Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - การสอบสวนเด็กที่ไม่จัดให้มีสหวิชาชีพร่วมสอบสวน ผลเป็นเช่นไร
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สุขภาพ l ศึกษา l กีฬา l เกม l อดิเรก l ข่าว l รัก l ความรู้ l ไอที l งาน l ซื้อขาย l ท่องเที่ยว l โรงแรม l การเงิน l ธุรกิจ l บันเทิง l บ้าน l บ้านจัดสรร l สังคม l สวย l กล้อง l มือถือ l รถ l กวี l บล็อก l ศิลป์ l สัตว์ l หน่วยงาน l หนังสือ l โหลด l อาหาร l เนต l โปรโมทเว็บฟรี l เนติบัณฑิต
การสอบสวนเด็กที่ไม่จัดให้มีสหวิชาชีพร่วมสอบสวน ผลเป็นเช่นไร
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> อำนาจสอบสวน
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 660

ตอบตอบ: 22/10/2012 10:48 am    ชื่อกระทู้: การสอบสวนเด็กที่ไม่จัดให้มีสหวิชาชีพร่วมสอบสวน ผลเป็นเช่นไร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ลองช่วยกันวิเคราะห์ดูนะครับ
http://www.sobsuan.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=23838&highlight=
ขอย้อนความเห็นของท่านพงส์๒๕๕๓ ในบางช่วงบางตอนในวันที่ 17 ต.ค.55 ที่เคยให้ความเห็นว่าการสอบสวนปากคำเด็กที่อายุไม่เเกิน 18 ปี หากไม่มีสหวิชาชีพร่วมสอบสวนปากคำตามที่กฎหมายบัญญัติ ถือว่าเป็นการสอบสวนไม่ชอบ อัยการไม่มีอำนาจฟ้อง

.................................................

ลองมาเปรียบเทียบวิเคราะห์กับฎีกาที่ผมนำมาเสนอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9071/2553
ขณะที่พนักงานสอบสวนสอบปากคำเด็กชาย ศ. ซึ่งมีอายุ 12 ปี และให้ชี้ภาพถ่ายซึ่งกระทำเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2542 นั้น ป.วิ.อ. มาตรา 133 ทวิ และมาตรา 133 ตรี ซึ่งเพิ่มเติมโดยมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 20)ฯ และต่อมาเฉพาะมาตรา 133 ทวิ วรรคหนึ่งและวรรคสอง กับมาตรา 133 ตรี แก้ไขโดยมาตรา 5 และ 6 แห่ง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 26)ฯ ยังมิได้ใช้บังคับ ดังนี้การถามปากคำเด็กชาย ศ. และชี้ภาพถ่ายคนร้าย เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2542 ของพนักงานสอบสวนโดยมิได้จัดให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอและพนักงานอัยการเข้าร่วมในการถามปากคำจึงเป็นไปโดยชอบ ส่วนการชี้ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2542 ก็เป็นเพียงการชี้ภาพถ่ายในลักษณะของการสอบสวนเพิ่มเติม มิใช่เป็นการชี้ตัวผู้ต้องหาแต่อย่างใด และแม้พนักงานสอบสวนมิได้จัดให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์บุคคลที่เด็กร้องขอและพนักงานอัยการเข้าร่วมในการถามปากคำตาม ป.วิ.อ. มาตรา 133 ทวิ วรรคหนึ่ง ทั้งไม่เข้าเหตุจำเป็นเร่งด่วนตาม 133 ทวิ วรรคท้าย ก็ตาม คงมีผลเพียงทำให้คำให้การและการชี้ภาพถ่ายในชั้นสอบสวนของเด็กชาย ศ. เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2542 ไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีได้เท่านั้น หาเป็นเหตุให้การสอบสวนเสียไปทั้งหมดไม่ จึงถือได้ว่ามีการสอบสวนโดยชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 120

________________________________







คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3511/2552
โจทก์ไม่สามารถนำผู้เสียหายที่ 1 มาเบิกความเป็นพยาน เนื่องจากผู้เสียหายที่ 1 ย้ายที่อยู่หาตัวไม่พบ คำให้การของผู้เสียหายที่ 1 ในชั้นสอบสวนแม้เป็นพยานบอกเล่า แต่ผู้เสียหายที่ 1 ได้ให้การต่อพนักงานสอบสวน นักจิตวิทยาและพนักงานอัยการโดยมีการบันทึกภาพและเสียงไว้ตามแถบวิดีทัศน์วัตถุพยานหมาย ว.จ.1 อันเป็นการปฏิบัติตาม ป.วิ.อ. มาตรา 133 ทวิ ศาลย่อมรับฟังสื่อภาพและเสียงคำให้การของผู้เสียหายที่ 1 ได้เสมือนหนึ่งเป็นคำเบิกความของผู้เสียหายที่ 1 ในชั้นพิจารณาของศาลประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 172 ตรี วรรคท้าย และมาตรา 226/3 วรรคสอง (2)

