Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - ฝากน้อง พงส.จังหวัดที่เขียนชื่อเป็นตัวเลขได้ /หนังสือ มท. ว.๙๘๑
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สุขภาพ l ศึกษา l กีฬา l เกม l อดิเรก l ข่าว l รัก l ความรู้ l ไอที l งาน l ซื้อขาย l ท่องเที่ยว l โรงแรม l การเงิน l ธุรกิจ l บันเทิง l บ้าน l บ้านจัดสรร l สังคม l สวย l กล้อง l มือถือ l รถ l กวี l บล็อก l ศิลป์ l สัตว์ l หน่วยงาน l หนังสือ l โหลด l อาหาร l เนต l โปรโมทเว็บฟรี l เนติบัณฑิต
ฝากน้อง พงส.จังหวัดที่เขียนชื่อเป็นตัวเลขได้ /หนังสือ มท. ว.๙๘๑
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป  
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ระเบียบ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 09/10/2011 5:17 pm    ชื่อกระทู้: ฝากน้อง พงส.จังหวัดที่เขียนชื่อเป็นตัวเลขได้ /หนังสือ มท. ว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรียน แฟนคลับสอบสวน ๕๙๙

ข้อ ๑. ทราบแล้ว ก็เป็นการทบทวน

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=1533404F5D9A1[7O794DEYOETC8YW4

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=1533404F5EKG51[JE65MS92DFLPG8C

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=1533404F5E[SSQRUHWE[LRXG819BHV

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=1533404F5E7LAMR5ZJZ1A1VIG[ZPRM

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 09/10/2011 5:20 pm    ชื่อกระทู้: Re: ฝากน้อง พงส.จังหวัดที่เขียนชื่อเป็นตัวเลขได้ /หนังสือ มท ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อ ๒ง
ด่วนมาก (สำเนา)
ที่ มท 0207/ว 981 กระทรวงมหาดไทย
ถนนอัษฎางค์ กทม. 10200
26 กรกฎาคม 2532

เรื่อง การควบคุมการสอบสวนคดีเกี่ยวกับป่าไม้และทรัพยากรของชาติอื่น ๆ

เรียน อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมอัยการ อธิบดีกรมตำรวจ และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด

ตามที่กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือ ที่ มท 0207/ว 586 ลงวันที่ 28 เมษายน 2531 แจ้งว่า
เมื่อมีการกระทำความผิดในคดีเกี่ยวกับป่าไม้และทรัพยากรของชาติอื่น ๆ เกิดขึ้น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอแล้วแต่กรณี ต้องเข้าควบคุมการสอบสวนตามนัยข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. 2523 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2525 ทุกคดีเป็นกรณีพิเศษอย่างเคร่งครัด ไม่อาจใช้ดุลพินิจเลือกปฏิบัติเข้าควบคุมเฉพาะคดีที่เห็นว่าสำคัญได้..........
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
วิธีคิด
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 10/05/2008
ตอบ: 1527

ตอบตอบ: 09/10/2011 5:51 pm    ชื่อกระทู้: Re: ฝากน้อง พงส.จังหวัดที่เขียนชื่อเป็นตัวเลขได้ /หนังสือ มท ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

...ขอบคุณพี่อิสานใต้...

...ขอบคุณครับ...

อมยิ้ม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kasetcity
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 06/07/2011
ตอบ: 32

ตอบตอบ: 09/10/2011 6:57 pm    ชื่อกระทู้: Re: ฝากน้อง พงส.จังหวัดที่เขียนชื่อเป็นตัวเลขได้ /หนังสือ มท ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กราบขอบคุณ ท่านพี่่อีสานใต้อย่างสูงครับ พงส.101 Laugh Laugh Laugh Laugh
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nk
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 13/03/2010
ตอบ: 34

ตอบตอบ: 09/10/2011 7:22 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

960 เข้ามาเกี่ยวไหม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1476

ตอบตอบ: 09/10/2011 9:35 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อบังคับ มท.ที่ให้อำนาจ ฝ่ายปกครองเข้าควบคุมการสอบสวนของตำรวจ เป็นการวางระเบียบเกี่ยวกับงานสอบสวน ซึ่งจะต้องออกเป็นกฎกระทรวง และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ตาม พรบ.ให้ใช้ ปวิอ ฉบับแก้ไข ๒๕๔๘ มาตรา ๕

ข้อบังคับมีลักษณะเป็นกฎหมายลูกที่ต้องอาศัยอำนาจตามกฎหมายของผู้ใช้อำนาจ เมื่อไม่ต้องด้วยกฎหมายข้อบังคับนี้จึงสิ้นผล

หนังสือมท. ๙๘๑ ที่ให้อำนาจ มท.เข้าควบคุมการสอบสวน จึงไม่อาจนำมาบังคับใช้ได้ในปัจจุบัน ประกอบกับ ปัจจุบันก็มีกฎกระทรวง ออกโดย สร ๑ วางระเบียบให้ฝ่ายปกครองรับผิดชอบสวนสวนคดีอาญาบางประเภทรวม ๑๙ พรบ. แต่ก็มิได้ผนวกเอา พรบ.ป่าไม้ ฯหรือกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ รวมเข้าไปด้วย

ดังนั้นเมื่อมีคดีป่าไม้เกิดขึ้่นในท้องที่ใด ท้องที่นั้นรายงานให้นายอำเภอทราบเพียงประการเดียวโดยไม่ต้องให้อำเภอเข้ามาควบคุมการสอบสวน

หากนายอำเภอมีหนังสือเข้ามาควบคุมโดยส่งปลัดเข้ามาร่วมสอบสวนและขอเข้าเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนเสียเอง หน.สภ.ควรโต้แย้งการใช้อำนาจตามข้อบังคับไปว่า ข้อบังคับมท.มีปัญหาความชอบด้วยกฎหมาย ขอให้นายอำเภอทบทวนการใช้อำนาจ และให้ฝ่ายอำเภอหารือการเข้าใชอำนาจไปยัง มท.เองว่า อำเภอยังมีอำนาจเข้าควบคุมการสอบสวนของตำรวจได้อยู่หรือไม่ ประกอบกับ กฎกระทรวงฉบับ ปี ๒๕๕๓ ที่ให้อำนาจฝ่ายปกครองสอบสวนได้เองตามกฎหมาย ๑๙ ฉบับ ก็มิได้ผนวกรวมคดีป่าไม้เข้าไปด้วยแต่อย่างใด

และควรแจ้งไปอำเภอด้วยว่า อนึ่ง หากนายอำเภอจะขอรับสำนวนไปทำเองทั้งหมดโดยมิต้องควบคุมการสอบสวน ยังคงทำได้โดยอาศัยอำนาจตาม ปวิอ ๑๘ สภ.ก็ไม่ขัดข้องที่จะมอบสำนวนทั้งหมดใ้ห้ฝ่ายอำเภอไปสอบสวนเองภายในอำนาจ.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 09/10/2011 10:32 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ฉบับนี้ก็ใช้บ่อย มักจะเป็นหนังสือที่อ้างถึง ของฝ่ายปกครองที่เข้ามาควบคุมการสอบสวน ...เป็นแนวทางการสอบสวนของฝ่ายปกครอง.....
เราควรรู้ทิศทาง.....ความเป็นมาและแนวทางที่จะเป็นไปของฝ่ายปกครอง

หนังสือ มท ๐๓๐๗.๑/ว.๓๗๒๙ ลง ๙ พ.ย.๒๕๔๗

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=15334124DECDS14EMEC7AZKO41[BYA


แถมข้อบังคับมหาดไทยฯพ.ศ.๒๕๒๓
ที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่..............ตราบใดที่ตำแหน่ง ผบ.ตร./ยังไม่
Stable........ไม่ท่านใดที่จะกล้าร่าง และออกมาเป็น
กฎ ก.ตร./หรือ กฎกระทรวง(เสนอนายกลงนามฯ) ....ออกมาเป็นระเบียบ
ของตนเอง......

ใครคือ....พนักงานสอบสวน/ ....ใครคือหัวหน้าพนักงานสอบสวน........
ก็ยังต้องอ้างอิง........ข้อบังคับมหาดไทยฯ พ.ศ.๒๕๒๓

เพราะ......พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗

ถ้าเป็นเด็กก็อยู่ชั้นประถมปีที่ ๑.เข้าเทอมสอง....อายุ ๗ ปี.เศษ....ลง ราชกิจจา/ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ ............
มีผลบังคับใช้แต่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗
ก็มีสภาพความรู้ หรือก้าวหน้าเท่าสมองของเด็กประถมปีที่ ๑
ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง.........จะก้าวหน้าก็ต้องเป็น


รับใช้.......

