Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ขอระเบียบคำส่งการแจ้งให้หน่วยงานข้าราชการต้องหาคดีอาญา
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สุขภาพ l ศึกษา l กีฬา l เกม l อดิเรก l ข่าว l รัก l ความรู้ l ไอที l งาน l ซื้อขาย l ท่องเที่ยว l โรงแรม l การเงิน l ธุรกิจ l บันเทิง l บ้าน l บ้านจัดสรร l สังคม l สวย l กล้อง l มือถือ l รถ l กวี l บล็อก l ศิลป์ l สัตว์ l หน่วยงาน l หนังสือ l โหลด l อาหาร l เนต l โปรโมทเว็บฟรี l เนติบัณฑิต
ขอระเบียบคำส่งการแจ้งให้หน่วยงานข้าราชการต้องหาคดีอาญา
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ระเบียบ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
so-313
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 07/08/2007
ตอบ: 33

ตอบตอบ: 23/12/2011 12:17 pm    ชื่อกระทู้: ขอระเบียบคำส่งการแจ้งให้หน่วยงานข้าราชการต้องหาคดีอาญา ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผู้ใดมีระเบียบคำสั่ง ที่ให้พนักงานสอบสวนแจ้งหน่วยงานที่ผู้ต้องหาเป็นข้าราชการ ทราบเกี่ยวกับการถูกดำเนินคดีบ้าง ขอออนุเคราะห์หน่อยครับ

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสบคับ
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 10/09/2009
ตอบ: 160

ตอบตอบ: 23/12/2011 12:34 pm    ชื่อกระทู้: Re: ขอระเบียบคำส่งการแจ้งให้หน่วยงานข้าราชการต้องหาคดีอาญา ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

http://www2.bpp.go.th/bpp_st4/BPPNITIK/INDEX/COMMON/indexreport.html
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เทพธันเดอร์นครปฐม
แฟนพันธุ์แท้
แฟนพันธุ์แท้


เข้าร่วมเมื่อ: 24/01/2008
ตอบ: 7588

ตอบตอบ: 23/12/2011 3:30 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี
ลักษณะที่ ๑

บทที่ ๑๒

วิธีปฏิบัติเมื่อข้าราชการตำรวจกระทำผิดทางอาญา
-----------------

ข้อ ๑. เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดต้องหาว่ากระทำผิดอาญา ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย เว้นแต่เมื่อข้าราชการกระทำผิดต่อกันเองจะเป็นกรณีเรื่องใด ก็ตามซึ่งไม่มีบุคคลภายนอกวงการตำรวจเป็นผู้เสียหาย หรือมีบุคคลภายนอกเป็นผู้เสียหายแต่ผู้เสียหายไม่ประสงค์จะให้ดำเนินคดี แม้ข้อกล่าวหานั้นจะเป็นผิดต่อกฎหมายซึ่งมีโทษทางอาญาอยู่บ้างก็ตาม ให้ ผู้บังคับบัญชาสั่งตั้งกรรมการขึ้นสอบสวนเป็นภายใน เพื่อพิจารณาทางการปกครองบังคับบัญชาเสียชั้นหนึ่งก่อน (เว้นแต่การกระทำผิดเฉพาะหน้าซึ่งได้มีระเบียบอยู่แล้วว่าไม่ต้องตั้งกรรมการ) ถ้าการพิจารณาเห็นว่าการกระทำผิดนั้นเป็นการสมควรที่จะลงโทษในทางการปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวินัยตำรวจ หรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ก็ดำเนินการไปให้เหมาะสมกับรูปเรื่องแห่งความผิดนั้นๆ แต่ถ้าเห็นว่ากระทำผิดเรื่องเป็นการสมควรที่จะดำเนินคดีเพื่อฟ้องร้องยังศาล ก็ให้ส่งสำนวนการสอบสวนเรื่องนั้นๆ ไปยังผู้บังคับบัญชาเจ้าสังกัดโดยด่วนเพื่อพิจารณาสั่งการ เมื่อผู้บังคับบัญชาเห็นสมควรเสนอผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปเพื่อพิจารณาสั่งก็ให้เสนอได้

ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องควบคุมผู้ต้องหาในกรณีพิจารณาทางวินัย ให้ผู้บังคับบัญชาใช้ดุลพินิจให้เหมาะสมกับรูปเรื่อง ว่าสมควรจะควบคุมกันเพียงใดหรือไม่ ถ้าจำเป็นจะต้องควบคุมให้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ และให้พึงระลึกไว้ด้วยว่าการควบคุมนี้ควรใช้เฉพาะกรณีที่เห็นว่าจำเป็นต้องควบคุมจริงๆ เพราะถ้าได้ทำการควบคุมไว้แล้วหากภายหลังผู้บังคับบัญชาเหนือสั่ง ให้ดำเนินคดี และถ้าศาลลงโทษจำคุก ศาลอาจนับวันควบคุมรวมเข้ากับกำหนดโทษจำคุกได้ไม่ซึ่งเป็นผลให้เกิดการเสียหายแก่ผู้ต้องหา

ข้อ ๒. ถ้าตำรวจผู้ใดต้องหาคดีอาญา เพราะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ หรือถูกแกล้ง กล่าวหาให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาหาทางช่วยเหลือให้ได้รับความเป็นธรรมจนเต็มความสามารถเท่าที่จะทำได้ ถ้าถึงต้องฟ้องร้องก็ให้จัดการขอให้พนักงานอัยการเป็นทนายแก้ต่างให้เฉพาะในเขตตำรวจนครบาลให้รายงานถึงกรมตำรวจส่วนนอกเขตนครบาล ให้ผู้บังคับบัญชาชั้นผู้กำกับขึ้นไปจัดการ

ข้อ ๓. ตำรวจผู้ใดต้องหาคดีอาญา เพราะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต หรือถูกแกล้งกล่าวหา ไม่ต้องพิจารณาทัณฑ์ทางวินัยอย่างใดอีกเว้นแต่ต้องโทษจำคุกอันจะต้องปลด หรือ ไล่ออกตามกฎหมายก็ให้เป็นไปตามนั้น

ข้อ ๔. ถ้าปรากฏโดยชัดเจนว่า ตำรวจผู้ใดที่ปฏิบัติการตามหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต หรือถูกแกล้งกล่าวหา แล้วถูกศาลพิพากษาลงโทษจนถึงกับต้องออกจากราชการไป เมื่อพ้นโทษแล้ว ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาเสนอเหตุผลตามลำดับจนถึงกรมตำรวจ พร้อมด้วยสำเนาคำพิพากษา ถ้ากรมตำรวจเห็นสมควรให้กลับเข้ารับราชการก็จะได้จัดการให้ได้กลับเข้ารับราชการต่อไป
ข้อ ๕. ตำรวจที่ถูกกล่าวหาคดีอาญาในเหตุอื่น นอกจากที่กล่าวตามข้อ ๓. หรือซึ่งถูกตั้งกรรมการสอบสวนตามข้อ ๑ ของบทที่ ๑๒ เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ให้ผู้บังคับบัญชาจัดตั้งกรรมการสอบสวนพิจารณาทางวินัยเพื่อพิจารณาสั่งการไปประการใดแล้วรายงานให้กรมตำรวจทราบ
ข้อ ๖. ถ้าตำรวจต้องหาว่ากระทำผิดทางอาญาในกรณี ร้ายแรง ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะให้คงรับราชการในหน้าที่ตำรวจสืบไป จะพิจารณาทัณฑ์ทางวินัยเพื่อไล่ออก ปลดออกหรือให้ออกเสียก่อนแล้วจึงจัดการฟ้องศาลก็ได้ แต่ในกรณีดังกล่าวนี้ให้กระทำต่อเมื่อมีหลักฐานอันแน่ชัดที่ควรเชื่อถือได้จริง ๆ ว่าได้กระทำผิดในกรณีร้ายแรงเท่านั้น

ข้อ ๗. ข้าราชการตำรวจซึ่งอยู่ในระหว่างถูกกล่าวหาในคดีอาญาก็ดี ทางวินัยก็ดี ห้ามมิให้ผู้บังคับบัญชาแนะนำหรือบีบบังคับให้ผู้ถูกกล่าวหาลาออก



บทที่ ๑๓

การรายงานเมื่อต้องคดี

-------------

ข้อ ๑. เมื่อข้าราชการต้องคดี ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการกรมตำรวจหรือไม่ จะต้องรายงานให้ทางราชการทราบการรายงานจำแนกได้เป็น ๒ กรณีคือ การรายงานตนและการรายงานเหตุการณ์เกี่ยวกับการต้องคดี