________________________________







คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10265/2551
ในชั้นสอบสวนแม้ ก. จะให้การเป็นพยานขณะมีอายุเพียง 15 ปี โดยไม่ปรากฏว่ามีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอและพนักงานอัยการร่วมอยู่ด้วยในการถามปากคำซึ่งเป็นการไม่ชอบตาม ป.วิ.อ. มาตรา 133 ทวิ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 20)ฯ ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น จึงไม่อาจอ้างคำให้การชั้นสอบสวนของ ก. ดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 226 ก็ตาม แต่ในชั้นพิจารณาของศาลปรากฏว่า ก. มาเบิกความขณะมีอายุ 19 ปี แล้ว การสืบพยานโจทก์ปากนี้ จึงไม่จำต้องดำเนินการตาม ป.วิ.อ. มาตรา 172 ตรี ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 20)ฯ ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นแต่อย่างใด ศาลย่อมรับฟังคำเบิกความของ ก. เป็นพยานได้

________________________________







คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1610/2551
ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 133 ทวิ วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่มีการสอบสวน บัญญัติว่า “ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สามปีขึ้นไป...การถามปากคำเด็กไว้ในฐานะเป็นผู้เสียหายหรือพยาน ให้แยกกระทำเป็นส่วนสัดในสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็ก และให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการถามปากคำนั้นด้วย” และในวรรคสี่บัญญัติว่า “ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 139 การถามปากคำเด็กตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานสอบสวนจัดให้มีการบันทึกภาพและเสียงการถามปากคำดังกล่าวซึ่งสามารถนำออกถ่ายทอดได้อย่างต่อเนื่องไว้เป็นพยาน” เมื่อจำเลยถูกกล่าวหาว่าพรากนางสาว จ. ผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย ซึ่งเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 319 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่พันบาทถึงสองหมื่นบาท เมื่อปรากฏว่านางสาว จ. มีอายุเพียง 17 ปีเศษ การสอบปากคำนางสาว จ. ไม่ว่าในฐานะผู้เสียหายหรือพยาน จึงต้องปฏิบัติตาม ป.วิ.อ. มาตรา 133 ทวิ วรรคหนึ่งและวรรคสี่ โดยไม่มีข้อยกเว้น และไม่จำต้องได้รับการร้องขอจากนางสาว จ. ทั้งไม่ปรากฏว่ามีกรณีจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งซึ่งมีเหตุอันควรไม่อาจรอบุคคลตามวรรคหนึ่งได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 133 ทวิ วรรคห้าแต่อย่างใด การที่พนักงานสอบสวนสอบปากคำนางสาว จ. โดยไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามบทบัญญัติดังกล่าว แม้จะเป็นการไม่ชอบแต่ก็หามีผลทำให้การสอบสวนเสียไปทั้งหมด และถือเท่ากับไม่มีการสอบสวนในความผิดนั้นมาก่อน อันจะทำให้พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120 ไม่

________________________________







คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10238/2550
โจทก์มีเวลาที่จะติดตามตัวผู้เสียหายมาเบิกความต่อศาลนับแต่วันฟ้องถึงวันนัดสืบพยานโจทก์เป็นเวลา 5 เดือนเศษ ระหว่างนั้นศาลชั้นต้นได้นัดพร้อม 2 ครั้ง เพื่อตรวจสอบผลการส่งหมายแก่พยานโดยกำชับโจทก์ให้เร่งติดตามผู้เสียหายมาศาลในวันนัดให้ได้ แต่พนักงานสอบสวนแถลงต่อศาลลอยๆ ในวันนัดสืบพยานโจทก์ว่ายังไม่ทราบที่อยู่ที่แน่ชัดของผู้เสียหาย ดังนั้น การที่โจทก์ไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาเบิกความ จึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีที่มีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ศาลจึงไม่สามารถรับฟังสื่อภาพและเสียงคำให้การของผู้เสียหายในชั้นสอบสวน เสมือนหนึ่งเป็นคำเบิกความของผู้เสียหายในชั้นพิจารณาของศาลตาม ป.วิ.อ. มาตรา 172 ตรี วรรคท้าย ได้ คงรับฟังได้ในฐานะพยานบอกเล่าตามธรรมดาเท่านั้น
แม้จะได้ความจากเทปบันทึกภาพและเสียงคำให้การและบันทึกคำให้การของผู้เสียหาย ซึ่งผู้เสียหายให้การไว้ในชั้นสอบสวนว่า ถูกจำเลยข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้งตั้งแต่ผู้เสียหายอายุได้ 10 ปีก็ตาม แต่การสอบสวนดังกล่าวมิได้กระทำต่อหน้าจำเลย จำเลยไม่มีโอกาสถ้ามค้านเพื่อให้ผู้เสียหายเบิกความถึงข้อเท็จจริงที่อาจเป็นการทำลายน้ำหนักพยานหลักฐานดังกล่าวของโจทก์ได้ ที่โจทก์ฎีกาอ้างว่าโจทก์มี ณ. เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดพังงา มาเบิกควายืนยันว่าผู้เสียหายเล่าข้อเท็จจริงให้ฟังสอดคล้องกับคำให้การของผู้เสียหาย ก็เห็นได้ชัดว่า ณ. ได้รับการบอกเล่ามาจากผู้เสียหายอีกทีหนึ่ง คำเบิกความของ ณ. จึงไม่ทำให้พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
เมื่อผู้เสียหายสมัครใจที่จะดำเนินคดีแก่จำเลย ผู้เสียหายก็น่าจะมาเบิกความต่อศาลให้เป็นที่สิ้นสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามที่ผู้เสียหายกล่าวหาจริง การที่โจทก์ไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาเบิกความต่อศาล จึงทำให้พยานโจทก์ยังตกอยู่ในความสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจริงหรือไม่