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=15334124DE[YL5YN4INDQOIMIVZQIB
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 09/10/2011 11:11 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)



คงต้องเฝ้าจับตาคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย “โผนายพล” ระดับรอง ผบ.ตร.-ผบช. หลัง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และประธาน ก.ตร. กำหนดนัดประชุม ก.ตร.วันที่ 18 ต.ค.2554 และนัดประชุมคณะกรรมการคัดเลือกวันที่ 15 ต.ค.ที่มีเลขาธิการ ก.พ.และรอง ผบ.ตร.พิจารณาคุณสมบัติสำหรับผู้ที่เหมาะสมจะได้รับการแต่งตั้งตามบัญชี รายชื่อที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ว่าที่ ผบ.ตร. เสนอบัญชี

หลังจากยืดเยื้อกันมานาน...
ระดับรอง ผบ.ตร. ไม่น่าพลิก พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตโฆษก สตช. และ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ มือบริหาร โยกจากที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. มาเป็นรอง ผบ.ตร.ตัวหลัก

ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. เลื่อนขึ้นที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร.ไล่เรียงลำดับอาวุโส

พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร.พล.ต.ท.ฉัตรชัย โปตระนันทน์ จตช. (สบ 9) พล.ต.ท.จิโรจน์ ไชยชิต ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่มีผลงานปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ท.อมรินทร์ อัครวงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร.

ส่วนระดับ ผบช.เลื่อนขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. หากยึดมติ ก.ตร.ในเรื่องอาวุโส พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม หน.จตร. พล.ต.ท.บริหาร เสี่ยงอารมณ์ จตร. (สบ Cool พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ.ตร. พล.ต.ท.อุดม รักศีลธรรม ผบช.สตส. พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ ผบช.ภ.6 พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ภ.2 พล.ต.ท.ประยูร อำมฤต ผบช.ตชด. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.กมค. พล.ต.ท.สมเดช ขาวขำ ผบช.สทส.

แต่อาจจะมี ผบช.บางคนที่สมัครใจอยู่ที่เดิม หรือขอโยกลงไปอยู่เป็น ผบช.หลักดูแลพื้นที่ทั้ง พล.ต.ท.อาจิณ สายตรง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่ขออยู่ที่เดิม ผบช.ภ.6 พล.ต.ท.สัณฐาน สาย พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม ขยับเป็น ผบช.ภ.9 พล.ต.ท.อุดม สาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โยกเป็น ผบช.ภ.8

ขึ้นอยู่กับนโยบายของการเมือง ซึ่งจะต้องชี้แจงเหตุผลใน ก.ตร.

แต่เพราะความที่ ก.ตร.ไม่มีหลัก ไม่มีระบบ ไม่ได้วาง “กฎเกณฑ์” ที่ชัดเจนในการพิจารณาคำสั่ง เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทุกยุคทุกสมัย จนเกิดผลกระทบระดับ ผบช.ที่มีข่าววิ่งเต้นฝุ่นตลบ

จากเดิมที่ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พยายามผลักดันให้คิดในเรื่องอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้โอกาสตำรวจรุ่นใหม่ที่มีผลงานได้ขยับตำแหน่งสูงขึ้น เปิดทางให้ ผบช.บางคนที่ไม่คิดอยากขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้ลงพื้นที่ และขยับตำแหน่ง ผบช. หลายคนที่มีผลงานและอยู่ในสายการเมืองได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น

หากไม่ลงตัวอาจต้องเปิดตำแหน่งประจำ เทียบเท่าผู้ช่วย ผบ.ตร.เพื่อรองรับ






พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. ที่มีผลงานทั้งปราบปรามยาเสพติด และอาชญากรรม ต้องลุ้นกับ พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รอง ผบช.ก. ญาติสนิทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ชื่อชั้น พล.ต.ต.วินัย ที่เคยเป็น “ผบก.ป.” ไม่เป็นรองใคร ขึ้นอยู่กับนโยบายฝ่ายการเมืองจะยุติตรงไหน อาจใช้ผลงานดัน พล.ต.ท.จักรทิพย์ ขยับเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.

พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 สายตรง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง วางตัวเป็น ผบช.ภ.1 คงต้องนั่งรักษาการ ผบช.ภ.1 ไปก่อนจนกว่า ก.ตร.ได้ข้อยุติเรื่องมติ ก.ตร.ที่แต่งตั้ง พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล เป็น ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ภาณุ เกิด-ลาภผล รอง ผบช.น. สายตรง พ.ต.ท.ทักษิณ ขยับเป็น ผบช.ภ.2 พล.ต.อ.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา รอง ผบช.ภ.4 อดีตนายเวร พล.ต.อ.ประชา พรหม-นอก รมว.ยุติธรรม เป็น ผบช.ภ.3

พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ ผบช.ภ.4 คนสนิทสาย พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. อยู่ที่เดิม พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักษา รอง ผบช.ก. หน้าห้อง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ ขยับเป็น ผบช.ภ.5 คุมพื้นที่สำคัญ

พล.ต.ต.หาญพล นิตย์วิบูลย์ รอง ผบช.ปส. มือปราบคู่ใจที่ติดตัว พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ว่าที่ ผบ.ตร. มาตลอดในช่วงขาลงที่การเมืองกลั่นแกล้งเป็น ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์-วรชาติ ผบช.ภ.8 อยู่ที่เดิม

พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ รอง ผบช.ภ.9 อดีต “ผบก.ป.” สายตรงบ้านจันทร์ส่องหล้า ขยับเป็น ผบช.ภ.9 พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผบช.ศชต. อยู่ที่เดิม พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก. ตำรวจสาย พล.ต.อ.เภา สารสิน อดีต อ.ตร. ขยับเป็น ผบช.ส. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา จตร. (สบ Cool เพื่อนสนิท พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ที่ทำงานยาเสพติดด้วยกันเป็น ผบช.ปส.สานต่อนโยบายสำคัญของรัฐบาล






พล.ต.ต.สุทิน เขียวรัตน์ รอง ผบช.ตชด. เป็น ผบช.ตชด. พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รอง ผบช.สทส. และโฆษก สตช. เป็น ผบช.สทส. ส่วนเก้าอี้ ผบช.ก. มีขบวนการขยับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ุ ผบช.ก. ขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดทางคนสายการเมืองคุมอำนาจ แต่ติดเรื่องผลงานและความสามารถพิเศษ

เชื่อว่าถึงนาทีสุดท้าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์คงได้รับความไว้วางใจดูแลหน่วยงานสำคัญต่อไป

ทั้งหมดเป็นวังวนของชีวิตรับราชการตำรวจที่ต้องผูกติดกับการวิ่งเต้นเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนให้เกิดความเจริญก้าวหน้าแทบทุกยุคทุกสมัย นโยบายการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจมีการพลิกผันไปมาไม่มีอะไรที่แน่นอน

ไม่มีใครกล้าทัดทานฝ่ายการเมือง ที่มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายรอง ผบ.ตร.ที่เป็น ก.ตร.โดยตำแหน่ง ส่วน ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ คนนอกที่เป็นอดีตตำรวจเก่า ที่ได้รับการโหวตเลือกตั้งซึ่งเป็นความหวังของตำรวจ ไม่ได้แสดงบทบาทอะไรในสิ่งที่ควรจะกระทำเพื่อประโยชน์ขององค์กรตำรวจ

ทั้งที่มีการสัญญาต่างๆมากมายที่ให้ไว้กับตำรวจในช่วงขอเสียงสนับสนุนเข้ามาเป็นปากเป็นเสียง

ทั้งประกาศให้คำสั่งทุกระดับชั้นเสร็จสิ้นให้มีผลทันวันที่ 1 ต.ค. แต่สุดท้าย ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องโอนอ่อนตามแรงการเมือง อ้างแต่งตั้ง ผบ.ตร. ไม่ได้ ทั้งที่ในอดีตรักษาการ ผบ.ตร.ได้ทำการแต่งตั้งมาแล้ว






ทำให้เกิดสุญญากาศในช่วงการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง ก.ตร.ไม่มี หลัก ตำรวจขาดขวัญกำลังใจ

บทบาท ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ว่ายุคใดก็ยังคิดหมกมุ่นอยู่กับเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ทั้งที่การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ เป็นเรื่องของ ผบ.ตร.และรอง ผบ.ตร.

แต่ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ สำคัญผิดคิดว่ามีอำนาจ คิดว่ารู้จักตำรวจมากกว่ารอง ผบ.ตร. ทั้งที่รอง ผบ.ตร. เป็นผู้บังคับบัญชา ทำงานใกล้ชิดตำรวจ จะต้องรับผิดชอบกับการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย

ที่ผ่านมา รอง ผบ.ตร. ไม่คิดโต้แย้ง เพราะจะทำให้เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน...

มองว่าเป็นตำรวจผู้ใหญ่ที่ต้องให้เกียรติเข้ามาช่วยกันเป็นเสาหลักให้กับองค์กร ไม่ใช่ คิดแค่เรื่องแต่งตั้งโยกย้าย

แต่สิ่งที่ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เสนอ ก.ตร.อ้างเหตุคำพิพากษาของศาลปกครองที่ตำรวจบางคนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งโยกย้ายจาก ผบ.ตร.หรือรอง ผบ.ตร.