ข้อ ๒. เมื่อข้าราชการตำรวจต้องคดี ต้องปฏิบัติในการรายงานตน ดังนี้
(๑) การรายงานตนให้รายงานเมื่อต้องหาคดีอาญา หรือถูกฟ้องศาลคดีแพ่งหรือคดีล้มละลายหรือถูกยึดทรัพย์ตามคำพิพากษาของศาล ครั้งแรกให้รายงานเมื่อถูกสอบสวนหรือถูกฟ้อง หรือถูกยึดทรัพย์โดยชี้แจงพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นโดยละเอียดภายใน ๓ วัน นับตั้งแต่วันถูกจับหรือถูกเรียกตัวไปสอบสวนหรือวันรับหมายศาล หรือวันที่ถูกยึดทรัพย์เมื่อคดีนั้นคืบหน้าไปประการใด ให้รายงานอีกตามลำดับจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หัวข้อที่จะรายงานให้รายงานโดยละเอียดพอที่ผู้รับรายงานจะทราบเรื่องได้ดี สำหรับข้าราชการตำรวจประจำการ ให้รายงานตามลำดับชั้นถึงกรมตำรวจ
สำหรับข้าราชการตำรวจนอกประจำการซึ่งรับบำนาญให้รายงานตรงต่อกรมตำรวจ

ข้อ ๓. การรายงานเหตุการณ์เกี่ยวกับการต้องคดี เมื่อข้าราชการต้องคดีรวมทั้งข้าราชการนอกสังกัดกรมตำรวจด้วย ให้พนักงานสอบสวนและผู้บังคับบัญชาแล้วแต่กรณีจัดการรายงานดังต่อไปนี้
(๑)ถ้าเป็นข้าราชการบำนาญหรือเบี้ยหวัดไม่ว่าสังกัดกระทรวงทบวงกรมใดรวมทั้งกรมตำรวจด้วยต้องหาคดีอาญา ให้พนักงานสอบสวนรายงานตามลำดับจนถึงกรมตำรวจ เพื่อแจ้งไปยังกรมบัญชีกลางทราบต่อไป

(๒) ถ้าเป็นข้าราชการประจำการสังกัดกระทรวงทบวงกรมอื่น ให้พนักงานสอบสวนรายงานตามลำดับจนถึงกรมตำรวจ เฉพาะกรณีที่มีมูลพอที่จะส่งฟ้องศาลได้เท่านั้นเว้นแต่ในส่วนภูมิภาคให้รายงานตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจสั่งพักราชการได้

เมื่อมีการจับกุมทหารหรือเมื่อทหารเป็นผู้กล่าวหาขอให้แจ้งยศ ชื่อ นามสกุล ตำแหน่งและสังกัด ให้ถูกต้องเพื่อความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ที่จะค้นหาหลักฐานและความรวดเร็วที่จะให้กิจการดำเนินไปโดยไม่ชักช้า

(หนังสือกระทรวงกลาโหมที่ กห. ๒๒๙๒๐/๒๕๐๒ ลงวันที่ ๒๘ ต.ค.๒๕๐๒ ส่งโดยแจ้งความที่ ๓๗/๒๕๐๒)

ส่วนพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐนั้น เมื่อต้องคดีให้รายงานเช่นเดียวกับการรายงานข้าราชการประจำเฉพาะกรณีที่มีมูล พอที่จะส่งฟ้องศาลได้เท่านั้น

( คำสั่งที่ ๑๔/๒๕๐๔ ลงวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๔ )

(๓) การรายงานให้ปรากฏข้อความสำคัญดังต่อไปนี้โดยละเอียดด้วยคือ

ก.ชื่อตัวและชื่อสกุลของผู้ถูกกล่าวหาและผู้ต้องหา

ข.สถานที่และวันเดือนปีเกิดเหตุ

ค. คดีมีข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานใด ก็เป็นกรณีเกี่ยวแก่ทรัพย์ก็ให้ปรากฏจำนวนทรัพย์เสียหายมากน้อยเท่าใด ถ้าเป็นกรณีเกี่ยวแก่ประทุษร้ายต่อชีวิต หรือร่างกาย ก็ให้ปรากฏชัดเจนว่าถึงตายเพราะถูกทำร้ายหรือเหตุอื่นใด ในเรื่องบาดเจ็บควรลงให้ชัดว่าบาดเจ็บอย่างไร แพทย์ลงความเห็นว่ารักษากี่วันหายและถึงสาหัสเพียงใดหรือไม่

