Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหรือไม่ หากพบการกระทำผิดไม่จับกุม ละเว้นหรือไม่
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สุขภาพ l ศึกษา l กีฬา l เกม l อดิเรก l ข่าว l รัก l ความรู้ l ไอที l งาน l ซื้อขาย l ท่องเที่ยว l โรงแรม l การเงิน l ธุรกิจ l บันเทิง l บ้าน l บ้านจัดสรร l สังคม l สวย l กล้อง l มือถือ l รถ l กวี l บล็อก l ศิลป์ l สัตว์ l หน่วยงาน l หนังสือ l โหลด l อาหาร l เนต l โปรโมทเว็บฟรี l เนติบัณฑิต
ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหรือไม่ หากพบการกระทำผิดไม่จับกุม ละเว้นหรือไม่
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3  ถัดไป  
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
ฐิต
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 11/01/2008
ตอบ: 1591

ตอบตอบ: 23/10/2012 11:09 am    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

-เจ้าพนักงานตำรวจ ในตำแหน่งที่กฎหมายบัญญัติว่า มีฐานะเป็นพนักงานสอบสวน
ย่อมมีฐานะเป็นพนักงานสอบสวนตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งดังกล่าว
ส่วนการที่จะต้องเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนในวันเวลาใด
เป็นเพียงระเบียบหรือข้อบังคับภายในของหน่วยงานราชการ
ซึ่งไม่มีผลทำให้เจ้าพนักงานตำรวจในตำแหน่งพนักงานสอบสวน
ในขณะที่ไม่ได้เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวน ไม่มีฐานะเป็นพนักงานสอบสวน


ดังนั้น การที่ ร.ต.อ. ป. รับแจ้งความร้องทุกข์จากโจทก์ร่วมในขณะที่ยังไม่ได้เข้าเวร
ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวน


ก็ต้องถือว่า ร.ต.อ. ป. มีฐานะเป็นพนักงานสอบสวนในขณะที่รับแจ้งความร้องทุกข์
การสอบสวนของ ร.ต.อ. ป. ย่อมชอบด้วยกฎหมาย
พนักงานอัยการจึงมีอำนาจฟ้องคดี
(ฏ. 3096/2536) อ้าง ป.วิ.อ. มาตรา 2(6) ฯลฯ
http://www.stdlawcenter.com/index.php?option=com_content&task=view&id=4809&Itemid=108






ความเห็นส่วนตัว ...

1) ฏีักา 4711/2542 ที่ท่านเมืองป่า นำมาวาง มีข้อสังเกตสำคัญที่คำว่า...
.."แม้ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 3 จะมีหน้าที่ในการบรรเทาสาธารณภัย
ก็ไม่ทำให้อำนาจที่จำเลยที่ 3 มีอยู่ตามกฎหมายสูญสิ้นไปแต่ประการใด
จำเลยที่ 3 ยังคงมีอำนาจอยู่โดยบริบูรณ์ในฐานะเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง
หรือตำรวจผู้มีอำนาจหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดอาญา
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(16)
"...

2) เมื่อมองย้อนไปที่ ฏ. 3096/2536 ที่วางแนวว่า...
ตำรวจ ในตำแหน่งที่กฎหมายบัญญัติว่ามีฐานะเป็นพนักงานสอบสวน
แม้ไม่ได้เข้าเวร แต่ก็รับแจ้งความร้องทุกข์ได้ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ ชอบด้วยกฎหมาย

ดังนั้น ตำรวจ ในตำแหน่งที่มี พระราชกฤษฏีกา กฎกระทรวง ระเบียบ/คำสั่งสตช.
ให้เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในฐานะฝ่ายอำนวยการ
แม้อยู่ฝ่ายอำนวยการ หรืออยู่นอกเวลาราชการ เช่น ก่อน 08.30 หลัง 16.30 หรือในช่วงของ
วันหยุดราชการเสาร์อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์..
ก็เกิดคำถามเทียบเคียงว่า..

.."ตำรวจฝ่ายอำนวยการ มีสถานะเป็นตำรวจ อยู่้ตลอดเวลา หรือไม่ ..
ตลอดเวลา อรุณ เช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ ดึกดื่น เขาใช่เป็นตำรวจ ตามความหมายใน ป.วิอาญา ...
ซึ่งมีอำนาจหน้าที่รัีกษาความสงบเรียบร้อย , สืบสวน จับกุม
ตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิอาญา มาตรา 2(16) , 17 อยู่ตลอดเวลาแห่งสถานะตำรวจหรือไม่....

3) เมื่อต่อไปที่ลำดับศักดิ์ ของกฎหมาย ในระบบกฎหมายไทย
ซึ่งแบ่ง7 ชั้น อันได้แก่

-รัฐธรรมนูญ
-พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
-พระราชบัญญัติ
-พระราชกำหนด
-พระราชกฤษฎีกา
-กฎกระทรวง
-ข้อบัญญัติท้องถิ่น ได้แก่ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร และข้อบัญญัติเมืองพัทยา
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2

ก็พบว่า พระราชบัญญัติ..

เป็นกฎหมายลำดับชั้นรองลงมาจากรัฐธรรมนูญ
พระราชบัญญัติ คือ บทกฎหมายที่ใช้เพื่อวางระเบียบบังคับความประพฤติของบุคคล
รวมทั้งองค์กรและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่มีฐานะสูงกว่าบทกฎหมายอื่น ๆ
นอกจากรัฐธรรมนูญ
http://sornapat.blogspot.com/

4) พระราชบัญญัติ ตำรวจแห่งชาติ 2547 แม้เกิดขึ้นภายหลังฏีกา ปี 36 ปี 42 แต่เป็นกฎหมาย
ที่มีลำดับศักดิ์เดียวกันกับ พระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2477
http://www.thailaws.com/law/thaiacts/code1307.pdf

5) พระราชกฤษฏีกาแบ่งส่วนราชการ ก็ตาม กฎกระทรวง ระเบียบ คำสั่ง ของ สตช. ก็ตาม
อัีนเกี่ยวแก่อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายต่าง แผนกการต่าง ๆ ...
จึงเป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ,ระเบียบแบบแผนของส่วนราชการ(สตช.) ...
ที่จำกัดให้ตำรวจฝ่ายอำนวยการ เป็นต้น ต้องปฏิบัติตาม ตามวิสัยแห่งความเป็นข้าราชการ
ที่มีเรื่องวินัยสำทับกำกับ... อย่างไรก็ตาม พระราชกฤษฏีกาฯเป็นต้น ก็มีลำดับศักดิ์รองจาก พ.ร.บ.

6) เมื่อ พรบ.ให้ใช้ ป.วิอาญา ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่้มีศักดิ์สูงกว่า 5) ยังใช้บังคับกับ "ตำรวจ"
จึงเห็นว่า ตำรวจ(ฝ่ายอำนวยการ) ยังต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ให้ใช้ ป.วิอาญา
อีกทั้งแนว 4711/42 วางแนวรับรองให้เห็นภาพของ "ลำดับศักดิ์แห่งกฎหมาย"...


ตัวอย่างสมมติ... ตำรวจฝ่ายอำนวยการ หยุดเสาร์ทิตย์ อยู่ที่บ้าน
บังเอิญเห็นบุคคลต้องสงสัย รับส่งสิ่งของ อย่างลับๆล่อๆ จึงออกไปสืบสวน
แสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานต่าง ๆ หรือบังเอิญพบเห็นส่งอาวุธปืนจึงเข้าตรวจสอบขอดู
พบว่าเป็นปืนที่ไม่มีทะเบียน หรือมีร่องรอยขูดลบเลขทะเบียน เป็นต้น...

การสืบสวนก็ตาม การจับกุมความผิดซึ่งหน้าเกี่ยวกับปืนก็ตาม
แม้อยู่นอกเหนือกรอบอำนาจหน้าที่ตาม พรบ.ตำรวจ / พรฏ. /กฎกระทรวง /ระเบียบ /คำสั่งสตช.
แต่ยังอยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ตาม พรบ.ให้ใช้ ป.วิอาญา ... หรือไม่...
การกระทำของเขา ใช่มี ป.วิอาญา รองรับหรือไม่...


ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1449

ตอบตอบ: 23/10/2012 11:41 am    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ต้องดูว่าฝ่ายอำนวยการของหน่วยไหน เช่น. สันติบาลไม่มีอำนาจหน้าที่ตามวิอาญา ฝ่ายอำนวยการในหน่วยสันติบาลก็ทำการสืบสวนไม่ได่

ฝ่ายอำนวยการ. ภ จว. ชบ. เช่นงานกำลังพล. มีอำนาจสืบสวนเพราะต้นสังกัดคือภจว. เป็นบก. ที่มีอำนาจหน้าที่ตามวิอาญา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1449

ตอบตอบ: 23/10/2012 1:40 pm    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เพิ่มเติมเหตุผลว่าทำไมฝ่ายปกครอง ก/น. ผญบ จึงมีเขตอำนาจหน้าที่จับกุม สืบสวน. ได้อย่างจำกัดเฉพาะเขตหมู่บ่านของผู้ใหญ่. เขตตำบลของกำนัน. เขตตำบลของปลัดตำบล. เขตทุกตำบลของปลัดอำเภอ. เขตอำเภอของนายอำเภอ

มาจากกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่เกี่ยวข้องหลายมาตรา สรุปเป็นหลักว่า ผญบ กำนัน ปลัด มีอำนาจหน้าที่จับกุมปราบปรามโจรร้ายในเขตอำนาจของตนเองเท่านั้นกฎหมายเขียนขีดวงให้แบบนี้ชัดเจน สำหรับในอำเภอหนึ่่งหนึ่งเป็นความรับผิดชอบของกรมการอำเภอมีนายอำเภอเป็นหัวหน้า
มีปลัดเป็นผู้ช่วยมีอำนาจทำการแต่ในเขตอำเภอของตน.ในสมัยนั้นการจับกุมปราบปรามใช้ระบบไต่สวนในอำนาจของกรมการอำเภอ ทั้งหมดนี่ยุคก่อน2477นะ

เมื่อเปลี่ยนการปกครอง2475 ยุคประชาธิปไตย มีปวิอาญาเกิดใหม่ขึ้นใช้ใน 1ตค 2477. วางระบบยุติธรรมชั้นต้นเลิกการไต่สวนในอำนาจของกรมการอำเภอตามกฎหมายปกครองท้องที่. หันมาใช้ระบบการสอบสวนแทน และมีพรบ ให้ใช้วิอาญามาตรา4 วางหลักว่า เมื่อใช้
วิอาญาแล้วให้ยกเลิกระบบวิธีที่ขัดหรือแย้งกับวิอาญา. และขณะเดียวกันก่อนหน้าในปี 2476 มีกฎหมายบริหารราชอาณาจักรสยาม2476 และฉบับแก้ไขวางหลักว่า ให้เลิกกรมการอำเภอ การใดเป็นของกรมการอำเภอให้โอนมาเป็นของนายอำเภอคนเดียว

ดังนั้นภารกิจปราบรามโจรผู้ร้าย การไต่สวนของนายอำเภอตามกฎหมายปกครองท้องที่กลายเป็นความรับผิดชอบของนายอำเภอท้องที่ไปแล้ว. บทใดตามกฎหมายปกครองท้องที่ที่ขัดหรือแย้งกับวิอาญาในส่วนที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมต้องยกเลิกไป ส่วนที่ไม่ขัดหรือแย้ง
คงใช้ได้อยู่ถึงปัจจุบัน

นี่คือกฎหมายจำกัดอาณาเขตจับกุม สืบสวนของฝ่ายปกครอง ที่ให้มีอำนาจเฉพาะเขตของตนมาจากกฎหมายปกครองท้องที่

ส่วนตำรวจไม่ได้มีกฎหมายจำกัดแบบของปกครอง ซ้ำยังเปิดให้อำนาจจับกุมทั่วราชอาณาจักรไว้ที่ มาตรา6 ตำรวจทุกคนมีอำนาจหน้าที่
ตามปวิอาญา และหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย. ตำรวจทุกคน ทุกหน่วยงานจึงชอบที่จะรับคำสั่งไปคุมม๊อบได้. ตำรวจทุกคนเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
ทำหน้าที่จับกุมได้ตาม78 มีอำนาจตาม83 เมื่อจับแล้วเขาสู้เขาหนีเขาขัดขวาง

วิาอาญาให้อำนาจพิเศษแก่เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจอีกสองเรื่องสำคัญ ได้แก่ อำนาจสืบสวนตามมาตรา17 และอำนาจสอบสวนตามมาตรา18
แต่มิได้หมายความว่าตำรวจทุกคนจะใช้อำนาจสองอย่างนี้ได้. ใครจะใช้อำนาจสืบสวนหรืออำนาจสอบสวนต้องอยู่ในเงื่อนไขของมาตรา16 ที่วางหลักว่ส
การใช้อำนาจทั้งหลายตามวิอาญา ต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับทั้งหลายอันว่าด้วยการกำหนดอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจนั้นด้วย

กฎหมายและข้อบังคับดังว่าก็ได้แก่ พรบ ตำรวจ และกฎหมายลูกทั้งหลายที่คลอดตามมานั่นเอง
กฎหมายลูกของตำรวจเช่น. พรฎ. แบ่งส่วนฯ ตั้งบชต่างๆ หลายบช. กำหนดอำนาจหน้าที่ให้บชต่างๆ บางบช. ได้อำนาจหน้าที่ตามวิอาญาไปด้วย
บางบช. ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ตามวิอาญา

หน่วยไหนได้อำนาจตามวิอาญาไป หน่วยนั้นก็ทำการสืบสวนได้. แต่อย่างไรก็ตามทุกหน่วยยังเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่จับผู้ร้ายได้แม้แต่เป็นหมอตำรวจ
พยาบาลตำรวจ นักบินตำรวจ นักเรียนตำรวจทุกระดับ. ก็จับตาม78ได้หมด

ถ้าท่านจับหลักได้แม่นมั่น ตุ๊กตามาแบบไหน. จับเข้าหลักก็ตอบได้หมด
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นายทองดี
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 22/06/2011
ตอบ: 14

ตอบตอบ: 23/10/2012 2:27 pm    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เห็นด้วยกับท่านอัมพล....
-จะดูว่าตำรวจจับได้ในฐานะตำรวจหรือไม่ ต้องดูไล่ตั้งแต่ ป.วิ.อ. พรบ.ตร. พรฎ. กฎกระทรวง ฯลฯ ไล่กันมา คิดแบบนี้น่ะถูกแล้วผมเห็นด้วย เป็นความคิดที่เชื่อมโยง สอดคล้อง รองรับ ไม่ขาดช่วง ไม่ลอยๆ ดี

-ป.วิ.อ. ม.๑๖ บอกจะๆชัดเจน อำนาจตำรวจที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้(การจับก็เป็นการปฏิบัติตามบทบัญญัติ ป.วิ.อ. นี้แหล่ะ) ต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของตำรวจ(ก็คือให้ไล่มาตั้งแต่ พรบ.ตำรวรจฯ พรฎ.แบ่ง บช. กฎกระทรวงแบ่ง บก. ฯลฯ) จับก็จับ สืบก็สืบ ก็ว่ากันไป ไม่เห็นแปลก แต่ถ้าจะจับต้องจับตาม ป.วิ.อ. ก็คือเป็นการปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ป.วิ.อ. นี้ตามความหมายของ ป.วิ.อ.ม.๑๖ นี้แหล่ะ อำนาจในการจับของตำรวจแต่ละหน่วยก็ต้องพิจารณาตาม ป.ว.อ. ม.๑๖ นี้ด้วย ดังนั้นการจับต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของตำรวจ ก็คือต้องดู พรบ.ตำรวรจฯ พรฎ.แบ่ง บช. กฎกระทรวงแบ่ง บก. ฯลฯ ให้อำนาจหน้าที่ตำรวจหน่วยนั้นๆ ไว้ด้วยหรือไม่ แค่นี้เอง

- ดู ป.วิ.อ. ม.๑๖ , ม.๒(๑๖) พรบ.ตำรวจฯ ม.๔ , ม.๑๐ แบ่งส่วนราชการ ใน ตร. เป็น บช.ตราเป็น พรฎ. แบ่งเป็น บก. ออกเป็น กฎ กระทรวงฯ
พรฎ.แบ่งส่วนราชการฯ ล่าสุดปี ๕๒ แบ่งเป็น บช. ต่างๆ มีอำนาจหน้าที่ต่างกัน เช่น บช.น. ภาค๑-๙ ฯลฯ ให้อำนาจและหน้าที่ตำรวจ มีอำนาจจับกุมคือ (ยกมาบางส่วน) -รักษาความปลอดภัยพระมหากษัตริย์ฯ ดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อย ให้ความปลอดภัยแก่ประชาชน ปฏิบัติตาม ป.วิ.อ.ฯ รักษาความมั่นคง หรือเกี่ยวกับเรื่องการจราจร ฯลฯ
ดังนั้น บช. ที่ยกเป็นตัวอย่างมาตำรวจในสังกัดมีอำนาจจับกุมในฐานะตำรวจได้ตาม ป.วิ.อ. (แต่ยังไม่ทั้งหมดให้ดูข้อสังเกตช่วงท้าย)

-ต่อไปจะยกตัวอย่างตำรวจในสังกัดบาง บช. ที่ไม่มีอำนาจจับกุมตาม ป.วิ.อ. เช่น บช.ศ. รร.นรต. รพ.ตร. สนง.นิติวิทยาศาสตร์ สนง.เทคโนฯ สนง.กตร. ฯลฯ (เอาเท่าที่นึกออกไม่ได้เปิดอ่านแล้วพิมพ์) บช. ต่างๆเหล่านี้ พรฎ. แบ่งส่วนราชการไม่ได้ให้อำนาจหน้าที่ ตร. ในสังกัด เหมือนพวก บช.น. ภ๑-๙ ฯลฯ ที่กล่าวมาข้างต้น ตำรวจในสังกัด บช. เหล่านี้จึงไม่มีอำนาจในการจับกุมผู้กระทำผิดตามกฎหมายตามความหมายของ ป.วิ.อ. ม. ๒(๑๖) บวกกับ ม.๑๖ แต่อย่างใด