ไม่ให้รอง ผบ.ตร. ที่เป็นคณะกรรมการคัดเลือก มีอำนาจแสดงความคิดเห็นในการประชุม ก.ตร.

ทั้งที่เจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 กำหนดให้ ผบ.ตร. จตช. และรอง ผบ.ตร.ปฏิบัติหน้าที่ ก.ตร.โดยตำแหน่ง

เป็นองค์ประกอบส่วนสำคัญของ ก.ตร.ที่มีทั้ง ก.ตร.โดยตำแหน่ง และ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ

เข้ามาช่วยทวงคานอำนาจแทรกแซงของฝ่ายการเมือง หรือคนนอก

เป็นสิ่งที่ทำให้ตำรวจหลายคนผิดหวังกับ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ






รวมทั้ง ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร.ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงของ ก.ตร. แต่กลับถูก ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิมองข้าม ต้องเจ็บปวดกับคำพูดที่ว่า คำสั่งโยกย้ายในอดีตเป็นคำสั่งที่อัปยศ ทั้งที่ ก.ตร.ที่ว่ากันนั้นเป็นชุดเดียวกันที่มีทั้ง พล.ต.อ.เพรียว–พันธ์ ว่าที่ ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร. ทุกท่าน

ขณะนี้ตำรวจที่เป็นเสียงสนับสนุน ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กำลังจับตามอง อะไรจะเป็นตัวชี้วัด สิ่งที่ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิให้คำมั่นสัญญาว่า จะทำให้คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม

หากคำสั่งโยกย้ายครั้งนี้มีการร้องเรียน หรือร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมมากกว่าอดีตที่ผ่านมา จะมีใครเป็นผู้รับผิดชอบ

รายชื่อ “โผนายพล” ที่มีรอง ผบช. 2 ปี หลายคนได้เลื่อนขึ้นเป็น ผบช. ที่อ้างความเหมาะสม จะตอบสังคมหรือรอง ผบช.ที่ถูกข้ามอาวุโสได้หรือไม่

ว่าที่ต้องแต่งตั้งคนอื่นแทนเพราะรอง ผบช. ไม่มีความเหมาะสม เป็น ผบช.ไม่ได้ หรือไม่มีเส้นสาย

ส่วนกรณี พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่มีข่าวขัดแย้งการเมืองถูกตั้งกรรมการ อาจไม่ได้เลื่อนตำแหน่งทั้งที่อาวุโสลำดับ 1 และศาลไม่ได้ชี้ขาดเหมือนรอง ผบช.หรือ ผบช.หลายคนที่มีชื่อโยกย้ายหรือเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น

เป็นการพิสูจน์คำมั่นสัญญาของ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเคยให้สัญญาไว้ว่าจะทำให้การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจทุกระดับชั้นเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่เป็นเครื่องมือของฝ่ายการเมืองใดๆทั้งสิ้น

จะเป็นได้จริงหรือแค่หาเสียง

ทุกอย่างอยู่ที่คำสั่งโยกย้ายตำรวจระดับ รอง ผบ.ตร.–ผบช.



คำพูด:
ทีมข่าวอาชญากรรม

ไทยรัฐออนไลน์
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม
9 ตุลาคม 2554, 05:00 น.
...
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1476

ตอบตอบ: 10/10/2011 12:00 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ใครคือ....พนักงานสอบสวน/ ....ใครคือหัวหน้าพนักงานสอบสวน........
ก็ยังต้องอ้างอิง........ข้อบังคับมหาดไทยฯ พ.ศ.๒๕๒๓

คำพูดข้างบนนี้ไม่จริงหรอกครับ มีเหตุผลสนับสนุนดังนี้

๑. ปวิอ ใช้มาแต่ ๒๔๗๗ แล้ว สมัยนั้นอำเภอเป็นฝ่่ายสอบสวนไปฝ่่ายเดียวก่อน ก็ไม่เห็นต้องมีข้อบังคับอะไรมาบอกว่า ให้นายอำเภอเป็น หน.พงสฯ ปลัดเป็น พงสฯ เขาก็เป็นกันได้โดย ปวิอ ดังนั้นแม้ไม่มีข้อบังคับ ความเป็น หน.พงสฯก็เป็นได้ตาม ปวิอ ๑๘

๒. หน.พงสฯ คือ ผู้เป็นใหญ่ในหมู่ พงสฯ เป็นไปโดยผลของกฎหมายได้ในตัวเอง ไม่ต้องออกข้อบังคับมาบอกว่า ใครคือ หน.พงสฯ

ตัวอย่าง ราชการตำรวจ ให้อำนาจ พงสฯระดับต่าง ๆ มีอำนาจและหน้าที่สอบสวน ในขณะเดียวกันก็ให้สน.ตำรวจเป็นองค์กรที่มีอำนาจสอบสวนตามระเบียบบริหารราชการภายใน ตร. และ หน.สภ.เป็นผู้มีอำนาจสุงสุด และ ตร.ให้ หน.สภ.มีอำนาจและหน้าที่สอบสวนได้ด้วย ดังนั้น ใน สภ. หน.สภ.จึงเป็นผู้เป็นใหญ่ในหมู่ พงสฯ เขาจึงเป็น หัวหน้าพนักงานสอบสวน ในองค์กร สถานีตำรวจ

สำหรับ ปลัดอำเภอมีอำนาจสอบสวนในเขตอำนาจ ตาม ปวิอ ๑๘ โดยมี นายอำเภอเป็นผู้มีอำนาจสุงสุดในองค์กรอำเภอ และมีอำนาจและหน้าที่สอบสวน นายอำเภอจึงเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนในกรณีที่ปลัดเป็นพนักงานสอบวน

จะเห็นได้ว่า ทั้งนายอำเภอ หรือ หน.สภ. ต่างก็เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนได้ในหมู่พงสฯของตนเอง แต่กฎหมายไม่ได้ให้นายอำเภอเข้ามาเทคโอเวอร์หน.พงสฯฝ่ายตำรวจได้

๓. คำสั่ง ตร ๗๕/๒๕๕๓ โดย ผบ.ตร.ก็สั่งให้ หน.สภ.คือ หน.พงสฯ ไว้อีกส่วนหนึ่ง

สรุป ปัญหาว่า ใครคือหน.พงสฯ ไม่จำต้องใช้ข้อบังคับมท.มาเป็นตัวกำหนด
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 10/10/2011 2:26 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อ ๑. ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. 2523
แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2523 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2523
(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2525 (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2536
(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2537 และ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2538

--------------ฯลฯ------------------

2.
คำพูด:
หัวหน้าพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวน


2.1 ให้หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอ หรือหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอ หรือหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรตำบล หรือผู้รักษาการในตำแหน่งหรือผู้รักษาราชการแทน ที่มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าร้อยตำรวจตรีขึ้นไปเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 18 วรรคสี่ และมาตรา 140 ในเขตอำนาจของสถานีตำรวจนั้นกับให้นายตำรวจที่ประจำสถานีตำรวจภูธรดังกล่าว ซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าร้อยตำรวจตรีขึ้นไปเป็นพนักงานสอบสวน

2.2 ให้หัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัด หรือผู้รักษาการในตำแหน่งหรือผู้รักษาราชการแทนเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 วรรคสี่ และมาตรา 140 ในเขตอำนาจของตำรวจภูธรจังหวัดกับให้นายตำรวจที่มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าร้อยตำรวจตรีขึ้นไปในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดนั้นเป็นพนักงานสอบสวน จะให้ผู้ใดมีอำนาจหน้าที่เป็นผู้ทำการสอบสวนเรื่องใดให้หัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัดหรือผู้รักษาการในตำแหน่งหรือผู้รักษาราชการแทนเป็นผู้พิจารณาสั่ง

2.3 ให้ผู้บังคับการตำรวจภูธร หรือผู้รักษาการในตำแหน่งหรือผู้รักษาราชการแทนเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 วรรคท้าย และมาตรา 140 ในเขตอำนาจของกองบังคับการตำรวจภูธร กับให้นายตำรวจที่มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าร้อยตำรวจตรีขึ้นไป ในสังกัดกองบังคับการตำรวจภูธรเป็นพนักงานสอบสวน จะให้ผู้ใดมีอำนาจหน้าที่เป็นผู้ทำการสอบสวนเรื่องใดให้ผู้บังคับการตำรวจภูธร หรือผู้รักษาการในตำแหน่ง หรือผู้รักษาราชการแทนเป็นผู้พิจารณาสั่ง

2.4 ให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธร หรือผู้รักษาการในตำแหน่ง หรือผู้รักษาราชการแทนเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 วรรคท้าย และมาตรา 140 ในเขตอำเภอของกองบัญชาการตำรวจภูธร กับให้นายตำรวจที่สังกัดในกองบัญชาการตำรวจภูธร ซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าร้อยตำรวจตรีขึ้นไปเป็นพนักงานสอบสวน จะให้ผู้ใดมีอำนาจหน้าที่เป็นผู้ทำการสอบสวนเรื่องใด ให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธร หรือผู้รักษาการในตำแหน่งหรือผู้รักษาราชการแทนเป็นผู้พิจารณาสั่ง
2.5 ภายใต้บังคับ 12.7 และ 12 ให้อธิบดีกรมตำรวจหรือผู้รักษาการในตำแหน่งหรือผู้รักษาราชการแทนเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนทั่วราชอาณาจักร และมีอำนาจสั่งการเกี่ยวกับคดีได้ทุกกรณี

ข้อ ๒. คำสั่ง ตร.ที่ ๕๗/๒๕๕๓ ..........จะมีเฉพาะกำหนดหน้าที่ใน สถานีตำรวจ........จะไม่มี .........หัวหน้าพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวน...../ระดับ ภ.จว./บก.น. ........./ระดัย บชน. หรือ ภ.