ง. ผู้ต้องหาถูกจับเมื่อใดถูกควบคุมอยู่หรือให้ประกันไปแต่เมื่อใด

จ.ผู้ต้องหาเป็นข้าราชการประเภทใด ชั้นใด ดำรงตำแหน่งหน้าที่อะไรสังกัดกรมกระทรวงใด

ฉ.พฤติการณ์ของผู้ต้องหาและหลักฐานแห่งกรณีที่เกิดขึ้นมีอย่างไรบ้าง ให้รายงานด้วย เพื่อประกอบการพิจารณาว่า ถ้าผู้ต้องหายังคงอยู่ในหน้าที่ราชการจะเสียแก่ราชการในหน้าที่ของผู้ต้องหาหรือไม่ เพื่อผู้บังคับบัญชาของผู้ต้องหาจะได้พิจารณาต่อไป

(๔) การรายงานดังกล่าวแล้วให้รายงานเมื่อมีการจับกุมหรือเรียกตัวมาสอบสวนและ ปรากฏว่ามีมลทินความผิด

(๕) เมื่อคดีถึงที่สุดประการใด ให้รายงานผลคดีให้ทราบพร้อมด้วยหลักฐานคำพิพากษา หรือคำสั่งให้ฟ้องของพนักงานอัยการ

(๖) ถ้าผู้ต้องหาเป็นข้าราชการตำรวจ นอกจากรายงานตามหัวข้อ (๓) แล้วให้รายงานโดยละเอียดว่าควรตัดเงินเดือนเบี้ยเลี้ยงเพียงไร หรือถ้าเป็นคดีที่ศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ให้รายงานด้วยว่าควรจะให้กลับเข้ารับราชการ หรือไม่ หรือปลดประการใดหรือไม่พร้อมด้วยเหตุผล เว้นแต่กรณีที่ไม่สามารถจะรายงานให้ครบถ้วนในคราวเดียวกันได้ก็ให้แยกรายงานเป็นคนละคราวได้ ทั้งให้รายงานบอกไปให้ชัดเจน
เมื่อกรมตำรวจได้รับรายงานแล้ว ถ้าเป็นกรณีข้าราชการตำรวจต้องหาคดีการเมือง หรือข้าราชการตำแหน่งตั้งแต่ชั้นผู้บังคับกองหรือเทียบเท่าขึ้นไป ต้องหาคดีอาญานอกจากความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษหรือถูกฟ้องคดีล้มละลาย หรือถูกฟ้องทางแพ่ง เนื่องจากการปฏิบัติการตามหน้าที่ต้องรายงานให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทราบด้วย

(๗) เฉพาะกรณีที่การสั่งลงโทษหรือสั่ง ให้ออกจากราชการตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน ก.พ. ได้วางระเบียบในการรายงานและการปฏิบัติไว้เป็นพิเศษ อีกปรากฏรายชะเอียดตามข้อ ๑๔ ของบทที่ ๗ ว่าด้วยการรายงานการลงโทษหรือสั่งให้ออกจากราชการสำหรับข้าราชการพลเรือนแล้ว
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
so-313
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 07/08/2007
ตอบ: 33

ตอบตอบ: 23/12/2011 4:21 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอบคุณ พี่เทพฯ และคุณแสบคับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
usadee
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 04/06/2011
ตอบ: 362

ตอบตอบ: 23/12/2011 5:05 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กรณีข้าราชการหรือลูกจ้างหรือพนักงาของรัฐต้องหาคดีอาญา พงส.ต้องรายงานให้ต้นสังกัดทราบ ภายในกี่วันครับ นับตั้งวันไหน วันแจ้งข้อกล่าวหาหรือวันสอบสวน ครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง เศร้า ร้องไห้ เหงาหงอย โกรธ ลังเล เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ระเบียบ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




ยิ้มซิ | เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ


การสร้างหน้าเอกสาร: 0.14 วินาที