Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599 เพิ่มเพื่อน

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - มีปัญหาสอบถามคดีลิขสิทธิ์ ล่อซื้อ
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

มีปัญหาสอบถามคดีลิขสิทธิ์ ล่อซื้อ
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลิขสิทธิ์ ร้านเกม
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
phanthong
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 18/10/2011
ตอบ: 15

ตอบตอบ: 25/01/2012 2:48 am    ชื่อกระทู้: มีปัญหาสอบถามคดีลิขสิทธิ์ ล่อซื้อ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอสอบถามผู้รู้ เรื่องคดีจับลิขสิทธิ์เพลง โดยมีบริษัท ฯ ผู้รับมอบอำนาจ มาแจ้งความร้องทุำกข์จับกุมร้านอาหาร โดยกล่าวหาเปิดเพลงละเมิดลิขสิทธิ์ โดยมีพฤติการณ์คือ ไปทานอาหารและเปิดเพลงร้องคาราโอเกาะที่เป็นเพลงที่ดาวโหลดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ เมื่อพบว่าเป็นเพลงของบริษัท ฯ ตนเอง ก็บันทึกภาพไว้และมาแจ้งความร้องทุกข์ ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาก็ให้การแก้ข้อกล่าวหาว่า ผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ได้มาล่อซื้อ เนื่องจากทางร้านไม่มีบริการคาราโอแกะ แต่ในวันที่ ๕ ม.ย. ตัวแทนลิขสิทธิ์ จำนวน ๒ คน มาที่ร้าน ติดต่อทางร้านว่าจะมาจัดเลี้ยงในวันรุ่งขึ้น ๑๒ คน ขอให้ทางร้านจัดคาราโอแกะมาให้ร้องเพลง ทางร้านก็ได้นำคอมโน๊กบุ๊ก ที่ดาวโหลดเพลงของบริษัท ฯเจ้าของลิขสิทธิ์และบริษัท ฯ อื่น ไว้ พร้อมขนลำโพง จากบ้านพัก มาให้บริการลูกค้า เมื่อมาเปิดตัวแทนลิขสิทธิ์ก็ขอให้พนักงานของบร้านเปิดเพลงเจ้าของลิขสิทธิ์ ที่ตนเองรับมอบมา และบันทึกภาพไว้ ต่อมาก็มาแจ้งความร้องทุกข์ และในวันที่ ๖ ก็เข้าทำการจับกุมขณะที่ทางร้านเปิดเพลงละเมิดลิขสิทธิ์อีก จึงเรียนสอบถามผู้รู้ดังนี้
๑.การกระทำของตัวแทนลิขสิทธิ์ถ้าขอเท็จจริงมีการจูงใจให้ทางร้านนำเพลงมาให้บริการ โดยทางร้านไม่เคยให้บริการคาราโอเกะมาก่อน ใช้คอมโน๊กบุ๊กมาเปิดเพลงที่ดาวโหลดเก็บไว้ให้ตัวแทนร้อง ถือว่าเป็นการล่อซื้อหรือไม่ เป็นการกระทำผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์เพลงหรือไม่
๒.ขอทราบว่า การที่ร้านค้านำเพลงที่ดาวโหลดเองเก็บไว้ในคอม (ไม่มีภาพเคลื่อนไหวมีแต่เพลง ) มาให้ลูกค้าร้องคาราโอเกะ แต่ไม่ได้เรียกเก็บเงินเพิ่มจากการที่ให้บริการเพลง เก็บเพียงค่าอาหารเท่านั้น ทางร้านจะผิดละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ เนื่องจากไม่น่าจะถือว่ากระทำเพื่อหากำไร
๓.การดาวโหลดเพลงมาเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์เอง และมาให้บริการแก่ลูกค้า ไม่ได้นำแผ่นลิขสิทธิ์เพลงที่ถูกต้องชองเจ้าของลิขสิทธิ์มาเปิดให้ลูกค้าฟัง เป็นความผิด พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตราใด ขอฏีกา ข้อกฎหมายอ้างอิงด้วยคับ

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
phanthong
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 18/10/2011
ตอบ: 15

ตอบตอบ: 25/01/2012 3:16 am    ชื่อกระทู้: Re: มีปัญหาสอบถามคดีลิขสิทธิ์ ล่อซื้อ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สอบถามเพิ่มเติม กรณีหากมีการดาวโหลดเพลงมาเก็บไว้ในคอม และนำมาให้บริการแก่ลูกค้า เพื่อร้องคาราโอเกะ โดยไม่คิดค่าบริการเิพิ่มเติมจากค่าอาหาร และเครื่องดื่ม จะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์เพลงโดยการเผยแพร่ต่อสาธารณชน เพื่อการค้าหรือไม่
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ปฐพี49
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 22/09/2011
ตอบ: 183

ตอบตอบ: 25/01/2012 8:12 am    ชื่อกระทู้: Re: มีปัญหาสอบถามคดีลิขสิทธิ์ ล่อซื้อ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ธงคำตอบสั้นๆ ตามข้อเท็จจริง แม้ทางร้านอาหารจะกระทำผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ก็ตาม แต่ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจในคดีนี้เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิด เนื่องจากร้านอาหารไม่ได้ให้บริการคาราโอเกะแก่ลูกค้า แต่เกิดจากการที่ตัวแทนฯ เป็นผู้ขอให้จัดการหาอุปกรณ์มาบริการให้ ตัวแทนฯ จึงไม่ถือว่าเป็นการล่อซื้อ หรือแสวงหาพยานหลักฐานจากผู้ที่กระทำผิด จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่มีอำนาจร้องทุกข์ได้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พชศ.
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 07/07/2011
ตอบ: 80

ตอบตอบ: 25/01/2012 9:56 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

โหลดเป็นการทำซ้ำ ข้อเท็จจริงไม่ปรากฎว่าผู้เสียหายจูงใจให้โหลดเพลงอันมีลิขสิทธิ ก็น่าจะยังเป็นการละเมิดอยู่ การเผยแพร่เพื่อประโยชน์ทางการค้า กับทำซ้ำคนละอนุกันเลยดังนั้นทำซ้ำจึงไม่ต้องเพื่อประโยชน์ทางการค้าก็ได้ กฎหมายลิขสิทธิออกโดยกลุ่มนายทุนที่หาประโยชน์จากงานสร้างสรรค์ ดังนั้นกฎหมายย่อมกว้างและครอบคลุมการกระทำเกือบทุกรูปแบบ ทางที่ดีประชาชีควรไม่ต้องฟังงานเพลงพวกนี้เสีย ผมไม่แน่ใจว่าสศิลปินผู้สร้างสรรค์งานเพลงในอดีตเขาหวง หรือมองเห็นในรูปผลประโยชน์ขนาดนี้ไหม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
จ๊อด
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 15/07/2010
ตอบ: 299