________________________________

บางฎีกามีหมายเหตุท้ายฎีกา ลองไปค้นอ่านดูครับ

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เทพธันเดอร์นครปฐม
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 7468

ตอบตอบ: 22/10/2012 11:32 am    ชื่อกระทู้: การสอบสวนเด็กที่ไม่จัดให้มีสหวิชาชีพร่วมสอบสวน ผลเป็นเช่นไร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านอาจารย์ธานิศ เกศวพิทักษ์ รองประธานศาลฎีกา ท่านได้เขียนบทความเรื่องการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไว้ ลองศึกษาดูครับ


s.doc
 คำจำกัดความ:
บทความเรื่องการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยท่านอาจารย์ธานิศ เกศวพิทักษ์ รองประธานศาลฎีกา

ดาวน์โหลด
 ชื่อไฟล์:  s.doc
 ขนาดไฟล์:  61 กิโลไบต์
 ดาวน์โหลด:  3141 ครั้ง

กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.ไม่จบเนติฯ
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 08/11/2008
ตอบ: 133

ตอบตอบ: 22/10/2012 9:34 pm    ชื่อกระทู้: การสอบสวนเด็กที่ไม่จัดให้มีสหวิชาชีพร่วมสอบสวน ผลเป็นเช่นไร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สอบสวนผู้เสียหายและพยานอายุไม่เกิน 18 ปี หากไม่มีวิชาชีพ(ข้อหาที่ีกม.ระบุว่าต้องมี) ทำให้คำให้การปากนั้นในชั้นสอบสวนรับฟังไม่ได้ แต่ไม่ทำให้การสอบสวนเสียไปทั้งสำนวน แต่ถ้าสอบสวนข้างต้นเป็นการผู้ต้องหาจะทำให้เป็นการสอบสวนไม่ชอบทั้งสำนวนหรือไม่ครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 660

ตอบตอบ: 22/10/2012 9:58 pm    ชื่อกระทู้: การสอบสวนเด็กที่ไม่จัดให้มีสหวิชาชีพร่วมสอบสวน ผลเป็นเช่นไร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ไม่ต่างกัน และยังมีของแถมให้อีก เรื่องการนำชี้ที่เกิดเหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่๓๕๔๑/๒๕๔๙
บันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของ ภ. ซึ่งเป็นผู้ต้องหาด้วยกันที่ให้การซัดทอดว่าจำเลยร่วมลักทรัพย์ของผู้เสียหายด้วย แต่ขณะสอบสวน ภ. อายุไม่เกินสิบแปดปี พนักงานสอบสวนไม่ได้จัดให้มีนักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการถามปากคำด้วย เป็นคำให้การชั้นสอบสวนที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 134 ตรี ประกอบมาตรา 133 ทวิ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 6 ที่ใช้บังคับในขณะสอบสวน บันทึกคำให้การดังกล่าวจึงไม่สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
________________________________



คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 647/2549
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี และเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งจำเลยไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครราชสีมามีกำหนด 3 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย (ไม่ริบของกลาง) ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 133 ทวิ ใช้บังคับเฉพาะกรณีสอบปากคำจำเลยเท่านั้น ไม่ได้ใช้บังคับในการรวบรวมพยานหลักฐานอื่น ๆ ด้วย ดังนั้น การที่พนักงานสอบสวนนำตัวจำเลยไปชี้ที่เกิดเหตุโดยไม่มีบุคคลต่าง ๆ อยู่ด้วย กับไม่มีการบันทึกภาพและเสียงของจำเลยในขณะให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนนั้นการสอบสวนจึงชอบด้วยกฎหมาย
________________________________



คำพิพากษาศาลฎีกาที่๔๒๐๙/๒๕๔๘
แม้จะได้ความว่าเด็กชาย ก. และเด็กชาย ส. เคยให้การชั้นสอบสวนว่าจำเลยเป็นคนร้ายศีรษะโล้นที่ใช้ไม้ ตีผู้ตายก็ตาม แต่คำให้การชั้นสอบสวนดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยไม่ปรากฏว่ามีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการเข้าร่วมด้วย จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 133 ทวิ ไม่อาจรับฟังคำให้การ ชั้นสอบสวนของเด็กทั้งสองเป็นพยานหลักฐานได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 226 และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 243 วรรคสอง
________________________________
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เทพธันเดอร์นครปฐม
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 7468

