Facebook Page สอบสวน 599 Twitter สอบสวน 599 Youtube สอบสวน 599 facebook group สอบสวน 599

sobsuan.com :: ดูกระทู้ - สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สุขภาพ l ศึกษา l กีฬา l เกม l อดิเรก l ข่าว l รัก l ความรู้ l ไอที l งาน l ซื้อขาย l ท่องเที่ยว l โรงแรม l การเงิน l ธุรกิจ l บันเทิง l บ้าน l บ้านจัดสรร l สังคม l สวย l กล้อง l มือถือ l รถ l กวี l บล็อก l ศิลป์ l สัตว์ l หน่วยงาน l หนังสือ l โหลด l อาหาร l เนต l โปรโมทเว็บฟรี l เนติบัณฑิต
สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
attorney285
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 13/01/2011
ตอบ: 80

ตอบตอบ: 16/09/2011 12:17 am    ชื่อกระทู้: สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.





http://www.attorney285.com/article.php?id=84905&lang=th






.

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
หมากเล็บแมว
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 05/08/2011
ตอบ: 70

ตอบตอบ: 16/09/2011 8:49 am    ชื่อกระทู้: Re: สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาค ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สัมมาร่วมสี่ฝ่ายในงานยุติธรรมมาหลายวัน เห็นประเด็นนี้เลยขอแสดงความเห็นหน่อยนะครับ
เหงื่อตก ในการสัมมนาฝ่ายอัยการ กับฝ่ายสถานพินิจ คุยกันถึงปัยหาของเขาในเรื่องการจัดทำแผน ที่พ.ร.บ.ใหม่ ระบุว่าต้องได้รับความยินยอมจาก "ผู้เสียหาย" อัยการแจ้งว่าเรื่องดังกล่าวมีปัญหากรณีคดี ร"รัฐเป็นผู้เสียหาย" ผู้ใดจะเป็นคนลงนามยินยอมแทนรัฐ ซึ่งหากไม่มีใครลงนามได้ ปัญหาจะเกิดกับตัวเด็ก"ที่แทนที่จะได้รับผลดีจากกม.ใหม่ที่มุ่งคุ้มครองเด็ก กลับต้องเพิ่มภาระความยุ่งอยากกับเด้กที่ไม่อาจเข้าแผนฟื้นฟูได้" เข้าจึงได้เรียนถามไปทางอธิบดีภาค ภาค ดู ปรากฎว่าทางอธิบดีภาค ชี้ยินยันมาให้ว่า"พนักงานอัยการ"สามารถลงนามในฐานะผู้เสียหายแทนรัฐยินยอมให้เข้าแผนฟื้นฟูได้
เหงาหงอย ก็เลยมานึกถึงฝ่ายตพรวจ ฝ่ายพงส.แล้วเห็นว่ามีปัญหาคล้ายกันในกรณี"การเปรียบเทียบปรับเด็ก"ซึ่งปกติที่ไม่ใช้กม.ใหม่เราก็เคย"ตีหลุย"กันอยู่แต่พอมีพ.ร.บ.นี้ออกมา แล้วได้มีการตีความตามความเห็นของศาลเยวาชนกลางฯว่าพงส.ไม่มีมอำนาจเปรียบเทียบเด้ก "ต้องทำสำนวนส่งให้ศาลเป็นผู้พิจารณาเท่านั้น แล้วนี่"ไม่เป็นการเพิ่มภาระ เพิ่มผล้รายแก่เด้กเกินไปหรือ"แทนที่จะจ่ายค่าปรับ 50 หรือ 100 บาท แล้วปล่อยไป กลับต้องไปจบถึงชั้นศาล กรณีอย่างนี้ฝ่ายนายเราไม่คิกหาทางแก้ไขกระบวนการให้เรนาเหมือนอัยการเลยหรือ หรือฝ่ายตีความจะไม่ตีความในทางที่เป็นประโยชน์ และเป็นคุณแก่เด็กกว่านี้เลยหรือครับ
โกรธ ยังมีอีกหลายประเด็นครับเช่น กรณีมีพงส.ที่เข้าร่วมสัมมาสอบถามกรณี มีเด็กเมาสุราทะเลาะวิวาทกันในบริเวณงานมหรสพ ตร.ควบคุมตัวมา จัดหาที่พักผ่อน(กรณ๊เมาสุราครองสติไม่ได้ฯ) พงส.มีแนวทางอย่างไรอ ศาลท่านก็ตอบว่า ต้องทำสำนวนส่งศาลเท่านั้น "น่านเป็ฯจั่งได๋ละบาดเนี๋ยยากคักบ๋อ"
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
usadee
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 04/06/2011
ตอบ: 359

