Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - นายอำเภอมีหน้าที่สอบสวนหรือไม่
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สุขภาพ l ศึกษา l กีฬา l เกม l อดิเรก l ข่าว l รัก l ความรู้ l ไอที l งาน l ซื้อขาย l ท่องเที่ยว l โรงแรม l การเงิน l ธุรกิจ l บันเทิง l บ้าน l บ้านจัดสรร l สังคม l สวย l กล้อง l มือถือ l รถ l กวี l บล็อก l ศิลป์ l สัตว์ l หน่วยงาน l หนังสือ l โหลด l อาหาร l เนต l โปรโมทเว็บฟรี l เนติบัณฑิต
นายอำเภอมีหน้าที่สอบสวนหรือไม่
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป  
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
cher
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 18/08/2011
ตอบ: 123

ตอบตอบ: 19/10/2011 9:57 pm    ชื่อกระทู้: นายอำเภอมีหน้าที่สอบสวนหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

จากความเห็นของท่านพงส์2553 ที่ว่า ผู้ว่า นายอำเภอไม่มีหน้าที่สอบสวน(มีแต่อำนาจอย่างเดียว

สอบสวนไม่ได้) เพราะข้าราชการทั้ง 2 ประเภทนี้ สังกัด กระทรวงมหาดไทย


พอมีเวลาเลยลองSearch ดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับนายอำเภอ และมีความเห็นแตกต่างไปจาก

ท่านพงส์กรณีนายอำเภอดังนี้( กรณีผู้ว่าฯจะค่อยๆศึกษาไป ) ผิดถูกประการใดขออภัยเพราะไม่ค่อย

สันทัดเรื่องนี้ แต่เป็นเพราะสนใจค้นคว้ามากกว่า


ขอเริ่มอย่างนี้นะครับ

จริงอยู่ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 มาตรา 54 กำหนดให้ ผวจ. สังกัด

กระทรวงมหาดไทย และในขณะเดียวกันมาตรา 62 ก็ให้ นอภ.สังกัดกระทรวงมหาดไทย การที่ข้า

ราชการ2 ประเภทนี้ถูกระบุว่าสังกัดกระทรวงมหาดไทยเหมือนกันจึงทำให้ท่านพงส์2553 เชื่อไปว่า

นอภ.ไม่ได้สังกัดกรมการปกครองซึ่งหาก นอภ.สังกัดกรมการปกครองก็จะมีทั้งอำนาจ(ตาม ปวิอ.)

และหน้าที่เข้าข่ายเป็นพนักงานสอบสวนได้


ผมมีความเห็นว่า คำว่าสังกัดกระทรวงมหาดไทยของข้าราชการ 2 ตำแหน่งนี้มีความหมายกว้าง

เป็นคำพูดกว้างๆ ในขณะนั้นกระทรวงมหาดไทยมีกรมอยู่ในความรับผิดชอบจำนวนหนึ่ง การที่บอกว่า

ผู้ว่าฯ สังกัด มหาดไทย นอภ. สังกัดมหาดไทยจึงสรุปว่า นอภ.ไม่มีหน้าที่สอบสวนดูเหมือนจะลืมไป

ว่าในขณะนั้นถ้าแยกซอยให้ละเอียดลงไปตามความเป็นจริงก็จะพบว่า ผวจ สังกัด สำนักงานปลัด

กระทรวง มีปลัดกระทรวงเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงเหมือนอธิบดีของกรมอื่น

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
cher
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 18/08/2011
ตอบ: 123

ตอบตอบ: 19/10/2011 10:11 pm    ชื่อกระทู้: Re: นายอำเภอมีหน้าที่สอบสวนหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ในขณะที่ต้นสังกัดของ นอภ. เมื่อซอยลงมาจากระดับกระทรวงถึงระดับกรม ก็คือ
าจะเป็น
กรมการปกครอง ไม่ใช่กรมอื่นและโดยเฉพาะไม่ใช่สำนักงานปลัดกระทรวง

มหาดไทยแน่นอน


เรื่องที่ผมกล่าวอ้างไว้ข้างต้น ไม่มีผู้ใดในขณะนั้นสงสัยเลย มันเป็นข้อเท็จจริง

ที่ปราศจากข้อโต้แย้งโดยสิ้นเชิง และข้อเท็จจริงนี้ก็ยังดำรงเรื่อยมาจนบัดนี้


ข้าราชการของกรมใดๆในกระทรวงมหาดไทยขณะนั้น และที่สังกัดอยู่ในขณะ

นี้ ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างของกรมโยธาธิการ กรมที่ดิน

กรมการพัฒนาชุมชน ฯลฯ สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าเขาสังกัดกระทรวง

มหาดไทยเมื่อพูดถึงสังกัดระดับกระทรวง แต่เมื่อซอยลงมาเป็นระดับที่ต่ำลง

มาก็กรมใครกรมมัน การที่ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534

บัญญัติไว้อย่างนั้นในขณะนั้นไม่มีผู้ใดคิดว่าจะมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

นอภ.จากสังกัดกรมการปกครองไปเป็นสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยได้

เลย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
muak
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2011
ตอบ: 283

ตอบตอบ: 19/10/2011 10:44 pm    ชื่อกระทู้: นายอำเภอมีหน้าที่สอบสวนหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

รู้สึกว่าเรื่องนายอำเภอสังกัดไหน จะคุยกันไปแล้วตั้งแต่กระทู้ท่านพงส์ ๒๕๕๓ ภาค ๑ นะครับ

http://www.harhey.com/webboard/viewtopic.php?f=2&t=67
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
cher
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 18/08/2011
ตอบ: 123

ตอบตอบ: 19/10/2011 10:51 pm    ชื่อกระทู้: Re: นายอำเภอมีหน้าที่สอบสวนหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อมูลอีกทางหนึ่ง พบว่า ก่อนที่จะมีการบัญญัติเงื่อนไขนี้ออกมา ได้มีการต่อสู้

กันอยู่ภายในระหว่าง ผู้ที่ต้องการนำ ผวจ และ นอภ ไปสังกัด สำนักนายก

และอีกกระแสหนึ่งก็ต้องการให้ นอภ ไปอยู่ สป.มท. แต่ส่วนใหญ่ไม่ยินยอม

เกิดกระแสต่อต้านดึงกันไปดึงกันมา ในที่สุดจึงมีการบัญญัติข้อความที่ให้ ผวจ.

และ นอภ. สังกัด มท ออกมาเพื่อกันเหนียวไม่ให้ ผวจ ต้องไปอยู่ สำนักนายก

ในขณะเดียวกันการบัญญัติให้ นอภ.สังกัด มท ก็ไม่ทำให้ฝ่ายใดเสียหน้าเพราะ

เป็นการมองคนละระดับ นอภ ก็ยังอยู่กับกรมการปกครองมาจนถึงบัดนี้

นี่คือข่าวที่มาในทางลับถึงประโยคที่มีการบัญญัติให้ ผวจ นอภ สังกัด มท ผิด

ถูกประการใดโปรดพิจารณา แต่ที่แน่ๆ นอภ ในขณะนั้นจำนวนมากเกิดความ

รู้สึกว่า วันหนึ่งตำแหน่งนี้อาจถูกโยกไปสังกัด สป เพราะการบัญญัติอย่าง

กำกวมนี้ก็ได้ เหมือนกับการปูทางไว้นั่นเองและถ้าไม่มีการเคลื่อนไหวในครั้ง

นั้น ณ วันนี้ นอภ. อาจต้องไปสังกัด สป มท จริงๆแล้วก็เป็นได้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
cher
สมาชิก
สมาชิก


เข้าร่วมเมื่อ: 18/08/2011
ตอบ: 123

ตอบตอบ: 19/10/2011 10:53 pm    ชื่อกระทู้: Re: นายอำเภอมีหน้าที่สอบสวนหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ่านแล้วไม่ต้องเชื่อผมมาก ท่านลองไปศึกษาเหตุการณ์เก่าๆดู
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
สอบสวน๔๘ภาค๓
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 24/08/2011
ตอบ: 16

ตอบตอบ: 19/10/2011 11:01 pm    ชื่อกระทู้: Re: นายอำเภอมีหน้าที่สอบสวนหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มีอำนาจสอบสวนไม่เคยว่าขอแต่เอาสำนวนที่เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน
คดีป่าไม้หรือคดีอื่นๆไปทำเลย ไม่เคยทำสำนวนเลยมีแต่รอเซ็นต์อย่างเดียว
ไม่ว่าปลัดอำเภอหริือนายอำเภอ ขอบอกว่าละเอื่อมมากเลย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
มิสเตอร์กรีน
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 29/09/2010
ตอบ: 52

ตอบตอบ: 19/10/2011 11:30 pm    ชื่อกระทู้: Re: นายอำเภอมีหน้าที่สอบสวนหรือไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ฝ่ายปกครองกำลังจะอบรมปลัดอำเภอ เรื่องการทำสำนวนการสอบสวนคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ ( จิ๊บๆๆ ) พร้อมมีโครงการจัดทำห้องควบคุมผู้ต้องหาด้วย และช็อตต่อไปก็คือ เขาจะขอเงินประจำตำแหน่งให้ปลัดอำเภอเยี่ยงพนักงานสอบสวนเรา ติดตามกันต่อไป...ครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
ฐิต
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 11/01/2008
ตอบ: 1593

ตอบตอบ: 20/10/2011 12:04 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

@ กรมการปกครอง...
เป็นหน่วยงานในกระทรวงมหาดไทย
ที่ก่อตั้งมาพร้อมกับกระทรวงมหาดไทยในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2435
โดยกรมการปกครองในสมัยนั้นมีชื่อว่า "กรมพลำภัง"

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยแล้ว
ในปี พ.ศ. 2476 กรมพลำภัง ได้เปลี่ยนชื่อเป็น กรมมหาดไทย
ต่อมาในปี พ.ศ. 2505 จึงเปลี่ยนมาใช้ชื่อ "กรมการปกครอง"
จนถึงปัจจุบัน
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87

@ อำเภอ (Amphoe) ...เป็นหน่วยการปกครองในประเทศไทย
ลำดับรองมาจากจังหวัด จัดตั้งขึ้นโดยการตราเป็น พระราชกฤษฎีกา
มีฐานะเป็น ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ..
ตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ...

/ นายอำเภอ....
เป็นตำแหน่ง ข้าราชการพลเรือนสามัญ
สังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
ประเภทอำนวยการ ระดับต้น (ระดับ ๘)

ยกเว้นอำเภอเมือง และอำเภอที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจสูง
นายอำเภอจะเป็นข้าราชการ ประเภทอำนวยการ ระดับสูง (ระดับ 9)

มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับบัญชาส่วนราชการในอำเภอ
และกำกับดูแลการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลในสังกัด

/ ปลัดอำเภอ...
มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยปฏิบัติงาน ของนายอำเภอ...

ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง) ชำนาญการพิเศษ..
จะบรรจุและแต่งตั้งจากบุคคล ที่ผ่านการศึกษาจากโรงเรียน
นายอำเภอมาแล้ว หรือเรียกว่า "ปลัดอาวุโส"..
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD

@ ปัญหา การแต่งตั้งโยกย้ายนายอำเภอ... ปี 53

นายศราวุธ เมนะเศวต ..ประธานกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)
กล่าวเมื่อวันที่ 3 กันยายน ถึงความคืบหน้า

ในการเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งนายอำเภอ
ประเภทอำนวยการระดับสูง ประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ
จำนวน 41 ราย ตามคำสั่ง มท.ที่ 28/2553 ลงวันที่ 15 มกราคม 2553

หลัง (ก.พ.ค.) มีมติให้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว
เนื่องจากไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทย
มีหน้าที่ต้องเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งนายอำเภอทั้ง 41 ราย ตามคำสั่ง ก.พ.ค.
ไม่เช่นนั้น อาจโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้
http://www.charuaypontorranin.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538978211&Ntype=3


@ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน ๒๕๕๑
มาตรา ๒๔ ให้มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมคณะหนึ่ง
เรียกโดยย่อว่า “ก.พ.ค.” ...

มาตรา ๒๙ กรรมการ ก.พ.ค. มีวาระการดำรงตำแหน่ง หกปี
นับแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่ง
ได้เพียงวาระเดียว...

มาตรา ๕๗ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็น ข้าราชการพลเรือนสามัญ
และการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา... ฯลฯ
ให้ผู้มีอำนาจดังต่อไปนี้ เป็นผู้สั่งบรรจุ และ แต่งตั้ง

(๕) การบรรจุและแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทอำนวยการ ระดับสูง
ให้ปลัดกระทรวงผู้บังคับบัญชา หรือ หัวหน้าส่วนราชการ ระดับกรม
ที่อยู่ในบังคับบัญชา หรือ รับผิดชอบการปฏิบัติราชการ
ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีหรือต่อรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี
เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง

(๖) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทอำนวยการ ระดับต้น
ให้ อธิบดีผู้บังคับบัญชา เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
เมื่อได้รับความเห็นชอบ จากปลัดกระทรวง

ส่วนการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทอำนวยการ ระดับต้น
ในส่วนราชการระดับกรม ที่หัวหน้าส่วนราชการอยู่ในบังคับบัญชา
หรือรับผิดชอบการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี หรือต่อรัฐมนตรี
แล้วแต่กรณี ให้อธิบดีผู้บังคับบัญชา เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
http://www2.moc.go.th/download/2551.pdf

ดูข้อกฎหมายข้างต้น... ได้ความเข้าใจว่า...
นายอำเภอ เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ...ประเภท อำนวยการ...

อำเภอทั่ว ๆ ไป....
นายอำเภอ จะเป็นข้าราชการ ประเภทอำนวยการ "ระดับต้น" (ระดับ ๘)

ส่วนอำเภอเมือง และอำเภอที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจสูง....
นายอำเภอจะเป็นข้าราชการ ประเภทอำนวยการ "ระดับสูง" (ระดับ 9)

เมื่อ นายอำเภอ มีทั้ง ระดับต้น และ ระดับสูง...
การแต่งตั้งจึงมีโดย.. อธิบดีผู้บังคับบัญชาโดยความเห็นชอบจากปลัด กท.
และโดย... ปลัดกระทรวงผู้บังคับบัญชา แล้วแต่กรณี ตามนัยมาตรา 57(5)(6)

@ พระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
พุทธศักราช 2477
-มาตรา 3 ความย่อ “ ให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามที่ตราไว้
ต่อท้ายพระราชบัญญัตินี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2478

ให้ศาล และ เจ้าพนักงานทั้งหลาย ผู้ดำเนินคดีอาญาตลอดราชอาณาจักร
ปฏิบัติการตามบทบัญญัติ แห่งประมวลกฎหมายนี้

-มาตรา 16 ความย่อ “อำนาจพนักงานฝ่ายปกครอง หรือ ตำรวจ
ในการที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ต้องเป็นไปตามกฎหมาย
และ ข้อบังคับ ทั้งหลาย ซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของ พนักงานฝ่ายปกครอง
หรือ ตำรวจ นั้น ๆ


@ รมว.มท. ออก “ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา
พ.ศ. 2523 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2538
ข้อ 4.4 ...เพื่อประโยชน์ในการ “สอบสวนดำเนินคดี”

ให้ ผวจ. หรือ นายอำเภอ ทำการ “สืบสวนสอบสวน”
หรือ “สั่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ ที่มีอยู่ในที่เกิดเหตุ
หรือ ดำเนินการทั้งหลายอื่น ฯลฯ และให้ส่งหลักฐาน “การสืบสวนสอบสวนนั้น”
ไปให้ “พนักงานสอบสวนท้องที่” ดำเนินการต่อไป

ข้อ 12.4 / 12.5 / 12.6 ... ผวจ. , นายอำเภอ , ปลัดอำเภอ
มีอำนาจ"เข้าควบคุมการสอบสวน" ,"เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ"
,"เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ" ...

@ ปี 2541 มีพระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย
ไปจัดตั้งเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีการบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อ
นายกรัฐมนตรี “หน่วยงาน(กรมตำรวจ)” ได้แยกตัวจากนิติบุคคล “กระทรวงมหาดไทย”
มาเป็นนิติบุคคล “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”
http://www.google.co.th/search?sclient=psy-ab&hl=th&biw=1272&bih=611&noj=1&source=hp&q=%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4&oq=%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4&aq=f&aqi=&aql=1&gs_sm=e&gs_upl=17894l20901l0l21351l15l15l1l0l0l5l246l2285l0.11.3l14l0


@ ปี 2543 มีคำวินิจฉัยของศาล รฐน. ที่ 1/2543 ลง 13 ม.ค. 43
ความย่อบางประการ เกี่ยวกับ ป.วิ.อ.มาตรา 16 แจ้งว่า...

“พิจารณาแล้วเห็นว่ามาตรา 16 เป็นบทบัญญัติที่กำหนดอำนาจหน้าที่ขององค์กรต่าง ๆ
และเจ้าพนักงาน ไว้อย่างกว้าง ๆ ในการที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามที่กฎหมาย
ว่าด้วยองค์กรและเจ้าพนักงานนั้น ๆ บัญญัติไว้ ฯลฯ

อำนาจหน้าที่ ของพนักงานฝ่ายปกครอง
เป็นไปตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457
และ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534

อำนาจหน้าที่ ของตำรวจ
เป็นไปตาม พระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย
พ.ศ. 2539

อำนาจหน้าที่ ของเจ้าพนักงานตำรวจ ที่เป็นพนักงานสอบสวน
จะระบุไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16
ประกอบกับ มาตรา 18 มาตรา 19 และ มาตรา 21

ซึ่งบัญญัติให้ อำนาจสอบสวนความผิดอาญา ที่กระทำในราชอาณาจักร
แก่ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือ ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ปลัดอำเภอ และ ข้าราชการตำรวจ
ซึ่งมียศตั้งแต่ชั้น นายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป

เป็นผู้มี อำนาจสอบสวน ความผิดอาญา ภายในเขตอำนาจที่กำหนด
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ดังนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16 จึงเป็นบทบัญญัติ
ที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
http://www.kodmhai.com/vinit/2543/1-1.html

http://www.kodmhai.com/vinit/2543/1-2.html

http://www.kodmhai.com/vinit/2543/1-3.htm

@ นับแต่ กรมตำรวจ มาเป็น สตช. ตั้งแต่ ปี 2541
แวดวงใน สตช. สงสัยว่า ข้อบังคับ มท.23 ยังจะมีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่
ของข้าราชการตำรวจหรือไม่ ในเมื่อไม่ได้ขึ้นการบังคับบัญชากับ มท.แล้ว

กระทั่งมีการดำเนินการ และทราบตาม บันทึกความเห็นของคณะกรรมการกฤษฏีกา
เรื่องเสร็จที่ 183/2545 เรื่องเสร็จที่ 183/2545 ความย่อว่า....

มาตรา 8 ทวิ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. 2523
พระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ไปจัดตั้งเป็นสำนักงาน
ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2541

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑๑) ได้พิจารณาปัญหาดังกล่าว โดยมีผู้แทนกระทรวง
มหาดไทย (กรมการปกครอง) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานปลัดสำนักนายก
รัฐมนตรี เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริงแล้ว มีความเห็นว่า ...

เจตนารมณ์ในการตราพระราชกฤษฎีกาโอน กรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ไปจัดตั้ง
เป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๑ มีขึ้นเพื่อเป็นการจัดระเบียบโครงสร้าง
องค์กรภายในฝ่ายบริหารให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับภารกิจหน้าที่ของตำรวจ

โดยมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดสถานะอำนาจหน้าที่ตำแหน่งและอัตราของข้าราชการ
ตำรวจและลูกจ้าง ทรัพย์สิน หนี้ งบประมาณรายจ่าย หรือบรรดากิจการอื่นใดที่เป็นของ
กรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ให้โอนไปเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา(กรรมการร่างกฎหมาย คณะที่ ๕)

ดังนั้น กรณีตามปัญหาที่หารือมานี้ คณะกรรมการกฤษฎีกา(คณะที่ ๑๑)เห็นว่า
พระราชกฤษฎีกา โอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทยไปจัดตั้งเป็น สำนักงานตำรวจ
แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๑

ไม่มีผลกระทบถึง ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา
พ.ศ.๒๕๒๓ ที่เป็นการกำหนดรายละเอียด เกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญา ของ
เจ้าพนักงานตำรวจ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ออกข้อบังคับ
โดยมีมาตรา ๑๖ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา รองรับหลักการ
ในเรื่องนี้ไว้แล้ว ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว จึงยังมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน
http://app-thca.krisdika.go.th/Naturesig/CheckSig?whichLaw=cmd&year=2545&lawPath=c2_0183_2545

@ ปี 2548 มีการแก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. มาตรา 5
(วรรคแรก) ให้ประธานศาลฎีกา นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

(วรรคสอง) ให้ประธานศาลฎีกามีอำนาจออกข้อบังคับ และนายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

มีอำนาจออก กฎกระทรวง เพื่อวางระเบียบการงานตามหน้าที่ให้การดำเนินคดีอาญา
เป็นไปโดยเรียบร้อย ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของตน

(วรรคท้าย) ข้อบังคับหรือกฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ให้ใช้บังคับได้

@ เมื่อมีการแก้ไข ป.วิ.อ. ม.5 ดังกล่าว ...
แวดวง สตช. ก็สงสัยอีก และใช้เวลาสงสัยพร้อมเดินเรื่องหารือกฤษฏี
ก็มี บันทึกความเห็นคณะกรรมการกฤษฏีกา เรื่องเสร็จที่ 66/2553 ความย่อ..