และ ........ราชอาณาจักร........
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ไจแอนท์
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 20/10/2010
ตอบ: 469

ตอบตอบ: 10/10/2011 8:21 am    ชื่อกระทู้: โต้เถียงกันไปไม่รู้จบ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

หากแต่การโต้เถียงกันไปเฉพาะในหมู พงสฯ ตร.ก็คงไม่จบหรอกครับ เมื่อ สตช.หรือ มท.ไม่รับรู้ หรือรู้เห็น ย่ง สตช.ด้วยแล้ว กฎ ระเบียบที่ออกมาแล้ว ไม่ต้องไปพูดถึง ออกใหม่ไปเรื่อย ๆ ผู้ปฏิบัติไป ศึกษาค้นคว้าเอาเองหากจะใช้ หรรือหากมีปัญหาก็แก้ไขไปเอง สตช.ไม่เคยแก้ไข หรือช่วยเหลือเลย
ผมว่าเป็นเวลาที่สมควรแล้ว ที่ชมรมจะได้หยิบยกขึ้นมาเรียกร้องบ้างกรณีนี้ หาก มท.ยังต้องการ หรือเห็นว่าตนเองยังมีอำนาจตามหนังสือดังกล่าว ชมรมก็มอบหมายให้ มท.ดำเนินการเองเลย หรือหากไม่ดำเนินการก็ต้องเป็น พงสฯ เต็มรูปแบบ ไม่ใช่ในวันเวลาราชการ ทำตัวเป็นหัวหนา พงสฯ เสียเอง
หากประเด็นเรื่องเงินตำแหน่งจบแล้ว ขอเสนอให้ ชมรมฯ ต่อสู้เรื่องนี้ต่อด้วยครับ ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมากด้วย
ขอบคุณครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1476

ตอบตอบ: 10/10/2011 9:28 am    ชื่อกระทู้: Re: โต้เถียงกันไปไม่รู้จบ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มันจบได้ครับ ในระดับ สภ.นี่แหละ ถ้าเรารู้หลักและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างถูกต้องที่กฎหมายเขียนไว้ นักกฎหมายเรียนตำรามาเล่มเดียวกัน ถ้าอ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น มันก็ไม่ยากหรอกครับ

แม้ไม่มีข้อบังคับ ตร.วางหลักไว้ ผบ.ตร.ก็เป็น หน.พงสฯทั่วราชอาณาจักร, ผบช.น. ผชภ.1-9 ผบช.ศชต. ก็เป็น หน.พงสฯในเขต บช, ผบก.ภ.จว.ก็เป็น หน.พงสในเขตจังหวัด ได้ตามกฎหมายของตำรวจ ได้แก่
-พรบ.ตำรวจ 47 ผบ.ตร.เป็นผู้นำสูงสุด และ ตามปวิอ.ผบ.ตร.เป็น จพง.ฝ่ายปคหรือ ตร.ชผญ. มีอำนาจสอบสวน ผบ.ตร.จึงมีสถานะเป็นผู้เป็นใหญ่ในหมู่ พงสฯทั่วราชอาณาจักร เขาจึงเป็น หน.พงสฯทั่วราชอาณาจักร โดยไม่ต้องอ้างข้อบังคับ มท.

-พรฎ.แบ่งส่วนราชการตำรวจ2542,บช.น.,บช.ภ1-9 และ ศชต. เป็นองค์กรมีหน้าที่ตาม ปวิอ. หัวหน้าหน่วยงานคือ ผบช. เป็น จพง.ฝ่ายปคหรือตร.ชผญ ตามปวิอ มีอำนาจสอบสวน และมีหน้าที่สอบสวนได้ด้วยตามที่ พรฎ.ฯนี้ให้อำนาจ ฉะนั้น ผบช.จึงมีสถานะเป็นผู้เป็นใหญ่ในหมู่ พงสฯในสังกัด บช. เขาจึงเป็น หน.พงสฯในเขตอำนาจ บช. โดยไม่ต้องอ้างข้อบังคับมท.

-กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการตำรวจออกเป็นกองบังคับการ พ.ศ.2552 จึงมี บก.ภ
จว.ในต่างจังหวัดสังกัด บช.ต่าง ๆ มีผบก.เป็นหน.สูงสุด มีอำนาจสอบสวนในฐานะเป็น จพง.ฝ่ายปคหรือตร.ชผญ.ตามปวิอ และมีหน้าที่ตามปวิอ ที่กฎกระทรวงให้หน้าทีไว้ ผบกฯจึงเป็นพนักงานสอบสวนในเขต บก. และขณะเดียวกัน เขาคือผู้เป็นใหญ่ในหมู่ พงสฯในเขต บก. ดังนั้น ผบก.ภ.จว.จึงเป็น หน.พงสฯใน ภ.จว.นั้น ๆ โดยไม่ต้องอ้างข้อบังคับ

- สภ. เป็นหน่วยงานตำรวจมีหน้าที่ตาม ปวิอ. หน.สภ.โดยคำสั่งตร 57/53 เป็น หน.พงสฯด้วย โดยไม่ต้องอ้างข้อบังคับ มท.

สรุป ผู้บังคับบัญชาของ ตร.ตั้งแต่ระดับ กรมลงมาถึงสภ. ล้วนแต่เป็น จพงฯผู้มีอำนาจและหน้าที่สอบสวนตามที่กฎหมายของตำรวจ จึงมีความเป็นพนักงานสอบสวน และหัวหน้าพนักงานสอบสวนที่ชอบด้วย ปวิอ ทั้งสิ้น แม้ไม่มีข้อบังคับมท.ก็สามารถสอบสวนและสั่งคดีได้โดยชอบ

ความเป็น หน.พงสฯ ของตำรวจในระดับต่าง ๆ ไม่ต้องอ้างข้อบังคับ มท.หรอกครับ ถ้าท่านอ้างข้อบังคับ มท. ผมอยากถามว่า มีข้อบังคับมท.อะไรหรือไม่ ที่กำหนดว่า ปลัดกระทรวง เป็น หน.พงสฯทั่วราชอาณาจักร , ผู้ว่าฯเป็นหน.พงสฯในเขตจังหวัด,หรือ นายอำเภอเป็น หน.พงสฯในเขตอำเภอ มีหรือเปล่า คำตอบคือไม่มีเลย

สุดท้ายก็คือ ผมสามารถอธิบายได้ว่า ข้อบังคับมท.ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็เพราะว่าเป็นการวางระเบียบกำหนดการงานสอบสวน ซึ่งตาม พรบ.ให้ใช้ปวิอ มาตรา 5 เขาให้ทำเป็นกฎกระทรวงแล้วประกาศใช้ในราชกิจจาเสร็จแล้วจึงมีผลใช้บังคับได้ เมื่อทำเป็นข้อบังคับ และไม่ลงประกาศจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผลก็คือสิ้นผลในการที่จะนำมาใช้บังคับทันที โดยไม่ต้องสั่งยกเลิก

ถ้าท่านเห็นว่า ข้อบังคับมท.ยังใช้ได้อยู่ไม่ขัดกับ มาตรา 5 ก็ช่วยเล่าแจ้งแถลงไขให้เห็นกระจ่างสักหน่อยว่ามันไม่ขัดได้อย่างไร

ตรงนี้แหละเป็นจุดสำคัญที่นักกฎหมายต้องอธิบาย ถ้าท่านอ้างคำวินิจฉัยกฤษฎีกา ปี 45ว่าข้อบังคับใช้ได้อยู่ ท่านต้องดูกฎหมายด้วยว่า ปี 45 กับ ปีนี้ มาตรา 5 พรบ.ให้่ใช้ปวิอ. มันยังเขียนเหมือนหรือต่างกัน ถ้าเขียนต่างกันมันจะส่งผลไปถึุงคำวินิจฉัยหรือไม่ อย่างไร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
SoOthersMayLive
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 15/02/2008
ตอบ: 1115