ตอบตอบ: 16/09/2011 9:11 am    ชื่อกระทู้: Re: สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาค ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กระผมเห็นแย้งว่า พนักงานสอบสวนสามารถเปรียบเทียบปรับ ผู้ต้องหาที่เป็นเด็กหรือเยาวชนได้ ตามบทบัญญัติ ม. ๗๒วรรคท้าย ที่บัญญัติว่า บทบัญญัติมาตรานี้ มิให้นำไปใช้บังคับในคดีที่พนักงานสอบสวนเห็นว่า คดีอาจเปรียบเทียบปรับได้ ซึ่งชี้ให้เห็นว่า พนักงานสอบสวนยังสามารถทำการเปรียบเทียบปรับผู้ต้องหาที่เป็นเด็กหรือเยาวชนได้ เราต้องพิจารณาถึง พระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ประกอบด้วย การปฏิบัติราชการต้องคำนึงถึงความประหยัด คุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด
หากเด็กหรือเยาวชนกระทำผิด พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับไม่ได้ จะต้องทำสำนวนการสอบสวน นำตัวเด็กไปยังพนักงานอัยการ คิดดู จะเกิดประุ
โยชน์กับผู้ใดบ้าง มีแต่เสียกับเสีย ในส่วนเด็กก็ต้องเป็นผู้ต้องหา ต้องถูกสอบสวน ต้องสอบสวนต่อหน้าสหวิชาชี เสียงบประมาณของแผ่นดินโดยใช่เหตุ คดีเล็๋กๆน้อยๆ สมควรแล้ว ที่พนักงานสอบสวนทำการเปรียบเทียบปรับได้ ดังบัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าว
ทีคดีถึงศาลแล้ว ส่วนมากศาลยังพยายามประนีประนอมเลย หรือว่าต่อไปนี้ ผู้ที่สามารถอำนวยความเทียงธรรมให้ประชาชนได้ คือศาลเท่านั้น อมยิ้ม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
หมากเล็บแมว
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 05/08/2011
ตอบ: 70

ตอบตอบ: 16/09/2011 9:53 am    ชื่อกระทู้: Re: สรุปสาระสำคัญ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาค ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

พงส.ส่วนใหญ่ก็เห็นแย้ง ทั้งไม่เห็นด้วยครับ แต่น่าจะเป็นข้อยุติแล้วตามเอสารเยาวชนและครอบครัวกลาง ในการตอบคำถามข้อ 16 นั้นตีความกันมาแล้วว่าปรับไม่ได้ และเป็นที่แน่นอนเช่นกันว่า ศาลเยาวชนทั่วประเทศ และหน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรม ต้องถือเอาตามคำวินิจฮัยดังกล่าว เป็นบรรทัดฐานแน่นอน
.ถึงได้ว่าการตีความหลายประเด็น ที่เกี่ยวกับงานในขั้นตอนของ พงส.ล้วนเป็นการเพิ่มภาระแก่พงส. และเด็กทั้งนั้นไม่ได้มีผลดีกับใครเลย แต่เราก็ไม่มีปากเสียงอะไร ได้แต่ก้มรับภาระไป เหมือนตัวอย่างที่ยกมา กรณีปัญหาติดขัดของ อัยการ เขาก็แก้ไขกันได้ แต่ปัญหาของเราดันติดล็อก
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คิวมูลลัส
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 25/02/2011
ตอบ: 327