ตอบตอบ: 25/01/2012 10:38 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ถูก..ๆๆๆๆๆต้องครับ สบายสบาย ถือว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดจึงไม่มีอำนาจร้องทุกข์กล่าวโทษได้ สบายสบาย ถือว่าไม่ได้เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย หัวเราะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ศรีสัชฯ
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 23/11/2011
ตอบ: 21

ตอบตอบ: 25/01/2012 10:49 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

- เป็นข้อแก้ตัวของผู้ถูกกล่าวหา ให้สอบผู้กล่าวหาเพิ่มเติมว่าก่อนเกิดเหตุทางร้านได้จัดหรือเคยจัดให้มีบริการให้ลูกค้าร้องเพลงมาก่อนหรือไม่
- ตัวแทนของผู้เสียหายไม่ได้บอกให้โหลดเพลงท่ละเมิดลิขสิทธิ์ลงในโน๊ตบุ๊ค จึงไม่อยู่ในฐานะผู้ใช้ให้กระทำความผิด
- การโหลดเพลงละเมิดไว้ในคอมถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยการทำซ้ำ มีความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ฯ ม. ๒๗ (๑),(๒) , ๒๘(๑).(๒) ประกอบ ม.๖๙ วรรคแรค ถ้าเป็นการกระทำเพื่อการค้าเป็นความผิดตาม ม.๖๙ วรรคสอง
- และกรณีโหลดเพลงไว้ในโน๊ตบุ๊คแล้วนำมาให้บริการลูกค้าร้องเพลงคาราโอเกะ แม้ไม่ได้คิดบริการเพิ่ม ก็เป็นความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่นเพื่อการค้า โดยการทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งงานดนตรีกรรม งานสิ่งบันทึกเสียง ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ ม. ๒๗ (๑),(๒) , ๒๘ (๑),(๒) ประกอบ ม. ๖๙ วรรคสอง แล้ว เพราะทางร้านได้รับผลประโยชน์เกี่ยวกับการค้า เพราะทำให้ลูกค้าเลือกใช้บริการมากกว่าท่จะเข้าไปใช้บริการในร้านท่ไม่มีบริการดังกล่าว
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เทพธันเดอร์นครปฐม
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 8124

ตอบตอบ: 25/01/2012 11:22 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพูด:
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10579/2551
พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์
โจทก์

นางอัญชลี บุญอุทิศ
จำเลย





ป.วิ.อ. มาตรา 185

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26



โจทก์บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์...” ความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงต้องเป็นการกระทำแก่งานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น “เพื่อหากำไร” เท่านั้น แต่ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องปรากฏแต่เพียงว่า จำเลยเปิดแผ่นเอ็มพีสามและซีดีเพลงให้ลูกค้าในร้านอาหารได้ร้องและฟังเพลงของผู้เสียหาย 1 แผ่น “เพื่อประโยชน์ในทางการค้า” ขายอาหารและเครื่องดื่มของจำเลยแต่ไม่ปรากฏในคำฟ้องว่าจำเลยกระทำเพื่อหากำไรโดยตรงจากการที่ให้ลูกค้าได้ร้องและฟังเพลงโดยเรียกเก็บค่าตอบแทนจากลูกค้าในการเปิดเพลงดังกล่าวหรือเรียกเก็บรวมไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่มแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ ตาม พ.ร.บ.จั้ดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 185



________________________________




โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 17, 31, 70, 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบของกลาง และสั่งจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง พิพากษายกฟ้อง ของกลางคืนให้แก่เจ้าของ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์...” ความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงต้องเป็นการกระทำแก่งานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น “เพื่อหากำไร” เท่านั้น แต่ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องมานั้นปรากฏว่าจำเลยเปิดแผ่นเอ็มพี 3 และซีดีเพลงให้ลูกค้าในร้านอาหารของจำเลยได้ร้องและฟังเพลงของผู้เสียหาย จำนวน 1 เพลง เพียง “เพื่อประโยชน์ในทางการค้า” ขายอาหารและเครื่องดื่มของจำเลย ตามคำบรรยายฟ้องดังกล่าวไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำเพื่อหากำไรโดยตรงจากการที่ให้ลูกค้าได้ร้องและฟังเพลง โดยเรียกเก็บค่าตอบแทนจากลูกค้าในการเปิดเพลงดังกล่าว หรือเรียกเก็บรวมไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่มแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยตามฟ้องจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 เพราะไม่ครบองค์ประกอบความผิดของบทมาตราดังกล่าวซึ่งต้องเป็นการกระทำเพื่อหากำไรโดยตรงจากการละเมิดลิขสิทธิ์ แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์จึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.






( พรเพชร วิชิตชลชัย - พลรัตน์ ประทุมทาน - บุญรอด ตันประเสริฐ )



ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายนทดล กิติกัมรา



คำพูด:
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8220/2553
พนักงานอัยการจังหวัดระยอง
โจทก์

นางสุรินทร์ คำพวง
จำเลย





ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31, 70 วรรคสอง

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26



โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการค้าขายอาหารตามสั่งและเครื่องดื่ม จำเลยเปิดแผ่นวีซีดีเพลง “กำลังใจที่เธอไม่รู้” อันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ซึ่งได้มีผู้ทำขึ้นหรือดัดแปลงขึ้นให้ลูกค้าในร้านอาหารของจำเลยฟัง ไม่ปรากฎว่าจำเลยเปิดเพลงเพื่อหากำไรโดยตรงจากการที่ให้ลูกค้าฟังเพลงโดยการเรียกเก็บค่าตอบแทนหรือเรียกเก็บเพิ่มรวมไปกับอาหารและเครื่องดื่มแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง เพราะไม่ครบองค์ประกอบความผิดของบทมาตราดังกล่าว ซึ่งต้องเป็นการกระทำเพื่อหากำไรโดยตรงจากการละเมิดลิขสิทธิ์ แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง



________________________________




โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 28, 29, 30, 31, 69, 70, 75, 76 ริบโทรทัศน์สี เครื่องเล่นซีดี ดีวีดี และให้แผ่นซีดีเพลงจำนวน 19 แผ่น ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ของกลางตกเป็นของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และสั่งจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ของกลางคืนให้แก่เจ้าของ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ที่โจทก์อุทธรณ์การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง เห็นว่า พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน...” ความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงต้องเป็นการเผยแพร่งานนั้นต่อสาธารณชน “เพื่อหากำไร” ซึ่งหมายความว่า กำไรนั้นหากจำเลยได้มาหรือจะได้มาจะต้องเกิดจากการกระทำแก่งานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น แต่ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องได้ความว่า จำเลยประกอบกิจการค้าขายอาหารตามสั่งและเครื่องดื่ม จำเลยเปิดแผ่นวีซีดีเพลง “กำลังใจที่เธอไม่รู้” อันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ซึ่งได้มีผู้ทำขึ้นหรือดัดแปลงขึ้นให้ลูกค้าในร้านอาหารของจำเลยฟัง ไม่ปรากฏว่าจำเลยเปิดเพลงเพื่อหากำไรโดยตรงจากการที่ให้ลูกค้าได้ฟังเพลง โดยการเรียกเก็บค่าตอบแทนจากลูกค้าในการเปิดเพลง หรือเรียกเก็บเพิ่มรวมไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่มแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง เพราะไม่ครบองค์ประกอบความผิดของบทมาตราดังกล่าวซึ่งต้องเป็นการกระทำเพื่อหากำไรโดยตรงจากการละเมิดลิขสิทธิ์ แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน






( ไมตรี ศรีอรุณ - อร่าม เสนามนตรี - สมควร วิเชียรวรรณ )



ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายวราคมน์ เลี้ยงพันธุ์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ศรีสัชฯ
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 23/11/2011
ตอบ: 21

ตอบตอบ: 25/01/2012 12:01 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

-กรณีตามคำพิพากษาเป็นการเปิดเพลงมาจากแผ่นวีซีดีเพลงท่ละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ชั้นรอง ไม่ใช่เป็นการทำซ้ำ หรือดัดแปลง อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ชั้นต้น จึงไม่มีความผิดฐานทำซ้ำ หรือดัดแปลง การละเมิดลิขสิทธิ์ฐานทำซ้ำ ไม่จำเป็นต้องเพื่อกระทำเพื่อหากำไร ก็เป็นความผิดตามท่เคยอธิบายไว้แล้ว
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ปฐพี49
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 22/09/2011
ตอบ: 183

ตอบตอบ: 26/01/2012 1:22 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การฟ้อง ตาม มาตรา ๓๑ เป็นการฟ้องเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ทั่วๆ ไปครับ แต่หากเป็นลิขสิทธิ์เพลง แม้ไม่กระทำการ"เพื่อหากำไร" ก็เป็นความผิดได้ ซึ่งต้องฟ้องในบทเฉพาะ ตาม มาตรา ๒๘(๒)

มาตรา 28 การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ หรือสิ่งบันทึกเสียงอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 15 (5) ทั้งนี้ ไม่ว่าในส่วนที่เป็นเสียงและหรือภาพ ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้
(1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
(3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานดังกล่าว

ดังนั้น ตามฎีกาที่ท่านอาจารย์เทพฯ ยกมา เมื่อโจทก์ บรรยายฟ้องตาม มาตรา ๓๑ ศาลจึงมิอาจลงโทษตาม มาตรา ๒๘(๒) ได้

และขอแย้งท่าน ศรีสัชฯ ว่าตามข้อเท็จจริงที่ให้มา แม้ตัวแทนของผู้เสียหายไม่ได้บอกให้โหลดเพลงท่ละเมิดลิขสิทธิ์ลงในโน๊ตบุ๊คก็ตาม แต่ได้ขอให้ทางร้านจัดคาราโอแกะมาให้ร้องเพลง ถือว่าทางร้านได้กระทำอยู่ในขอบเขตที่ได้ใช้ให้กระทำผิดตาม ป.อาญา มาตรา ๘๗ วรรคหนึ่ง จึงถือว่าตัวแทนเป็นผู้ใช้ให้กระทำผิด

"การโหลดเพลงละเมิดไว้ในคอมถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยการทำซ้ำ มีความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ฯ" ข้อเท็จจริงเพียงเท่านี้ยังไม่พอฟังได้ว่า เป็นการกระทำผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะยังมีข้อยกเว้นอยู่ เช่น มาตรา ๓๒(๒)

ธงคำตอบผม การกระทำต่อสิ่งบันทึกเสียงอันมีลิขสิทธิ์โดยเผยแพร่ต่อสาธารณชน แม้ไม่ได้กระทำการเพื่อหาไร ก็เป็นความผิดตาม มาตรา ๒๘(๒) ครับ แต่ด้วยเหตุผลตามข้อเท็จจริง เหตุผลและธงคำตอบผมยังไม่เปลี่ยนแปลง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เทพธันเดอร์นครปฐม
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 8124

ตอบตอบ: 26/01/2012 6:10 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ความเห็นให้ฟ้องของ อสส.
http://www.criminalaffairs.police.go.th/work_up_web/copyright.doc

คำพูด:
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7873/2549
พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง
โจทก์

นายสุนทร บุญประเสริฐ
จำเลย





พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 27, 28, 31(2), 69 วรรคสอง, 70 วรรคสอง



เจตนารมณ์ของกฎหมายในการร้องทุกข์ก็เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทราบว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นและประสงค์จะให้มีการนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ร. ผู้รับมอบอำนาจช่วงจากผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจ และต่อมาได้นำเจ้าพนักงานตำรวจค้นร้านที่เกิดเหตุและจับจำเลยส่งพนักงานสอบสวน จากนั้น ร. จึงได้ร้องทุกข์อีกครั้ง โดยการร้องทุกข์ครั้งหลังมีข้อความระบุถึงตัวผู้กระทำผิดและลักษณะของความผิดชัดเจนถือได้ว่าคดีนี้มีการร้องทุกข์โดยชอบและทำให้การสอบสวนในเวลาต่อมาชอบด้วยกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียง และโสตทัศนวัสดุของผู้เสียหายโดยนำเอางานซึ่งมีลิขสิทธิ์ตามฟ้องไปบรรจุในเครื่องอ่านข้อมูล แล้วแปลงสัญญาณดิจิตอลเป็นสัญญาภาพและเสียง แพร่ภาพ เนื้อร้อง และทำนองทางจอมอนิเตอร์ และแพร่เสียงทางลำโพงสำหรับลูกค้า ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 27, 28, 29 และ 69 แสดงว่าโจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทำซ้ำซึ่งงานดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ หรือสิ่งบันทึกเสียง ซึ่งไม่ใช่เรื่องการกระทำผิดเกี่ยวกับการแพร่งานดังกล่าวต่อสาธารณชน เพราะงานที่ถูกบรรจุในเครื่องอ่านข้อมูลนั้นเป็นงานที่ถูกทำซ้ำขึ้นใหม่ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น การเผยแพร่งานที่บรรจุไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต่อสาธารณชนจึงไม่ใช่ความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 27 (2), 28 (2) และไม่อาจถือได้ว่าโจทก์มีความประสงค์ที่จะขอให้ลงโทษจำเลยในเรื่องการเผยแพร่งานซึ่งได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อหากำไรด้วยการเผยแพร่ต่อสาธารณชน อันจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (3) ด้วย เพราะโจทก์ไม่ได้อ้างบทกฎหมายตรานี้ไว้ในคำฟ้องแต่อย่างใด