มาตรา 5 แห่ง พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาฯ
กำหนดให้ รัฐมนตรีผู้รักษาการ มีอำนาจออกกฎกระทรวง เพื่อวางระเบียบการงาน
ตามหน้าที่ให้การดำเนินคดีอาญาเป็นไปโดยเรียบร้อย ทั้งนี้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ
อำนาจหน้าที่ของตน

นายกรัฐมนตรี สามารถออกกฎกระทรวง เพื่อวางระเบียบการงาน ตามหน้าที่
ให้การดำเนินคดีอาญา เป็นไปโดยเรียบร้อยได้

สำหรับอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในการวางระเบียบนั้น มาตรา11(4)
แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฯ ได้บัญญัติให้อำนาจในการวางระเบียบ
หรือทำคำสั่งเฉพาะเรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจ หรือ พนักงานสอบสวน ปฏิบัติการ
เกี่ยวกับการใช้อำนาจ หรือ การปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญา หรือ กฎหมายอื่นไว้อย่างชัดเจน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงสามารถวางระเบียบ ในเรื่องดังกล่าวได้
สำหรับกรณี ที่มีเนื้อหาใดใน ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย และ หนังสือสั่งการ
ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขัดหรือแย้ง กับ กฎกระทรวง
หรือ ระเบียบ ที่จะออกขึ้นใหม่ดังกล่าว

เนื้อหานั้น ก็ย่อมสิ้นผลใช้บังคับลง ตามหลักกฎหมายใหม่ยกเลิกกฎหมายเก่า
แต่เนื้อหาส่วนใด ที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ กฎกระทรวง ระเบียบ หรือ คำสั่ง ที่จะออกใหม่
ย่อมยังคงใช้บังคับได้ต่อไป...
http://app-thca.krisdika.go.th/Naturesig/CheckSig?whichLaw=cmd&year=2553&lawPath=c2_0066_2553

@ เรื่อง“อำนาจหน้าที่” ของ
ผู้ว่าราชการจังหวัด และ นายอำเภอ ในปัจจุบัน
มีการพัฒนาไปในรูปแบบ “บูรณาการ”...

การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคของไทย
เป็นไปตามหลักการแบ่งอำนาจปกครอง(décomcentration)

ปัจจุบัน การจัดระเบียบราชการส่วนภูมิภาค ของไทย เป็นไปตาม
ผลของกฎหมาย 2 ฉบับ โดยพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
กำหนดให้จัดระเบียบราชการส่วนภูมิภาค 2 ระดับ คือ จังหวัด และ อำเภอ

ส่วนพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พุทธศักราช 2457
กำหนดให้จัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคอีก 3 ระดับ
คือ กิ่งอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน

@ จังหวัด ...
- เป็นการปกครองส่วนภูมิภาค ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
โดยมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
ได้กล่าวถึงการเกิดขึ้นของจังหวัดว่า เกิดจากการรวมท้องที่หลายๆอำเภอขึ้นเป็น
จังหวัด มีฐานะเป็นนิติบุคคล

- การจัดตั้งจังหวัด ต้องทำเป็นพระราชบัญญัติ เพราะมีความเกี่ยวพันกับ
เขตอำนาจตามกฎหมายต่างๆ เช่น เขตอำนาจศาล เขตอำนาจในการจัดเก็บภาษี
อากรต่างๆ เขตอำนาจของพนักงานสอบสวน เป็นต้น

- อำนาจของจังหวัด มาตรา 52/1
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
และที่แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2550
ได้ปรับอำนาจหน้าที่ของจังหวัดใหม่ ให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่
ของ ผู้ว่าราชการจังหวัด แบบบูรณาการ โดยกำหนดให้จังหวัด
มี “อำนาจหน้าที่” ดังนี้....
.........2) ดูแลให้มีการปฏิบัติและบังคับการ ให้เป็นไปตามกฎหมาย
เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและเป็นธรรมในสังคม
.........6) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม
หรือหน่วยงานอื่นของรัฐมอบหมาย หรือที่มี กฎหมาย กำหนด

- ผู้ว่าราชการจังหวัด
ตาม มาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
ผู้ว่าราชการจังหวัด มี “อำนาจหน้าที่” ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 57
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
และที่แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2550 ดังนี้....
.........(2) บริหารราชการตามที่คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม
มอบหมาย หรือตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ฯลฯ


@ อำเภอ ...
- เป็นการปกครองส่วนภูมิภาค ระดับรองจากจังหวัด
การจัดตั้งอำเภอ ... มาตรา 61 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
พ.ศ. 2534 กำหนดให้ตราเป็น พระราชกฤษฎีกา

- อำเภอไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล เนื่องจากกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
มิได้บัญญัติให้ฐานะดังกล่าวไว้

- อำนาจของอำเภอ... มาตรา 61/1 ประกอบกับมาตรา 52/1
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
และที่แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2550
ได้ปรับ “อำนาจหน้าที่” ของอำเภอใหม่ ให้สอดคล้องกับ “ อำนาจหน้าที่”
ของ ผู้ว่าราชการจังหวัด แบบบูรณาการ ฃ
โดยกำหนดให้อำเภอมี “อำนาจหน้าที่”ดังนี้ ..
..........(6) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม
หรือหน่วยงานอื่นของรัฐมอบหมาย หรือที่มี กฎหมาย กำหนด

- นายอำเภอ
มาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534
และมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว กำหนดให้มี ...ปลัดอำเภอ ...

นายอำเภอ มี “อำนาจและหน้าที่” ดังที่บัญญัติไว้ในมาตร 65 แห่งพระราชบัญญัติ
ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ดังนี้ ...
...........1) บริหารราชการตามกฎหมาย และ ระเบียบแบบแผน ของทางราชการ
...........2) บริหารราชการตามที่คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มอบหมาย

นอกจาก อำนาจหน้าที่ โดยทั่วไปของนายอำเภอ ตามมาตรา 65
ของพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินฯ ตามที่กล่าวมาข้างต้นนี้แล้ว

นายอำเภอยังมี “อำนาจหน้าที่” โดยเฉพาะเกี่ยวกับ การปกครองท้องที่
ตามที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457
กับที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 83 ถึง มาตรา 132 ...อีก 8 อย่าง คือ ....
...........3) อำนาจหน้าที่เกี่ยวกับคดีแพ่งและคดีอาญา
นายอำเภอมี อำนาจหน้าที่ สอบสวนคดีอาญา ในฐานะเป็น พนักงานสอบสวน
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
http://www.pub-law.net/publaw/view.aspx?id=1239

@ ลำดับศักดิ์ของกฎหมายไทย...
แบ่งอย่างละเอียดเป็น 7 ชั้น ได้แก่...

รัฐธรรมนูญ
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
พระราชบัญญัติ
พระราชกำหนด
พระราชกฤษฎีกา
กฎกระทรวง
กฎหมายที่ตราโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2

@ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 6 ซึ่งบัญญัติว่า
"รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือ ข้อบังคับ
ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัตินั้นเป็นใช้บังคับมิได้"
โดยที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ควบคุม มิให้กฎหมาย ขัดกับ รัฐธรรมนูญ
http://guru.thaibizcenter.com/articledetail.asp?kid=4447
ข้อสังเกต รฐน. ปี 50 บัญญํติไว้ใน มาตรา 6 เช่นกัน
http://www.ombudsman.go.th/10/documents/law/Constitution2550.pdf

@ ประเภทของกฎหมาย...
ข้อบัญญัติจังหวัด ที่แย้ง หรือ ขัด ต่อกฎหมายย่อมเป็นอันใช้บังคับมิได้
และศาลยุติธรรมมีอำนาจวินิจฉัย
http://www.satun.ago.go.th/lawclass1.htm

@ กฎข้อบังคับ คือ...
บทบัญญัติที่เป็นชั้น ข้อบังคับ ซึ่งกําหนดขึ้นไว้เป็นระเบียบในการปฏิบัติ
หรือดําเนินการตามกฎหมาย, ปัจจุบันนิยมใช้ว่า "ข้อบังคับ"...
http://www.thethailaw.com/law7/law7.html

@ ข้อบังคับ กระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. 2523
http://www.rattaphum-sk.go.th/file//download/20071016103058qrett.pdf

@ ลำดับชั้นของกฎหมาย
ฯลฯ...
7. ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่ง

คือ กฎหมายปลีกย่อยประเภทที่เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
ได้แก่เรื่อง ที่เกี่ยวกับ ระเบียบการปฏิบัติราชการภายใน
และการที่จะนำกฎหมายปลีกย่อยเหล่านี้ ไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ต้องเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

แต่ถ้าในกฎหมายไม่ได้กำหนดเช่นนั้น ก็อยู่ในดุลยพินิจของผู้มีอำนาจ ว่า
จะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาหรือไม่
ซึ่ง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ และ คำสั่ง เหล่านั้น
ก็เป็นกฎหมาย ได้เช่นกัน
http://sites.google.com/site/prachidtinnabutr/kittisak
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
ที่ปรึกษาชมรม
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 29/10/2010
ตอบ: 511

ตอบตอบ: 20/10/2011 7:09 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

พงส.ตาม ป.วิ.อาญา นั้นคือใคร
ม.๑๘,๑๙,๒๐ กล่าวถึงอำนาจสอบสวน ว่าใครมีอำนาจสอบสวน
ส่วนหน้าที่สอบสวนนั้นเป็นไปตาม ม.๑๖ ในส่วนของ ตร.ก็คือ พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ ในส่วนของผู้ว่าฯ นายอำเภอ ก็ต้องดูกฎหมายของเขาว่าให้ทำหน้าที่สอบสวนหรือไม่
เดิมที ตร.อยู่ในสังกัด มท. เช่นเดียวกับนายอำเภอ ผู้ว่าฯ ดังนั้น รมต.มหาดไทย จึงออกข้อบังคับให้ตำรวจสอบสวน ไม่ให้ฝ่ายปกครองสอบสวน นั้นคือการกำหนดหน้าที่
ตำรวจจึงเป็นฝ่ายเดียวที่มีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวนคดีอาญา เป็นไปตามนิยามคำว่า "พนักงานสอบสวน" ตาม ม.๒(๖) คือเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวน
ในข้อบังคับ มท.ดังกล่าว นายอำเภอ และผู้ว่าฯ จะเข้ามามีบทบาทเกี่ยวกับการสอบสวนในบางกรณีเท่านั้น เช่น คดีเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ หรือกรณีมีผู้ร้องขอความเป็นธรรม นายอำเภอจะเข้ามาควบคุมการสอบสวน นอกนั้นไม่มีหน้าที่
ความเป็น พงส.จะมีแต่อำนาจอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีหน้าที่ด้วย เช่น รอง สวป.สน.พญาไท โดยสภาพตำแหน่งไม่ได้กำหนดให้ทำหน้าที่สอบสวน แต่ รอง สวป.ฯ มียศ ร.ต.ต. จึงมีแต่อำนาจสอบสวน ดังนั้น รอง สวป.สน.พญาไท จึงไม่ใช่พนักงานสอบสวนตามความหมายของ ป.วิ.อาญา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 20/10/2011 8:01 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ทบทวน หรือเรียน หรือสอน ป.วิอาญา ใหม่