ตอบตอบ: 10/10/2011 2:41 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอบคุณครับ เคยส่งสำนวนให้นายอำเภอลงนาม ไม่ยอมลงนามสักทีก็ เลยทำการสรุปสำนวน ส่งอัยการไปเลย ไม่มีปัญหา พี่ๆ ก็แย้งว่าทำไมไม่ให้นายอำเภอลงนามก่อน ผมก็ตอบว่า การสอบสวนชอบด้วยกฎหมายแล้วทำโดยพนักงานสอบสวน สรุปส่งได้เลย

ข้อตกลง กับกฎกระทรวงมหาดไทย เก่าเก็บ จะมาบังคับเข้าควบคุมงานสอบสวน ตาม พ.ร.บ. คงผิดหลักในเรื่องลำดับศักดิ์ของกฎหมาย อัยการก็รับสำนวน สั่งฟ้อง ตัดสินคดีจนเสร็จสิ้นฯ และเห็นพ้องกับท่าน พงศ์ ทุกประการ เพราะกฏกระทรวง เป็น กม.ต่ำกว่า พ.ร.บ. ดังนั้น ต้องยึด พ.ร.บ. เป็นหลัก
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ไจแอนท์
กูรู
กูรู


เข้าร่วมเมื่อ: 20/10/2010
ตอบ: 469

ตอบตอบ: 10/10/2011 2:48 pm    ชื่อกระทู้: ก็นายเราไม่เอาด้วยนี่ครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เมื่อวันก่อน สภ.ฯ ผม ตร.จับไม้บุนนาค ๖ ท่อน ยังไม่ทันส่ง พงสฯ เลย ทันใดนั้น ผกก.ก็ทราบเรื่องทันที สั่งการมาว่าให้ทำหนังแจ้งนายอำเภอด้วย เพราะผู้ต้องหาจะประกันตัว แต่เป็นแจ้งให้ทราบนะ ไม่ต้องขอให้เข้าควบคุมการสอบสวน ผมก็ครับทันทีเหมือนกัน
ผกก.ยังพูดกับผมว่า ตามระเบียบดังกล่าวนั้นเขาให้แจ้งเท่านั้นนะ ไม่ใช่ขอให้จัด พงสฯ ร่วม ผมก็เลยบอกว่า ตามหนังสือแจ้งนั้นในหัวข้อหัวหนา พงสฯ นั้น ในเมื่ออำเภอยังไม่จัด หรือขอเข้าร่วม หัวหน้าก็คือ ผกก.เอง ซึ่งก็ยอ่มมีอำนาจให้ประกันอยู่แล้ว แต่ท่านก็ว่ามีระเบียบชัดว่าในการให้ประกันตัวต้องขอนายอำเภอเท่านั้น ก็เลยงง
หากปรากฎว่าฝ่ายปกครองไม่ควบคุมการสอบสวน นายอำเภอจะเป็นหัวหน้า พงสฯ ได้ไง แต่ก็พอ ไม่เถียงต่อ เพราะหลายครั้ง หลายอย่างที่เห็นไม่ตรงกัน กับท่าน
จึงอยากทราบว่า การประกันต้องขอใคร ท่านเป็น นรต. อยู่ นปพ.มาก่อน แต่ไม่แน่ว่าอยู่สอบสวนกี่ปี เพราะความเห็นล่าหลัง และไม่ถูกต้องมาก
แค่ง่ายๆ การแจ้งข้อหา หน้าแรก ท่านยังอ้างว่า ตอนเรียนมาเขาสอบว่าข้าฯ ถูกกล่าวหาว่า "ข้าฯ ได้กระทำความผิด......" จึงเอา ป.วิ.ให้ท่านดูว่ากฎหมายเขียนว่าให้ พงส.แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบว่า ......แล้วจะเป็นข้าฯ .....ได้อย่างไร หากเป็นข้าฯ .... เท่ากับผู้ต้องหาเป็นคนเล่าว่าเขาถูกกล่าวหาอย่างนั้น ไม่ใช่ พงสฯ กล่าวหาเขา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 10/10/2011 7:54 pm    ชื่อกระทู้: Re: ก็นายเราไม่เอาด้วยนี่ครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรียน แฟนคลับสอบสวน ๕๙๙

......เป็นความสามารถเฉพาะตัวโปรดใช้วิจารณญาณในการ ..นำไปใช้ปฏิบัติ

ข้อ ๑. รายงานสอบสวนคดีอาญาพิเศษ ตามคำสั่ง 960 กรณีอำเภอเข้าควบคุมการสอบสวน/-......ถือปฏิบัติตาม...ท่าน "พงส์" ...ก็ไม่ต้องรายงาน

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=1533404F5E[SSQRUHWE[LRXG819BHV

ข้อ ๒. ความเห็นกฤษฎีกา/ข้อบังคับมหาดไทย กับ สตช. ยังใช้ได้อยู่
-......ถือปฏิบัติตาม...ท่าน "พงส์" ...ก็ไม่ต้องปฏิบัติตาม

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=17874C9AD39ED126DXB2LZO3UB[H8X

ข้อ ๓. เรื่องเสร็จที่ ๑๘๓/๒๕๔๕ บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เรื่อง อำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๒๓

http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=152D4AF5CEQSJ2M2YQX5E3SW6X1BUN

ข้อ ๔. เรื่องเสร็จที่ ๖๖/๒๕๕๓ บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เรื่อง อำนาจของนายกรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงและอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในการวางระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญา


http://upload.one2car.com/download.aspx?pku=152D4AF5CEYI8HNBEXUO9F[DXGOI5O

ข้อ ๕. ....เรื่องเสร็จที่ ๑๘๓/๒๕๔๕ ...สรุป...ได้ใจความว่า

สตช....หารือว่า......
โดยปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติมิได้อยู่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอหารือว่า ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๒๓ รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมจะยังมีผลบังคับใช้กับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจอยู่หรือไม่

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑๑) ได้พิจารณาปัญหาดังกล่าว......
โดยมีผู้แทนกระทรวงมหาดไทย (กรมการปกครอง) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริงแล้ว มีความเห็นว่า
................เจตนารมณ์ในการตราพระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ไปจัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๑ มีขึ้นเพื่อเป็นการจัดระเบียบโครงสร้างองค์กรภายในฝ่ายบริหารให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับภารกิจหน้าที่ของตำรวจ โดยมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดสถานะ อำนาจหน้าที่ตำแหน่งและอัตราของข้าราชการตำรวจและลูกจ้าง ทรัพย์สิน หนี้ งบประมาณรายจ่าย หรือบรรดากิจการอื่นใดที่เป็นของกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ให้โอนไปเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย คณะที่๕)
ดังนั้น กรณีตามปัญหาที่หารือมานี้ คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑๑) เห็นว่า พระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทยไปจัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๑
คำพูด:
ไม่มีผลกระทบถึงข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๒๓ที่เป็นการกำ หนดรายละเอียดเกี่ยวกับการดำ เนินคดีอาญาของเจ้าพนักงานตำ รวจ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ออกข้อบังคับโดยมีมาตรา ๑๖๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา รองรับหลักการในเรื่องนี้ไว้แล้ว ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวจึงยังมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน


คำพูด:
(ศาสตราจารย์พิเศษ ชัยวัฒน์ วงศ์วัฒนศานต์)
เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา



ข้อ ๖. เรื่องเสร็จที่ ๖๖/๒๕๕๓ ....สรุป....ได้ใจความว่า.....

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีหนังสือ ที่ ตช ๐๐๑๑.๒๒/๐๐๓๖๐ ลงวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๒ ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สรุปความได้ว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตอบข้อหารือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
คำพูด:
(เรื่องเสร็จที่ ๑๘๓/๒๕๔๕) ว่า
พระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ไปจัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๑ ไม่มีผลกระทบถึงข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๒๓ ที่เป็นการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญาของเจ้าพนักงานตำรวจ
เนื่องจากมาตรา ๑๖ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้รองรับหลักการในเรื่องนี้ไว้ข้อบังคับจึงยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน


........... แต่ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗
ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ เป็นต้นไป และมาตรา ๑๑ (๔)
แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้
คำพูด:
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่วางระเบียบหรือทำคำสั่งเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการสอบสวน
ประกอบกับ
คำพูด:
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้กำหนดให้ประธานศาลฎีกามีอำนาจออกข้อบังคับ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีอำนาจออกกฎกระทรวงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของตนได้


สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอหารือว่า
๑. หากนายกรัฐมนตรีจะใช้อำนาจออกกฎกระทรวง หรือผู้บัญชาการตำรวจ
แห่งชาติจะวางระเบียบเกี่ยวกับการสอบสวนในส่วนของตำรวจโดยเฉพาะ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเป็นไปโดยเรียบร้อยและอยู่ในแนวทางเดียวกันทั่วราชอาณาจักร .................

๒. ถ้าหากสามารถทำได้ ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๒๓ หรือหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทยต่างๆ ซึ่งไม่สอดคล้องกับกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๘ หรือระเบียบที่ออกตามมาตรา ๑๑ (๔) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๗ จะมีผลใช้ได้ต่อไปหรือไม่ ....................