________________________________




โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 28, 29, 69, 75 และ 76 ริบของกลาง และให้จ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง คืนของกลางแก่เจ้าของ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า คำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (7) หมายความถึง การที่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น จะรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และการกล่าวหาเช่นนั้นได้กล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 123 วรรคสอง ระบุว่า คำร้องทุกข์นั้นต้องปรากฏชื่อและที่อยู่ของผู้ร้องทุกข์ ลักษณะแห่งความผิด พฤติการณ์ต่างๆ ที่ความผิดนั้นได้กระทำลง ความเสียหายที่ได้รับ และชื่อหรือรูปพรรณของผู้กระทำความผิดเท่าที่จะบอกได้ แสดงให้เห็นว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายในการแจ้งความร้องทุกข์นั้น ก็เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทราบว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น และประสงค์ที่จะให้มีการนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ เมื่อคดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า นายรพีพัฒน์เข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจครั้งแรกตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี และนายรพีพัฒน์ได้นำเจ้าพนักงานตำรวจไปทำการตรวจค้นร้านที่เกิดเหตุและจับจำเลยส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไปจากนั้นนายรพีพัฒน์ยังได้ร้องทุกข์อีกครั้งตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีโดยการร้องทุกข์ในครั้งหลังนี้มีข้อความที่ระบุถึงตัวผู้กระทำความผิดและลักษณะแห่งความผิดชัดเจน ถือได้ว่าคดีนี้มีการร้องทุกข์และทำให้การสอบสวนในเวลาต่อมาชอบด้วยกฎหมายแล้ว ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศจะวินิจฉัยต่อไปในปัญหาที่ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้ละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทดนตรีกรรมสิ่งบันทึกเสียง และโสตทัศนวัสดุของผู้เสียหาย โดยนำเอาเพลงขอเลวแค่นี้ รักแท้แพ้ใกล้ชิด ชดใช้ยังไง ข้อดีที่มีเธอ ซึ่งเป็นผลงานเพลงในอัลบัมเพลงชุด “ปาน ทรู สตอรี่ ความรัก/ผู้ชาย/ปลาย่าง” ซึ่งขับร้องโดย ธนพร แวกประยูร นำไปบรรจุในเครื่องอ่านข้อมูล ซึ่งทำการแปลงสัญญาณดิจิตอลเป็นสัญญาณภาพและเสียง โดยแพร่ภาพ เนื้อร้อง และทำนองทางจอมอนิเตอร์ และแพร่เสียงผ่านทางลำโพง ไว้สำหรับบริการลูกค้า กับขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 28, 29, 69, 75 และ 76 แสดงว่าโจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทำซ้ำซึ่งงานดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ หรือสิ่งบันทึกเสียงตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 27 (1), 28 (1) ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเผยแพร่งานดังกล่าวต่อสาธารณชน เพราะงานที่ถูกบรรจุในเครื่องอ่านข้อมูลนั้นเป็นงานที่ถูกทำซ้ำขึ้นใหม่หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น หาใช่งานดนตรีกรรมโสตทัศนวัสดุ หรือสิ่งบันทึกเสียงที่แท้จริงของผู้เสียหาย ตามความหมายของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 27 และ 28 ไม่ การเผยแพร่งานที่บรรจุไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต่อสาธารณชนจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 27 (2), 28 (2) และไม่อาจถือได้ว่า โจทก์มีความประสงค์ที่จะขอให้ลงโทษจำเลยในเรื่องของการเผยแพร่งานซึ่งทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อหากำไรด้วยการเผยแพร่ต่อสาธารณชน อันจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (2) ด้วย เพราะโจทก์ไม่ได้อ้างบทกฎหมายมาตรานี้ไว้ในคำฟ้องแต่อย่างใด พยานหลักฐานของโจทก์จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยพยานหลักฐานของจำเลยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน






( พิชิต คำแฝง - สุวัฒน์ วรรธนะหทัย - ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช )



ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายสุทิน ปัทมราชวิเชียร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เทพธันเดอร์นครปฐม
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 8124

ตอบตอบ: 26/01/2012 6:54 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ดูก่อนว่า มันเป็นละเมิดตรงหรืออ้อม หากไม่วินิจฉัยตรงนี้ก่อน หลงแน่

