นตัวการกับผู้ลงมือกระทำผิด ก็น่าจะชัดเจนจากคำให้การของผู้ร้องทุกข์ว่ามีเหตุใด เช่นขายสิ่งของนั้นในราคาถูกกว่าของแท้ หรือมีพฤติการณ์มีพิรุธจากการแอบซ่อนไว้ก่อนขาย ซึ่งก็จะต้องหาพยานหลักฐานมาประกอบ แต่กรณีนี้เจ้าของร้าน ก็ไม่ทราบไม่รู้ว่าเป็นผู้ใด ตำหนิรูปพรรณของผู้ขายก็ไม่ตรงกันกับผู้ใด ก็ต้องเรียกผู้ร้องทุกข์มายืนยันตัวหรือชี้ตัวผู้ขายให้แน่นอน และยืนยันว่าจะเอาเรื่องกับผู้ใดชัดเจน หากออกหมายเรียกมาให้ปากคำ ถ้าไม่มา ก็ต้องดำเนินคดีฐานขัดหมายเรียกพงส.อีก พงส.คงไม่ทำ กรณีนี้เคยทำเหมือนกันแต่ก็แก้ปัญหา ออกไปทางว่า จากคำให้การของผู้ร้องทุกข์ฟังได้แต่เพียงว่า ไม่ปรากฏว่าก่อนหน้าได้มีการมาล่อซื้อได้ทรัพย์สินนั้นไปบ้างแล้วหรือไม่ แล้วจึงล่อซื้อมาเป็นของกลางอีกเอาเรื่องครั้งนี้ มีจำนวนเล็กน้อยหรือไม่ มีสิ่งของในร้านนั้นเสนอขายอยู่อีกหรือไม่ เช่น อาจซื้อขายมาเพียงชิ้นเดียวหรือเล็กน้อยเพียงครั้งเดียวแล้ว และไม่มีสิ่งของนั้นเสนอขายอยู่อีกในร้าน ย่อมน่าสงสัยว่าผู้ขายขายทรัพย์สินที่ละเมิดลิขสิทธิ์อยู่แล้ว ผู้ร้องทุกข์เพียงแต่มาล่อซื้อสิ่งของเพื่อเป็นของกลางมาพิสูจน์ความผิดเท่านั้น เมื่อมีเหตุสงสัยว่าผู้ขายได้ละเมิดลิขสิทธิ์นั้นมาก่อนหรือไม่แล้ว จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้ผู้ขาย ซึ่งกลับกลายเป็นว่าผู้ร้องทุกข์เป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำผิด จึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจร้องทุกข์ (แต่ต้องได้ความว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ผู้มีอำนาจ) จึงเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง ทั้งนี้ต้องประกอบว่าได้พยายามออกหมายเรียกผู้เสียหายหรือผู้ร้องทุกข์ให้มาพบแล้วตามกฎหมายหลายครั้ง แต่ไม่มาพบพงส. หรือจะเป็นกรณีที่ไม่อาจออกหมายจับได้ เพราะชื่อหรือรูปพรรณของผู้กระทำผิดไม่ชัดเจนพอจนไม่อาจทราบว่าเป็นใครได้เลย ก็อาจไม่ใช่คำร้องทุกข์ตามระเบียบ และเรียกมาแล้วก็ไม่มาพบ อาจจะเป็นกรณีมาตรา 122(1) เป็นกรณีไม่มีคำร้องทุกข์ก็ไม่มีอำนาจสอบสวน ตามป.วิ.อ.มาตรา 121 วรรคสอง เห็นควรสั่งไม่ฟ้อง ก็น่าจะเป็นตามนี้ได้ครับ ลองฟังความเห็นผู้อื่นอีกบ้าง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
spata
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 20/07/2009
ตอบ: 238

ตอบตอบ: 04/01/2013 10:11 am    ชื่อกระทู้: ผู้รับมมอบอำนาจพ่วงคดีลิขสิทธิ์ ร้องทุกข์แล้วไม่มาให้การเพิ่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอบคุณมากท่าน.... พงส.shadow
- คดีนี้ของกลางเป็นซีดีเกมส์ 6 แผ่น โดยฝ่ายผู้กล่าวหาไปซื้อมาก่อนแล้วแจ้งความ พงส.ให้ดำเนินคดีกับเจ้าของร้านหรือผู้ดูแลร้าน ข้อหา "ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่นเพื่อการค้า ฯ หรือโสตทัศนวัสดุโดยไม่ได้รับอนุญาต"
- ลักษณะร้านค้า เป็นร้านขายของทั่วไปเครื่องไฟฟ้า เตาแก๊ส มี ซีดี ส่วนน้อย
------------หากมีคำแน่ะนำเพิ่มเติมก็ขอขอบคุณ...ล่วงหน้า........