ข้อสังเกตุ
- บช.แบ่งเป็น บก. ออกเป็นกฎกระทรวงกำหนดอำนาจหน้าที่ของ ตร.ในสังกัด จะเห็นว่า ถึงแม้จะเป็น บช.น. เป็น ภ.๑-๙ แต่ บช.เหล่านี้จะมี บก.อำนวยการ ซึ่งกฎกระทรวงแบ่ง บก.อำนวยการใน บช.เหล่านี้มีอำนาจหน้าที่ก็จะเกี่ยวกับพวกงาน ธุรการ บริหาร การเงิน งบประมาณ อบรมโครงการ วินัยกฎหมาย ชุมชน วิจัย ยุทธศาสตร์ พลา พัสดุ ส่งกำลัง สื่อสาร
ความเห็น...
ตำรวจ ในสังกัด บก.อก. บช.น.หรือ ภ.๑-๙ ฯลฯ เหล่านี้ไม่มีอำนาจจับกุมในฐานะ ตำรวจ ตาม ป.วิ.อ. เนื่องจากกฎกระทรวงฯดังกล่าวไม่ได้ให้อำนาจหน้าที่ไว้ จึงสอดคล้องกับ พรฎ.แบ่ง บช. พรบ.ตำรวจ และ ป.วิ.อ. แล้ว ไม่ใช่กฎหมายเล็กขัดกฎหมายใหญ่แต่อย่างใด เหมือนกับออกกฎหมาย พรบ.มาบอกให้ทำได้แต่เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ก็ต้องดูตาม ต้องรอให้ กฎกระทรวงออกด้วยจึงจะทำได้ เป็นต้น หรือเช่นเรื่องทั่วไปกับเฉพาะพอเทียบเคียง เป็นต้น

สรุปความเห็น
-ตำรวจสังกัดบาง บช. มีอำนาจจับกุมในฐานนะตำรวจตาม ป.วิ.อ. ได้ เช่น บช.น. ภ๑-๙ ศชต. ฯลฯ เป็นต้น ทั้งนี้ให้ดูตาม พรฎ. แบ่ง บช. ให้ดี
-ตำรวจสังกัดบาง บช. ไม่มีอำนาจจับกุมในฐานะตำรวจตาม ป.วิ.อ. ได้ เช่น รพ.ตร. รร.นรต. สนง.กตร. สนง.เทคโนฯ บช.ศ. สนง.นิติวิทยาศาสตร์ สนง.จเรฯ เป็นต้น

ความเห็นของความเห็น
- ตำรวจสังกัดใน บก.อก. ถึงแม้ใน บช.ที่มีอำนาจจับกุมตาม ป.วิ.อ. เช่น บช.น. ภ๑-๙ ตำรวจใน บก.อก.เหล่านี้ก็ไม่มีอำนาจจับกุมในฐานะตำรวจตาม ป.วิ.อ.ได้


สบายสบาย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1449

ตอบตอบ: 23/10/2012 3:09 pm    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เห็นแย้งพี่ทองดี

หมอตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามพรบตำรวจ. จึงเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ตาม2(16) จับ
ผู้ร้ายได้ตาม78ถ้าไม่จับถูกร้องและถูกลงโทษทางอาญาและวินัยได้

จึงไม่เห็นหมอตำรวจแต่งเครื่องแบบมาเดินแถวแยกราชประสงค์เพียงลำพังคนเดียว เพราะถ้ามาเจอเหตุซึ่งหน้าก็ต้องจับถ้าไม่
จับเป็นเรื่อง

หมอตำรวจจับได้ แต่ทำการสืบสวนไม่ได้ เพราะกฎหมายตำรวจไม่ได้ให้อำนาจสืบสวนที่มีอยู่ในวิอาญาแก่หมอที่สังกัดรพ
ตำรวจ ไม่มีอำนาจหน้าที่ตามปวิอาญา

การจับตาม 78 ไม่ใช่หน้าที่ของข้าราชการตำรวจตามพรบตำรวจ. โปรดเข้าใจตรงนี้ก่อน แต่เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ เหงื่อตก ตามปวิอาญา.

ต่างจากการจับกุมของกำนันผู้ใหญ่บ้านตามลักษณะท้องที่ ที่เขาจับได้เพราะมีหน้าที่จับประการหนึ่งตามกฎหมายปกครองท้อง
ที่ กับเขาจับเพราะความที่เขาเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามวิอาญาเป็นประการที่สอง ทั้งนี้เฉพาะในเขตของเขา
เท่านั้น


พรบ ตำรวจไม่ได้ให้ตำรวจมีหน้าที่จับผู้ร้ายโดยตรงเหมือนกำนันผู้ใหญ่บ้าน. แต่ให้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย หมอ
ตำรวจจับผู้ร้ายได้ผ่านช่องอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตาม2(16). ประกอบ 78


หน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยมาจากภาษาอังกฤษว่า police

Police. มีสองประเภท. Police administrative.(ตำรวจทางปกครองทำหน้าที่จับกุมได้ รักษาความสงบได้ แต่
สอบสวนไม่ได้ )กับ police. Judiciary สืบสวนสอบสวนได้ในฐานะต้นทางของกระบวนการยุติธรรม

หมอตำรวจ. นักบินตำรวจ. นักวิทยาศาสตร์ตำรวจ(พฐ) ฯลฯ คือ police administrative. จับผู้ร้ายได้เพราะ
กฎหมายตำรวจผลักให้เขาเป็นผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย. เขากลายเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่จับได้
ตาม78 ไม่ได้จับเพราะความเป็นตำรวจตรงตรง ลังเล
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เวียงเหนือ
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 22/06/2011
ตอบ: 202

ตอบตอบ: 23/10/2012 5:12 pm    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เห็นด้วยกับความเห็นของท่าน พงส์ ๒๕๕๓ มีเหตุผลดี ปวิ.อาญา ม.๒(๑๖) ระบุว่า พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ หมายถึง เจ้าพนักงานที่กฎหมายให้มีอำนาจหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน รวมทั้ง ..... และเจ้าพนักงานอื่นๆ เมื่อได้กระทำการอันเกี่ยวกับกับการจับกุมและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย ซึ่งตนมีหน้าที่ต้องจับกุมปราบปราม แล้วจึงโยงไปในเรื่องจับกุมตาม ม.๗๘ ปวิ.อาญา ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับ ม.๑๖ ปวิ.อาญา เลย ซึ่ง ม.๑๖ นี้ น่าจะนำมาใช้กับเรื่องการสอบสวนชัดเจนกว่า เรื่องอำนาจและหน้าที่การจับกุม โดยได้บัญญัติว่าการปฏิบัติตามบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายนี้ให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือข้อบังคับทั้งหลายอันว่าด้วยการจัดตั้งศาลยุติธรรม.. หรือซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ซึ่งจะต้องมาแต่งเติมในส่วนขอตำรวจที่มีคุณสมบัติที่จะมาเป็นพนักงานสอบสวน นอกเหนือที่ ปวิ.อาญา ระบุไว้ชัดเจนตาม ม.๑๘ ในเรื่องพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ในส่วนนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรยศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไปก็มีกฎหมายลูก(ระเบียบ คำสั่งต่างๆ) ออกมารองรับเพื่อกำหนดบุคคลให้มาเป็นพนักงานสอบสวนเพื่อปฏิบ้ติตาม ปวิ.อาญา ๑๘ และเรื่องในเขตอำนาจสอบสวนของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งจะต้องมีกฎหมายลูกมาสนับสนุนก่อนตาม ปวิ.อาญา ม.๑๖ นี้ หรือท่านกูรูทั้งหลายมีความคิดเห็นอย่างไรครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1449

ตอบตอบ: 23/10/2012 8:35 pm    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เจ้าพนักงานฝายปกครองหรือตำรวจ ตาม ปวิอ 2(16) มีอยู่สองมิติคือ

1. มิติของเจ้าพนักงานที่กฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย เช่น เจ้า
พนักงานตำรวจตาม พรบ.ตำรวจฯ2547 ให้ข้าราชการตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย
ตามมาตรา 6(4) และเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง เช่น ปลัดมหาดไทย ผู้ว่า รองผู้ว่า ปลัด
จังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายข้าราชการพลเรือน และมี
อำนาจหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตาม พรบ.ปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม 2545 ตั้ง
กระทรวงมหาดไทย ประกอบ พรบ.บริหารราชการแผ่นดิน 2535