คำพูด:
บทที่ 3 การกระทำเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่
เนื่องจากลิขสิทธิ์เป็นสิทธิ์แต่ผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะกระทำการใดๆ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 15 ฉะนั้นบุคคลอื่นที่ไปกระทำการใดๆ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 15 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
การละเมิดลิขสิทธิ์อาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
3.1 การละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้น (primary infringement) มาตรา 27-30
3.2 การละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรอง (secondary infringement) มาตรา 31
ก่อนที่จะอธิบายความหมายของการละเมิดขั้นต้น และการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรอง ขอให้ทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า ตำราบางเล่มใช้คำว่า "การละเมิดโดยตรง" แทนการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้น และใช้คำว่า "การละเมิดโดยอ้อม" แทนการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรอง หากพบคำทั้ง 2 คำดังกล่าวขอให้เข้าใจว่าผู้เขียนตั้งใจให้มีความหมายเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตามหาก ไปพบตำราบางเล่ม เช่นคำอธิบายกฎหมายลิขสิทธิ์ของอาจารย์ธัชชัย ศุภผลศิริ อธิบายเรื่องการทำซ้ำ โดยใช้คำว่าการลอกเลียนโดยตรง (direct copying) และการลอกเลียนโดยทางอ้อม (indirect copying) ทั้ง 2 คำนี้มีความหมายต่างจากการละเมิดโดยตรงและการละเมิดโดยอ้อมดังกล่าวมาข้าง ต้น เนื่องจากทั้งการลอกเลียนโดยทางตรงและการลอกเลียนโดยทางอ้อม ต่างอยู่ในความหมายของการทำซ้ำซึ่งเป็นการกระทำที่ถือว่าเป็นการละเมิด ลิขสิทธิ์ขั้นต้นตามมาตรา 15
ตัวอย่างการลอกเลียนงานลิขสิทธิ์โดยทางตรง และการลอกเลียนงานลิขสิทธิ์โดยทางอ้อม เช่น นาย ก เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในนวนิยาย นาย ข ได้สร้างภาพยนตร์จากนวนิยายของ นาย ก โดยได้รับอนุญาต นาย ค copy film ภาพยนตร์ของนาย ข โดยไม่ได้รับอนุญาต การกระทำของนาย ค เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้นโดยการทำซ้ำตามมาตรา 15(1) แต่การทำซ้ำดังกล่าวมีผู้ได้รับความเสียหาย 2 คน คือนาย ก และนาย ข นาย ข เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ การที่นาย ค ทำซ้ำ ฟิล์มภาพยนตร์ของนาย ข โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงเป็นการลอกเลียนโดยทางตรง และเนื่องจากเนื้อหาในภาพยนตร์มาจากนวนิยายซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของนาย ก การทำซ้ำของนาย ค จึงเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในนวนิยายซึ่งเป็นงานวรรณกรรมของนาย ก โดยเป็นการลอกเลียนโดยทางอ้อม
3.1 การละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้น (primary infringement) มาตรา 27 -30
การละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้น คือการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ ตามมาตรา 15 โดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น
(1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
(3) การให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง

ความหมายของการทำซ้ำ ดัดแปลงและเผยแพร่ต่อสาธารณชนมีบัญญัติไว้ในมาตรา 4 วรรค 13 วรรค 14 และวรรค 15
มาตรา 27 ได้บัญญัติการกระทำที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้นในงานทั่วไป นอกจากนี้กฎหมายลิขสิทธิ์ยังได้บัญญัติให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้น โดยเฉพาะเจาะจงแก่งานโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง ตามมาตรา 28 งานแพร่เสียงแพร่ภาพตามมาตรา 29 และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 30
ข้อแตกต่างที่ สำคัญมาอีกประการหนึ่งของการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้นและการละเมิดลิขสิทธิ์ ขั้นรอง คือ การละเมิดขั้นต้นเมื่อผู้กระทำความผิดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมี ลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ตามมาตรา 27 -มาตรา 30 แล้วให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่การละเมิดขั้นรอง กฎหมายได้กำหนดภาระการพิสูจน์แก่โจทก์ว่า ต้องสืบให้ศาลเห็นว่าจำเลยรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ด้วยการกระทำการต่างๆ ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 31(1) -(4) เป็นงานที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าจำเลยรู้หรือมีเหตุควรรู้ว่างานดังกล่าวเป็นงานละเมิด ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นแล้ว จำเลยก็ไม่ต้องรับผิด
การที่จะวินิจฉัยว่าการกระทำใดเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้นหรือไม่ จำเป็นต้องทำความเข้าใจสิทธิแต่ผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์ตามมาตา 15 ดังต่อไปนี้