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา ๒ ในประมวลกฎหมายนี้
(๖) “พนักงานสอบสวน” หมายความถึงเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวน
(๑๗) “พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่” หมายความถึง เจ้า
พนักงานดังต่อไปนี้
(ก) ปลัดกระทรวงมหาดไทย
(ข) รองปลัดกระทรวงมหาดไทย
(ค) ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย
(ฆ) ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย
(ง) อธิบดีกรมการปกครอง
(จ) รองอธิบดีกรมการปกครอง
(ฉ) ผู้อำนวยการกองการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง
(ช) หัวหน้าฝ่ายและหัวหน้างานในกองการสอบสวนและนิติการกรมการปกครอง
(ซ) ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง
(ฌ) ผู้ว่าราชการจังหวัด
(ญ) รองผู้ว่าราชการจังหวัด
(ฎ) ปลัดจังหวัด
(ฏ) นายอำเภอ
(ฐ) ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ
----------ฯลฯ----------

มาตรา ๑๖ อำนาจศาล อำนาจผู้พิพากษา อำนาจพนักงานอัยการและอำนาจพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ในการที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับทั้งหลายอันว่าด้วยการจัดตั้งศาลยุติธรรม และระบุอำนาจและหน้าที่ของผู้พิพากษา หรือซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจนั้นๆ

มาตรา ๑๘ ในจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ปลัดอำเภอ และข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป มีอำนาจสอบสวนความผิดอาญาซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดภายในเขตอำนาจของตน หรือผู้ต้องหามีที่อยู่ หรือถูกจับภายในเขตอำนาจ
ของตนได้

ข้อบังคับที่ 1/2509
เรื่อง ระเบียบการสอบสวนคดีอาญาในจังหวัดอื่นนอกจาก
จังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=2ECFC1B36C926L4TYWF3L3R2GE5XGL

ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. 2523
แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2523 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2523
(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2525 (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2536
(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2537 และ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2538
--------ฯลฯ--------

12.4 ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นเป็นการสมควรจะให้พนักงานสอบสวนในจังหวัดมาชี้แจง พร้อมทั้งเรียกสำนวนการสอบสวนมาตรวจพิจารณาและให้คำแนะนำเร่งรัดให้ดำเนินการให้เป็นผลดีและเป็นไปในทางที่ชอบและเหมาะสม
ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่าการดำเนินการตามวรรคหนึ่งจะไม่ได้ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจเข้าควบคุมการสอบสวนโดยสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามที่เห็นสมควร รวมทั้งการสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว หรือจะสั่งให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนหรือให้พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองเข้าร่วมทำการสอบสวนคดีเรื่องนั้นด้วยก็ได้ กรณีดังกล่าวนี้
คำพูด:
ให้ถือว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 วรรคท้าย และเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 140 มีอำนาจเกี่ยวกับการสอบสวนความผิดอาญาในเขตอำนาจของจังหวัด

การที่จะสั่งการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงโดยอำนาจของผู้บังคับการตำรวจภูธร หรือผู้บัญชาการตำรวจภูธรให้เป็นอันงดเว้นแต่ที่เป็นอำนาจของอธิบดีกรมตำรวจ
12.5 ในกรณีที่นายอำเภอเห็นเป็นการสมควรจะให้พนักงานสอบสวนในอำเภอมาชี้แจง พร้อมทั้งเรียกสำนวนการสอบสวนมาตรวจพิจารณาและให้คำแนะนำ เร่งรัดให้ดำเนินการให้เป็นผลดีและเป็นไปในทางที่ชอบและเหมาะสม
ถ้านายอำเภอเห็นว่าการดำเนินการตามวรรคหนึ่งจะไม่ได้ผล นายอำเภอมีอำนาจเข้าควบคุมการสอบสวนโดยสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามที่เห็นสมควร รวมทั้งการสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวหรือจะสั่งให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน หรือให้พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองเข้าร่วมทำการสอบสวนคดีเรื่องนั้นด้วยก็ได้ กรณีดังกล่าวนี้ให้ถือว่า
คำพูด:
นายอำเภอเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 วรรคท้าย และเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 140

มีอำนาจเกี่ยวกับการสอบสวนความผิดอาญาในเขตอำนาจของอำเภอ การที่จะสั่งการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงโดยอำนาจของผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธร หรือผู้บัญชาการตำรวจภูธรให้เป็นอันงด เว้นแต่ที่เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด หรืออธิบดีกรมตำรวจ

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=2ECFC1B36DF9XH477TOBZ5DZFHX[GO


ความเห็นกฤษฎีกา/ข้อบังคับ มท.ยังใช้ได้.....

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=2ECFC1B36DSFZGGAY6IB5RAFDVUOKK

.......เหมือนกลับมาเรียนใหม่......
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
เบอซาตู
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 29/12/2007
ตอบ: 700

ตอบตอบ: 20/10/2011 8:58 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อ้าว.....ขอเสียง ท่านพงส์ ๒๕๕๓ หน่อย...... กำลังมันส์ ส์ ส์ ส์ ส์ ส์ ครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1476

ตอบตอบ: 20/10/2011 1:24 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

พงส์ ๒๕๕๓ มาแว้วววว์

เช้าวันนี้เห็นข่าวเขื่อนแตกตรงโน้น ตรงนี้ โดยเฉพาะเขื่อนดินแนวคลองระพีพัฒน์ แนวแดนอยุธยา กับ ปทุม แตกหักที่ตรงช่วงแอน 5-6 (ระหว่างคลอง 5 และคลอง 6 จะมีแนวคลองซอยเล็ก ๆ ตรงกลางเรียกว่าคลองแอน 5-6 ) ก็น่าตกใจว่ากรุงเทพฯมันจะรอดไหมเนี่ย เพราะน้ำก้อนใหญ่มาตรงนี้แล้วก็จะไปลงคลองรังสิต ที่อยู่ติดกรุงเทพ

ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนพี่น้องชาวไทย ให้ฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ ชมรมพนักงานสอบสวนมีแนวคิดหาเงินบริจาคช่วยผู้ประสพภัยบ้างไหมครับ จะได้เข้าไปช่วยกันทำบุญอีก

วกเข้าเรื่องดีกว่านะครับ ช่วงน้ำท่วมมีการใช้อุปกรณ์อย่างหนึ่งเรียกว่า “ถุงทราย” เป็นเครื่องมือในการวางแนวเขื่อนป้องกันผลักดันน้ำให้ไหลไม่ทางอื่นไม่ท่วมในที่ตนเองเพื่อให้ที่บ้านเรือนตนเองอยู่ด้วยความสงบสุข เพื่อให้เข้าใจเรื่อง ”อำนาจสอบสวน” และ “ หน้าที่สอบสวน” ได้ดียิ่งขึ้น ผมขออนุญาตสถาปนา

“ ทฤษฏี ถุงทราย” คริ คริ มีด้วยหรือ เอาน่าลองฟังดูก่อนเผื่อจะเข้าใจกันบ้าง พยายามแล้วนะเนี่ย

ประกอบการอธิบายเรื่อง....“อำนาจสอบสวน”....และ ...“หน้าที่สอบสวน”....นะครับว่าเป็นคนละอย่างกันแต่ต้องเอามารวมกันเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ .... “ การสอบสวน” ซึ่งตกเป็นอำนาจของ..... “พนักงานสอบสวน”

สูตรถุงทราย

ทราย(มาจากธรรมชาติทั่วไป ทรายบก ทรายทะเล ) + ถุง (มาจากการผลิตโดยเฉพาะจากโรงงาน ) = ได้ถุงทราย = เป็นอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วม > มอบให้ ปกครอง และ ตำรวจเฉพาะที่เจ้านายมอบหมายออกไปช่วยเหลือชาวบ้าน

สูตรพนักงานสอบสวน

อำนาจสอบสวน (จากกฎหมายให้อำนาจทั่วไป)+ หน้าที่สอบสวน(กฎหมายเฉพาะองค์กร) = ได้อำนาจเรียกว่า ”การสอบสวน” = เป็นพนักงานสอบสวน > มอบภารกิจให้ ปกครอง และตำรวจ ไปทำสำนวนผลักผู้ร้ายเข้าคุกในเงื่อนไขแห่ง ปวิอ 16

พิจารณาฝ่ายตำรวจก่อน

อำนาจสอบสวนมาจาก ปวิอ18 ร.ต.ต.ขั้นไป(เปรียบเป็นทราย) + หน้าที่สอบสวน ตามกฎหมายเฉพาะ (เปรียบเป็นถุงจากแหล่งผลิต) = ได้อำนาจ”การสอบสอบสวน” (เปรียบเป็นถุงทราย) = เป็นพนักงานสอบสวน (เปรียบเป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์กันน้ำท่วม) > มอบตำแหน่งนี้ให้แก่ ร.ต.ต.ขึ้นไป เฉพาะแต่ตามกฎหมาย ข้อบังคับภายในของตำรวจตามนัยมาตรา 16 มีอำนาจทำสำนวนเอาผู้ร้ายเข้าคุก

ดังนั้น ร.ต.ต.สังกัด บชศ/ ร.ต.ต.สังกัด สันติบาล/ฯลฯทำสำนวนไม่ได้ เปรียบเสมือนเป็นตำรวจที่เจ้านายไม่ได้มอบหมายถุงทรายไปช่วยชาวบ้านผลักดันน้ำลงทะเล )

พิจารณาฝ่ายปกครอง

อำนาจสอบสวน เปรียบเสมือนทรายทั่วไป( มาจากปวิอ 18 ผู้ว่า นายอำเภอ ปลัด) + หน้าที่สอบสวน เปรียบเสมือนถุงทราย( มาจากกฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายตั้งกระทรวงทบวงกรม ในหน้าที่เฉพาะของผู้ว่าและนายอำเภอ ) = ได้อำนาจ ”การสอบสวน” = เป็นพนักงานสวน > มอบให้กับตำแหน่ง ผู้ว่า นายอำเภอ ปลัด เฉพาะแต่ตามกฎหมายข้อบังคับภายในของฝ่ายปกครองตามนัยมาตรา 16 มีอำนาจสอบสวน

พิจารณาสูตรพนักงานสอบสวนของตำรวจ ความเป็นพนักงานสอบสวน มีทั้งกฎหมายให้อำนาจสอบสวน ได้แก่ ปวิอ.18 ร.ต.ต.ในภูธรขึ้นไปมีอำนาจสอบสวนได้ และมีหน้าที่ตาม พรบ.ตำรวจฯ2547 มาตรา 6 สตช.เป็นนิติบุคคลมีอำนาจหน้าที่ (2) ดูแลควบคุมดูแล และกำกับการปฏิบัติงานของ “ ข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติการตาม ปวิอ “ หมายความว่า ตำรวจแต่ ผบ.ตร.ลงมาถึงนักเรียนพลตำรวจ มีอำนาจหน้าที่ สืบสวน จับ ค้น ยึด ควบคุม สอบสวนทำสำนวนได้ ตามปวิอ. แต่การใช้อำนาจหน้าที่เหล่านี้ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ทีระบุอำนาจหน้าที่ของตำรวจแต่ละหน่วยแต่ละตำแหน่งด้วยตามความใน ปวิอ 16