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑) ได้พิจารณาข้อหารือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยมีผู้แทนกระทรวงมหาดไทย (สำนักงานปลัดกระทรวง) และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว มีความเห็นในแต่ละประเด็นดังนี้
ประเด็นที่ ๑ สำหรับ
คำพูด:
อำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในการวางระเบียบนั้น เมื่อมาตรา๑๑ (๔)๔ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฯ ได้บัญญัติให้อำนาจในการวางระเบียบหรือทำคำสั่ง
เฉพาะเรื่องให้ข้าราชการตำรวจหรือพนักงานสอบสวนปฏิบัติการเกี่ยวกับการใช้อำนาจหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่นไว้อย่างชัดเจน
คำพูด:
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจึงสามารถวางระเบียบในเรื่องดังกล่าวได้

กรณีที่
คำพูด:
นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงเพื่อวางกรอบการปฏิบัติหน้าที่ไว้แล้ว การที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะวางระเบียบเพื่อกำหนดรายละเอียดในเรื่องเดียวกันนี้ก็จะต้องอยู่ภายในกรอบตามที่กำหนดในกฎกระทรวงที่นายกรัฐมนตรีได้ออกไว้ด้วย


คำพูด:
ประเด็นที่ ๒ ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญาพ.ศ. ๒๕๒๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีเนื้อหาส่วนหนึ่งเป็นการกำหนดระเบียบแบบแผนการปฏิบัติราชการร่วมกันระหว่างพนักงานฝ่ายปกครองและพนักงานสอบสวน

คำพูด:
ดังนั้น ในกรณีที่ นายกรัฐมนตรีหรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะออกกฎกระทรวงหรือวางระเบียบใดเกี่ยวกับการสอบสวนในส่วนของตำรวจที่อาจมีผลกระทบต่อการปฏิบัติราชการของพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง สมควรที่


คำพูด:
สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้หารือร่วมกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้การปฏิบัติราชการของแต่ละส่วนราชการที่ต้องรับผิดชอบงานในหน้าที่ของตนสามารถดำเนินการไปได้โดยสอดคล้องกัน


คำพูด:
(คุณพรทิพย์ จาละ)
เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา


-......ถือปฏิบัติตาม...ท่าน "พงส์" ...ก็ไม่ต้อง.....ปฏิบัติตาม

ข้อ ๗
คำพูด:
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๒



คำพูด:
วางระเบียบในเรื่องการให้ความเห็นทางกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกาไว้ว่า


เมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้ความเห็นในทางกฎหมายเป็นประการใดแล้ว โดยปกติให้เป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกานั้น และ
ต่อมามีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๒๓ ว่า ในกรณีที่คณะกรรมการกฤษฎีกาได้วินิจฉัยให้ความเห็นในเรื่องใดที่มีลักษณะเป็นระเบียบปฏิบัติราชการทั่วไป หรือจะมีผลเป็นแนวบรรทัดฐานในการปฏิบัติราชการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอาจขอให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาวินิจฉัยสั่งการเป็นมติ เพื่อถือเป็นแนวทางปฏิบัติราชการต่อไปได้ จากมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวจะเห็นได้ว่าเมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมายที่ส่วนราชการหารือมา ส่วนราชการนั้น จะต้องถือปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา และหากความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาเรื่องใดที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าเป็นแนวบรรทัดฐานในการปฏิบัติราชการแล้ว ก็จะนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อมีมติให้ส่วนราชการอื่นๆ ถือเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป

............. -......ถือปฏิบัติตาม...ท่าน "พงส์" ...ก็ไม่ต้องปฏิบัติตาม

คำพูด:
........เช่น..นี้...บ้านเมืองจึงอยู่ในภาวะที่ไม่มี.... ขื่อ....ไม่มีแปร
.....................วางระเบียบกฎเกณฑ์...ไว้แล้วไม่ปฏิบัติตาม
กระทำการไปในเชิงแนวที่จะ......ดื้อ ขัดขืน..หลีกเลี่ยง....หรือละเลย
ไม่ปฏิบัติตาม.......
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 10/10/2011 8:05 pm    ชื่อกระทู้: Re: ก็นายเราไม่เอาด้วยนี่ครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗

มาตรา ๑๕ ในกองบังคับการหนึ่ง ให้มีผู้บังคับการคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกองบังคับการนั้น และจะให้มีรองผู้บังคับการเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรองจากผู้บังคับการตามที่ผู้บังคับการมอบหมายด้วยก็ได้.........ฯลฯ ..........

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมีอำนาจและหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจที่สังกัดกองบัญชาการอื่นและปฏิบัติราชการประจำอยู่ในจังหวัดนั้น ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการ หรือ มติของคณะรัฐมนตรี หรือ การสั่งการของนายกรัฐมนตรีด้วย

ในการนี้ ให้มีอำนาจสั่งการใดๆ เพื่อให้เกิดการประสานงานและความร่วมมือกันในการปฏิบัติหน้าที่ หรือยับยั้งการกระทำใดๆ ของข้าราชการตำรวจในจังหวัดที่ขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ กองบัญชาการ มติของคณะรัฐมนตรี หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรีไว้ชั่วคราว แล้วรายงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส.อาชีพ(อิสานใต้)
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ผู้ทรงคุณวุฒิ


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2007
ตอบ: 3748

ตอบตอบ: 10/10/2011 8:13 pm    ชื่อกระทู้: Re: ก็นายเราไม่เอาด้วยนี่ครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

บทเฉพาะกาล
---------------

มาตรา ๑๒๗ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาหรือออกกฎกระทรวง กฎ
ก.ตร. ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ หรือยังมิได้มีมติเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
ให้นำพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง กฎ ก.พ. ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ มติ หรือกรณีที่
กำหนดไว้แล้วซึ่งใช้อยู่เดิมมาใช้บังคับโดยอนุโลม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1476

ตอบตอบ: 10/10/2011 9:40 pm    ชื่อกระทู้: Re: ก็นายเราไม่เอาด้วยนี่ครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

1.บรรดาข้อหารือ คำวินิจฉัย ที่ท่าน พงสฯอาชีพอิสานใต้ ยกมาให้ดู ไม่เห็นมีฉบับไหนเลยที่สนับสนุนว่า ข้อบังคับ มท. ชอบด้วยพรบ.ให้ใช้ ปวิอ .มาตรา 5

ดังน้้นเมื่อข้อบังคับ มท.วางระเบียบการงานสอบสวนไว้โดยไม่ถูกต้อง เพราะไม่ทำเป็นกฎกระทรวง ซ้ำย้งไม่ได้ลงประกาศราชกิจจา จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายอยู่เรื่อยไป จนกว่า มท.จะได้วางระเบียบเป็นกฎกระทรวงและนำไปลงประกาศในราชกิจจาจึงจะมีผลใช้ได้

2.ส่วน มาตรา 127 พรบ.ตำรวจฯ บรรดาข้อบังคับที่ใช้ได้อยู่หมายถึงข้อบังคับ กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวกับการบริหารงาน ปกครองบังคับชา ตามกฎหมายเก่า ที่ยังไม่ได้ออกมาใหม่ยังคงมีผลใช้ได้อยู่ เช่น พรบ.ตำรวจยกเลิก พรบ.เครื่องแบบตำรวจไปแล้ว แต่กฎกระทรวงที่ออกตาม พรบ.เครืองแบบฯตำรวจ ให้เอามาใช้ได้เพราะ มาตรา 127 อนุญาต ส่วนข้อบังคับ มท.เกี่ยวกับงานสอบสวน เป็นข้อบังคับในกระบวนการยุติธรรมตามป.อาญา ไม่อยู่ในบังคับตามมาตรา 127 นี้เลย

3. ระหว่างกฎหมาย กับ ข้อบังคับ หรือ มติครม. กฎหมายย่อมใหญ๋กว่า มติครม หรือ ข้อบังคับ ที่ขัดกับกฎหมายย่อมตกไป

อนึ่ง มติ ครม.มิใช่กฎหมาย มติครม.ที่ให้ข้าราชการถือปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกฤษฎีกา มันมีกรอบของการใช้กล่าวคือ คำวินิจฉัยนั้นต้องเป็นการวินิจฉัยบนพื้นฐานของกฎหมายที่บังคับใช้ขณะออกคำวินิจฉัยนั้น เมื่อเวลาเปลี่ยน กฎหมายเปลี่ยน คำวินิจตามกฎหมายเดิมย่อมไม่ผูกพันให้ข้าราชการต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยเก่าอีกต่อไป โดยเฉพาะคำวินัยฉัยเก่าที่ขัดกับกฎหมายใหม่ก็ย่อมตกไป

ข้าราชการจะปฏิบัติตามมติครม.ได้ก็ต่อเมื่อมติครม.น้้นต้องชอบด้วยกฎหมาย หากมติครม.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้าราชการที่ปฏิบัติตามก็ต้องรับผิดชอบ