ตอบตอบ: 16/09/2011 10:00 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ประเด็นเปรียบเทียบปรับเด็กได้หรือไม่ ผมมีความเห็นว่า พงส. ปรับเทียบปรับเด็กได้ครับ
1) บางท่านเห็นว่า เปรียบเทียบปรับเด็กเท่ากับลงโทษเด็ก เมื่อ ป.อาญา ม.73 เด็กอายุไม่เกิน 10 ปีกระทำผิดไม่ต้องรับโทษ และ ม.74 เด็กอายุเกิน 10-15 ปี ทำผิดก็ไม่ต้องรับโทษ เพียงแต่ศาลอาจตักเตือน..ฯลฯ พงส. จึงเปรียบเทียบปรับเด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 15 ปีไม่ได้เลย
2) ผมค้นคว้าพบหนังสือของ อ.จิตติฯ บรรยายไว้นานแล้วว่า การเปรียบเทียบปรับไม่ใช่โทษทางอาญา โดยโทษทางอาญาเป็นไปตาม ป.อาญา ม.18 มี 5 ประการเท่านั้น คือ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง “ปรับ” และ ริบทรัพย์ การจะลงโทษ 5 อย่างนี้ได้จะเกิดขึ้นได้ต้องมีคำพิพากษาของศาลเท่านั้น (ตามแนวของท่าน อจ.จิตติฯ“เปรียบเทียบปรับ” จะไม่ใช่โทษ “ปรับ” ตาม ป.อาญา ม.1Cool
3) กลับมาทบทวนหลักการจบคดีกันหน่อย การจบคดีอาญามีได้ 2 กระบวนการ
3.1) โดย กม.สาระบัญญัติ คือใช้การฟ้องคดีไปตามปกติ แล้วศาลพิพากษาให้ได้รับโทษ 5 อย่างตาม ป.อาญา ม.18 (กลไกคือ จับ, สอบสวน, ฟ้อง, พิจารณา, พิพากษาลงโทษ)
3.2) โดย กม.วิธีสบัญญัติ คือ พงส.เปรียบเทียบปรับตาม ป.วิฯ อาญา ม.37-39 หรือกลไกอื่นๆ ที่มี กม.เฉพาะบัญญัติไว้ (กลไกคือ จับ, แล้วจะสอบสวนหรือไม่ก็ได้ แต่ ผตห. ร้องขอให้เปรียบเทียบปรับ พงส. จึงเปรียบเทียบจบคดีเลย เท่ากับตัดขั้นตอนการฟ้อง, การพิจารณา และ พิพากษาลงโทษ ออกไปจากกลไกการจบคดี)
4) การจบคดีอาญาโดย กม.วิธีสบัญญัติ ป.วิฯ อาญา มิได้บัญญัติว่าปรับเด็กไม่ได้ ทั้งตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ ที่แก้ไขใหม่ ม.6 บัญญัติให้นำ ป.วิฯ อาญา มาใช้บังคับแก่คดีเยาวชนฯ เท่าที่ไม่ขัดกับ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ เมื่อ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนก็มิได้วางบทบัญญัติห้ามปรับเด็กไว้ การเปรียบเทียบปรับตาม ป.วิฯ อาญา จึงนำมาใช้ใน พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ ได้ ดังนั้นตามตัวบท พงส. จึงเปรียบเทียบปรับเด็กได้
5) ปัจจุบันมีอาจารย์บางท่าน ออกหนังสือกฎหมายเล่มใหม่ๆ บรรยายว่า แม้การเปรียบเทียบปรับจะมิใช่โทษ “ปรับ” (ท่านไม่แย้งแนวของท่าน อจ.จิตติฯ ) แต่ก็ต้องถือเสมือนว่าเป็นโทษ “ปรับ” เพราะมีสภาพบังคับให้ผู้ถูกปรับต้องจ่ายเงินเหมือนกัน อจ. ท่านนั่นจึงสรุปความเห็นแบบฟันธงว่า พงส. ไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับเด็ก
6) โปรดอย่าลืมว่า “เปรียบเทียบปรับ” ไม่ใช่การบังคับให้ผู้ต้องหาต้องเสียค่าปรับนะครับ แต่เป็นกรณีที่ผู้ต้องหาร้องขอให้เปรียบเทียบปรับเพื่อจบคดี เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความยุ่งยากและเสียเวลาไปศาล เป็นเรื่องที่ผู้ต้องหาแสดงเจตนาและ พงส. กับคู่กรณี (ถ้ามี) ยินยอมให้จบคดีไปตามนั้น ซึ่งเด็กก็มีสิทธิแสดงเจตนาดังกล่าวได้เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ ผมเห็นว่าความเห็นของอาจารย์ท่านนั้นที่บรรยายตามข้อ 5) ว่า พงส. ไม่มีอำนาจปรับเด็กจึงไม่น่าจะถูกต้อง