(1) ทำซ้ำหรือการดัดแปลง ทำซ้ำ มีลักษณะสำคัญ 2 ประการ คือ
1. มีการลอกเลียนงานลิขสิทธิ์(copying) โดยคัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใดๆ เลียนแบบ ทำสำเนา ทำแม่พิมพ์ บันทึกเสียง บันทึกภาพจากต้นฉบับ หรือสำเนา
2. มีการลอกเลียนในส่วนสาระสำคัญ (substantiality) หมายถึง ส่วนของงานที่ลอกเลียนเป็นสาระสำคัญของงาน แม้ว่าส่วนที่ลอกเลียนจะไม่ใช่ส่วนใหญ่หรือทั้งหมดของงาน หรืออาจกล่าวได้ว่า ปริมาณที่ลอกเลียนไม่ได้เป็นเครื่องชี้ขาดว่าเป็นการทำซ้ำหรือดัดแปลงเสมอไป แต่ต้องพิจารณาในเนื้อหาที่ถูกลอกเลียนว่าเป็นสาระสำคัญของงานหรือไม่ (quality not quantity)
ตัวอย่างการลอกเลียนในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ เช่น ฎีกาที่ 2750/2537 จำเลยทำซ้ำคำและบทนิยามในพจนานุกรมของโจทก์ ในลักษณะลอกมาทุกตัวอักษรประมาณ 14,000 คำและดัดแปลงโดยสลับที่บทนิยามบ้าง เปลี่ยนตัวอย่างใหม่หรือตัดออกบ้าง เพิ่มเติมหรือตัดข้อความในบทนิยามของโจทก์ออกบ้างประมาณ 19,000 คำ ทำซ้ำหรือดัดแปลงภาพประกอบบทนิยาม 130 ภาพ ลอกเลียนแบบการจัดทำรูปเล่มและการพิมพ์ข้อความที่ปกนอก และปกใน ถือว่าเป็นการทำซ้ำ หรือดัดแปลงในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ
นอกจากนี้การลอกเลียนในแนวคิด (idea) โดยมิได้ลอกเลียนสิ่งที่เป็นการแสดงออกซึ่งความคิด(expression of idea) ดังที่ได้อธิบายไว้แล้วในหัวข้อการแสดงออกซึ่งความคิด ย่อมไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
ดัดแปลง หมายถึง ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติม หรือจำลองงานต้นฉบับในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ดัดแปลงงานวรรณกรรม เช่น แปลวรรณกรรม เปลี่ยนรูปวรรณกรรม (เปลี่ยนจากบทประพันธ์เป็นบทภาพยนตร์) หรือรวบรวมวรรณกรรมโดยคัดเลือกและจัดลำดับใหม่ เป็นต้น
(2) เผยแพรต่อสาธารณชน หมายถึง การทำให้ปรากฏด้วยวิธีต่างๆ ต่อสาธารณชนโดยการแสดง การบรรยาย การสวด การบรรเลง การทำให้ปรากฏด้วยเสียงหรือภาพ การก่อสร้าง การจำหน่าย เช่น การขับร้องเพลงที่มีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการเปิดเพลงที่มี ลิขสิทธิ์จากเครื่องบันทึกเสียงให้พนักงานในบริษัทฟัง ก็เป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชนเช่นกัน ปัญหามีข้อพิจารณาว่าความหมายของคำว่า สาธารณชนมีขอบเขตเพียงใด ศาลอังกฤษได้เคยวางหลักไว้ว่าการเปิดเพลงจากเครื่องเล่นจานเสียงให้คนงาน กว่า 600 คน ในโรงงานฟัง ถือว่าเป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชนแล้ว
ปัญหาที่น่าพิจารณาอีกประเด็นหนึ่งคือคำว่า "การจำหน่าย" ซึ่งอยู่ในความหมายของการเผยแพร่ต่อสาธาณชนในมาตรา 15(2)นี้ ต่างจากคำว่า "ขาย" ในมาตรา 31(1) อย่างไร ความแตกต่างที่สำคัญคือ การจำหน่ายในมาตรา 15(2) เป็นการจำหน่ายงานที่มีลิขสิทธิ์ขั้นต้น (primary infringement) แต่การขายในมาตรา 31(1)เป็นการขายงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น ซึ่งเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ชั้นรอง (secondary infringement)
ปัญหามีต่อไป ว่า การจำหน่ายตาม มาตรา 15(2) นี้หมายถึงการจำหน่ายเมื่อใด ตัวอย่าง เช่น นาย ก ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในหนังสือกฎหมายลิขสิทธิ์ ได้พิมพ์หนังสือดังกล่าวออกจำหน่าย นาย ข นักศึกษากฎหมายได้ซื้อหนังสือดังกล่าวมาใช้เตรียมตัวสอบ หลังจากสอบผ่านแล้ว นาย ข ได้ขายหนังสือกฎหมายลิขสิทธิ์เล่มดังกล่าวให้นาย ค นักศึกษารุ่นน้อง ปัญหาว่า นาย ข มีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์นาย ก หรือไม่ จากตัวอย่างดังกล่าวอธิบายได้ว่า คำว่า การจำหน่าย ตาม มาตรา 15(2) หมายถึงการจำหน่ายโดยเจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ ลิขสิทธิ์ เช่น โรงพิมพ์ ซึ่งหมายถึงเฉพาะการจำหน่ายครั้งแรก (first sale) เท่านั้น มิได้หมายความรวมถึงการจำหน่ายในครั้งต่อๆ ไป
เพราะตามหลักการสูญสิ้นไปซึ่งสิทธิ (exhaustion of rights) ซึ่งวางหลักไว้ว่า เมื่อเจ้าของลิขสิทธิ์ได้จำหน่ายงานอันมีลิขสิทธิ์ของตนไปแล้ว สิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ในตัวงานหรือสำเนางานที่ถูกจำหน่ายไปย่อมหมดสิ้นไป เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่มีสิทธิไปควบคุมการใช้ประโยชน์ของผู้ซื้องานดังกล่าว ดังนั้นการที่ นาย ข ซื้อหนังสือจากนาย ก แล้ว สิทธิในการควบคุมการใช้สอยประโยชน์ของ นาย ก ในหนังสือที่ขายไปย่อมหมดสิ้นไปตามหลัก exhaustion of rights นาย ข จึงมีสิทธิขายหนังสือที่ใช้แล้วให้ นาย ค ซึ่งถือเป็นสิทธิของเจ้าของกรรมสิทธิ์ทั่วๆ ไปที่จะขายทรัพย์สินของตน
(3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง สิทธิในข้อนี้เป็นการขยายความคุ้มครองให้แก่ผู้สร้างภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง และงานโสตทัศนวัสดุมากกว่าเจ้าของลิขสิทธิ์ดังกล่าวตามกฎหมายเดิม หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า เป็นข้อยกเว้นหลักการสูญสิ้นไปซึ่งสิทธิ (exhaustion of right) การให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานตามมาตรา 15(3) นี้เป็นการให้เช่างานที่ซื้อมาโดยถูกต้องและเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้น แต่การให้เช่าตามมาตรา 31(1) เป็นการให้เช่างานที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์และเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรอง ซึ่งหากพิจารณาตามหลัก exhaustion of rights แล้ว ผู้ใดซื้องานลิขสิทธิ์มาโดยถูกต้อง เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมหมดสิทธิควบคุมการใช้ประโยชน์จากตัวงานดังกล่าว
แต่กฎหมายมาตรานี้กลับให้สิทธิแก่เจ้าของงานลิขสิทธิ์มากขึ้น และยกเว้นหลักทั่วไป โดยให้สามารถควบคุมการให้เช่าในงาน 4 ประเภทดังกล่าวได้ ฉะนั้นฎีกา 954/2536 ที่วินิจฉัยว่า คดีไม่ได้หมายความว่าม้วนเทปของกลางถูกทำซ้ำหรือดัดแปลง แม้จำเลยจะมีม้วนเทปของกลางให้เช่า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยก็ไม่มีความผิด ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ 2521 มาตรา 27 ฎีกานี้เป็นการวินิจฉัยตามกฎหมายเดิม ซึ่งไม่อาจถือเป็นหลักได้อีกต่อไป