ปัญหาคือ
ผู้กล่าวหา..ไม่มายืนยันชี้รูปผู้กระทำผิด
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.shadow
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 26/12/2012
ตอบ: 1059

ตอบตอบ: 04/01/2013 7:17 pm    ชื่อกระทู้: ผู้รับมมอบอำนาจพ่วงคดีลิขสิทธิ์ ร้องทุกข์แล้วไม่มาให้การเพิ่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ดูๆแล้ว คนร้องทุกข์ยังไม่จัดเจน เพราะมิเห็นเอาเรื่องตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดิทัศน์ พ.ศ.2551 หมวด 4 การประกอบกิจการวิดีทัศน์ ดั่งเช่น มาตรา 53,54 ห้ามผู้ใดจัดตั้งหรือประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์หรือได้รับประโยชน์ตอบแทน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และห้ามประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายวิดิทัศน์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน ซึ่งมีโทษตาม มาตรา 82 ซึ่งโทษปรับสูง เป็นต้น และเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน แตกต่างกับพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัว วิธีแก้หรือการต่อสู้ขณะนี้ก็เห็นแต่อ้าง ป.อ.มาตรา 64 ว่าไม่รู้กฎหมายให้ศาลเห็นว่าอาจจะไม่รู้กฎหมาย จึงอนุญาตให้แสดงพยานหลักฐานต่อศาล ถ้าศาลเชื่อ ก็จะลดโทษน้อยกว่ากฎหมายกำหนดเพียงใดก็ได้ ก็คือปรับน้อยลงกว่าขั้นต่ำก็ได้ แต่เชื่อว่าร้านฯคงมีใบอนุญาตเช่นนั้นแล้ว(มาตรา 57 ประกอบมาตรา 41) มิฉะนั้นต้องพิจารณาความผิดเหล่านี้อีก เป็นต้น เมื่อผู้ร้องทุกข์ยืนยันให้ดำเนินคดีกับเจ้าของร้านฯเพราะซื้อสินค้ามาจากร้าน ดังนั้นผู้ขายให้จะไม่ใช่เจ้าของร้าน ก็เป็นเพียงได้แต่พยานเท่านั้นเป็นลูกจ้าง ตัวแทนทำในนามเจ้าของร้าน เมื่อเรียกผู้ร้องทุกข์ไม่มาพบโดยให้ปรากฎว่าได้ออกหมายเรียกแล้วหลายครั้ง ไม่มาพบ(ไม่ต้องเอาเรื่องใดๆหรอกฐานที่ไม่มาพบ รอดูอัยการก่อน)ดำเนินคดีกับเจ้าของร้านไปตามปกติ ตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 31(1),70 วรรคสอง แล้วสอบสวนเจ้าของร้านถึงคนที่มีตำหนิรูปพรรณตามผู้ร้องทุกข์ให้การไว้ว่าเป็นคนขายสินค้าของทางร้านให้ในขณะเกิดเหตุ จะตอบอย่างไรก็ให้ปรากฎไว้ หากให้ความร่วมมือยืนยันคนขายสินค้าในร้านให้ ก็เอามาสอบสวนเป็นพยานไป เพราะไม่ได้ร้องทุกข์ให้เอาเรื่องด้วยนี่ ส่งไปยังอัยการ สั่งต่อไป ไม่รู้น่ะเพราะเหตุใดทำไมพงส.เรียกผู้ร้องทุกข์แล้วไม่มาให้ความร่วมมือ และส่วนใหญ่จะได้รับมอบอำนาจมาจากผู้เสียหายแท้จริง เช่นนี้ อัยการอาจให้สอบสวนปากคำผู้เสียหายแท้จริงได้ ก็ส่งประเด็นไปสอบสวนได้ ก็ว่ากันต่อไป ครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลิขสิทธิ์ ร้านเกม ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.09 วินาที