สรุปว่า ความเป็นพนักงานสอบสวนของตำรวจมีทั้งกฎหมายปวิอ.อันเป็นกฎหมายในระดับ พรบ.ให้อำนาจสอบสวน และ พรบ.ตำรวจฯอันเป็นกฎหมายในระดับ พรบ.อีกเหมือน ให้อำนาจ + หน้าที่ สอบสวนตามปวิอ ไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ทำสำนวนเอาคนร้ายไปติดคุก เพื่อสังคมสงบสุข เปรียบเสมือน มีถุงทรายโดยมีทั้งถุงและทรายรวมกันเป็นเครื่องมือป้องกันผลักดันน้ำให้ไหลลงทะเลไป

ปัญหามีว่า ฝ่ายปกครองมีกฎหมายอะไรที่ให้ “หน้าที่สอบสวน” กฎหมายในที่นี้หมายถึง กฎหมายที่ผ่านการตราในกระบวนการนิติบัญญัติ เช่น รธน, พรบ.ประกอปรธน, พรบ., พระราชกำหนดที่ฝ่ายบริหารออกมาแล้วสภาพให้การรับรอง เช่น พรก.ฉฉฯ ,

ทำไมต้องเป็นกฎหมายในระดับ พรบ. ก็เพราะว่า ในระบบกฎหมายไทยการที่รัฐจะมอบให้เจ้าพนักงานคนใดเป็นพนักงานสอบสวน มีอำนาจและหน้าที่สอบสวน ต้องออกเป็น พรบ. เท่านั้น ผมยกตัวอย่างให้ดูสักเล็กน้อยเป็นน้ำจิ้มก็พอ เช่น

1. ปวิอ.ฉบับ 2483 ม.18 ให้อตร.มีอำนาจตั้ง จ.ส.ต.ขึ้นไปเป็นพนักงานสอบสวนได้ ใช้นานถึง 13 ปี ถึง 2496 จึงแก้ไขเป็นดังที่ใช้ในเวลานี้

2 พรบ.ล้มละลาย มาตรา 160 “ ในระหว่างดำเนินกระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย ถ้ามีเหตุควรเชื่อได้ว่าลูกหนี้หรือผู้หนึ่งผู้ใดได้กระทำความผิดในทางอาญาเกี่ยวกับการล้มละลาย ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วย

3. กฎหมาย ปปช,ให้อำนาจคณะกรรมการปปช ไต่สวน ทางอาญาทำสำนวนเอาคนผิดที่เป็นฝ่ายเมืองติดคุกได้

เห็นกันหรือยังว่า จะเป็นพนักงานสอบสวน ทำสำนวนเอาคนไปติดคุกได้ต้องมี “กฎหมายระดับ พรบ.” อันเป็นกฎหมายที่ผ่านการตราขึ้นใช้โดยรัฐสภาและประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาตาม พรบ.ข้อมูลข่าวสาร

แต่ถ้าเป็นกฎ เช่น ข้อบังคับมหาดไทยนี้ เป็นกฎหมายลำดับรอง ผลมันจะเป็นแบบฎีกานี้นะ

ฎ.295/2516 กฎมหาเถรสมาคม ออกตามความ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ไม่ใช่ข้อกฎหมายแต่เป็นข้อเท็จจริงทีคู่ความจะต้องนำสืบ

นั่นก็คือ ข้อบังคับมหาดไทยที่อ้างให้อำนาจหน้าที่ผู้ว่า สอบสวน เข้าควบคุมการสอบสวน ซ้ำยังไม่ได้ประกาศใช้ในราชกิจจาย่อมไม่ชอบด้วย พรบ.ให้ใช้ ปวิอ มาตรา 5 และศาลก็ไม่รู้เอง ต้องนำสืบหากอ้างอำนาจตามข้อบังคับ ข้อบังคับจึงไม่มีสถานะเป็นกฎหมายที่มอบหน้าทีสอบสวนให้แก่ผู้ว่าและนายอำเภอ

ถาม---- มีกฎหมายที่ผ่านการตราโดยรัฐสภาบ้างหรือไม่ ? ที่ให้ “หน้าที่สอบสวน” แก่ผู้ว่าและนายอำเภอ

ตอบ---- มี แต่ก็เป็นกฎหมายเก่าที่ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่กฎหมายใหม่ไม่มีเลย

ถาม---- กฎหมายเก่าทีให้หน้าที่สอบสวนแก่ผู้ว่าและนายอำเภอที่ผ่านการตราโดยรัฐสภาได้แก่กฎหมายใดบ้าง

ตอบ---- กฎหมายเก่าเหล่านี้ได้แก่ พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และ พรบ.จัดตั้งกระทรวงทบวงกรม พรฎ.จัดวางระเบียบกรมมหาดไทย พรฏ จัดวางระเบียบ สปมท. ตั้งแต่ พศ 2476 – 2506 กฎหมายเหล่านี้มีแก้ไขปรับปรุงหลายฉบับ กฎหมายบริหารแผ่นดินเก่า ให้กระทรวงหมาดไทย มีหน้าที่ ปกครอง รักษาความสงบเรียบร้อย และบริหารสาธารณสุข

มีข้าหลวงจังหวัด(คือผู้ว่าฯในปัจจุบัน) สังกัดกระทรวงมหาดไทย และโดยกฎหมายตั้งกระทรวง ทบวงกรมให้ข้าหลวงจังหวัด เป็นราชการส่วนภูมิภาคสังกัดอยู่ใน สำนักปลัดมหาดไทย แต่สำนักปลัดมหาดไทยไม่มีหน้าที่สอบสวน ผู้ว่าจะเอาหน้าที่สอบสวนมาอย่างไรล่ะ ใครรู้ช่วยตอบที ผู้ว่ามีแต่อำนาจตามปวิอ เหมือนมีแต่ทราย แต่ไม่ถุง จะทำถุงทรายได้อย่างไร

กระทรวงมหาดไทยมี กรมมหาดไทย และกรมตำรวจในสังกัดมหาดไทย แต่สองกรมนี้ก็ไม่ได้บัญญัติว่ามีหน้าที่ตาม ปวิอ เหมือนกฎหมายตำรวจในปัจจุบัน แต่ก็พอจะยอมรับได้ว่า สองกรมนี้มีอำนาจหน้าที่ปราบปรามโจรผู้ร้ายมาแต่กฎหมายสมัยสมบูรณาญาสิทธิราช เขาจึงตีความว่าหน้าที่สอบสวนทำสำนวนตามปวิอ.คือหน้าที่ตำรวจและปกครอง ต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่สอบสวนคดีได้ทั้งสองกรม และเป็นผลสืบเนื่องมาจากสมัยยกร่างที่เถียงกันว่าจะให้ใครสอบสวน แล้วก็ไปเอาแบบจากเซ้าท์แอฟริกามาโน่นไง( ผมเคยนำเสนอไปแล้วในกระทู้ก่อนว่าทำไมต้องให้ปกครองและตำรวจมีรับภารกิจทำสำนวนในภูธร )

ทางปฏิบัติบางทีฝ่ายปกครองสอบสวนฝ่ายเดียว บางทีก็ให้ตำรวจสอบสวนฝ่ายเดียว ผลัดกันไปมา มีบางคราวให้สอบสวนร่วมกันแต่ก็ไปไม่รอดมีลักษณะเกี่ยงงานกัน เลยต้องให้ผลัดกัน สุดท้ายมาเมื่อ 1 มค 2503 ฝ่ายปกครองโดยกรมมหาดไทยยอมให้ตำรวจสอบสวนได้ แต่เขาขอคุมกล่าวคือให้ตำรวจทำสำนวน เสนอนายอำเภอสั่งคดี

ปี 2506 กรมมหาดไทยยอมให้ ผู้บังคับกองหัวหน้าสถานีตำรวจเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนสั่งคดีได้เอง โดยกรมมหาดไทยออกตัวว่าให้นายอำเภอไปพัฒนาบ้านเมืองเป็นหลักเรื่องโจรผู้ร้ายปล่อยตำรวจไปทำ

พ.ศ. 2506 มี การปรับปรุงกฎหมาย พรฎ.จัดส่วนราชการ สปมท.ฯ ราชการภูมิภาคกลายเป็น สำนักงานจังหวัด ส่วนการจัดองค์การสำนักงานจังหวัดเป็นกฎระเบียบภายในของมหาดไทย ไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในราชกิจจา ผู้ว่าสังกัด สปมท.ก็ไม่ได้เขียนไว้ในตัวกฎหมาย ส่วนหน้าที่ผู้ว่าคงเป็นไปตามกฎหมายบริหารราชการแผ่นดินแต่ไม่มีหน้าที่ตามปวิอ.ให้ไว้เลยและก็มีการแก้ไขกฎหมายหลายครั้งโดยเฉพาะในห้วงปฏิวัติ จนถึงปัจจุบัน

ถาม ปัจจุบันใช้กฎหมายใหม่ที่ผ่านกระบวนนิติบัญญัติโดยรัฐสภาฉบับใด เป็นตัวกำหนดอำนาจหน้าที่ ของผู้ว่า

ตอบ ปัจจุบันใช้ พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2535 แต่ไม่ได้ให้หน้าที่สอบสวนตามปวิอ.แก่ผู้ว่าไว้เลย หน้าที่ของผู้ว่าฯได้แก่ บริหารราชการ กำกับดูแล ตามที่กระทรวง กรมอื่น ๆ มอบหมาย กฎหมายนี้ให้ผู้ว่าสังกัดกระทรวงมหาดไทย ยังมีพรบ.ปรับปรุงกระทรวงทะบวงกรม 2545 ให้กระทรวงมหาดไทย มีสำนักปลัดแต่ก็ไม่มีหน้าที่ตามปวิอ. ในส่วนภูมิภาคมีสำนักงานจังหวัดขึ้นกับ สำนักปลัด

ถาม ผู้ว่าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย โดยต้นสังกัดคือ สำนักปลัด นั้น มีกฎหมายใด ระเบียบคำสั่งใดอ้างอิงหรือไม่ ตอบ ผมเองยังหาไม่เจอเลยว่า กฎหมายตัวไหนบอกว่า ผู้ว่าสังกัด สปมท. ท่านที่บอกว่าผู้ว่าสังกัด สปมท. ขอความอนุเคราะห์แสดงตัวบทกฎหมายนี้ให้เห็นเด่นชัดด้วย ถ้าไม่มีจริง ๆ แสดงว่าผู้ว่าไม่มีหน้าที่สอบสวนตามกฎหมาย จึงเป็นพนักงานสอบสวนไม่ได้
ถาม ปัจจุบันนายอำเภออยู่ในสังกัดใด