ตอบตอบ: 22/10/2012 10:30 pm    ชื่อกระทู้: การสอบสวนเด็กที่ไม่จัดให้มีสหวิชาชีพร่วมสอบสวน ผลเป็นเช่นไร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ปวอ.ม.134/4 วรรคท้าย
"ถ้อยคำใดๆที่ผู้ต้องหาให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวน......................ก่อนที่จะดำเนินการตามมาตรา 134/2........จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้"

กฎหมายได้บัญญัติบท SANCTION ของการไม่จัดสหวิชาชีพให้แก่ผู้ต้องหาในการสอบสวนปากคำไว้แล้วตาม ปวอ.ม.134/4 วรรคท้าย คือ จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้ เท่านั้น

ในส่วนการสอบสวนผู้เสียหายหรือพยานเด็กที่ไม่ปฏิบัติตาม ปวอ.ม.133ทวิ กฎหมายไม่ได้บัญญัติบท SANCTION ตรงๆอย่างเช่นผู้ต้องหา จึงต้องเอา ปวอ.ม.226/1 มาใช้

ขนาดผู้ต้องหาที่เขาถือว่าเป็นประธานในคดีอาญา ยังแค่รับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ แล้วในส่วนพยานหรือผู้เสียหายมันจะไปเกินกว่าผู้ต้องหาได้ยังไง

ฎีกานี้มันถูกกลับด้วย ปวอ.ม.134/4 วรรคท้าย ไปแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5252/2545
บทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 133 ทวิ และมาตรา 134 ตรี หมายความว่า สำหรับการสอบสวนผู้ต้องหาอายุไม่เกินสิบแปดปีพนักงานสอบสวนจะต้องแยกกระทำเป็นส่วนสัดในสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็กและให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการสอบสวนนั้นด้วย อันเป็นการบังคับโดยเด็ดขาดว่าต้องจัดให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอและพนักงานอัยการเข้าร่วมในการสอบสวนผู้ต้องหาที่มีอายุไม่เกินสิบแปดปี เว้นแต่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่ง ซึ่งมีเหตุอันควรไม่อาจรอบุคคลดังกล่าวพร้อมกันได้ตามมาตรา 134 ตรี ประกอบด้วยมาตรา 133 ทวิวรรคห้า

จำเลยกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 และถูกสอบสวนขณะมีอายุ 17 ปี 11 เดือน 14 วัน ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 ตรี ประกอบด้วยมาตรา 133 ทวิพนักงานสอบสวนได้สอบถามจำเลยซึ่งเป็นผู้ต้องหาในขณะทำการสอบสวนว่า จำเลยมีทนายความหรือไม่ ต้องการทนายความหรือผู้ใดที่จำเลยไว้วางใจเข้าร่วมฟังการสอบสวนหรือไม่ จำเลยตอบว่า จำเลยไม่มีทนายความและไม่ต้องการผู้ใดร่วมฟังการสอบสวน พนักงานสอบสวนจึงมิได้จัดให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการสอบสวนด้วย ดังนั้น เมื่อไม่ปรากฏกรณีจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งที่มีเหตุอันควรไม่อาจรอได้ การสอบสวนจึงขัดต่อมาตรา 134 ตรีประกอบด้วยมาตรา 133 ทวิ ถือว่ามิได้มีการสอบสวนในความผิดนั้น พนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยตามมาตรา 120

ฎีกาล่างนี้ยังใช้ได้ชัดแจ้งแดงแจ๋
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5294/2549
ในชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเด็กหญิง ว. ซึ่งมีอายุ 13 ปีเศษ ในฐานะพยาน โดยไม่ได้จัดให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอและพนักงานอัยการเข้าร่วมในการถามปากคำ คำให้การของเด็กหญิง ว. จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 133 ทวิ วรรคหนึ่ง แต่ผลของการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติมาตรานี้ คงทำให้คำให้การในชั้นสอบสวนของเด็กหญิง ว. ไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 226 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 243 วรรคสอง เท่านั้น ไม่เป็นเหตุให้การสอบสวนของพนักงานสอบสวนเสียไปทั้งหมด ถือได้ว่ามีการสอบสวนความผิดในคดีนี้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120 แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้

แม้การสอบสวนเด็กหญิง ว. ซึ่งมีอายุไม่เกิน 18 ปี จะไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 133 ทวิ วรรคหนึ่ง แต่เมื่อในชั้นพิจารณาโจทก์อ้างเด็กหญิง ว. เป็นพยาน และเด็กหญิง ว. ได้เบิกความต่อหน้าศาลโดยผ่านนักสังคมสงเคราะห์ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 172 ตรี แล้ว ศาลย่อมรับฟังคำเบิกความของเด็กหญิง ว. เป็นพยานได้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เดาตามกฎหมาย
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2011
ตอบ: 517