2. มิติของ เจ้าพนักงานที่มีกฎหมายให้อำนาจหน้าที่ต้องเข้าจับกุมปราบปรามตามกฎหมาย
เฉพาะต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่ก่อน พ.ศ. 2477 อันเป็นพ.ศ.ที่เริ่มใช้คำว่า เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง
หรือตำรวจตาม ปวิอาญา 2477 อธิบายพอให้เข้าใจได้ว่า
กิจการของรัฐไมว่ายุคสมัยในเรืองสำคัญมีสองเรื่องได้แก่ การจัดเก็บภาษีสินค้าหาเงินรายได้
เข้าแผ่นดิน ซึ่งได้มาจากภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิต ภาษีเจ้าท่าอันเกี่ยวกับการค้าขายทาง
น้ำ เรื่องเกี่ยวกับภาษีคน การเข้าออกของคน การคุมคนร้ายไม่ให้ออกอาละวาดคนทำมาหา
กินจำกัดไว้ในแต่คุกของพัสดี

เจ้าพนักงานตามกฎหมายเหล่านี้จึงได้อำนาจจับกุม ตรวจค้นจากรัฐเป็นกรณีพิเศษตาม
กฎหมายเฉพาะแต่ละด้านกันไป ตั้งแต่สมัยยุคการปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช
เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 และเกิด ปวิอ ใช้ใน 1ตค 2477 จึงได้มีการวาง
หลักให้มีการสืบสวนสอบสวน จับกุม ตรวจค้น ให้อยู่ในอำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐที่เรียกว่า “เจ้า
พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ “

ฉะนั้น เพื่อให้การตรวจค้นจับกุมโดยอาศัยอำนาจรัฐเป็นมาตรฐานเดียวกัน รัฐจึงได้วางหลักให้
เจ้าพนักงานศุลกากร เจ้าท่า สรรพสามิต พัศดี คนเข้าเมือง ที่มีอำนาจจับกุมตรวจค้นอยู่แล้ว
เข้ามาจัดระเบียบให้เป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ เพื่อจะได้ใช้อำนาจจับ อำนาจค้น
ตาม ปวิอ.ไปในทำนองเดียวกัน จึงได้วางหลักว่า เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ นอก
จากหมายถึงเจ้าพนักงานที่กฎหมายให้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในมิติหนึ่งแล้ว

ยังให้กินความไปถึง เจ้าพนักงานศุลกากร สรรพสามิต พัศดี ตรวจค้นเข้าเมือง เจ้าท่า หรือเจ้า
พนักงานอื่นที่กฎหมายเฉพาะแต่ละด้านให้มีหน้าที่จับกุมปราบปรามอยู่แล้ว โดยให้เจ้าพนักงาน
เหล่านี้เป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ไปด้วย เพื่อจะได้ใช้อำนาจของเจ้าพนักงาน
ปกครองหรือตำรวจตามปวิอาญา ไปตรวจค้น จับกุม สืบสวน ไปในกรอบของกฎหมายตนเอง
การจับกุม ตรวจค้น ทุกประเภททั้งราชอาณาจักรจะได้มีมาตรฐานเดียวกันอันเป็นการรักษาไว้ซึ่งสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างมีมาตรฐานในสายตาของนานาประเทศนั่นเอง

ดังนั้น การจับกุม ตรวจค้น ของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ จำพวกเจ้าหน้าที่ศุลกากร
สรรพสามิต จึงจำกัดอำนาจจับกุมตรวจค้นเฉพาะความผิดตามกฎหมายที่เจ้ากระทรวงของตน
เองเป็นผู้รับผิดชอบเท่านั้น กรณีนี้มิได้เกี่ยวโยงไปที่ ปวิอ 16 แต่อย่างใด

เมื่อเป็นดังนี้ เจ้าพนักงานสรรพสามิตในฐานะเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจึงจับกุมตาม
ปวิอ 78 ได้แต่ความิดตามกฎหมายสรรพสามิตจำพวกบุหรี่ ยาสูบ สุรา ไพ่ ความผิดกฎหมายสรรพสามิตน้ำมัน รถยนต์ฯลฯ แต่ไปจับยาเสพติด อาวุธปืนไม่ได้ เป็นต้น

คำถามมีต่อว่า แล้ว มาตรา 16 ใช้อย่างไร

พิจารณาในสองมิติอีกเช่นกัน ได้แก่

1. การวางตัวบทของมาตรา 16

ข้อเท็จจริง การวางตัวบทมาตรา 16 อยู่ในลักษณะ 2 อำนาจพนักงานสอบสวนและศาล ซึ่งมี
อยู่สามหมวดเท่านั้น ได้แก่ หมวด 1 หลักทั่วไป หมวด 2 อำนาจสืบสวนและสอบสวน และ
หมวด 3 อำนาจศาล
พิเคราะห์แล้วเห็นว่ามาตรา 16 เป็นบททั่วไปวางหลักไว้โดยมีวัตถุประสงค์ให้นำไปใช้ในเรื่อง
ของอำนาจสืบสวน อำนาจสอบสวน และอำนาจศาล ซึ่งจะนำไปใช้ในมาตรา 17-27 เป็น
หลักใหญ่ ไม่เกี่ยวกับเรื่องการตรวจค้น จับกุม ในลักษณะ 5

2. เนื้อหาในตัวบทมาตรา 16

สำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ มาตรา 16 ก็วางหลักว่า อำนาจ
เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในการปฏิบัติตามปวิอาญา ต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อ
บังคับทั้งหลายอันว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจนั้นด้วย

จึงแปลความว่าได้ว่า เมื่อเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจมีอำนาจสืบสวนตามมาตรา
17 และมีอำนาจสอบสวนในส่วนของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามมาตรา 18 การใช้อำนาจสืบสวน และอำนาจสอบสวน สองอย่างนี้ก็จำต้องเป็นไปตาม
กฎหมายและข้อบังคับทั้งหลายอันว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือ
ตำรวจด้วย


ซึ่งกฎหมายตำรวจก็ได้แก่ พรบ.ตำรวจ 2547 อันเป็นกฎหมายการบริหารงานบุคคลของตำรวจ
ที่ระบุอำนาจหน้าที่ของตำรวจ และให้อำนาจออกกฎหมายลูกกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วน
ราชการตำรวจต่าง ๆ ไว้แล้วเช่น พรฎ.แบ่งส่วนราชการตำรวจตั้ง บช., กฎกระทรวงตั้งกอง
บังคับการ, ระเบียบตำรวจกำหนดหน้าที่ส่วนราชการ,ประกาศเขตพื้นที่รับผิดชอบ. คำสั่งตร
537 -538/2555 หนดหน้าที่การงานในสถานีตำรวจและความรับผิดชอบของพนักงานสอบ
สวน

ในส่วนของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองก็เช่นกัน การสืบสวน การสอบสวนต้องเป็นไปตาม
กฎหมายขององค์กรฝ่ายปกครองที่กำหนดอำนาจหน้าที่ได้แก่ พรบ.ระเบียบบริการราชการแผ่น
ดินกำหนดอำนาจหน้าที่ของปลัดมหาดไทย ผู้ว่า รองผู้ว่า นายอำเภอ ปลัดอำเภอ และ
กฎหมาย พรบ.ปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม ที่ให้กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบ
ร้อย กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมการปกครองให้มีหน้าที่สืบสวนสอบสวนดดีอาญาในความ
รับผิดชอบของฝ่ายปกครอง ( ขณะนี้พบว่า กฎหมายหลักบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ให้ฝ่าย
ปกครองมีหน้าที่ทำการสอบสวนไว้เลย ฝ่ายปกครองคงมีแต่อำนาจสอบสวนตามปวิอาญาเท่า
นั้น จึงเป็นกรณ๊ที่ต้องพิจารณากันต่อไปถึงความชอบด้วยกฎหมายของการเป็นพนักงานสอบ
สวนของฝ่ายปกครอง)

***สรุป1***


มาตรา 16 บัญญัติไว้เพื่อบังคับการเกี่ยวกับ การสืบสวนของเจ้าพนักงานฝายปกครองหรือตำรวจตามมาตรา 17 การสอบสวนตามมาตรา 18 ไม่ได้มุ่งหมายจะมาบังคับใช้กับการจับกุม ตรวจค้น ใน
ลักษณะที่ 5 ซึ่งวางหลักให้เจ้าพนักงานฝายปกครองหรือตำรวจตรวจค้น จับกุมได้ตามหลักเกณฑ์ที่
กำหนด