ตอบ ตาม พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน นายอำเภอสังกัดกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้บัญญัติให้ต้นสังกัดคือกรมการปกครอง

ถาม มีกฎหมายใด(หมายถึงกฎหมายระดับ พรบ.หรือกฎหมายลูกที่ประกาศใช้ในราชกิจจา) ให้นายอำเภอสังกัดกรมการปกครอง มาแสดงยืนยันให้ดูได้หรือไม่

ตอบ ผมเองยังหาไม่พบเลยว่า กฎหมายใดที่ให้นายอำเภอสังกัดกรมการปกครอง แต่อาจมีคำสั่งภายในกรมการปกครองก็ได้ แต่เมื่อไม่ได้ประกาศราชกิจจาคนทั่วไปจึงไม่ทราบ ท่านใดอ้างว่านายอำเภอสังกัดกรมการปกครอง ขอตัวบทโชว์หน่อยนะครับ เช่น....ท่าน cher.......ท่านฐิต ขอตัวบทตรงนี้ด้วย

ถาม ตามกฎหมายใหม่ กรมการปกครองมีหน้าที่ใด

ตอบ ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมการปกครอง 2545 กรมการปกครองมีหน้าที่ สืบสวนสอบสวนคดีอาญาได้ และมีราชการส่วนภูมิภาคได้แก่ ที่ทำการปกครองจังหวัด และที่ทำการปกครองอำเภอ ดังนั้น ที่ทำการปกครองจังหวัดและที่ทำการปกครองอำเภอจึงเป็นองค์กรของกรมการปกครอง ที่มีอำนาจและหน้าที่สอบสวนโดยสมบูรณ์ ปลัดอำเภอในสังกัดทีทำการปกครองอำเภอ จึงเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนได้

ถาม มีกฎหมายใดให้นายอำเภอมีหน้าที่สอบสวนหรือไม่

ตอบ มีกฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน 2535 มอบหน้าที่นายอำเภอไว้อย่างชัดเจนว่า ให้มี่หน้าที่กำกับการบริหารราชการในอำเภอเช่นผู้ว่าได้ด้วย และมี่หน้าที่อย่างอื่นอีก แต่ไม่มีการมอบหน้าที่สอบสวนให้นายอำเภอไว้เลย

ท่านใดว่ามีกฎหมายมอบหน้าที่สอบสวนให้นายอำเภอด้วย ก็ขอความอนุเคราะห์โชว์ตัวบทให้ดูด้วยจักขอบคุณยิ่ง

สรุป ปัจจุบันยังไม่ปรากฏว่ามีกฎหมายฉบับใดเลยที่ให้หน้าที่สอบสวนแก่ผู้ว่า และนายอำเภอ ผู้ว่าและนายอำเภอจึงมีเพียงแต่อำนาจสอบสวน แต่ไม่มีหน้าที่สอบสวนตามกฎหมาย จึงไม่ได้ไปไปซึ่งอำนาจ “ การสอบสวน “ ซึ่งเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนที่กฎหมายให้ไว้

เปรียบเสมือนมีแต่ทราย แต่ไม่ถุง จึงไม่ได้ไปซึ่งถุงทราย เอาไปใช้กันน้ำท่วม คริ คริ.

อย่าลืมนะครับ ท่านใดที่มีกฎหมาย แสดงว่า ผู้ว่าและนายอำเภอ มีหน้าที่สอบสวน ขอความอนุเคราะห์โชว์ให้ดูด้วยนะครับ แนวทางการสืบค้นกฎหมายพวกนี้หาได้จากเวปราชกิจจา ผมพลิกหลายรอบแล้วยังไม่เจอกฎหมายปัจจุบันที่ให้หน้าที่สอบสวนแก่ผู้ว่าและนายอำเภอไว้เลย

อนึ่งมีคำสั่ง กรมการปกครองที่ 485/2546 ลง 25 มิ.ย.2546 จัดโครงสร้างที่ทำการปกครองจังหวัดและอำเภอตามมติ อ.ก.พ.7 กพ 2548 ให้ปลัดจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบการบริหารราชการของที่ทำการปกครองจังหวัด นั่นหมายความว่าปลัดจังหวัดมีอำนาจสอบสวนตามปวิอ และต้นสังกัดคือ กรมการปกครองที่มีหน้าที่สอบสวนคดีอาญา ปลัดจังหวัดจึงเป็นพนักงานสอบสวนตามกฎหมาย เพราะมีอำนาจ และ หน้าที่สอบสวน มีทั้งทรายและถุงทรายพร้อมทำถุงทรายไปช่วยน้ำท่วมได้แล้ว ทำสำนวนเอาผู้ร้ายติดคุกได้แล้ว

อย่าลืม ทฤษฎีถุงทรายของผม

จะเป็นเจ้าพนักงานที่เจ้านายสั่งให้ไปช่วยทำแนวกั้นน้ำท่วม ไล่น้ำร้ายลงทะเลได้ จะต้องมีทั้ง “ทราย” และ “ถุง” จึงจะเกิด “ถุงทราย” อันเป็นอุปกรณ์ช่วยทำเขื่อนกันน้ำท่วมและไล่น้ำร้ายไปลงทะเลทางอื่น ย้ำว่าทรายต้องมี่ย้อ ถุงก็ต้องมียี่ห้อประกันคุณภาพ

จะเป็น “พนักงานสอบสวน” ปราบปรามโจรผู้ร้ายต้องมีทั้งกฎหมายให้”อำนาจสอบสวน” และ กฎหมายระดับเดียวกันให้ “หน้าที่สอบสวน” จึงจะเกิดอำนาจที่เรียกว่า “ การสอบสวน” เป็นเครื่องมือทำสำนวนเอาผู้ร้ายไปติดคุก ย้ำว่า กฎหมายนี้ต้องเป็นกฎหมายระดับ พรบ. ด้วยนะขอรับ

มีแต่ทรายกองอยู่กับดิน แต่ไม่มีถุง จะไปช่วยชาวบ้านเขาได้อย่างไร มีแต่อำนาจสอบสวน ไม่มีหน้าที่สอบสวน จะเป็นพนักงานสอบสวนได้อย่างไร จริงไหมครับท่าน

ถ้าท่านเข้าใจตรงนี้แ้ล้ว จะไปสู่การวินิจฉัยได้ว่า กฎกระทรวงฉบับใหม่ที่ให้ฝ่ายปกครองสอบสวนได้ 19 พรบ.นั้น ที่วางหลักให้อำนาจผู้่ว่า นายอำเภอ เป็นพนักงานสอบสวน ก็ไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกเช่นกัน จะเอาอำนาจจากกฎกระทรวงออกโดยสร.1 ตั้งเจ้าพนักงานคนนั้นคนนี้เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนไม่ได้

พนักงานสอบสวน หัวหน้าพนักงานสอบสวนต้องมาจาก กฎหมายที่ผ่านสภาแต่งตั้งให้ หรือผู้อำนาจใช้อำนาจแต่งตั้งตามกฎหมาย เช่น ปวิอ 2483 เคยให้อำนาจ อ.ตร.สั่งตั้ง พงสฯได้

ขอจบเท่านี้ก่อนนะครับ ประเด็นสุดท้ายไว้ต่อวันหลัง แต่ถ้าท่านเข้าใจทฤษฎีถุงทรายของผม กฎกระทรวงที่่ว่าก็วิเคราะห์ไม่ยาก
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
coffeeplus
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 11/08/2008
ตอบ: 63

ตอบตอบ: 20/10/2011 3:27 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แล้วกฎกระทรวง กำหนดการสอบสวนความผิดอาญาบางประเภทในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานครโดยพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง พ.ศ.๒๕๔๔ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๗ มิ.ย.๒๕๕๔ ข้อ ๔ ให้นายอำเภอมีอำนาจสอบสวนความผิดอาญา ๑๙ ประเภท ไม่ใช่หรือครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1476

ตอบตอบ: 20/10/2011 3:43 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ย้อนขึ้นไปเจอข้อบังคับ มท 1/2509 อยากจะเรียนให้ทราบว่า ข้อบังคับนี้ไม่มี่ผลใช้บังคับได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะ

1. ข้อบังคับนี้ถูกยกเลิกแล้วโดยฉบับ 2523 ว่า เรื่อนไหนที่มีใช้ในฉบับ 23 ให้ใช้ฉบับ 23 แทน เรื่องใดทีขัดหรือแย้งให้ยกเลิก สรุปว่า 1/2509 ในยุค 2523 มีใข้ได้อยู่ข้อเดียวคือ

ข้อ 13 การสอบสวนคดีที่ข้าราชการส่วนภูมิภาค ข้าราชการส่วนท้องถิ่น เทศมนตรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล และกรรมการองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ต้องหาคดีอาญาเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ หรืออ้างว่าได้กระทำการตามหน้าที่ ให้พนักงานสอบสวนผู้รับคำร้องทุกข์หรือกล่าวโทษรีบมาแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอแล้วแต่กรณีทราบโดยด่วน เพื่อสั่งให้พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองร่วมกับพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจสอบสวนดำเนินคดี และถ้าเป็นเรื่องที่เสนอมายังส่วนกลางหรือเป็นเรื่องที่ส่วนกลางดำเนินการเอง ให้กรมการปกครองและกรมตำรวจจัดพนักงานสอบสวนของแต่ละฝ่ายร่วมกันสอบสวนดำเนินคดี

แต่พอ 2540 มีกฎหมาย ปปช ข้าฯราชการภูมิภาคต้องหาคดีอาญาอันเนื่องมาจากหน้าที่ ก็๋เป็นเรืืองการทุจริตคิดชอบ ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่ทุกจริต เป็นเหตุจากหน้าที่ ส่งคำร้องทุกข์ ปปช.เรียบวุฒิใน 30 วัน ข้อบังคับนี้ก็เป็นหมันไปแล้ว

2.สรุปข้อบังคับ 1/2509 ไม่มีสภาพบังคับ

3.จะใช้ข้อบังคับ มท.23 และฉบับที่แก้ไขต่อมา ก็ไม่ชอบด้วย พรบ.ให้ใช้ ปวิอ มาตรา 5 เพราะทำผิดรูปแบบ ไม่ได้ลงประกาศ เนื้อหาเกินกรอบของกฎหมาย เพราะมีการให้มีการเข้าควบคุมการสอบสวนโดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจมท.1 วา่งเนื้อหาเช่นนี้ได้ เนื้อหาทีวางต้องเป็นเนื้อหาที่วางระเบียบการงานในหน้าที่ ต้องมีหน้าที่อยู่แล้ว สอบสวนได้อยู่แล้วแต่เพื่อให้หน้าที่นั้นเรี่ยบร้อยอาจวางระเบียบตามหน้าที่เช่น กำหนดขั้นตอน การทำสำนวน การเสนอ กรอบระยะเวลา่ อย่างนี้เรียกว่าวางระเบียบการงานตามหน้าที่

แต่ถ้าสั่งให้ฝ่ายปกครองเข้าควบคุมการสอบสวนได้ โดยปวิอ ไม่ได้ให้อำนาจไว้ ไ่ม่ใช่เป็นวางระเบียบการงานตามหน้าที่เสียแล้ว แต่เป็นการตั้งเจ้าพนักงานเข้าใช้อำนาจบางประการนอกเหนือจากตัวบทกฎหมาย จึงเป็นกฎ กติกาที่่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ฐิต
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 11/01/2008
ตอบ: 1593

ตอบตอบ: 20/10/2011 9:43 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


@ เปิด คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 1/2543...

-สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงเป็นหนังสือสรุปความว่า ...
อำนาจการออก ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา
พ.ศ. 2523 ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2523 นั้น

ไม่มีข้อความที่ปรากฏว่า อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายใด
คงปรากฏตามที่ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และผู้ตรวจราชการ
กรมการปกครอง ชี้แจงเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2523 ข้อ 2

ณ ห้องประชุม กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ข้อบังคับนี้จะไม่อ้าง
ทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
แต่จะอาศัยอิงหลักตามกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าว

และปรากฏตาม ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย เรื่องกำหนดอำนาจและหน้าที่
ในการสอบสวนความผิดอาญา สั่งโดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ณ วันที่ 12 กันยายน 2495 ว่า
อำนาจการสั่งประกาศใช้ ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ฯ
โดยอาศัยความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นว่า การถือปฏิบัติงานราชการ
ตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว
เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16
http://www.kodmhai.com/vinit/2543/1-1.html

-อำนาจหน้าที่ของพนักงานฝ่ายปกครอง
เป็นไปตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457
และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16
เป็นบทบัญญัติที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ได้ประกาศใช้ ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย (2523)
เป็นไปตาม พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ กรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย
พ.ศ. 2539

การออกข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย(2523)ดังกล่าว
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงมีความหมายเพียงว่า
ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ฯ เป็นการให้อำนาจ ฯลฯ
ที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเท่านั้น

พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย(2523)ดังกล่าว
มิได้ออกโดยองค์กรที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติ
จึงไม่เป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ตามความหมายของรัฐธรรมนูญ
มาตรา 264

ดังนั้น ตามที่ผู้ร้องที่ 1 และผู้ร้องที่ 2 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ
พิจารณาวินิจฉัย (ว่า) ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย(2523)ดังกล่าว
ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
จึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ
ที่จะพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 264
http://www.kodmhai.com/vinit/2543/1-2.html

ศาลรัฐธรรมนูญ จึงวินิจฉัยว่า
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16
เป็นบทบัญญัติที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ...
ส่วนคำขออื่นไม่จำต้องวินิจฉัย...
http://www.kodmhai.com/vinit/2543/1-2.html

@ เปิดบันทึกคณะกรรมการกฤษฏีกา 183/2545 แจ้งความเห็น(โดยย่อ)..
..."ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญาพ.ศ.๒๕๒๓
ที่เป็นการกำหนดรายละเอียด เกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญา ...
ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกข้อบังคับ โดยมีมาตรา ๑๖
แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา รองรับหลักการในเรื่องนี้ไว้แล้ว
ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว จึงยังมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน
http://app-thca.krisdika.go.th/Naturesig/CheckSig?whichLaw=cmd&year=2545&lawPath=c2_0183_2545

@ เปิด อำนาจและหน้าที่ ...ผู้ว่าราชการจังหวัด กับ นายอำเภอ
ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหาีรราชการแผ่นดิน 2534

/ผู้ว่าราชการจังหวัด...
มาตรา 54 ในจังหวัดหนึ่ง.. ให้มี ผู้ว่าราชการจังหวัด คนหนึ่ง
เป็นผู้รับนโยบาย และ คำสั่ง จาก กระทรวง มาปฏิบัติการ
ผู้ว่าราชการจังหวัด ..สังกัดกระทรวงมหาดไทย
มาตรา 57 ผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจและหน้าที่ ..
(1) บริหารราชการตามกฎหมาย และ ระเบียบแบบแผน ของทางราชการ
(2) บริหารราชการตามที่ ..กระทรวง .. มอบหมาย
http://www.kodmhai.com/m4/m4-15/H18/M52-60.html

/นายอำเภอ...
มาตรา 62 ในอำเภอหนึ่ง มีนายอำเภอ คนหนึ่ง เป็นหัวหน้าปกครองบังคับบัญชา...
นายอำเภอสังกัดกระทรวงมหาดไทย...
มาตรา 65 นายอำเภอ มีอำนาจและหน้าที่...
(1) บริหารราชการตามกฎหมาย และ ระเบียบแบบแผน ของทางราชการ
(2) บริหารราชการตามที่ กระทรวง มอบหมาย
http://www.kodmhai.com/m4/m4-15/H18/M61-68.html


@ เปิดอำนาจหน้าที่ ผู้ว่าราชการจังหวัด และ นายอำเภอ..
ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับ 7 พ.ศ. 2550

มาตรา 52/1 ..6) ให้ จังหวัด มีอำนาจ/ปฏิบัติหน้าที่อื่น
ตามที่ กระทรวง มอบหมาย หรือ ที่มีกฎหมายกำหนด...

มาตรา 61/1 ..ให้อำเภอ มีอำนาจหน้าที่ ...ตาม 52/1 ..6)
(มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติตามที่ กระทรวง มอบหมาย หรือ ที่มีกฎหมายกำหนด)
http://www.opdc.go.th/uploads/files/statute_1.pdf

@ เปิดข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย 2523

ข้อบังคับ มท.ฯ
ข้อ 12.4 ..ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจเข้าควบคุมการสอบสวน...
ให้ถือว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 วรรคท้าย
และเป็น พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 140
มีอำนาจเกี่ยวกับการสอบสวนความผิดอาญา ในเขตอำนาจของจังหวัด

ข้อบังคับ มท.ฯ
ข้อ 12.5 ..นายอำเภอมีอำนาจเข้าควบคุมการสอบสวน
ให้ถือว่า นายอำเภอ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 วรรคท้าย
และเป็น พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 140
มีอำนาจเกี่ยวกับการสอบสวนความผิดอาญา ในเขตอำนาจของอำเภอ
http://www.rattaphum-sk.go.th/file//download/20071016103058qrett.pdf

@ เปิด พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน 2551
มาตรา 4 ...
"รัฐมนตรีเจ้าสังกัด" หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวง...
http://www2.moc.go.th/download/2551.pdf

@ เปิด ป.วิ.อ.
มาตรา 2 ในประมวลกฎหมายนี้

(6) "พนักงานสอบสวน" หมายความถึง เจ้าพนักงานซึ่งกฎหมาย
ให้มีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวน

(17) "พนักงานฝ่ายปกครอง..." หมายความถึง..
(ฌ) ผู้ว่าราชการจังหวัด
(ฏ) นายอำเภอ
http://www.kodmhai.com/m2/m2-3/m3-1-15.html


เมื่อพิจารณา คำวินิจฉัยศาล รฐน. ข้อกฎหมาย ฯลฯ ต่าง ๆ ข้างต้น
ส่วนตัวเห็นว่า...
1) ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ไว้ได้ความเข้าใจว่า..
ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย 2523
มิได้ออกโดยองค์กรที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติ
ไม่เป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมาย...
ไม่อยู่ในอำนาจศาล รฐน.ที่จะวินิจฉัยว่าข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย 23
ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16
เป็นบทบัญญัติที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ...

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศใช้ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย 23
เป็นไปตาม พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ กรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย
พ.ศ. 2539

การออกข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย 23 (โดย รมว.มท.)ดังกล่าว
ตาม ป.วิ.อ. (มาตรา 16)มีความหมายเพียงว่า
ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย 23 เป็นการให้อำนาจ
(พนักงานฝ่ายปกครอง /เจ้าพนักงานตำรวจ)
ที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติ แห่ง ป.วิ.อ. เท่านั้น
(ครับ พึงเน้นจุดที่ ศาลฯ ชี้ว่า รมว.ออกข้อบังคับมท.ฯ/ ประกาศใช้ข้อบังคับมท.ฯ
เพื่อให้อำนาจแก่พนักงานฝ่ายปกครอง เจ้าพนักงานตำรวจ ในการปฏิบัติตามข้อบังคับมท.ฯ)

2) คณะกรรมการกฤษฏีกา ชี้ไว้ในปี 2545 ว่า..
ข้อบังคับ มท. 23 เป็นการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญา ...
ซึ่ง รมว.มท ได้ออกข้อบังคับ โดยมีมาตรา 16 แห่ง ป.วิ.อ. รองรับหลักการในเรื่องนี้ไว้
(สอดรับกับวินิจฉัยของศาล รฐน. ในจุดที่ศาลชี้ว่า ข้อบังคับ มท.ฯ
มิใช่บทบัญญัติแห่ง กม. ตาม รฐน. ม.264 )
กฤษฏีกา ชี้ว่า ข้อบังคับ มท.ดังกล่าว ยังมีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน

3) เมื่อมีกรณีสำนวนคดี ที่ ผวจ. หรือ นายอำเภอ เข้ามาเป็น
พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ตามนัยข้อบังคับ มท.23 ข้อ 12.4/12.5
ที่ได้ออกและประกาศใช้ โดยรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ต้นสังกัดของ ผวจ. และ นายอำเภอ
ซึ่งก็คือ "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย"...

ก็จะทำให้ สถานะของ ผวจ. / นายอำเภอ
ที่เป็น "พนักงานฝ่ายปกครอง" ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2(17)
และเป็น "ข้าราชการพลเรือน" ในสังกัด กระทรวงมหาดไทย มี รมว.มท.
เป็น รัฐมนตรีเจ้าสังกัด/ผู้บังคับบัญชา ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2551

ก็ทำให้ ผวจ. / นายอำเภอ จักต้องปฏิบัติหน้าที่
ให้เป็นไปตาม "ระเบียบแบบแผน" ของทางราชการ(กระทรวง มท.)
และตามที่ "กระทรวง(รมว.มท.เจ้าสังกัด)" มอบหมาย...

ทำให้มองว่า ข้อบังคับ มท.23 เป็น "ระเบียบแบบแผนของกระทรวง/รมว.มท.เจ้าสังกัด"
ที่ได้ออกและประกาศไว้ให้ถือปฏิบัติ...(ตามนัยที่ ศาล รฐน. / กฤษฏีกา ชี้ไว้)

เมื่อ ผวจ. / นายอำเภอ เข้ามาปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ
คือ ที่กระทรวง หรือที่ รมว.เจ้าสังกัด มท. ..ได้ออกไว้ เช่นที่เป็นประเด็น มองต่างมุม
คือ ระเบียบแบบแผน ที่ชื่อ "ข้อบังคับมท.23"...