ตอบตอบ: 23/10/2012 3:28 pm    ชื่อกระทู้: การสอบสวนเด็กที่ไม่จัดให้มีสหวิชาชีพร่วมสอบสวน ผลเป็นเช่นไร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ดูในแบบคำให้การของผู้ต้องหาหน้าแรก ให้ผู้ต้องหาเอาหูมาเท่านั้น ไม่ต้องเอาปากมา หน้าแรกเมื่อผู้ต้องหามาอยู่ต่อหน้า พงส. จึงได้สอบถามว่า ชื่ออะไร คือสอบว่าเป็นคนเดียวกับผู้ต้องหาหรือไม่ หากใช่ก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหา ตอนแจ้ง ผู้ต้องหานั่งเฉยๆ ให้เอาหูฟัง ปากปิด ไม่ต้องพูด เมื่อแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ถือว่ามีการสอบสวนโดยชอบแล้ว แม้ไม่ถามคำให้การ ว่าจะรับหรือปฏิเสธ การสอบสวนก็ชอบ กฎหมายไม่ได้บัญติไว้ว่าการแจ้งข้อกล่าวหาต้องกระทำต่อหน้าใคร ต่อหน้า พงส. คนเดียวก็ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย แต่หากเป็นการถามคำให้การ (หน้าหลังคำให้การ)อันนี้ซิ หากผู้ต้องหาเป็นเด็ก จะต้องทำตาม ม.133 ทวิ และแจ้งสิทธิตามกฎหมาย และก่อนถามปากคำ จะต้องสอบเรื่องทนาย หากไม่ทำจะใช้ฟังเป็นพยานหลักไม่ได้เท่านั้น แต่การสอบสวนไม่เสียไป แต่อันนี้ซิการสอบสวนเสียไป เช่นเอาตัวผู้ต้องหาไปสอบสวน และทำร้ายร่างกายในเซฟเฮ้าส์ ไม่ใช่การสอบสวนในสถานีตำรวจ เป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เสียไปทั้งหมด (เป็นคำบรรยายของท่านอาจารย์พรเพชร ฯ สำนักเนติ ฯ)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 660

ตอบตอบ: 23/10/2012 4:06 pm    ชื่อกระทู้: การสอบสวนเด็กที่ไม่จัดให้มีสหวิชาชีพร่วมสอบสวน ผลเป็นเช่นไร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ถาม ท่านเดาตามกฎหมาย ถ้าไม่มีการทำร้ายร่างกาย แต่ไม่ได้สอบสวนผู้ต้องหาที่สถานีตำรวจ การสแอบสวนนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด แล้วถ้าสอบในสถานีตำรวจแต่มีการทำร้ายร่างกาย การสอบสวนนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1466

ตอบตอบ: 23/10/2012 10:21 pm    ชื่อกระทู้: การสอบสวนเด็กที่ไม่จัดให้มีสหวิชาชีพร่วมสอบสวน ผลเป็นเช่นไร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง


pasagon บันทึก:
คดีนี้ เป็นคดีร่วมกันนำเข้า ยาบ้าหลายพันเม็ด และ ไอซ์ จำนวนหนึ่ง ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เหตุที่พนักงานสอบสวนไม่สอบสวนผู้ต้องหาต่อหน้าสหวิชาชีพ และตีความ ป.วิ.อาญา มาตรา 133 ทวิ ประกอบ 134/2 ไว้กว้างกว่าที่ปฏิบัติกันมาอย่างมาก สอบถาม อัยการแล้ว เห็นว่า ขอ อสส. ฎีกาแล้ว ไม่แน่ใจว่า ฎีการึเปล่า หรือว่า คดีถึงที่สุดไปแล้วก็ไม่ทราบ ผมคัดเฉพาะ ประเด็นที่วินิจฉัยมาให้ดู และนำไปเป็นกรณีศึกษากัน ......
คำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ 203/2554
ศาลอุทธรณ์ภาค 5
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554
ความอาญา................เรื่อง ความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ.............. โจทก์ อุทธรณ์ คำพิพากษา ศาลจังหวัดเชียงรายแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว......................
.............คดีเห็นควรวินิจฉัยเสียก่อนว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ในการสอบสวนผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปีต้องให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการร่วมอยู่ด้วยพร้อมกัน จะสอบสวนผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี โดยไม่มีบุคคลดังกล่าวพร้อมกันได้ก็ต่อเมื่อเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งซึ่งมีเหตุอันควรไม่อาจรอบุคคลดังกล่าวมาพร้อมกันได้แต่ต้องมีบุคคลหนึ่งบุคคลใดดังกล่าวอยู่ร่วมด้วย และต้องบันทึกเหตุที่ไม่อาจรอบุคคลอื่นไว้ในสำนวนการสอบสวน ทั้งนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 133ทวิ ประกอบมาตรา 134/2 แต่ตามบันทึกคำให้การกับบันทึกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมดังกล่าวและคำเบิกความของพนักงานสอบสวนไม่ปรากฏว่ามีบุคคลตามที่กฎหมายกำหนดไว้แม้แต่เพียงคนเดียว คงมีแต่ทนายความ ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/1 เท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เป็นบุคคลตามที่มาตรา 133ทวิ ระบุไว้ ทั้งไม่ใช่เจตนารมณ์ของการสอบสวนผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่าความผิดในคดีนี้ไม่ใช่ความผิดตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 133 ทวิ ระบุไว้การที่ไม่มีสหวิชาชีพเข้าร่วมด้วยจึงไม่ขัดต่อมาตรา 134/2 นั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีเยาวชนฯ เห็นด้วยในคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ที่ไม่นำบทบัญญัติจำกัดความผิดมาใช้ในการสอบสวนผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปีและยังเห็นอีกว่า ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 134/2 มีเจตนารมณ์ให้ผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี ซึ่งยังมีสภาพจิตใจและวุฒิภาวะไม่เพียงพอ ต่อการถูกดำเนินคดีให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสมมีมาตรฐานด้านการยุติธรรม ซึ่งเป็นการคำนึงถึงตัวผู้ต้องหาที่เป็นเด็กโดยตรง ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 133 ทวิ จำกัดความผิดไว้เพื่อประโยชน์ของการสอบสวนไม่ให้การสอบสวนในความผิดอื่นเกิดอุปสรรคขัดขวางล่าช้าโดยไม่จำเป็น เพราะเป็นการสอบสวนเฉพาะผู้เสียหายและพยาน ดังนั้น บทบัญญัติจำกัดความผิดในการสอบสวนผู้เสียหายและพยานเช่นนั้น จึงนำมาใช้ในการสอบสวนผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปีที่กฎหมายคำนึงถึงตัวเด็กโดยตรงไม่ได้ นอกจากนี้การอนุโลมใช้โดยจำกัดความผิดตามที่โจทก์อุทธรณ์มายังก่อให้เจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/2 เป็นไปอย่างจำกัด และก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติต่อผู้ต้องหาที่เป็นเด็กที่มีสภาพจิตใจและวุฒิภาวะต่ำใกล้เคียงกันได้รับการสอบสวนที่ไม่มีมาตรฐานเดียวกัน เป็นการเลือกปฏิบัติไม่เสมอภาคและไม่เป็นธรรม อันเป็นข้อที่ไม่ควรเกิดขึ้นในกระบวนการยุติธรรม ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวจึงเห็นว่าการสอบสวนผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุยังไม่เกินสิบแปดปีพนักงานสอบสวนจะต้องคำนึงถึงเด็กเป็นสำคัญ ในคดีนี้อัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต เด็กที่เป็นผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีเช่นนี้จิตใจย่อมไหวหวั่นก่อให้เกิดการสอบสวนคลาดเคลื่อนได้ง่าย การดำเนินการสอบสวนจึงต้องมีบุคคลที่กฎหมายกำหนดร่วมอยู่ด้วย เมื่อพนักงานสอบสวนไม่ดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าวเลย การสอบสวนจำเลยทั้งสองจึงเป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบ เท่ากับไม่มีการสอบสวน มิใช่เป็นเพียงเรื่องถ้อยคำใดๆ ที่ผู้ต้องหาให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนก่อนที่จะดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/2 ซึ่งไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/4 วรรคสาม ดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ พนักงานอัยการโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 120 ........... ไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ต่อไป
พิพากษายืน.



ผลที่สุดจบยังไงยังไม่รู้นะครับ มันมีอีกมุมผมเอามาให้ดู ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นความเห็๋นของผม ความเห็นผมก็คือ ปากนี้ปากเดียวคือคำให้การของผู้ต้องหาเป็นศูนย์ นอกนั้นใช้ได้

ในอดีตผมจำเลขไม่ได้ มีการจับเรือประมงบรรทุกกันชาในน่านน้ำนอกราชอาณาจักร แปลว่าเหตุเกิดนอกราชอาณาจักรซึ่งอธิบดีอัยการต้องรับผิดชอบสอบสวน แต่คดีนี้พนักงานสอบสวนกองปราบซึ่งสอบสวนทั่วราชอาณาจักรได้เป็นผู้สอบสวนเอง ดดีเกิดในเรือไทย สอบสวนเอง ฟ้องเอง ศาลฏีกาลงโทษโดยเห็นว่าสอบสวนชอบแล้ว จำเลยติดคุกหัวโต ใครว่ายังไงผมไม่ทราบแต่ความเห็นผมเห็นว่า ถ้ากฎหมายมีช่องการเอาคนผิดเข้าคุกก็ถือว่่ายุติธรรมแล้ว แต่ถ้ากฎหมายไม่เปิดช่องต้องถือว่าการทำตามกฎหมายนั่นแหละยุติธรรมแล้ว
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 660