6) ในการวินิจฉัย ผมเสนอให้ใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ มาร่วมวินิจฉัยด้วย โดย พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ม.22 “การปฏิบัติต่อเด็กจะต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ” การที่เด็กถือเงิน 100-400 บาท มาขอให้ พงส.เปรียบเทียบปรับเพื่อให้จบคดีไปเลย วันรุ่งขึ้นเขาจะได้ไปโรงเรียน, ไม่ต้องมาเสียเวลานั่งสอบปากคำเพื่อส่งตัวเด็กไปอัยการ, ไปศาล ฯลฯ จะเป็นประโยชน์ต่อเด็ก การที่เด็กต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย เสียโอกาสในชีวิต เพื่อให้เกิดกลไกการสอบปากคำ และสั่งคดีไปศาล เพื่อให้มีผลเป็นการสั่งไม่ฟ้อง หรือเพียงถูกว่ากล่าว ฯลฯ ผลที่เกิดทั้งหมดแทบไม่มีประโยชน์อะไรต่อเด็กเลย การเปรียบเทียบปรับเด็กให้คดีจบไปตามความประสงค์ของเด็กจึงเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็กมากกว่า ผมจึงยืนยันว่า พงส.เปรียบเทียบปรับเด็กได้ แต่หากข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปว่า เด็กไม่มีเงินเสียค่าปรับ กรณีนี้เด็กก็จะไม่สามารถร้องขอให้เปรียบเทียบปรับได้ พงส. ก็ต้องสอบสวนคดีต่อไป โดยถามปากคำเด็กและสรุปสำนวนส่งไปอัยการ (เด็กประสงค์ให้ฟ้องก็ฟ้องได้)
7) เพื่อเน้นย้ำว่า “เปรียบเทียบปรับ” มิได้เป็นการบีบบังคับให้เสียค่าปรับ เวลาลง ปจว. เปรียบเทียบปรับคดีรถชนกัน พงส.รุ่นเก่าๆ เขาจะลงเพียงว่า ... พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนาย.. (ผู้ขับขี่) เป็นความผิดฐาน ..... จึงแจ้งข้อหาให้นาย... ทราบว่า .... นาย.... (ผู้ขับขี่) ทราบและเข้าใจข้อกล่าวหาโดยดีตลอดแล้วได้ร้องขอให้เปรียบเทียบปรับในชั้นสอบสวน จึงเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน ... บาท โดยคู่กรณียินยอม... (การเปรียบเทียบปรับไม่ต้องการคำรับสารภาพของผู้ต้องหา การลง ปจว. จึงไม่ต้องลงว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ) ผลแห่งการนี้ยืนยันว่า ผู้ต้องหาขอให้เปรียบเทียบปรับได้แม้ตนไม่ยอมรับผิด เพียงมีเหตุผลแค่ไม่อยากเสียเวลาจึงร้องขอให้เปรียบเทียบปรับจบคดีไปก่อนก็ได้ หากต่อไปคู่กรณีฟ้องเรียกร้องทางแพ่ง ผู้ต้องหาก็สามารถนำสืบต่อสู้คดีในชั้นศาลเป็นอื่นได้ มิได้ผูกพันว่าข้อเท็จจริงต้องเป็นไปตามที่ พงส.เปรียบเทียบปรับ (การจบคดีโดย กม.วิธีสบัญญัติ โดย "เปรียบเทียบปรับ" ไม่ผูกพันเขาในทางแพ่ง ไม่เหมือนการจบคดีโดย กม.สาระบัญญัติ เมื่อศาลพิพากษาแล้วจะผูกพันเขาโดยตรงในทางแพ่งจนเขาไม่อาจโต้แย้งข้อเท็จจริงได้อีก)
Cool คู่มือการปฏิบัติงานในการถามปากคำเด็กในชั้นสอบสวน โดยกระทรวงยุติธรรม ออกเมื่อ มี.ค.50 หน้า 5 ได้ยืนยันความเห็นนี้ โดยคู่มือมีข้อความระบุว่า “การเปรียบเทียบเด็กที่เป็นผู้ต้องหาในคดีที่เปรียบเทียบได้ พงส.ยังคงมีอำนาจเปรียบเทียบได้ทุกคดีโดยไม่ต้องปฏิบัติตาม ปวิฯ อาญา ม.12 ทวิ และ ม.134/2”
9) ส่วนของ ตร. มีระเบียบเกี่ยวกับคดี ล.16 บทที่ 2 (แก้ไขปี 47) ข้อ 477 (2) ในกรณีมีการจับเด็กหรือเยาวชนที่กระทำความผิดและความผิดนั้นเป็นความผิดที่ พงส. สามารถเปรียบเทียบได้ ให้ พงส. พยายามเปรียบเทียบเท่าที่จะทำได้ ...
10) บางท่านยังกังวลกรณีเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี ซึ่งตามกฎหมายไม่ต้องรับโทษเลย หากเด็กกลุ่มนี้ถูกจับใบสั่งมาจะปรับได้หรือไม่ ก็ใช้หลักการเดียวกันครับ คือ แม้จะไม่สามารถลงโทษ 5 อย่างตาม ปอ.18 กับเด็กในกลุ่มนี้ได้เลย แต่ยังไงๆ ก็ต้องมีการดำเนินคดีเพื่อสั่งจบคดีให้ถูกต้อง นั่นคือต้องมีการถามปากคำเด็กให้เรียบร้อยก่อนสรุปสำนวนสั่งไม่ฟ้อง ดังนั้นหากเด็กไม่ประสงค์จะเสียเวลาในการถามปากคำโดยขอชำระค่าปรับจบคดีเลย นั่นเป็นประโยชน์สูงสุดของเด็ก พงส. จึงเปรียบเทียบปรับเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปีดังกล่าวได้ แต่หากเด็กไม่มีเงินเสียค่าปรับ หรือมีแต่ไม่ยอมให้เปรียบเทียบปรับ (ไม่อยากจ่าย) พงส. ก็ต้องดำเนินคดีต่อไปตามที่เด็กประสงค์ (เป็นประโยชน์สูงสุดต่อเด็กในอีกทางหนึ่ง) โดยสอบปากคำแจ้งข้อหาแก่เด็ก แล้วสรุปสำนวนสั่งไม่ฟ้องเด็กนั้นไปครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
jackie
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 15/05/2011
ตอบ: 1105