ก็เท่ากับ ผวจ./ นายอำเภอ เขาได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่...
อันมีลักษณะเป็นการใช้ "อำนาจและหน้าที่"...
ตามนัยบทบัญญัติแห่ง กม. ต่าง ๆ ได้แก่ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534
และ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2550
ประกอบข้อบังคับ มท. 23 ข้างต้น
(ที่สำคัญ วินิจฉัยของศาล รฐน. และ กฤษฏีกาดังกล่าว เชื่อว่า ฝ่ายนิติกรของเขา ก็เห็น)

เมื่อใดที่ ผวจ. / นายอำเภอ เข้ามามีสถานะเป็น "พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ"
ตามข้อบังคับ มท. 23 ในสำนวนคดีใด ...ก็จะทำำให้ ผวจ. / นายอำเภอ ..
มีสถานะเป็น "พนักงานสอบสวน" ตามนิยามใน ป.วิ.อ. มาตรา 2(6)


ซึ่งก็จะทำให้เขาเข้ามาใช้ "อำนาจและหน้าที่ในการสอบสวนคดีอาญา"...
โดยยึดโยงที่ ข้อบังคับ มท.23 ประกอบคำวินิจฉัยศาล รฐน.43
ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฏีกา 45
ป.วิ.อ.มาตรา 16 , พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 34
กับที่แก้ไข ฉบับที่7 ปี 50 และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน 51

และมีข้อสังเกตอันหนึ่ง คือ นับแต่ ป.วิ.อ. แก้ไขใหม่ ปี 48 ออกมา..
ถึงวันนี้ 6 ปี.. ยังไม่มีกรณี นำเรื่อง ข้อบังคับ มท. 23
ที่ศาลรฐน. ชี้ไว้ว่า "ไม่เป็นบทบัญญัติแห่ง กม. ที่อยู่ในอำนาจของศาลตาม ม.264"..
ขึ้นสู่ศาลยุติธรรม ฯ ตัดสินสถานะ...

หรือมันมีข้อสังเกต โดยถูกมองมาโดยตลอดว่า
"เป็นระเบียบแบบแผนภายใน ที่ รมว.มท.เจ้าสังกัดกระทรวงมหาดไทย
ได้ออกไว้ ดังข้อความที่ว่า...

..."ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย เรื่องกำหนดอำนาจและหน้าที่
ในการสอบสวนความผิดอาญา สั่งโดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ณ วันที่ 12 กันยายน 2495 ว่า อำนาจการสั่งประกาศใช้ ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ฯ
โดยอาศัยความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16 "...

..."รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ได้ประกาศใช้ ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย (2523) ดังกล่าว
เป็นไปตาม พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ ..กรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ..
พ.ศ. 2539 "... (คือพยามทบทวนความในวินิจฉัย ศาล รฐน.1/43 หลาย ๆ รอบน่ะครับ)

4) ถึงวันนี้ กว่า 30 ปี จะครบ 31 ปี ใน 7 พ.ย. 54
จะไม่สงสัยหรือว่า เหตุใด ข้อบังคับ มท. 23 ยังเดินอยู่..
เหตุใด ผวจ./นายอำเภอ ยังปฏิบัติตามอยู่..

ลองนับจำนวนคดี ในแต่ละปีปฏิทิน ในแต่ละ สน. / สภ. ทั่วประเทศ ว่า..
คดีที่ พนักงานฝ่ายปกครอง (ผวจ. /นายอำเภอ)เข้ามาเป็น
"พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ"..
มีทั้งสิ้นกี่คดี กี่เปอร์เซ็นต์ ของยอดคดีรวมทั้งปี...

เขาเข้าควบคุมการสอบสวน เขาเข้ามาเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน..
เหมือนในกรณีที่ รอง ผกก.สส. / ผกก. สภ. ที่ควบคุมกำกับในคดีปกติหรือเปล่า
และผู้ที่ใช้อำนาจและหน้าที่ ไปแสวงหาหลักฐาน ไปรวบรวมหลักฐาน..
ทั้งหลายทั้งปวงใช่ พงส.สบ 1 เป็นต้นมั๊ย...

ท่านใด มีสำนวนที่ พนักงานฝ่ายปกครอง (ผวจ./นายอำเภอ) เข้าควบคุมการสอบสวน...
ไม่ว่า คดีป่าไม้ คดีวิสามัญฆาตรกรรม...
แล้วในช่อง ผู้บันทึก/สอบสวน และช่องที่ผู้ลงชื่อคนแรกในท้่ายรายงานการสอบสวน
ก็คือ ปลัดอำเภอ นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด บ้างครับ...

อีกไม่กี่วัน ก็ 31 ปีบริบูรณ์
นับแต่ ข้อบังคับ มท. 23 ถือปฏิบัติกันมา...

สังเกตมั๊ย ... การเห็นในแง่มุมที่เห็นต่าง และแสดงในแบบเดิม ๆ ..
ไม่ว่าจะขึ้นกี่กระทู้... ก็เพราะบางฝ่าย เลือกทำงานแบบเซฟ ...
คือ อิงกฎ กติกา ที่ส่วนราชการบิ๊กๆ ได้ชี้ไว้ มั๊งครับ..
หากมีปัญหา ก็มีข้ออ้างสารพัด ยกกล่าวอ้างได้....

ผมนึกถึง การแข่งฟุตบอล ที่มีทั้ง กรรมการกลางสนาม และ ผู้ตัดสินริมเส้น....
บอลออกนอกเส้น ผู้เล่นออฟไซด์ กระโดดโหม่งแต่บอลโดนปลายมือเข้าประตูไป....
ผู้เล่นกรูเข้าประท้วง แต่จุดสลบ อยู่ที่ กรรมการ/ผู้ตัดสินริมเส้น...

แต่หากแข่งกัน แบบไร้ กรรมการ/ผู้ตัดสินริมเส้น...
ผมว่านะ..อาจตายก่อน จะได้เห็นว่า แท้จริง ข้อบังคับ มท. 23.. มันอย่างไรกันแน่หนอ..
เว้นแต่ว่ามี กก./ศาลฯ เขาชี้ให้

บอลเข้าประตู เพราะศีรษะ หรือ มือ..?
แต่กรรมการเขาเป่าว่า เข้า สกอร์ขยับ..
http://www.youtube.com/watch?v=b5ALiFciLIg&feature=related


นายอำเภอ กับ กรมการปกครอง..?
http://www.dopaperson.com/upload/First-Chiefpro1.pdf

http://www.dco59.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&Category=dco59com&thispage=8&No=283374

http://www.pokkrongnakhon.com/datacenter/doc_download/a_080111_204507.pdf

http://www.pokkrongnakhon.com/datacenter/doc_download/a_300411_153553.pdf


กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1476

ตอบตอบ: 20/10/2011 11:18 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

1/43 คำแถลงของตำรวจ ปกครอง อัยการ ศาลรับฟ้งแล้วก็เขียนออกมาไว้ในคำวินิจฉัยว่า แต่ละคนพูดอะไรไปบ้าง แต่ศาลไม่ได้หยิบยก คำพูด ข้ออ้าง เหล่านั้นมาวินิยด้วยว่าฟังขึ้นหรือไม่ เพราะอะไร

เหตุเพราะข้อบังคับไม่ใช่กฎหมายที่ตราโดยกระบวนนิติบัญญัติ จึงไม่รับวินิจฉัย

ส่วนเหตุผลที่แต่ละฝ่ายยกขึ้นอ้างฟังได้หรือไม่ ผมว่านักกฎหมายอ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น ดูออกนา โดยเฉพาะ ปวิอ 16 ใช่กฎหมายที่ให้อำนาจออกข้อบังคับจริงละหรือ หุ หุ แล้วทำไมไม่มีใครพูดแถลงเรือง พรบ.ให้ใช้ ปวิอ มาตรา 5 บ้างละ อิ อิ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1476

ตอบตอบ: 21/10/2011 9:27 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง ชี้แจงเมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๒๓ ข้อ ๒ ณ ห้องประชุม กระทรวงมหาดไทยระบุว่า ข้อบังคับ (มท.23) นี้จะไม่อ้างทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แต่จะ "อาศัย อิง" หลักตามกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าว(ปวิอ 16 และ 120 ) และปรากฏตาม

"ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดอำนาจและหน้าที่ในการสอบสวนความผิดอาญาสั่งโดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๔๙๕ "
ฯลฯ

พงสฯท่านใด สมาชิกท่านใด มีเอกสาร

"ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดอำนาจและหน้าที่ในการสอบสวนความผิดอาญาสั่งโดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๔๙๕ "

ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนขึ้นเวปด้วยครับจักขอบคุณยิ่ง ผมเกิดไม่ทัีน ในคลังข้อมูลก็ไม่มี เพื่อประกอบการศึกษาหาหลักคิดเพิ่มเติม ขอบคุณล่วงหน้าครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
นิติธรรม
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 03/11/2009
ตอบ: 76

ตอบตอบ: 21/10/2011 1:07 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ประเด็นก็คือ ข้อบังคับ มท.ปี๒๓ ใช้ได้หรือไม่ ? เมื่อกฤษฎีกาตีความแล้วว่ายังใช้ได้อยู่ ฉะนั้นข้อบังคับฯ นี้แหละ ให้"หน้าที่" ไว้ในการสอบสวน
ผมยอมรับในความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของคุณ พงส์๒๕๕๓ ครับ แต่คุณพงส์๒๕๕๓ จะสนใจอยู่ ๒-๓ เรื่อง คือเรื่อง ๑. พนักงานฝ่ายปกครอง VS ตำรวจ และ ๒. พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง VS พนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจ มีแรงบัลดาลใจอะไรครับ อยากรู้จัง????
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1476

ตอบตอบ: 21/10/2011 1:18 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คดีใหญ่บุกรุกน้ำส้ม ไงครับ ไม่อยากพูดอะไรมากตอนนี้ แต่ฝ่่ายคนที่จะตกเป็นจำเลยเขาสู้แนวนี้ได้ มันอาจจะมีเรื่อง ลับ ลวง พราง เหมือนกันผู้ต้องหาเป็นพยานในคดีสำคัญ สุดท้ายจำเลยตัวใหญ่รอดเพราะศาลไม่เชื่อพยานที่มาจากผู้ต้องหาแล้วกันเป็นพยานไว้ทำให้พยานปากนี้มีส่วนได้เสีย ผลคือจำเลยรอดตะราง จบข่าว
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1476

ตอบตอบ: 21/10/2011 1:28 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านนิติธรรม รู้จัก นิติรัฐ ไหมครับ ถ้ารู้จักอยากถามว่า ข้อบังคับ มท.23 ตรงตามหลัก นิติรัฐ หรือไม่
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง เศร้า ร้องไห้ เหงาหงอย โกรธ ลังเล เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 2

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




ยิ้มซิ | เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ


การสร้างหน้าเอกสาร: 0.27 วินาที