***สรุป 2***

ตำรวจฝ่ายอำนวยการในสังกัดหน่วยงานที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ตามปวิอ เช่น สังกัด รพ.ตำรวจ
จึงไม่มีอำนาจสืบสวนตามมาตรา 17 ประกอบมาตรา 16 แต่หมอตำรวจ พยาบาลตำรวจ
สังกัด รพ.ตำรวจเป็นเจ้าพนักงานตำรวจตาม พรบ.ตำรวจ 2547 มีอำนาจหน้าที่รักษาความ
สงบเรียบร้อยตาม มาตรา 6 ส่งผลให้เป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามมาตรา
2(16) แห่งปวิอาญา ที่วางหลักว่า เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจหมายถึงเจ้าพนักงานที่
กฎหมายให้มีอำนาจหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย หมอตำรวจ และ พยาบาลตำรวจจึงมี
หน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดตาม มาตรา 78 ปวิอาญาได้ ถ้าท่านเหล่านี้แต่งเครื่องแบบตำรวจไป
ไหนมาไหนในที่สาธารณะแปลว่าท่านต้องพร้อมที่จะ ว.20 ผู้กระทำผิดซึ่งหน้าได้ทุกกรณีแล้ว
นะ

ตัวอย่าง ฝ่ายอำนวยการตำรวจ สังกัดตำรวจภูธรจังหวัดตาก อันเป็นกองบังคับการที่มีอำนาจ
หน้าที่ตามปวิอาญาตามกฎกระทรวงตั้งบก.ฯ อยู่ในสังกัดตำรวจภาค 6 อันเป็นหน่วยที่มีอำนาจหน้าที่ตามปวิอาญาตาม พรฎ.แบ่งส่วนราชการตำรวจ

อย่างเช่น เจ้าหน้าที่งานกำลังพล เจ้าหน้าที่งานแผน เจ้าหน้าที่การเงิน เจ้าหน้าส่งกำลังบำรุง ทุกนาย จึงเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตาม ปวิอ 2(16) จับกุมตาม 78 ได้ และได้รับคำสั่งให้ไปทำหน้าที่สืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายก็ได้ หรือจะไปสืบสวนเองแล้วมารายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก็ทำได้ และเมื่อลาพักผ่อนไปเทียวเชียงใหม่พบความผิดซึ่งหน้าก็จับคนร้ายได้ตาม 78

ทั้งนี้เพราะเขาเหล่านี้เป็นตำรวจตาม พรบ.ตำรวจฯที่ให้เขามีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามมาตรา 6(4) จึงเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตาม วิอาญา 2(16) จับกุมได้ตาม 78 การจับนี้ไม่ได้จับเพราะความเป็นตำรวจตามกฎหมายตำรวจ แต่จับเพราะเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามปวิอ.



เหงื่อตก เหงื่อตก เหงื่อตก เหงื่อตก
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เวียงเหนือ
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 22/06/2011
ตอบ: 202

ตอบตอบ: 23/10/2012 9:03 pm    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สุดยอดเลยท่าน พงส์ ๒๕๕๓ ได้ข้อสรุปแยกแยะเรื่องอำนาจหน้าที่การจับกุม และอำนาจหน้าที่การสืบสวน การสอบสวนคดีอาญาตาม ปวิ.อาญา ได้เยี่ยมมาก ส่วนมากจะเอา ม.๒(๑๖) กับ ม.๑๖ ปวิ.อาญา ไปอธิบายปนเปกันจนแยกแยะที่มาเรื่องอำนาจหน้าที่การจับกุม สืบสวน หรือสอบสวนไม่ออก ต่อไปนี้น่าจะได้ข้อยุติเสียทีเกี่ยวกับเรื่องนี้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
อัมพล
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 22/08/2009
ตอบ: 348

ตอบตอบ: 23/10/2012 9:33 pm    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คงเคารพในความคิดเห็นทุกท่านทีนำเสนอ เพื่อให้เห็นว่า ป.วิ มาตรา ๑๖ ให้ทุกส่วนมีกฏหมายลูกไว้เอง มหาดไทย นอกจาก มี พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ ยังมี พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ๒๕๔๕ และ กฏกระทรวงออกมารองรับ กรมต่างๆ เช่นเดียวกับ ตร.ที่ มี พ.ร.บ.ตำรวจ, กฤษฏีกาแบ่งส่วนราชการระดับ บช. กฏกระทรวง ระดับ บก และ ประกาศ ตร.ระดับ สภ. อัยการก็มี พ.ร.บ.อัยการ กฤษฏีกา แบ่งสวนราชการ ศาล ก็มี พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลยุติธรรม ที่เขียนไว้เพื่อให้เห็นว่า ป.วิอาญา นั้นเขียนไว้ว่าเจ้าพนักงานจะมีอำนาจหน้าที่อะไร ก็เป็นไปตามกฏหมายลูกอีกที ตอนนี้ยังไม่มีฏีกา รองรับกฏหมายใหม่ สักวันหนึ่ง อาจมีเกิดขึ้นได้ พวกที่ไม่มีหน้าที่แล้วชอบไปจับเขา ระวังก็แล้วกัน คดีใหม่ๆน่าคิด คดี่หมอสุพัฒน์ ท่านจ้างแรงงานต่างด้าว ปัญหาคือ พบต่างด้าวไม่จับ ถ้ามีอำนาจจับแล้วไม่จับ จะละเว้นหรือไม่ ๑๕๗ โทษหนักกว่า จ้างแรงงานต่างด้าวที่เป็นศาลแขวง คงฝากตำรวจที่ไม่มีหน้าที่ตามการแบ่งหน้าที่แล้วทำเกินหน้าที่ หากผมเป็นคนอื่นที่มาตีความ จะมองในแง่ทุจริตไว้ก่อน เพราะคนไทยไม่ค่อยมีใครทำเกินนอกหน้าที่ นอกจากมีปัญหา คงฝากคนที่คิดว่า เป็นตำรวจมีอำนาจจับกุมทุกคน ความคิดผมไม่เห็นด้วย แต่เคารพทุกความคิดครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นายทองดี
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 22/06/2011
ตอบ: 14

ตอบตอบ: 23/10/2012 10:07 pm    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ที่บอกว่า"""""""***สรุป1***


มาตรา 16 บัญญัติไว้เพื่อบังคับการเกี่ยวกับ การสืบสวนของเจ้าพนักงานฝายปกครองหรือตำรวจตามมาตรา 17 การสอบสวนตามมาตรา 18 ไม่ได้มุ่งหมายจะมาบังคับใช้กับการจับกุม ตรวจค้น ใน
ลักษณะที่ 5 ซึ่งวางหลักให้เจ้าพนักงานฝายปกครองหรือตำรวจตรวจค้น จับกุมได้ตามหลักเกณฑ์ที่
กำหนด"""""""""


- ตรงนี้เข้าใจผิด คิดไปเอง เพราะว่า ถ้อยคำใน ป.วิ.อ. ม.๑๖ บอกไว้จะๆ ชัดเจนแล้วว่า "ในการที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้" ไม่สามารถที่จะคิดไปได้ว่าใช้เฉพาะเรื่อง ม.๑๗ กับ ม.๑๘ และ ม.๑๖ เกี่ยวกับเรื่องอำนาจหน้าที่ของตำรวจในการจับตาม ม.๗๘ อย่างแน่นอน
หากใช้เฉพาะ ลักษณะ หรือ เฉพาะหมวด กฎหมายจะบอกว่าใช้เฉพาะหมวดนั้น หมวดนี้ เช่น มาตราที่บอกยอมความได้ให้ใช้เฉพาะหมวดนี้ เป็นต้น หรือเช่นให้นำบทบัญญัติในภาคนี้ มาใช้ในภาคนี้เป็นต้น ชัดเจนอยู่แล้ว ว่าใช้คำว่า"ประมวลกฎหมายนี้" คือทั้งประมวล วิ.อาญา ชัดเจนมากแกล้งคิดหาทางออกไปอย่างอื่นไม่ได้แล้วขอรับท่าน....

ที่บอกว่า"""""""""จ้าพนักงานฝายปกครองหรือตำรวจ ตาม ปวิอ 2(16) มีอยู่สองมิติคือ

1. มิติของเจ้าพนักงานที่กฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย เช่น เจ้า
พนักงานตำรวจตาม พรบ.ตำรวจฯ2547 ให้ข้าราชการตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย
ตามมาตรา 6(4)"""""""""""

-เข้าใจไปไม่ถูกอีกแล้ว..... พรบ.ตำรวจฯ ม.๖(๔) ไม่มีตรงไหนบอกเลยว่าให้ข้าราชการตำรวจ(คนหรือมนุษย์) มีอำนาจหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย แต่ ม.๖(๔) บอกไว้จะๆชัดเจนว่าเป็นอำนาจของ สตช.ซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคล พรบ.ตำรวจฯ ม.๖(๔) ไม่ได้บอกให้เขา(หมายถึงตัวคน)มีอำนาจตามที่บอกเลย
ดังนั้นที่บอกว่า
ที่บอกว่า """""""ทั้งนี้เพราะเขาเหล่านี้เป็นตำรวจตาม พรบ.ตำรวจฯที่ให้เขามีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามมาตรา 6(4)""""""
นั้นผิดอย่างมาก
(คนที่อ่านแล้วไม่เปิด พรบ.ตำรวจดูอาจถูกบิดเบือนได้)