ตอบตอบ: 24/10/2012 7:33 am    ชื่อกระทู้: การสอบสวนเด็กที่ไม่จัดให้มีสหวิชาชีพร่วมสอบสวน ผลเป็นเช่นไร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ในตัวบทมีคำว่า "ก่อน" นั้นจะหมายถึงได้มีการดำเนินการตามมาตราต่างๆ รวมอยู่ในสำนวนด้วย แต่ถ้อยคำที่ก่อนดำเนินการนั้นรับฟังไม่ได้ อย่างนี้หรือไม่ลองพิจารณากันดู ถ้าจะแยกเป็นกรณีแล้วแยกได้ถึง ๘ กรณี แต่ผมแยกคำถามออกเป็นไม่กี่กรณีดังนี้
๑.สอบสวนผู้ต้องหาเด็กโดยไม่ได้แจ้งสิทธิ ในวันต่อมาได้สอบสวนเพิ่มเติมโดยได้แย้งสิทธิ แน่นอนว่า ถ้อยคำก่อนแจ้งสิทธิ รับฟังไม่ได้
๒.สอบสวนผู้ต้องหาเด็กโดยแจ้งสิทธิเรียบร้อย ในวันต่อมาสอบสวนเพิ่มเติมไม่ได้แจ้งสิทธิ (ฎีกาเก่าจะใช้ได้หรือไม่ ลองพิจารณาดู)
๓.ถ้อยคำผู้ต้องหาเด็กที่ไม่ได้มีการแจ้งสิทธิในสำนวนเลย
๔.สอบสวนเด็กโดยไม่ได้มีสหวิชาชีพ ในวันต่อมาได้สอบสวนเพิ่มเติมโดยให้มีสหาวิชาชีพ แน่นอนว่าถ้อยคำที่ให้ในวันแรกนั้นรับฟังไม่ได้
๕.สอบสวนเด็กโดยมีสหวิชาชีพ ในวันต่อมาได้สอบสวนเพิ่มเติมโดยไมได้มีสหวิชาชีพ
๖.สอบสวนโดยไม่มีสหวิชาชีพร่วม ผลจะเป็นไปตามฎีกาเก่าหรือไม่

ในส่วนข้อ ๒ ทุกท่านคงทราบดี ว่าเมื่อได้แจ้งสิทธิในครั้งแรกแล้ว ในครั้งต่อมาไม่จำต้องแจ้งสิทธิผู้ต้องหาทุกครั้ง หากยังตีความอย่างนี้เหมือนเดิม เมื่อเปรียบเทียบกับครั้งแรกได้ให้สหวิชาชีพร่วมสอบสวน ในครั้งหลังต่อไปก็ไม่จำต้องให้ร่วมสอบ อย่างนั้นด้วยหรือไม่

"ก่อน" ,"ขณะ","หลัง"
ถ้าตัวบทใช้ถ้อยคำว่า "ถ้อยคำที่ไม่ได้ดำเนินการตามมาตรา... รับฟังไม่ได้" ผมก็ไม่จำต้องนำกรณีข้อ ๒ มาให้เปรียบเทียบกับกรณีข้อ๕

ผลที่สุดจะเป็นอย่างไร อย่างที่ท่านพงส์๒๕๕๓ กล่าว ยังต้องคอยติดตามฎีกา ตามนั้นครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เทพธันเดอร์นครปฐม
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 7468

ตอบตอบ: 24/10/2012 8:41 am    ชื่อกระทู้: การสอบสวนเด็กที่ไม่จัดให้มีสหวิชาชีพร่วมสอบสวน ผลเป็นเช่นไร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่าน"คนเมืองป่า" กล่าวบางตอนว่า
คำพูด:
ในส่วนข้อ ๒ ทุกท่านคงทราบดี ว่าเมื่อได้แจ้งสิทธิในครั้งแรกแล้ว ในครั้งต่อมาไม่จำต้องแจ้งสิทธิผู้ต้องหาทุกครั้ง หากยังตีความอย่างนี้เหมือนเดิม เมื่อเปรียบเทียบกับครั้งแรกได้ให้สหวิชาชีพร่วมสอบสวน ในครั้งหลังต่อไปก็ไม่จำต้องให้ร่วมสอบ อย่างนั้นด้วยหรือไม่

ขออนุญาตทักท้วงว่า ไม่ว่าจะสอบสวนปากคำผู้ต้องหากี่ร้อยครั้ง ทุกครั้งก็ต้องแจ้งสิทธิ เป็นไปตามฎีกาล่าง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7568/2546
พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐมแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว
โจทก์