ตัวอย่าง มติครม.เรื่องให้กองสลากออกหวยบนดินได้นั้นขัดกับ พรบ.สลากกินแบ่งฯ ข้าราชการที่เกี่ยวข้องในการออกมติครม. ข้าฯราชการผู้ปฏิบัติต้องรับผิด คดีหวยบนดิน รมต.กค.ที่เกี่ยวข้องกับการมติจึงต้องโทษตามคำพิพากษา ด้วยเหตุมติครม.ไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้วยังทำตาม

ในคดีวังน้ำเขียว ท่าน พงสฯอาชีพอิสาณใต้ ช่ว่ยตอบให้หายข้อข้องใจหน่อยว่า ผู้ว่าฯเป็น หน.พงสฯโดยอาศัยหน้าที่สอบสวนตามกฎหมายฉบ้บใด
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
อัมพล
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 22/08/2009
ตอบ: 348

ตอบตอบ: 10/10/2011 10:27 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

๑.เห็นต่างคุณพงส์ ข้อบังคับมหาดไทย ออกมาเมื่อปี ๒๓ ซึ่งขณะนั้นไม่ได้บังคับว่า ผู้มีอำนาจออกข้อบังคับได้มีเพียง ประธานศาลฏีกา ซึ่งแก้ไข เมื่อ ปี ๔๘ ข้อบังคับขณะนั้น มหาดไทยออกโดยอาศัย มาตรา ๑๖ ป.วิอาญา เพื่อให้ ตำรวจและ ฝ่ายปกครองปฏิบัติ เพื่อมิให้การโต้แย้งว่าใครจะเป็นผู้มีอำนาจสอบสวน ตาม ป.วิอาญามาตรา ๑๘ หากไม่ได้กำหนดไว้ ต่างคนต่างแย่งกันทำงานก็ยุ่งจึงกำหนดไว้ว่า ในต่างจังหวัดให้ ตำรวจฝ่ายเดียวสอบสวน เว้นแต่จะเข้ากรณีเข้าควบคุม ฝ่ายปกครองจึงจะสอบสวนได้ตามข้อบังคับฯดังกล่าว ขณะนั้นมหาดไทยออกข้อบังคับมา และตำรวจเองก็ยังคงขึ้นกับฝ่ายปกครองด้วย เมื่อไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้ว่า ตร.จะออกกฏหมายตนเองแยกตัวมาเมื่อ ปี. ๔๗ แ่่ต่การปฏิบัติตามกฏหมายลูกและไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีกฏกระทรวงออกมา ไม่ได้หมายความว่ากฏหมายลูกที่ออกไว้ก่อนหน้านี้คือ ข้อบังคับไ่ม่มีผลอีกต่อไป ข้อบังคับนั้นยังคงมีผลบังคับต่อจนกว่าจะมีกฏกระทรวงออกมารองรับใหม่ว่าจะให้สอบสวนกันระหว่างฝ่าย ตร.กับฝ่ายปกครองอย่างไร แม้กฏกระทรวงใหม่ออกมาก็เพียงให้ฝ่ายปกครองสามารถสอบสวนไ้ด้แต่ก็ไม่ตัดสิทธิฝ่ายตำรวจสอบสวนได้เช่นเดียวกัน
๒.การออกกฏกระทรวงไม่ว่า มหาดไทยออก หรือ ข้อบังคับซึ่งออกโดยประธานศาลฏีกา ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา แต่เมื่อท่านมาใช้กฏหมายเขา ใช้ ป.วิอาญา เมื่อคนออกมีอำนาจออกกฏหมายลูกคนใช้กฏหมายดังกล่าวก็ต้องปฏิบัติ เช่น ข้อบังคับประธานศาลฏีกา เกี่ยวกับการประกันตัวตาม มาตรา ๑๑๐ ตำรวจและอัยการก็ต้องปฏิบัติ แม้ว่าตำรวจจะไม่ใช้ผู้ใต้บังคับบัญชาของประธานศาลฏีกา หรือแม้แต่ในกฏหมายต่างๆ ที่ให้อำนาจ รมต.ที่รักษาการตามกฏหมายดังกล่าวออกกฏกระทรวงหรือ ข้อบังคับ ผู้ที่ไปใช้กฏหมายดังกล่าวก็ต้องปฏิบัติตามเช่นเดียวกัน เป็นไปตามที่คณะกรรมการกฤษกีกาได้มีความเห็นไว้
๓.ผมจึงมีความเห็นต่างจากคุณพงส์ฯ ผมว่าใครจะมาทำงานยิ่งเยอะยิ่งดี ยิ่งมีการคานอำนาจกันเยอะๆ จะได้ไม่นอกลู่นอกทาง กล้ัวอะไร ถ้าเราสุจริตใจ ไม่เห็นกลัวว่าใครจะตรวจสอบ มองโลกแง่ดีบ้างซิ สบายใจ ผมทำงานร่วมฝ่ายปกครองมา ไม่เห็น นายอำเภอมีปัญหาอะไร ถ้าเราประสานงานกับเขาได้ เราสุจริต สอบสวนโดยชอบ ไม่ต้องกลัวหรอก
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1476

ตอบตอบ: 11/10/2011 12:01 am    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เห็นแย้งท่านอัมพลเรียงตามข้อ

1. "ข้อบังคับขณะนั้น มหาดไทยออกโดยอาศัย มาตรา ๑๖ ป.วิอาญา เพื่อให้ ตำรวจและ ฝ่ายปกครองปฏิบัติ เพื่อมิให้การโต้แย้งว่าใครจะเป็นผู้มีอำนาจสอบสวน ตาม ป.วิอาญา"

ท่านว่าไว้แบบนี้

ผมมาแย้งว่า

มาตรา 16 ไม่ใช่บทกฎหมายที่ให้อำนาจมท.1 มาออกกฎหมายลูกที่เรียกว่าข้อบังคับ แต่บทที่ให้อำนาจ มท.1 ออกกฎหมายลูกได้แก่ พรบ.ให้ใช้วิอาญา มาตรา 5 ซึ่งให้อำนาจ มท.1 ออกกฎ กติกาในงานสอบสวนได้ แต่ต้องทำเป็นกฎกระทรวง หาใช่ทำเป็นข้อบังคับไม่ ย้ำนะครับว่า กฎกติกางานสอบสวนในอำนาจมท1 ต้องทำเป็นกฎกระทรวง

การตราเป็นกฎกระทรวงต้องทำผ่าน ครม. โดยกระทรวงนำเข้า ครม.เพื่อมีมติเห็นชอบแล้วจึงนำกฎกระทรวงนั้นมาใช้ได้ เพื่อให้มีการตรวจสอบ ส่วนข้อบังคับ ทำโดยฝ่ายอำนวยการของ มท. ในห้องทำงานของ ฝอ.และมท.1ลงนาม เพียงลำพังโดยไม่ได้ต้องผ่านครม. การตราข้อบังคับ มท.ที่วางระเบียบเกี่ยวกับงานสอบสวนจึงไม่ชอบด้วย พรบ.ให้ใช้วิอาญา ฉบับ พ.ศ. 2477 มาแต่เดิม

ส่วนมาตรา 16 ปวิ อ .มีความหมายว่า อำนาจ ศาล อำนาจอัยการ อำนาจพนักงานฝ่ายปคหรือตำรวจ ในการทำหน้าที่ตาม ปวิอ จะต้องเป็นไปตามบทกฎหมายที่ให้อำนาจหน้าที่แก่ศาล อัยการ หรือ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเหล่านั้นด้วย

เช่น ปวิอ มาตรา 87 ศาลมีอำนาจพิจารณาสั่งคำร้องฝากขัง ในขณะเดียวกั้นพระธรรมนูญศาลยุติธรรมให้ผู้พิพากษานายเดียวสั่งคำร้องเช่นนี้ได้ ดังนั้น การพิจารณาสั่งคำร้องฝากขังตาม ปวิอ จึงอยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้พิพากษานายเดียว หรือ

ผู้บังคับการตำรวจเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ มีอำนาจสอบสวนตาม ปวิอ แต่ ปวิอ ยังไม่ได้ให้หน้าที่สอบสวนแก่ผู้บังคับการ แต่มีกฎหมายตำรวจได้แก่ กฎกระทรวงแบ่งอำนาจหน้าที่ในกองบังคับการ ออกตาม พรบ.ตำรวจฯให้กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมีหน้าที่ตาม ปวิอ.