ที่บอกว่า"""""""""""ทั้งนี้เพราะเขาเหล่านี้เป็นตำรวจตาม พรบ.ตำรวจฯที่ให้เขามีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามมาตรา 6(4) จึงเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตาม วิอาญา 2(16) จับกุมได้ตาม 78""""""""""""
นี่ก็ผิด.....เพราะว่า "บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตาม พรบ.ตำรวจฯ โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฯลฯ นั้นเป็น "ข้าราชการตำรวจ" ตาม พรบ.ตำรวจ (ดูมาตรา ๔) แต่ "ข้าราชการตำรวจ" ทุกคนไม่ได้เป็น "ตำรวจ" ตาม ป.วิ.อ. ม.๒(๑๖) "ข้าราชการตำรวจ" จะเป็น "ตำรวจ" ตาม ป.วิ.อ. ม.๒(๑๖) ได้นั้น ป.วิ.อ.ม.๒(๑๖) ก็บอกไว้จะๆ ชัดเจนแล้วว่า ตำรวจหมายความถึงเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ดังนั้น "ข้าราชการตำรวจ"ในสังกัด สตช. ผู้ใดจะเป็น "ตำรวจ" ตามความหมายของ ป.วิ.อ.ม.๒(๑๖) ซึ่งจะทำให้มีอำนาจจับกุมตาม ม.๗๘ ได้นั้น จะต้องมีกฎหมายให้อำนาจหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยไว้ด้วย
อย่างที่บอก พรบ.ตำรวจ ม.๖(๔) ไม่ได้บอกไว้อย่างที่เข้าใจไปเองเลยว่าให้ตัว "ข้าราชการตำรวจ" ทุกคนมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาความสงบฯ แต่บอกว่าเป็นอำนาจหน้าที่ สตช. ซึ่งก็สอดคล้องกับ พรบ.ตำรวจ พรฎ.แบ่งอำนาจหน้าที่ บช.ต่างๆไว้ กฎกระทรวงกำหนดอำนาจหน้าที่ บก. ต่างๆไว้(รายละเอียดตามที่ได้บอกไว้แล้ว)
ดังนั้น "ข้าราชการตำรวจ"ทุกคนไม่ได้เป็น"ตำรวจ" ตามความหมายของ ป.วิ.อ.ม.๒(๑๖) (ซึ่งสอดคล้องกับ ป.วิ.อ.ม.๑๖ แล้วในเรื่องให้มีกฎหมายว่าด้วยอำนาจหน้าที่)
พยาบาลตำรวจอาจเป็น "ข้าราชการตำรวจ" ตาม พรบ.ตำรวจฯ ม.๔ ได้ หากได้รับการบรรจุแต่งตั้งต ามพรบ.ตำรวจ และได้รับเงินเดือนจากหมวดเงินเดือนฯ แต่ พยาบาลตำรวจเป็น "ตำรวจ" ตามความหมายของ ป.วิ.อ. ม.๒(๑๖) ไม่ได้ เพราะว่าไม่มีกฎหมายให้ พยาบาลตำรวจ มีอำนาจหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน (พรบ.ตำรวจ ม.๖(๔)ไม่ได้บอกให้เป็นหน้าที่ของพยาบาลตำรวจเลย) เมื่อไม่ใช่ "ตำรวจ" ตามความหมายของ ป.วิ.อ.ม.๒(๑๖) จึงไม่ใช่ตำรวจตามความหมายของ ป.วิ.อ.ม.๗๘ ด้วย ดังนั้นจะเที่ยวไปจับใครโดยอาศัยความเป็นตำรวจตาม ป.วิ.อ. ไม่ได้

ความเห็นเพิ่มเติม
ข้อสังเกตุ
-ตำรวจฝ่ายอำนวยการ "ระดับกองกำกับ"ที่อยู่ใน บก. ที่มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย เช่น บก.ภูธรจังหวัด มีอำนาจจับกุมในฐานะตำรวจตาม ป.วิ.อ. ได้ เนื่องจากกฎกระทรวง ซึ่งออกตาม พรบ.ตำรวจ แบ่งอำนาจหน้าที่ถึงระดับ บก. จึงรวมทั้ง บก.ภูธรจังหวัด
-อย่าไปคิดรวมกับ ฝ่ายอำนวยการระดับ บก. ซึ่งสังกัด ภาคหรือ บช. ตามที่ได้บอกไว้

ยิ้มเท่ห์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1449

ตอบตอบ: 23/10/2012 10:39 pm    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมมีข้อคิดเห็นแย้งพี่ทองดีได้ แต่ฟังท่านอื่นคิดเห็นบ้าง เด่วจะหาว่าเข้าข้างตนเอง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นายทองดี
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 22/06/2011
ตอบ: 14

ตอบตอบ: 23/10/2012 10:47 pm    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ไม่เป็นไรครับท่าน "พงส์๒๕๕๓" ยินดีรับฟังและคิด
ได้ความรู้ดี บางเรื่องเราก็ไม่ได้รู้ทั้งหมด
ได้แง่มุมและแนวคิดดี ทำให้เกิดปัญญาครับ

เห็นแย้งกันเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมประชาธิปไตย
เราอยู่ร่วมกันในสังคมเวปบอร์ดนี้ได้ครับ ไม่มีปัญหา

แตกต่างในความคิดได้แต่ไม่แตกความสามัคคี ตำรวจไทย ครับผม


อมยิ้ม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
oldinvestigator
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 03/10/2010
ตอบ: 587

ตอบตอบ: 24/10/2012 10:05 am    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผู้เฒ่าใกล้เกษียณอย่างผมขอขอบคุณ "ท่านอัมพล" ที่เปิดประเด็นกระทู้นี้ขึ้นมาทำให้ผมหูตาสว่างขึ้นมาเยอะมากพอสมควรเกี่ยวกับคำว่า "ตำรวจ" นี่คือตัวอย่างของการตอบกระทู้ของผู้มึความรู้มีการศึกษาดีทางกฎหมาย (โดยเฉพาะท่านพงษ์๒๕๕๓ และนายทองดี) เอาเหตุเอาผลของแต่ละคนมาอธิบายชี้แจงแถลงไข โดยไม่ต้องสรุปว่าใครถูก ใครผิด อย่างไร เพราะนี่คือการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการ ดังนั้น ถ้า "เราฟังด้วยดีย่อมได้ปัญญา" ตามพุทธพจน์เสมอ

ผมเชื่อว่าประชาชนทั่ว ๆ ไป แม้แต่ผมเองซึ่งเรียนกฎหมายมาแบบงู ๆ ปลา ๆ และเป็นคนเก่าคนแก่ ก็เข้าใจแค่ว่า ตำรวจ คือผู้ที่แต่งเครื่องแบบตำรวจแล้วมีอำนาจหน้าที่อันชอบธรรมเพื่อพิทักษ์รับใช้ประชาชน คือเข้าใจง่าย ๆ ว่า เมื่อคุณแต่งเครื่องแบบแล้วคุณคือตำรวจมีอำนาจจับกุมคนรัายหรือคนทำผิดกฎหมายได้ เพราะมันมีความเชื่ออย่างนี้มาโดยอัตโนมัติทั้งแต่บรรพกาลแล้ว มั้ง ?

เมื่อมีกฎหมายแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ของตำรวจกันชัดเจนแบบนี้ ก็คงต้องมาทำความเข้าใจกันใหม่แล้ว แต่มันก็ยังทำใจตามกฎหมายไม่ได้อยู่ดีแหละ ในกรณีที่ผมเป็นตำรวจอำนวยการแต่งเครื่องแบบเสียโก้ไปพบเหตุการณ์กระทำความผิดต่อหน้าต่อตามีอำนาจจับกุมได้เท่ากับประชาชนคนหนึ่ง ถ้าถูกฆ่าตายเพราะช่วยเหลือคนอื่นก็ไม่สามารถอ้างสิทธิใด ๆ ของความเป็นตำรวจได้ เพราะไม่มีอำนาจหน้าที่ หรือถ้าไม่เข้าช่วยเหลือหรือจับกุมเพราะไม่มีอำนาจหน้าที่ แล้ว สายตาประชาชนที่มองดูอยู่ซึ่งไม่รู้เรื่องกฎหมายหรืออำนาจหน้าที่ของตำรวจว่า เขาแบ่งแยกอำนาจหน้าที่กันอย่างไร ก็คงจะด่าตำรวจทั้งสำนักงานฯ เป็นแน่แท้

สำหรับผมแล้วเห็นว่า คงต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เกิดความชัดเจนแจ่มแจ้งแดงแจ๋ ว่าตำรวจฝ่ายอื่น ๆ ซึ่งถ้าไม่ใช่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ตามความหมายใน ป.วิ.อาญา มีอำนาจจับกุมได้มากน้อยแค่ไหน เพียงใด

ก็เป็นการแสดงความคิดเห็นของผู้เฒ่าซึ่งไม่มีอนาคตคนหนึ่งเท่านั้นเองครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ยุติ
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 01/11/2011
ตอบ: 414

ตอบตอบ: 24/10/2012 10:28 am    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่าน...Oldinvestigator