นายปิยพงษ์ อินทร์พงษ์
จำเลย





ป.วิ.อ. มาตรา 134



การที่จำเลยใช้เหล็กขูดชาฟท์ยาว 1 คืบ แทงที่บริเวณลิ้นปี่ของผู้เสียหายนั้นอาจเป็นความผิดฐานทำร้ายร่ายกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือรับอันตรายสาหัส หรือพยายามฆ่าผู้อื่นอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เมื่อพนักงานสอบสวนได้สอบสวนถึงการกระทำนั้นของจำเลย ทั้งมีการแจ้งข้อหาแก่จำเลยตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 แล้ว แต่การแจ้งข้อหาก็หาได้หมายความว่าพนักงานสอบสวนจำต้องแจ้งข้อหา ทุกกระทงความผิดที่เกี่ยวกับการกระทำอันเดียวกันไม่ ซึ่งในการสอบสวนจำเลยครั้งแรกพนักงานสอบสวนได้แจ้ง ข้อหาฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจให้จำเลยทราบแล้วว่าคำให้การอาจใช้ยันจำเลย ในชั้นพิจารณาของศาลได้และจำเลยให้การปฏิเสธ แม้จะมีการสอบสวนโดยแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่จำเลยอีกสองครั้ง แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งแก่จำเลยว่าคำให้การเพิ่มเติมอาจใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาได้ มิได้ทำให้การสอบสวนของพนักงานสอบสวนเป็นการไม่ชอบเพราะบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 เพียงแต่บัญญัติว่าคำให้การจำเลยไม่อาจใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาได้เท่านั้น ซึ่งตามคำให้การเพิ่มเติมของจำเลยอีกสองครั้ง ก็มีเพียงว่า ขอให้การปฏิเสธตามที่ให้การในครั้งแรก จึงไม่มีข้อความใดที่จะใช้ยันจำเลย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เทพธันเดอร์นครปฐม
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 7468

ตอบตอบ: 24/10/2012 9:23 am    ชื่อกระทู้: การสอบสวนเด็กที่ไม่จัดให้มีสหวิชาชีพร่วมสอบสวน ผลเป็นเช่นไร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ในตำรา ปวอ.ของท่านอาจารย์ธานิศ เกศวพิทักษ์ ว่า "การอนุโลมเอา 133 ทวิ มาใช้บังคับแก่การสอบสวนปากคำผู้ต้องหา นั้น เป็นการอนุโลมเอามาใช้เฉพาะทีมสหวิชาชีพเท่านั้น ไม่ได้อนุโลมให้เอาประเภทคดีมาใช้ด้วย เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นประธานในคดีอาญา จึงต้องได้รับความคุ้มครองสูงสุดมากกว่า ผสห.หรือพยานที่อายุไม่เกิน 18 ปี " นั้นหมายความว่า การสอบปากคำผู้ต้องหาขณะอายุไม่เกิน 18 ปี ต้องใช้ทีมสหวิชาชีพทั้งสิ้น แม้ว่าจะไม่เข้าข่ายประเภทคดีตาม 133ทวิ ก็ตาม

ยังไงก็ต้องรอดูคำพิพากษาฎีกาของคดีขายยาเสพติดของ พงส.ภ.5 ต่อไป (หากมีการฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จริงนะ)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คนเมืองป่า
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 21/06/2012
ตอบ: 660

ตอบตอบ: 24/10/2012 9:32 am    ชื่อกระทู้: การสอบสวนเด็กที่ไม่จัดให้มีสหวิชาชีพร่วมสอบสวน ผลเป็นเช่นไร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อสอบนายตำรวจต้องเปลี่ยนธงใหม่ พร้อมฎีกาใหม่ตามท่านเทพฯ แล้วละครัย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
สบ๔อีสาน
ผู้เชี่ยวชาญ
ผู้เชี่ยวชาญ


เข้าร่วมเมื่อ: 24/02/2008
ตอบ: 4094

ตอบตอบ: 25/10/2012 7:06 am    ชื่อกระทู้: การสอบสวนเด็กที่ไม่จัดให้มีสหวิชาชีพร่วมสอบสวน ผลเป็นเช่นไร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ.ธานิศฯ เน้นคำว่า "มาตรฐานขั้นต่ำ" ในการได้รับความคุ้มครองจากรัฐ กรณีกลุ่มเด็กเยาวชน พึงได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันตามมาตรฐานสากล...สิ่งใดมากำหนดให้ มาตรฐานขั้นต่ำ ต้องขาดตกบกพร่องลงไป ย่อมใช้ไมได้ ต้องไม่ปฏิบัติ ควรเลือกปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำ ขึ้นไป เป็นต้น เรียกว่า คุ้มครองเขาให้สุดๆ แบบเกินๆ ดีกว่าขาดๆ
...ทำนองเดียวกันกับ บางมาตราที่ให้ พงสฯ มีหน้าที่แจ้งให้เขาทราบเพื่อจะเลือกใช้ หรือ ไม่ใช้สิทธิในการขอความคุ้มครอง ขอใช้ทีมสหวิชาชีพ คำให้การไม่มีคำถามสักคำว่า เขามีสิทธินั่นนี่ จะใช้หรือไม่ หากจะใช้จะจัดให้ และแล้วก็ปล่อยปละละเลยไป ไม่ถาม ไม่จัดให้เขา นี่ก็เรียกว่า การทำงานต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำ ก็ไม่ชอบด้วยกระบวนการ แต่ก็ไม่ทำให้การสอบสวนเสียไป เพียงแต่เสียมาตรฐานในการบริการภาครัฐให้เกิดประสิทธิภาพ ผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจภาครัฐ ไปบางส่วน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง เศร้า ร้องไห้ เหงาหงอย โกรธ ลังเล เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> อำนาจสอบสวน ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




ยิ้มซิ | เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ


การสร้างหน้าเอกสาร: 0.20 วินาที