ตอบตอบ: 16/09/2011 10:06 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เห็นด้วยกับท่านคิวมูลลัสทุกข้อตรงใจมานานแล้ว ปัญหาของพงส.ใช่ว่าเรารู้น้อยกว่าศาลหรืออัยการ พงส.หลายคนเก่งกว่าศาลอัยการเสียอีก พวกเราต้องการเพียงว่าพวกคุณจะเอาอย่างไรกันแน่เอาให้แน่ๆ จะยากหรือเป็นปัญหาเท่าไรเราไม่ว่าแต่ขอเพียงว่าปฏิบัติไปแล้วให้ถือตามที่มีข้อบังคับหรือข้อตกลงที่ทำไว้เท่านั้นก็พอ แต่ในความเป็นจริงพอเราทำไปแล้วอัยการไม่เอาด้วยหรือศาลบางแห่งก็ไม่เอาด้วย เขาให้เหตุผลแค่ว่าเขามีอิสระไม่ผูกพันตามข้อตกลงใดใด แต่อ้างอีกว่าข้อตกลงที่ทำไว้ไม่ใช่กฏหมายไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คิวมูลลัส
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 25/02/2011
ตอบ: 327

ตอบตอบ: 16/09/2011 11:35 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ปัญหามันอยู่ตรงว่า เวลาเราไปความเห็นของศาล, อัยการฯ ท่านก็ให้ความเห็นมาตามที่ท่านฟันธงได้ในขณะนั้น ในขณะที่ท่านไม่ได้ปฏิบัติงานในเรื่องนั้นโดยตรง และท่านไม่ได้ศึกษาอย่างแท้จริงก่อนจะฟันธง ที่จริงท่านเหล่านั้นไม่ได้ผิดหรอกครับ เพียงแต่ว่าพวกเราไปคาดคั้นถามความเห็นท่านโดยที่ไม่ให้เวลาท่านตั้งตัวก่อน คำตอบที่ได้จึงมีโอกาสคลาดเคลื่อนได้ นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เวลา พงส.ไปถามความเห็นของศาลและอัยการฯ เกี่ยวกับเรื่องการสอบสวน แล้วนำคำตอบมาปฏิบัติหรือโต้แย้งกัน ผมจะชั่งใจก่อนทุกครั้งมิใช่เชื่อความเห็นนั้นในทันที
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พงส์๒๕๕๓
ผู้ชำนาญการ
ผู้ชำนาญการ


เข้าร่วมเมื่อ: 09/12/2010
ตอบ: 1442

ตอบตอบ: 16/09/2011 10:10 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านคิวมูลัส คิดเห็นกรณีต่อไปนี้อย่างไร

1. ฎีกา 592/2548 (คดีเปรียบเทียบ กรรมเดียวผิดหลายบท ให้ใช้บทหนักลงโทษ แสดงว่าศาลก็เห็นว่าการเปรียบเทียบเป็นโทษ)

จำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษเบากว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 เพื่อให้ความผิดทั้งหมดรวมทั้งความผิดที่มีโทษหนักกว่าเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37 ได้ แม้พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับจำเลยไปแล้วในความผิดฐานดังกล่าวโดยความยินยอมของผู้เสียหายเพราะผู้เสียหายมิได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ด้วย การเปรียบเทียบปรับก็ไม่ชอบ คดีอาญาไม่เลิกกัน ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ได้

2. คดีเปรียบเทียบไม่ใช่มีแต่คดีความผิดเล็กน้อยเช่นลหุโทษ แต่ยังมีความผิดอีกหลายพ.ร.บ.ที่การกระทำผิดมีโทษจำคุกสูงเกินหนึ่งเดือนขึ้นไป คือโทษมันเกินลหุโทษไปมาก แต่กฎหมายก็ให้คณะกรรมการมีอำนาจเปรียบเทียบได้ เช่น ความผิดฐานขายสุราในที่ห้ามตาม พรบ.ฯแอลกอฮอล์ฯ มีทั้งจำและปรับที่สูงมาก เด็กไม่มีปัญญาหาเงินมาชำระค่าปรับได้แน่นอน ถ้าท่านบอกว่าเปรียบเที่ยบเด็กได้ ถามว่า เด็กจะเอาเงินที่ไหนมาให้ปรับ และถ้าปรับไปเด็กก็กลับบ้าน แล้วกระบวนการฟื้นฟูเด็กล่ะท่านทิ้งไปเลยเพราะอยากปรับเด็กไปให้มันจบไวไวได้กระนั้นหรือ ท่านคิดอย่างไรล่ะ

3. การเปรียบเทียบคดีอาญา มันเป็นโทษมาแต่เดิม อันนี้ต้องย้อนยุคไปแต่ พ.ร.บ.ตั้งศาลโปรีสภา หรือ police court ในสมัยยุคล่าอาณานิคม ที่อังกฤษ ฝรั่งเศส มาป้วนเปี้ยนในสยามและมีสิทธิสภาพนอกอาณาเขต การเปรียบเทียบคดีเล็กน้อยในเขตพระนครศาลมีอำนาจเปรียบเทียบคดีในศาลได้ ท่านลองสืบค้นเองในเวปราชกิจจาดูกฎหมายเก่า ๆ จะเห็นร่องรอยวิวัฒนาการของการเปรียบเทียบ ต่อมาก็พัฒนาให้เป็นอำนาจของฝ่ายบริหารที่จะเปรียบเทียบคดีเล็กน้อยแทนศาลเพื่อลดภาระให้ศาลไปว่าคดีใหญ่ ๆ เรื่องนี้ท่านเคยอ่าน เคยเห็น เคยรู้มาบ้างหรือไม่ สรุปประเด็นนี้คือ (การเปรียบเที่ยบเป็นโทษในอำนาจศาลมาแต่เดิม)