บอกและเล่า...ได้ตรงกับคำถาม

ท่านเจ้าของกระทู้จริงๆ ครับ

เป็น...ตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยไหน

แต่งเครื่องแบบเต็มยศ ความผิดซึ่งหน้า

ไม่จับ...แล้วคุณจะมาเป็นทำไม...ตำรวจ

รู้...ไปถึงไหน อาย...ไปถึงนั้น

เหงื่อตก เหงื่อตก เหงื่อตก เหงื่อตก
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1449

ตอบตอบ: 24/10/2012 12:29 pm    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตามสัญญาครับ ผมมาแย้งพี่ทองดีนะครับ

*ส่วนที่ 1* ผมขออธิบายเรื่องมาตรา 16 ก่อน

การวางตัวบทตาม ปวิอ. จะวาง เป็นภาค,ลักษณะ,หมวด, และส่วน โดยกำหนดให้มีมีหลักทั่วไปของแต่ละภาค หรือ ลักษณะ แยกกันไป เช่น ภาค 1 ข้อความเบื้องต้นจะมี 5 ลักษณะ ลักษณะ 2 อำนาจพนักงานสอบสวนและศาล ก็จะมีหมวด 1 หลักทั่วไป , ในลักษณะ 4 หมายเรียกและหมายอาญา หมวด 2 หมายอาญา ก็จะมี ส่วนที่ 1 หลักทั่วไป

ก็คล้ายกับการจัดส่วนราชการ เป็นภูธรภาค เป็นบก.ภ.จว.และสถานีตำรวจ แต่ละส่วนราชการก็จะมี ฝ่ายอำนวยการเป็นของตัวเอง ฝ่ายอำนวยการของภาคก็จะเป็นเสนาธิการให้ผบช.ฯ / ฝ่ายอำนวยการของภ.จว.ก็เป็นเสนาธิการให้ ผบก., แยกกันไป

มาตรา 16 ใช้อย่างไร

ผมมีคำอธิบายแบบนี้ว่า หมวด 1 หลักทั่วไป มาตรา 16 ตัวบทมีเนื้อหาเป็นการวางแนวหรือข้อกำหนดในการบังคับใช้กฎหมายตามมาตรา 17 18 19 21 อำนาจเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ, มาตรา20 อำนาจอัยการ, มาตรา 22-27 อำนาจศาลหรือผู้พิพากษา ในอันที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติมาตราต่างตาม ปวิอ. ให้สำเร็จ ต้องไปตามกฎหมาย ข้อบังคับทั้งหลายที่ระบุอำนาจหน้าที่ของศาล ผู้พิพากษา อัยการ และเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ

ตัวอย่าง

อำนาจศาล ตามมาตรา 22 วางหลักว่า ศาลที่มีอำนาจชำระคดี ศาลหลักคือศาลท้องที่เกิดเหตุ ศาลรองคือศาลท้องที่จำเลยมีภูมิลำเนา แต่อำนาจศาลนี้ต้องอยู่ในเงื่อนไขมาตรา 16 ว่า อำนาจศาลตามปวิอ. นี้ต้องเป็นไปตามกฎหมายจัดตั้งศาลด้วย ซึ่งมีกรณีพรบ.จัดตั้งศาลเด็กหรือเยาวชน ศาลหลักคือศาลที่เด็กมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ ไม่ถือเอาศาลท้องที่เกิดเหตุเป็นศาลหลัก เว้นแต่การดำเนินคดีในศาลท้องที่เกิดเหตุจะมีประโยชน์ยิ่งกว่าให้ศาลท้องที่เกิดเหตุมีอำนาจพิจารณาคดีได้

หรือ ความผิดตามกฎหมายลิขสิทธิในกทม และปริมณฑล ตาม ตามกฎหมายตั้งศาลชำันัญพิเศษ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีอำนาจพิพากษาคดีนี้ ดังนั้นสำนวนคดีที่เกิดในท้องที่ต่าง ๆ ในเขตอำนาจศาล ต้องส่งสำนวนให้อัยการกองที่รับผิดชอบคดีนี้ที่กรุงเทพฯเป็นผู้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลทรัพย์สิน ทั้งนี้เป็นไปตาม ปวิอ.22 ประกอบ 16 ประกอบกฎหมายตั้งศาลทรัพย์สินฯ

ในส่วนที่เกียวกับอำนาจเจ้าพนักงานปกครองหรือตำรวจ มีเพียงสองกรณีเท่านั้นที่ปรากฏในลักษณะ2 หมวด 2 อำนาจสืบสวนและสอบสวน ได้แก่ อำนาจทำการสืบสวนตามมาตรา 17 และ อำนาจทำการสอบสวนตามมาตรา 18 ที่ต้องอยู่ในบังคับตามมาตรา 16

ตัวอย่าง

ในการที่จะใช้อำนาจทำการสอบสวนของเจ้าพนักงานปกครองหรือตำรวจผู้ใหญ่ตาม 18 ไปดำเนินการตามบทบัญญัติอื่น ๆ แห่งปวิอ เช่นไปทำหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนตาม 2(6) เพื่อทำการสอบสวนคดีอาญาในภาค 2 การสอบสวน ต้องอยู่ในเงื่อนไขบังคับของ 16 ว่า การใช้อำนาจทำการสอบสวนต้องเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกียวข้องอันว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของตำรวจด้วย

ซึ่งเมื่อพิจารณาจาก 2(6) พนักงานสอบสวนต้องเป็นเจ้าพนักงานที่กฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวน ดังนั้นการใช้อำนาจสอบสวนตามมาตรา 18 ประการเดียวยังเป็นพนักงานสอบสวนไม่ได้ ต้องประกอบด้วยหน้าที่ทำการสอบสวนด้วย ซึ่งตาม พรบ.ตำรวจให้ตำรวจมีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติตามปวิอาญา และกฎหมายลูกของตำรวจให้ พนักงานสอบสวนระดับต่าง ๆ และหัวหน้าสถานีตำรวจเป็นพนักงานสอบสวน

การสอบสวนโดยเจ้าพนักงานเหล่านี้ในเขตอำนาจจึงชอบด้วยกฎหมาย ฉะนั้นการที่ หน.สภ.สั่งการให้ ร.ต.อ.เก่งฯ ตำแหน่ง รองสวป. ไปทำหน้าที่เข้าเวรทำการสอบสวนคดีอาญาได้ด้วย จึงเป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบทั้งหลายที่เกียวกับอำนาจและหน้าที่ของตำรวจฝ่ายสอบสวน

ทั้งหมดที่อธิบายข้างบนเพื่อชี้ให้เห็นว่า มาตรา 16 เป็นบททั่วไป บทบัญญัติตั้งแต่มาตรา 17 ถึง 27 ที่วางหลักให้อำนาจเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ. ให้อำนาจอัยการ. ให้อำนาจศาล ต้องอยู่ในบังคับแห่ง 16 นี้ด้วย เพื่อนำไปใช้ปฏิบัติหน้าที่ในการเป็นพนักงานสอบสวน เพื่อรวบรวมหลักฐานเอาคนผิดไปฟ้องศาล เพื่ออัยการฟ้องศาล เพื่อศาลลงโทษตามบทบัญญัติอื่น ๆ แห่งประมวลกฎหมายวิอาญานี้

** ส่วนที่ 2** เรื่องอำนาจหน้าที่ของความเป็นตำรวจ

มาตรา 6 ถูกต้องที่ท่านทองดีพูดว่า ตัวบทเขาเขียนให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสตช. อันเป็นองค์กรนิติบุคคล แต่เมื่อเขียนแบบนี้มันมีความหมายส่งผลว่า หน้าที่ขององค์กรนิติบุคคลเป็นอย่างใด หน้าที่ของบุคลากรในองค์กรก็เป็นอย่างนั้น

ตัวอย่าง

มาตรา 6(1) สตช.เป็นนิติบุคลล มีอำนาจหน้าที่รักษาความปลอดภัยฯ ถ้าท่านแปลว่าเป็นหน้าที่ของ สตช. ไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจที่ชื่อนายทองดี ฯ ก็จะเป็นการแปลความทีทำให้เกิดผลประหลาดว่า พี่นายทองดี ไม่มีอำนาจหน้าที่ตรงนี้ในฐานะที่เป็นตำรวจเลย ต้องแปลใหม่ที่ไม่เกิดผลประหลาดว่า องค์กรมีหน้าที่ใด บุคลากรก็มีหน้าที่อย่างนั้น

ตามกฎหมายแพ่ง นิติบุคคลต้องมีผู้แทนนิติบุคคลรับผิดชอบเพื่อบริหารงานภายในกรอบวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลนั้น มันก็ชัดเจนว่า บริษัทนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อค้าน้ำมัน ผู้จัดการบริษัท พนักงานบริษัทก็ต้องทำในกรอบวัตถุประสงค์ของบริษัทก็คือ การค้าน้ำมันฯ