ขอให้สังเกตว่าสิทธิให้เช่าตามมาตร 15(3)นี้ ระบุไว้เฉพาะงาน 4 ประเภทนี้เท่านั้น ฉะนั้นหากงานที่ให้เช่าเป็นหนังสือที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง ผู้ให้เช่าก็ไม่มีความผิดตามมาตรานี้ อย่างไรก็ตามหากหนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว การให้เช่าหนังสือดังกล่าวอาจมีความผิดซึ่งเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองตามมาตรา 31(1) ได้
ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น เช่น เจ้าของจิตรกรรมอนุญาตให้สถาบันศิลปกรรมนำภาพเขียนของตนออกแสดงให้ประชาชนโดยเก็บค่าเข้าชม แต่ค่าเข้าชมครึ่งหนึ่งต้องมอบให้องค์การสาธารณกุศล ดังนี้เป็นการให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่องค์การสาธารณกุศล
อนุญาตให้ผู้อื่นนำงานอันมีลิขสิทธิ์ไปทำซ้ำหรือดัดแปลง เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน หรือให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์และสิ่งบันทึกเสียง โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่จำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้
มาตรา 16 ได้กล่าวถึง สิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์เมื่อได้อนุญาตให้ผู้ใดใช้สิทธิตามมาตรา 15(5) แล้วย่อมไม่ตัดสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิ เว้นแต่หนังสืออนุญาตระบุข้อห้ามไว้ ลักษณะของสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิอาจแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ
1. สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ไม่เด็ดขาด (non-exclusive copyright licensing agreement) เป็นสัญญาที่ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิ์ที่จะอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้งาน อันมีลิขสิทธิ์ของตนได้โดยไม่จำกัดครั้งและจำนวนบุคคล รวมทั้งเจ้าของลิขสิทธิ์ยังมีสิทธิดังกล่าวอยู่
2. สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์แต่ผู้เดียว(sole copyright licensing agreement) เป็นสัญญาที่เจ้าของลิขสิทธิ์อนุญาตให้ผู้ใดผู้หนึ่งใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ แต่ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เองก็ไม่มีสิทธิที่จะใช้งานของตน
3. สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เด็ดขาด (exclusive copyright licensing agreement) เป็นสัญญาที่กำหนดให้ผู้รับอนุญาตแต่เพียงผู้เดียวมีสิทธิใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ แต่ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เองก็ไม่มีสิทธิที่จะใช้งานของตนในระหว่างอายุสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์
3.2 การละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรอง (secondary infringement) มาตรา 31
การละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองเป็นการกระทำที่สืบเนื่องมาจากการละเมิดสิทธิ์ขั้นต้น โดยมีลักษณะเป็นการส่งเสริมให้งานที่ละเมิดลิขสิทธิ์มีการแพร่หลายออกไปด้วยการกระทำการต่างๆ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 31 (1)-(4) เช่น ขาย มีไว้เพื่อขาย นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร เป็นต้น
การละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองมีหลักเกณฑ์สำคัญ 2 ประการ คือ
1. ความรู้หรือควรรู้ของผู้กระทำว่างานใดทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่
2. ความมุ่งหมายเพื่อหากำไรจากกระทำนั้น
บทที่ 4 ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ (มาตรา 32 - มาตรา 43)
ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์เป็นความพยายามสร้างดุลแห่งผลประโยชน์ระหว่างเจ้าของลิขสิทธิ์และผู้ใช้งานลิขสิทธิ์ โดยให้บุคคลอื่นสามารถใช้งานลิขสิทธิ์ได้ตามความเหมาะสมโดยไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นการจำกัดสิทธิแต่ผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์ลงภายใต้เงื่อนไขบางประการ เงื่อนไขที่สำคัญที่สุด บัญญัติไว้ในมาตรา 32 วรรคแรก ดังนี้
1. การกระทำต้องไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์
2. การกระทำนั้นไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร
ข้อยกเว้นทั่วไป มีบัญญัติไว้ในมาตรา 32 วรรคสอง ที่บัญญัติให้การกระทำบางอย่างเป็นข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ ตั้งแต่ข้อยกเว้น (1)-(Cool เช่น (1) วิจัยหรือศึกษางาน อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร
นอกจากข้อยกเว้นทั่วไปตามมาตรา 32 วรรคสองแล้ว ยังมีข้อยกเว้นเฉพาะซึ่งมีบัญญัติไว้ในมาตรา 33 กรณีคัดลอกโดยมีการอ้างอิง เป็นการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงาน ไม่ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ยังมีข้อยกเว้นอื่นๆ เช่น ข้อยกเว้นสำหรับการกระทำของบรรณารักษ์ห้องสมุดตามมาตรา 34 ข้อยกเว้นสำหรับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 35 ข้อยกเว้นสำหรับการแสดงงานนาฎกรรมหรือดนตรีกรรมตามมาตรา 36 ข้อยกเว้นสำหรับงานศิลปกรรมตามมาตรา 37, , ,39,40 ข้อยกเว้นสำหรับงานสถาปัตยกรรมตามมาตรา 38,41 ข้อยกเว้นสำหรับงานลิขสิทธิ์ต่างๆ ในภาพยนตร์ ตามมาตรา 42 และข้อยกเว้นเพื่อประโยชน์ในการปฎิบัติราชการตามมาตรา 43
ตัวอย่างข้อยกเว้นตามมาตรา 35(1) หากผู้วิจัยหรือศึกษาได้ดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้นจนเกิดโปรแกรมใหม่ ขึ้นจากการวิจัยหรือศึกษาดังกล่าว ผลที่ได้รับก็เพียงว่าการดัดแปลงนั้นไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในโปรแกรม คอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่หาทำให้ผู้วิจัยหรือศึกษาดังกล่าวได้ลิขสิทธิ์ในงานที่ดัดแปลงนั้นไม่ เพราะผู้ดัดแปลงจะได้ลิขสิทธิ์ในงานที่ดัดแปลงก็เฉพาะแต่กรณีที่ได้รับ อนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ตามมาตรา 11 เท่านั้น
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++ คลิกกลับไปตรวจทาน พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ปี ๒๕๔๓
(1) บทความนี้สรุปจากหนังสือคำอธิบายกฎหมายลิขสิทธิ์ของรองศาสตราจารญ์ธัชชัย ศุภผลศิริ และคำอธิบายวิชากฎหมายทรัพย์ในทางปัญญาของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแก่งแนติบัณฑิตยสภาและบางส่วนจากความเห็นของผู้เขียน