4. อาจารย์ ดร.หยุด แสงอุทัย หนึ่งให้ผู้ร่าง ป.อาญา และเขียนตำรา คำอธิบายกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ.127 เอาไว้ มีเนื้อหาส่วนหนึ่ง ผมจำเนื้อหาแบบ word by word ไม่ได้ แต่สรุปท่านเขียนไว้ในบทบัญัติเรื่องโทษว่า โทษทางอาญาหาใช่บัญญัติไว้ที่เดียวตาม ป.อาญา อาจมีบัญญัติไว้ในกฎหมายอื่นอีกก็ได้ ซึ่งผมก็เห็นว่า การเปรียบเที่ยบอาญานี่แหละคือโทษทางอาญาอย่างหนึ่งที่บัญญัติไว้ใน ป.วิอ. สอดรับทฤษฎีอาญาว่า ทำผิดอาญาก็ต้องถูกลงอาญา ส่วนจะลงอาญาอย่างไรก็เป็นไปตามกฎหมาย

ส่วนที่อาจารย์จิตติฯท่านเขียนไว้ก็ไม่ได้มีอะไรผิด ท่านบอกชัดว่า การเปรียบเทียบไม่ใช่โทษอาญาตามมาตรา 18 แต่ท่านไม่ได้คอมเม้นไปถึงขนาดว่าการเปรีียบเทียบไม่ใช่การลงอาญา

5. ตาม วิเด็ก เขาไม่ได้เขียนให้อำนาจพนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเที่ยบเด็กได้ แต่กฎหมายเขียนไว้แบบนั้น มีความหมายเพียงว่า ในคดีใดที่พนักงานสอบสวนสามารถเปรียบเทียบเด็กได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ท่านก็เปรี่ยบเทียบเด็กไปเถอะ ทิ้งวิเด็กไปเลย แต่ถ้าเปรียบเทียบเด็กไม่ได้ ท่านแจ้งข้อหาแล้วก้ต้องใช้วิเด็ก สอบสวนคดีเด็กไปตามกระบวนการ

6. สรุปความเห็นผมก็คือ เปรียบเทียบเด็ก ต่ำ 15 ไม่ได้ ส่วนเด็ก 15-18 เรียกว่าเยาวชน เปรียบเที่ยบเยาวชนได้
------------------------------------------------------------
แนวคิด แนวเขียน ท่านคิวมูลัส เป็นนักคิด นักค้นน่านับถือ น่าจะลองย้อนอดีตเรื่องเปรียบเทียบ โดยเริ่มแต่ พรบ.ตั้งศาลโปรีสภานี่แหละ แล้วไล่เรียงมาที่ พรบ.ลักษณะปกครองท้องที่ มาถึง ลักษณะอาญา รศ.127 พรบ.ให้ใช้วิอาญาไปพลางก่อน แล้ว มา ปวิอ 2477 เอาให้จริง ผมว่าเมื่อท่านสืบสายแต่ต้นมาถึงปัจจุบัน ท่านจะเปลี่ยนความคิดได้ ไม่ต้องไปไหนหรอกครับ ไปท่องเวปราชกิจจา แล้วปริ้นตัวบทออกมานั่งอ่านดู มันเห็นร่องรอยชัดแจ๋วเลย

โดยลึกลึกส่วนตัว ผมก็อยากเปรียบเทียบเด็กนะ เพราะคดีมันจบเร็วดี ไม่ยุ่งยาก เสียเวลา ไม่รู้จะทำสำนวนไปทำไม

ตอนนี้หนทางที่ดีที่สุดสำหรับ พงสฯแต่ละท้่องที่ ก็คือ ไปถามท่านอัยการท้องที่เลยว่า ถ้าผมเปรียบเทียบเด็กมาให้ท่านนี่ ท่านเห็นชอบไหม ถ้าท่านอัยการโอเค ก็เปรี่ยบเทียบไปเถอะดีเหมือนกัน แบบเด็กเปลือยอกเต้นสงกรานต์ท้องที่ยานาวา เด็กอายุไม่เกินสิบห้า เห็นว่าเปรียบเทียบไปแล้วก็จบได้ ก็โอคนะ ไม่มีใครแย้งจบก็จบ เร็วดี

แต่ก็ระวังไว้ด้วยเด็กขับจักรยานโดยประมาท ตัดหน้ารถแท๊กซี่คนขับเจ็บเล็กน้อยเปรียบเทียบเด็กไป ไม่ทำสำนวน เด็กมีทนาย รับรองท่านพนักงานสอบสวนถูกท่านทนายไล่บี้ ขึ้นหน้าหนึ่ง ทีวีออกทุกช่องแน่นอน
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
frog
สมาชิกใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 04/07/2010
ตอบ: 53