ผบก.เป็นหัวหน้ารับผิดชอบ บก.ที่มีหน้าที่สอบสวน ผบก.จึงมีหน้าที่สอบสวนโดยกฎหมายตำรวจ เมื่อนำหน้าที่สอบสวนตามกฎหมายตำรวจของ ผบกฯ มาผนวกกับ หน้าที่สอบสวนตาม ปวิอ ส่งผลให้ ผบก.คือพนักงานสอบสวนตามความหมายของปวิอ ที่วางหลักว่า พนักงานสอบสวนคือ เจ้าพนักงานที่กฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่สอบสวน

นี่คือความหมายของ ปวิอ มาตรา 16

2. กฎกระทรวง หรือ ข้อบังคับ ล้วนแต่เป็นกฎหมายลูกในระบบกฎหมายมหาชน มีหลักว่า “ไม่มีกฎหมายไม่มีอำนาจ “ ท่านอ่านดีดี พรบ.ให้ใช้วิอาญา มาตรา 5 เขาให้อำนาจแก่ผู้ใช้อำนาจต่างกัน กล่าวคือ ประธานศาล มีอำนาจออกข้อบังคับ ส่วน มท 1 .มีอำนาจออกกฎกระทรวง เพื่อวางระเบียบการงานตามหน้าที่ให้การดำเนินคดีอาญาเป็นไปโดยเรียบร้อย มท.1 .ไม่มีอำนาจออกข้อบังคับในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาตาม ปวิอ.

เรื่องข้อบังคับนี้เห็นว่า มท.1 สามารถใช้อำนาจโดยทั่วไปในทางบริหารงานปกครองบังคับบัญชาตามกฎหมายบริหารราชการแผ่นดินที่แยกต่างหากจากกระบวนการยุติธรรม ออกข้อบังคับได้เพื่อการปกครองบังคับบัญชาเท่านั้น

แต่จะใช้อำนางทางปกครอง ก้าวล่วงเข้ามาปนกับอำนาจในกระบวนการยุติธรรม ออกข้อบังคับวางระเบียบทางอาญาแทน แทนการออกเป็นกฎกระทรวง ย่อมเป็นการไม่ชอบด้วย พรบ.ให้ใช้ปวิอ มาตรา 5 การปฏิบัติตามข้อบังคับที่ตราโดยมิชอบส่งผลถึงอำนาจสอบสวนว่าไม่ชอบตามไปด้วย

3. ผมไม่ได้ เกี่ยงงอน หรือตั้งข้อรังเกียจ ที่ฝ่ายปกครองจะมาคุมสอบสวนหรอก แต่เห็นว่า การเข้าใช้อำนาจเข้าควบคุมการสอบสวนของฝ่ายปกครองมันไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซ้ำยัง มิใช่เข้ามาเพื่อช่วยเหลือ แต่เป็นการเข้ามาแล้วทำให้การสอบสวนมีปัญหาเช่น

1) ฝ่ายปกครองปัจจุบัน ขาดความรู้ ความเชียวชาญในการทำสำนวน เพราะเขาโอนงานมาให้ตำรวจทำตั้งแต่ปี 2503 นับถึงวันที่ ก็ห้าสิบปีเศษแล้ว พูดง่ายสอบสวน เขาสอบสวนไม่เป็นแล้ว จะเข้ามาควบคุมการสอบสวนได้อย่างไร หรือท่านอัมพลฯเห็นต่างว่า ฝ่ายปกครองสอบสวนเก่งกว่าตำรวจ เมื่อเข้ามาควบคุมแล้วก็สอบสวนไม่เป็น สั่งคดีไม่ถูก ดองสำนวน ไม่เกิดประโยชน์ต่องานยุติธรรม ถามว่า ปัจจุบันนี้นายอำเภอคนไหนทำสำนวนได้เองบ้าง มีหรือไม่ เมื่อสอบสวนไม่เป็นจะเข้ามาควบคุมได้อย่างไรนี่โดยสภาพข้อเท็จจริงนะ


2 )โดยสภาพกฎหมาย ปัจจุบัน กฎหมายมีการปรับเปลี่ยนหลายอย่าง เช่น กฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน ให้ผู้ว่าสังกัดกระทรวงมหาดไทย ให้นายอำเภอสังกัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตัวบทกฎหมายปัจจุบัน กระทรวงมหาดไทยไม่ได้มีหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประกอบกับ พรบ.ปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม กำหนดให้กระทรวงมหาดไทยมีกรมในสังกัดได้แก่ กรมการปกครอง และให้กรมการปกครองมีหน้าที่สอบสวนตามที่ข้อบังคับมหาดไทยกำหนดไว้ได้เท่านั้น

ผู้ว่าก็ไม่ได้สังกัดกรมการปกครองแต่สังกัดกระทรวง นายอำเภอก็ไม่ได้สังกัดกรมการปกครองแต่สังกัดกระทรวง แตกต่างจากกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการแผ่นดินยุคแรกที่บังคับใช้ตีคู่มากับ ปวิอ ในพ.ศ.2477

ดังนั้นโดยกฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน 2534 และ กฎหมายปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม 2545 ไม่ได้ให้หน้าที่สอบสวนแก่ผู้ว่าฯ ไม่ได้ให้หน้าที่สอบสวนแก่นายอำเภอเสียแล้ว ท่านต้องไปเปิดดูตัวบทประกอบด้วยว่าที่ผมพูดมานี้จริงหรือไม่ แต่กฎหมายเหล่านี้ให้อำนาจปลัดอำเภอมีหน้าที่สอบสวนได้ตามข้อบังคับของมท.หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นในปัจจุบัน ผู้ว่า นายอำเภอ คงมีอำนาจสอบสวน ตามปวิอ ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ย้ำนะครับว่า เฉพาะแต่อำนาจสอบสวนเท่านั้นที่มีอยู่แต่ยังไม่มีหน้าที่ ผู้ว่ากับนายอำเภอต้องไปหาหน้าที่สอบสวนเอาจากกฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมายปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม ซึ่งก็ปรากฎว่าในตัวบทกฎหมายดังกล่าวไม่มีการมอบหน้าที่สอบสวนไว้เลย ผู้ว่า และนายอำนาจ จึงไม่อยู่ในสถานะที่จะเป็นพนักงานสอบสวนตามปวิอ.ได้ เพราะ พนักงานสอบสวนหมายถึง เจ้าพนักงานที่กฎหมายให้อำนาจ และหน้าที่สอบสวน ย้ำอีกที่ว่า ต้องมาทั้งอำนาจและหน้าที่ สองอย่างพร้อมกันจึงจะเป็นพนักงานสอบสวนได้

ตัวผู้ว่าเอง ตัวนายอำเภอเอง ยังมีปัญหาความชอบด้วยกฎหมายของการเป็นพนักงานสอบสวน แล้วจะเข้ามาควบคุมการสอบสวนโดยเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนเสียเองได้อย่างไร ต่างจากตำรวจที่ ร.ต.ต.ขึ้นไป ปวิอ ให้มีอำนาจสอบสวน และหน้าที่สอบสวนไปหาเอาจากกฎหมายตำรวจ ซึ่งก็มี พรบ.ตำรวจให้อำนาจ ออก พรฎ.ตั้งบช.ที่มีหน้าที่ตามปวิอ. ออกกฎกระทรวงตั้งบก.ที่มีหน้าที่ตามปวิอ. ตำรวจจึงเป็นพนักงานสอบสวนที่มีทั้งกฎหมายให้อำนาจ และกฎหมายให้หน้าที่สอบสวน

ที่สำคัญก็คือ ปวิอ 18 .ให้ตำรวจมีอำนาจสอบสวน ให้ฝ่ายปกครองมีอำนาจสอบสวน ต่างฝ่ายต่างมีอำนาจสอบสวน แต่ ปวิอ ไม่ได้ให้ฝ่ายปกครองเข้ามาคุมตำรวจ ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ให้ตำรวจคุมฝ่ายปกครอง ในชั้นยกร่าง ปวิอ. มาตรา 18นี้ ได้ลอกแบบมาจากกฎหมายของแอฟริกา โดยให้ตำรวจเป็นองค์กรหลักในการสอบสวนทั่วราชอาณาจักร แต่เนื่องจากเจ้าเมืองหรือฝ่ายปกครองดั้งเดิมเคยมีอำนาจไต่สวนคดีอาญา เขาจึงยอมให้ในต่างจังหวัดผู้ว่ากับนายเภอยอมให้สอบสวนได้ด้วย แต่หน้าที่หลักของผู้ว่ามิใช่งานสอบสวนแต่เป็นงานพัฒนาบ้านเมือง copy รูปแบบมาแบบนี้

การที่มท 1 วางกติการให้ ผู้ว่า และนายอำเภอ เข้าควบคุมการสอบสวนของตำรวจจึงเป็นการใช้อำนาจของบุคคลที่เกินกรอบของกฎหมายที่ผ่านการตราโดยกระบวนการนิติบัญญัติ การใช้อำนาจลักษณะนี้เป็นการเกินกรอบกรอบของกฎหมายใช้บังคับไม่ได้ในทางทฤษฎีอีกต่างหาก
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง เศร้า ร้องไห้ เหงาหงอย โกรธ ลังเล เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ระเบียบ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 2

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




ยิ้มซิ | เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ


การสร้างหน้าเอกสาร: 0.15 วินาที