(2) นบ.(จุฬา), นบท.,LLM.(London), Postgraduate Diploma in Intellectual Property Law (London)
ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลทรัพย์สินทางปัญญา
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอขอบคุณเว็บไซต์ http://www.pub-law.net/library/act_copyright.html
และเว็บไซต์ http://www.lawonline.co.th/Document/d017.doc
ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งอ้างอิงทางกฎหมายที่ดีเสมอมา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ปฐพี49
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 22/09/2011
ตอบ: 183

ตอบตอบ: 26/01/2012 11:12 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ฎีกาที่ 8220/2553 ศาลท่านให้เหตุผลว่า ต้องเป็นการแสวงหากำไรโดยตรงจึงจะผิด ไม่ใช่แค่เปิดเพลงให้ลูกค้าในร้านอาหารฟังเท่านั้น

ฎีกา 7873/2549 ข้อเท็จจริงเป็นการเปิดเพลงออกลำโพงให้ลูกค้าในร้านอาหารฟัง ไม่ใช่การแสวงหากำไรโดยตรงจะนำ แล้วจะนำ ม.๓๑(๒) มาใช้ได้อย่างไร มันขัดกับเหตุผลของฎีกา ๘๒๒๐/๒๕๕๓ หรือไม่ครับ

และอีกเหตุผลหนึ่งตาม ฎีกา ๗๘๗๓/๒๕๔๙ ที่ให้เหตุผลว่า "ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเผยแพร่งานดังกล่าวต่อสาธารณชน เพราะงานที่ถูกบรรจุในเครื่องอ่านข้อมูลนั้นเป็นงานที่ถูกทำซ้ำขึ้นใหม่หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น หาใช่งานดนตรีกรรมโสตทัศนวัสดุ หรือสิ่งบันทึกเสียงที่แท้จริงของผู้เสียหาย" ผมเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องเผยแพร่งานที่มาจากต้นฉบับที่มีลิขสิทธิ์เท่านั้น แม้การเผยแพร่นั้นจะมาจากผลงานที่ถูกทำซ้ำขึ้นมาทั้ง แต่หากเป็นการทำซ้ำโดยไม่มีการดัดแปลงใดๆ โดยเอามาทั้งดุ้นโดยไม่แตกต่างจากต้นฉบับเลย ก็ผิดฐานนี้ได้

ท่านอาจารย์เทพฯ ช่วยวิเคราะห์ความเห็นของทั้งสองฎีกานี้หน่อยครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nogkajipja
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 23/02/2011
ตอบ: 15

ตอบตอบ: 14/03/2012 8:48 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ทางตำรวจบอกให้ส่งฟ้อง

พอฟ้องไปศาลตัดสินว่ายกฟ้อง
แถมมีฎีกาต่างๆมากมายเป็นบันทัดฐานอีก

อีกอย่างผมเคยเห็นคำตัดสินของศาลเรื่องการมีเพลงในคอมพิวเตอร์ในบอร์ดนีแหล่ะ จำได้ว่ายกฟ้องเหมือนกัน

ปวดหัวจริงๆ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
vavee
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 30/07/2011
ตอบ: 63

ตอบตอบ: 14/03/2012 10:33 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอนิดนึง......
1) การดาวน์โหลดเพลงเก็บไว้ในคอมฯ ผิดหรือไม่ ตอบ ไม่ผิดเพราะทำซ้ำดัดแปลงเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัว ม.32(2) (เว้นแต่โหลดไว้เพื่อขายหรือแสวงหากำไรทางอื่น ม.31)
2) นำเพลงที่โหลดไว้มาเปิดให้ลูกค้าฟังในร้าน ผิดหรือไม่ อกสส.บอกว่าละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว(เป็นการเผยแพร่แล้ว) แต่.........
2.1) เพลงที่ละเมิดลิขสิทธิ์ใครเป็นคนเปิด
ก) ลูกค้า(ผู้เสียหาย)เปิด(เลือกเพลง)เอง เจ้าของร้านไม่ผิด เพราะไมได้เผยแพร่(ผู้เสียหายเปิดเพื่อล่อซื้อหรือตรวจสอบว่ามีเพลงละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ ไม่ถือเป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณะชน ขาดองค์ประกอบตาม.28(2) มีฎีการับรอง)
ข) เจ้าของร้าน หรือลูกค้าโต๊ะอื่น(ไม่เป็นพวกเดียวกับผู้เสียหาย)เปิด ถือเป็นการเผยแพร่แล้ว เข้าม.28 เต็ม ๆ เจ้าของร้านผิดทันที
.......คดีนี้....คีย์...อยู่ที่ใครเป็นคนเปิด(เลือกเพลง)...ขอให้โชคดีคับบบ หัวเราะ หัวเราะ หัวเราะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nogkajipja
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 23/02/2011
ตอบ: 15

ตอบตอบ: 15/03/2012 8:20 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ถ้าโต๊ะอื่นเป็นคนเปิด ก็ควรฟ้องโต๊ะที่เปิด
มาฟ้องเจ้าข้องร้านถูกหรือ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
tvnews
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 27/03/2011
ตอบ: 55

ตอบตอบ: 19/10/2012 8:59 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เข้าขอยกเว้นสำหรับคนร้องเพลงรึเปล่า...
ส่วนที่ 6 ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์
มาตรา 32 การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
ภายใต้บังคับบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามวรรคหนึ่ง มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้
(1) วิจัยหรือศึกษางานนั้น อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร
(2) ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือเพื่อประโยชน์ของตนเองและบุคคลอื่นในครอบครัวหรือญาติสนิท

ผู้ต้องการร้องเพลงนั้นๆ ก็ต้องรับผิดชอบไปสิ เป็นผู้เผยแพร่คำร้องและทำนอง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
tvnews
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 27/03/2011
ตอบ: 55

ตอบตอบ: 19/10/2012 9:13 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

จริงๆแล้วต้องมาแยกกันให้ออกก่อนนะครับว่า...

อะไรมันคือคำร้องและทำนอง และต้องแยกอีกว่า ใครเป็นผู้มอบอำนาจมา เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ส่วนใดบ้าง เช่น...
เพลง หยาดเพชร แต่งโดย ครูชาลี อินทรวิจิตร แต่ได้อนุญาติให้ใช้สิทธิ์ใน คำร้องและทำนอง ไปให้หลายค่ายเพลง เรียกง่ายๆว่า ค่ายละหนึ่งกอปปี้(แต่มันคือ 1คนร้องสำหรับแต่ละค่าย)

สมมุติ ค่ายแกรมมี่ ให้บี้ สุกฤษร้อง คือหยาดเพชรนั้น งานสิ่งบันทึกเสียงเป็นของแกรมมี่
...แต่คำร้องและทำนอง ยังเป็นของครูชาลี อินทรวิจิตร นะครับ...อย่าหลงประเด็น...

ใครเอาสิ่งบันทึกเสียงเพลง หยาดเพชรที่ บี้ สุกฤษร้องของแกรมมี่ไปเปิดทั้งดุ้น
แกรมมี่ ร้องทุกข์ได้...

...แต่ถ้าใช้โปรแกรมอื่นๆล่ะ เช่น Nick Karaoke เปิดเพลงหยาดเพชรแล้วผมยืนร้อง
แกรมมี่หมดสิทธิ์ ครูชาลีเท่านั้น ที่จะร้องทุกข์ได้...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ลิขสิทธิ์ ร้านเกม ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ | เงินกู้ | สินเชื่อ

การสร้างหน้าเอกสาร: 0.14 วินาที