ตอบตอบ: 16/09/2011 11:13 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การที่ พงส จะปรับ ก็ต้องมีการแจ้งข้อหา แล้วผู้ต้องหารับสารภาพ ถึงจะเปรียบเทียบปรับได้ เพราะฉะนั้น ถ้าแจ้งข้อหาเด็กหรือเยาวชน ก็ต้องทำตาม ปอ วิ(ต้องมีทนาย ถ้าคดีพิเศษต้องมี สหวิชาชีพ) แจ้งเสร็จแล้ว เปรียบเทียบปรับได้ ปรับแล้วคดีอาญาเลิกกัน ก็เหมือนคดีถอนคำร้องทุกข์นั่นแหละ แต่ต้องทำสำนวน ส่งอัยการอยู่ดี (ความเห็นส่วนตัว)

ประเทศไทยไม่ใช่ของเราคนเดียว แต่สำนวนเป็นของเราคนเดียว
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
คิวมูลลัส
แฟนคลับ
แฟนคลับ


เข้าร่วมเมื่อ: 25/02/2011
ตอบ: 327

ตอบตอบ: 17/09/2011 12:10 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรียน ท่านพงส์2553
ยินดีรับความเห็นที่แตกต่างครับ การแสดงความเห็นของพวกเราจะทำให้คนอื่นๆ ที่เข้าชมเกิดความรู้ไปด้วย ส่วนธงคำตอบที่สุดจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับความเห็นของแต่ละท่านครับ
1) ฏ.592/48 มิได้วินิจฉัยในประเด็นโดยตรงว่า “การเปรียบเทียบปรับเป็นโทษ” แต่ผู้ศึกษาฏีกาจะวิเคราะห์สรุปแนวความคิดกันเอง ซึ่งแม้แต่ท่านพงส์2553 ยังใช้คำว่า “แสดงว่า ...” นี่ครับ โดยส่วนตัวผมเห็นว่าฎีกานี้ศาลฎีกาได้วางหลักเพียงว่า หากข้อหาที่เปรียบเทียบปรับได้ผิด 2 ฐาน เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท พงส. ต้องเปรียบเทียบปรับในฐานที่เป็นบทหนักเท่านั้น การที่ พงส. ไปเปรียบเทียบปรับในบทเบาจึงปรับไม่ชอบ คดีไม่ระงับ ศาลอุทธรณ์จึงสั่งปรับได้อีก จุดประสงค์คือศาลฏีกาจะปรามไม่ให้ พงส. เกเรปรับเบาเท่านั้น
2) ข้อ 2 แนวคิดท่านกับผมในข้อ 2 ยังไม่ตรงกันครับ โดยท่านเห็นว่า การปรับเด็กในคดีที่ค่าปรับเยอะทำไม่ได้ เพราะเด็กคงไม่มีเงินมาให้ปรับ ส่วนผมมีแนวคิดว่า ถ้าเด็ก มีเงิน และเขาถือเงินมาพบ พงส. และประสงค์จะให้เปรียบเทียบปรับ อย่างนี้ พงส. เปรียบเทียบปรับได้ครับ แต่ถ้าเด็กไม่มีเงิน ยังไงก็ปรับไม่ได้ กรณีนี้จึงต้องทำสำนวนและส่งสำนวนไปอัยการเท่านั้น (ยืนยันตามความเห็นเดิมของผมในข้อ 6) แรก คือข้อ 6) มันซ้ำกัน 2 ที)
3) ข้อ 3 ผมไม่มีความรู้เรื่องการเปรียบเทียบปรับโดยศาลอย่างที่ท่านกล่าวมาก่อนครับ แต่อย่างไรก็ดี ผมเห็นว่า อำนาจในการเปรียบเทียบปรับของ พงส. ในปัจจุบัน น่าจะแตกต่างกับการเปรียบเทียบปรับในสมัยอาณานิคมฯ นะครับ
4) ข้อ 4 ข้อนี้เป็นความเห็นส่วนตัวที่ท่านสรุปเองครับ
5) ข้อ 5 อำนาจการเปรียบเทียบปรับเด็กเป็นไปตาม ป.วิฯ อาญา ซึ่งนำมาใช้ในวิฯ เด็กตาม ม.6 ซึ่งผมแสดงความเห็นไว้แล้วในความเห็นเดิมของผมข้อ 4)
6) ข้อ 6 ผมยังยืนยันความเห็นเดิมครับ
7) ความเห็นของผมที่เสนอไปเดิม ผมเห็นว่ามีเหตุผลสนับสนุนที่ดีในข้อ 6) ที่ซ้ำ เรื่อง พรบ.คุ้มครองเด็กฯ ผมศึกษาและมีพื้นฐานในกฎหมายนี้และกฎหมายลูกต่างๆ ดีพอสมควร และโดยเฉพาะในข้อ Cool และ 9) เป็นเอกสารที่มีความน่าเชื่อถือมาก ผมจึงลงรายละเอียดให้ชัดเพื่อให้ผู้เข้าชมจะได้ไปศึกษาค้นคว้าต่อได้ ส่วนในข้ออื่นๆ ที่เสนอไว้เดิมเป็นความเห็นส่วนตัวของผมครับ โดยผมได้แสดงเหตุผลรองรับไว้ด้วยโดยหวังว่าจะครบแง่มุมให้มากที่สุด