อนึ่ง การรักษาความสงบเรียบร้อยในหน้าที่ของตำรวจ มันมีเรื่องความเจ็บไข้ได้ป่วยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่เดิม กระทรวงมหาดไทยมีกรมสาธารณะสุขอยู่ในสังกัดอยู่ด้วยในสมัย 2476 รับผิดชอบป้องกันรักษาโรคระบาดที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน มีทุกข์สาหัส จากการเจ็บป่วย การบำบัดทุกข์ำบำรุงสุขด้านการรักษาพยาบาลเป็นมิติหน้างานด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยของกระทรวงมหาดไทยที่มีตำรวจ ฝ่ายปกครอง คุณหมอ คุณพยาบาล อยู่ในสังกัด ต่อมาภายหลัง กรมสาธารณะสุข แยกไปตั้งเป็นกระทรวง คุณหมอ คุณพยาบาลตำรวจ ก็มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในมิติของการแพทย์การพยาบาลปนอยู่ด้วย


***ส่วนที่ 3 สรุป***

ผมสรุปว่าตำรวจทุกนายตามพรบ.ตำรวจฯ มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตาม 6(4) จึงเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตาม 2(16) จับกุมได้ตาม 78 กรณีนี้ไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 16 ดังนั้น ตำรวจฝ่ายอำนวยการของทุกหน่วย ทุกหน่วยงาน ทุกส่วนราชการ หมอตำรวจ พยาบาลตำรวจ นักวิทยาศาสตร์ตำรวจ นักบินตำรวจ ตำรวจอาจารย์ เมื่อแต่งเครื่องแบบอยู่ในที่สาธารณะท่านต้องพร้อมทำหน้าที่จับกุมปราบปรามผู้ร้ายตาม ปวิอ 78 ทุกกรณี ปฏิเสธไม่ได้

สำหรับตำรวจที่ บช.ต้นสังกัดมีอำนาจหน้าที่ตามปวิอ. ย่อมเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ มีอำนาจสืบสวนตาม ปวิอ 17

การใช้อำนาจสืบสวนตามปวิอ 17 อยู่ในบังคับตาม 16 แล้วเพราะเป็นข้าราชการตำรวจที่ประจำอยู่หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามปวิอ. เมื่อนำ พรบ.ตำรวจมาตรา 6(2) ประกอบ พรฎ.แบ่งส่วนราชการตำรวจตั้ง บช. จึงทำให้ตำรวจเหล่านี้มีอำนาจสืบสวนในฐานะเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจใช้อำนาจสืบสวนได้ตาม ปวิอ.17 ตำรวจสันติบาลสังกัด บช.ส. อันเป็นหน่วยงานที่ไม่ได้ให้อำนาจหน้าที่ตามปวิอ. แม้จะเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจับผู้ต้องหาตาม 78 ได้ แต่ก็ไม่มีอำนาจทำการสืบสวน เพราะกฎหมายลูกของตำรวจ ได้แก่ พรฎ.แบ่งส่วนฯตั้ง บช. ตัดอำนาจหน้าที่ตามปวิอของตำรวจสันติบาลออกไป ตำรวจสันติบาลจึงไม่มีหน้าที่ไปทำการสืบสวนว่า คนร้ายตามภาพเสกตซ์ที่แจกจ่ายโ่ดยทว.ออกประกาศสืบจับ คือใคร หลบหนีไปอยู่ที่ใด มีชือจริง นามสกุลจริงว่าอย่างไร แต่ถ้าเมื่อใดออกหมายจับได้แล้ว ตำรวจสันติบาลในฐานะเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ เอาหมายจับไปจับผู้ต้องหาได้ตาม 78


กฎหมายปัจจุบันหากตอบปัญหาได้ไม่ชัดเจน ท่านต้องทำ historical approach ด้วยการศึกษาตัวบทกฎหมายอันเป็นรากฐานของตัวบทปัจจุบัน จะทำให้ตอบข้อสงสัยได้ชัดเจนขึ้น


เหงื่อตก เหงื่อตก เหงื่อตก


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พงส์๒๕๕๓ เมื่อ 24/10/2012 5:21 pm, แก้ไขทั้งหมด 3 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ยุติ
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 01/11/2011
ตอบ: 414

ตอบตอบ: 24/10/2012 12:49 pm    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สำหรับคำเห็น...ที่วิปริต นะครับ

ณ.เวลานั้น บุคคล...ที่ถูก... ทุจริตชน

กระทำการอันที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็น...ความผิด

โดยเฉพาะ ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ขอให้เจ้าของความเห็นที่...วิปริต นี้

เป็น...บุคคลนั้นที่...เจอ เถอะ แล้วก็เจอกับบุคคลที่แต่ง...เครื่องแบบตำรวจ

แต่อ้างแบบ... เขลาๆ เพื่อให้ตนเองไม่ต้องทำอะไร ณ.เวลานั้นด้วย

แล้วจะ...รู้ จะ...ซึ่ง คุณ ๆ คุณ...มาเป็น...ตำรวจ ทำไม !!!

จะ...บ้า ตาย

งง งง งง งง
งง งง งง งง งง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
อัมพล
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 22/08/2009
ตอบ: 348

ตอบตอบ: 24/10/2012 2:05 pm    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรียน คุณยุติ ที่ผมตั้งกระทู้ มิได้หมายความว่า ไม่อยากให้ตำรวจจับใคร บังเอิญผมเป็นตำรวจส่วนที่มีอำนาจทำการจับกุมได้ และทำหลายอย่างมากกว่าคุณคิดด้วย และเข้าข้างฝ่ายผู้เส่ียหาย ผมเคยไปประชุมและโต้แย้งโดยตลอดว่า ทั้ง ศาล อัยการ ทนาย ราชทัณฑ์ นั้นได้สัมผัสกับ ผู้ต้องหาและญาติของผู้ต้องหา จึงรู้สึกสงสาร แต่ตำรวจเราจะอินกับฝ่ายผู้เสียหายเพราะเราเองสัมผัสฝ่ายผู้เส่ียหายมากกว่า ที่ผมตั้งกระทู้ ฝากพวกที่ไม่มีหน้าที่แล้วชอบอยากทำ แต่ทำไม่ตลอด หรือทำเพราะมีเหตุอื่น จึงได้ตั้งกระทู้ไว้ ผมไม่กลัวว่าตำรวจไม่จับหรอก แต่ที่ตั้งกระทู้เพื่อท่านได้คิดเท่านั้นเอง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เวียงเหนือ
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 22/06/2011
ตอบ: 202

ตอบตอบ: 24/10/2012 4:35 pm    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แล้วความเห็นของท่านนายทองดีที่ว่า พยาบาลตำรวจ ไม่ใช่ข้าราชการตำรวจ ทั้งที่ได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณของ สตช. และไม่มีอำนาจหน้าที่ในการจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าจริงหรือไม่ ท่านพงส์ ๒๕๕๓ จะว่าอย่างไร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1449

ตอบตอบ: 24/10/2012 5:03 pm    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เอาเป็นว่าผู้ใดเป็นข้าราชการตำรวจมีตำแหน่งตามมาตรา44 ผู้นั้นจับกุมได้
แบบว่าแมวดำ แมวขาว แมวแดง แมวเหลือง ไม่สำคัญ. จับหนูได้ก็โอแล้ว
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ยุติ
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 01/11/2011
ตอบ: 414

ตอบตอบ: 24/10/2012 5:45 pm    ชื่อกระทู้: ตำรวจฝ่ายอำนวยการมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายอาญาหร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านเจ้าของกระทู้ครับ

ความหมายที่ผมตอบ

ผมไม่ได้โต้แย้งความคิดเห็นของท่าน

ผมโต้แย้งความคิดเห็นที่ว่า...เป็นตำรวจสายอำนวยการ

หรือสายหนังสือ เมื่อมีเหตุแล้วทั้งที่ตนเองเป็นตำรวจ จับได้ตามกฎหมาย

โดยเฉพาะ...ความผิดซึ่งหน้า แล้วจะอ้างว่าตนเองไม่มีอำนาจจับกุม...ไม่ได้

เพราะคำว่า...ตำรวจ สองพยางค์นี้ฝังอยู่ในชื่อของมันแล้วครับ

ส่วน...บุคคล หรือใครๆ ที่สวมเครื่องแบบตำรวจแล้วและมีความเห็นว่า

ตนเองไม่มีอำนาจจับกุม หรือคิดฝังหัวแต่คำว่า...รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

โดยไม่ใส่ใจกับคำว่า...ตำรวจที่ตนเองเป็นอยู่ ก็ไม่เป็นไรครับ

ก็ให้เป็น...ตำรวจแต่ชื่อ ในแนวนั้นๆ คิดกันต่อไปครับ

สบายสบาย สบายสบาย สบายสบาย สบายสบาย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง เศร้า ร้องไห้ เหงาหงอย โกรธ ลังเล เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3  ถัดไป
หน้า 2 จากทั้งหมด 3

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




ยิ้มซิ | เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ


การสร้างหน้าเอกสาร: 0.18 วินาที