Cool แม้แต่ท่านยังอยากเปรียบเทียบปรับเด็กเลย ทำไมท่านไม่ยอมเห็นด้วยกับความเห็นผมมั่งน๊ะ ....
9) หากคดีรถชนกันที่ท่านพูดถึง พงส. เปรียบเทียบปรับเด็กไป (เด็กและผู้ปกครองยินยอมให้เปรียบเทียบปรับ) ต่อมาทนายเด็กฟ้อง พงส. ผมว่า หากความเห็นท่านพงส์2553 เกิดถูกต้อง แต่ศาลฎีกาก็คงต้องคิดหนัก เพราะหากต่อไปไปวางบรรทัดฐานว่า เปรียบเทียบปรับเด็กต่ำกว่า 15 ปีไม่ได้ จึงต้องทำสำนวนกันทุกเรื่อง อย่างนี้ทั้ง พงส., อัยการ และศาลท่าน ก็คงไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว ต้องเสียทั้งเวลา กำลังคน และงบประมาณ ฯลฯ ในการทำคดีพวกนี้เพียงเพื่อจะให้มีการจบคดีโดย “สั่งไม่ฟ้อง” หรือ “ว่ากล่าว” กันตามระบบเท่านั้น อรรถประโยชน์ต่อสังคมไม่เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อเด็กก็ไม่เกิดเช่นกัน ศาลฏีกาคงต้องนอนก่ายหน้าผากคิดแน่ๆ
10) ผมยังยืนยันท่านพงส์2553 กับผมมองต่างมุมกันในเรื่องการเปรียบเทียบปรับ ท่านมองว่าการเปรียบเทียบปรับเป็นการบีบบังคับเด็กให้จ่ายเงินค่าปรับ แต่ผมมองว่า พงส. ไม่บีบบังคับ พงส.อยู่เฉยๆ แต่เด็กร้องขอให้เปรียบเทียบปรับเขาเพื่อขอจบคดีครับ พงส. จึงจะเปรียบเทียบปรับได้ แม้ในกรณีเด็กถือใบสั่งมายื่นที่ร้อยเวร แล้วร้อยเวรเซ็นระบุค่าปรับ 400 บาท มาถึงขั้นนี้ก็มิใช่ พงส. บังคับให้เด็กเสียค่าปรับ 400 บาทนะครับ แต่เป็นการระบุจำนวนเงินให้ผู้กระทำผิดจะร้องขอให้เปรียบเท่ยบปรับให้แน่นอน หากเด็กผู้กระทำผิดอยากจบคดีเลยก็ไปเสียค่าปรับ การเสียค่าปรับของเด็กตามจำนวนเงินที่ร้อยเวรเซ็นต์ไว้แล้วนั้น คือการร้องขอให้เปรีบบเทียบปรับหละครับ ที่ผมมีความเห็นอย่างงี้ก็เพราะว่า ถ้าเด็กไม่ยอมจ่ายค่าปรับที่ร้อยเวรเซ็นต์ไว้แล้ว ก็ไม่มีใครมีอำนาจไปบังคับให้เขาจ่ายค่าปรับตามนั้นได้หรอกครับ กรณีที่ร้อยเวรเซ็นระบุจำนวนเงินไปแล่วแต่เด็กยืนยันไม่จ่าย พงส. ก็ต้องทำสำนวนครับ เป็นการยืนยันว่าการจ่ายค่าปรับของเด็กหรือใครก็ตามจะขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้กระทำผิดนั้นเอง มิใช่เกิดจากการบังคับครับ (แต่ที่ปรับๆ กันอยู่แล้วผุ้ถูกปรับรู้สึกว่าถูกร้อยเวรบังคับให้จ่ายค่าปรับ หรือ ถูกบังคับให้จ่ายแพงกว่าที่คิดไว้ อันนี้เป็นเพียงความรู้สึกของมนุษย์ผู้ถูกปรับที่ไม่อยากเสียตังค์เท่านันครับ)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบด่วน
ชื่อเรียก :
ไอคอนแสดงอารมณ์

สบายสบาย ยิ้มเท่ห์ หัวเราะ อมยิ้ม ซึ้ง เจ๋ง เศร้า ร้องไห้ เหงาหงอย โกรธ ลังเล เหงื่อตก ตกใจ อาย งง ยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูไอคอนแสดงอารมณ์อื่นๆ

ตัวเลือก

อ้างอิงคำถามล่าสุด
รหัสลับ * :

รหัสลับ *
* นำรหัสลับช่องบนมาใส่ช่องนี้
 
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    sobsuan.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> กฎหมายอื่น ๆ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group




ยิ้มซิ | เนติบัณฑิต | อาชีวะ | ภูผาหมอกเขาค้อ


การสร้างหน้าเอกสาร: 0.16 วินาที